The Outlanders ep9

จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี

Revision as of 09:20, 4 กุมภาพันธ์ 2009; view current revision
←Older revision | Newer revision→
Jump to: navigation, search

ความเดิมตอนที่แล้ว


--Shiryu 20:59, 18 มกราคม 2009 (ICT)


อาร์คโซลโดนชีริวอัดแบนแต๊ดแต๋

"ขอบทดีๆหน่อยเพ่ เห็นช่วงนี้ไม่เข้าบอร์ดแล้วตื้บกันแบบนี้เลยเรอะ? เดี๋ยวปั๊ดเข้าบอร์ดซะนี่!"

"สกิลของแกมันอะไรฟะ? ควบคุมความทรงจำเรอะ? ของแบบนั้นใช้สู้ได้ที่ไหนกัน"

"ที่สำคัญกว่านั้นคือมันใช้ได้กับคนๆเดียวและตอนนี้ถูกใช้อยู่ต่างหากเล่า ช่างเถอะ อย่างแกแค่อาวุธร้อยชิ้นในห้องนี้ก็พอสู้ไหว"

อาร์คโซลเรียกดาบ 7 เล่มออกมาหมุนรอบตัวอย่างเท่เหมือนพระเอก FFXIII versus แต่เห็นภาพ illust เต็มตัวแล้วจะเป็นลม อ้วนฉิบหาย สิ้นหวังแล้ว! โนมุระมันคืนฟอร์มตอนวาดภาพประกอบเกมบาวน์เซอร์แล้ว!

"ดาบที่1 ไลท์เซเบอร์ของซิท ย้าก!!" แต่ไฟบนดาบก็ดับไปเสียก่อนเนื่องจากอาร์คโซลไม่ยอมจ่ายค่าไฟ เขาจึงเปลี่ยนไปใช้ดาบอันต่อไป

"ดาบที่2 ซันเงสึ ปลดปล่อยสวัสดิกะ ห้วงเวลาจักพรรดิ!" อาร์คโซลมั่วชื่อท่าเพราะไม่เคยอ่านบลีช ทำให้ตาลุงซันเงสึงอน ก่อนจะหนีตามโยรุอิจิไป

"ดาบที่3 ฮารุซาเมะของโยแห่งชาหมอนคิง" ระบบแจ้งว่าพลังชาแมนของอาร์คโซลไม่พอ ไม่สามารถทำโอเวอร์โซลได้

"ดาบที่4 ดาบเบลมังของซิกฟรีด!" แต่อาร์คโซลหยิบมาผิด เผลอไปหยิบเอาซิกฟรีดมาแทน "มิน่าล่ะตอนออกจากบ้านถึงหนักๆชอบกล" แล้วเขาก็โยนซิกฟรีดทิ้งไป

"ดาบที่5-6 อีโต้ผ่ามังกรของเฮียกัซกับดาบผ่าทวารมหาเมพของอีค้าว ...ข้าถือไม่ไหว โยนทิ้งไปฮ่าๆๆๆ" แล้วจะนับรวมใน 7 เล่มไปทำไมครับพี่?

"ดาบที่7! ดาบตุ้งติ้งน้อยของข้าเอง ก๊ากกก!!!" อาร์คโซลรูดกางเกงลงมาจนสุดแล้วชักดาบอันตะหลิวติ๋วออกมา ชีริวต้องวิ่งเข้ามาเอาแว่นขยายส่องดูเพราะอยากจะรู้ว่ามันคืออะไร ก็พบหนอนชาเขียวเต้นฮูล่าด๊านซ์อยู่ เขาจึงเอาไม้ตีแมลงวันตีดาบหักไป เป๊าะ!


และแล้วดาบทั้ง 7 เล่มก็ถูกใช้จนหมดแต่ชีริวก็ไม่เกิดรอยแผลแม้เท่าแมวข่วน

"แฮ่ก แฮ่ก แกร้ายกาจมากจริงๆ"

"กุยังไม่ได้ทำไรเลย -*-"


แต่ก่อนชีริวจะได้ลงมือโจมตี ฝ้าปราสาทก็ถล่มลงมา แล้วเรนนี่ก็ลงจากหลังฟินิกซ์มาสมทบอาร์คโซล

"ท่านอาร์คโซล! ดีจังเลยที่ท่านอาร์คโซลปลอดภัย!"

"หึ! ข้าไม่ด่วนจากเจ้าไปอยู่แล้ว" พออยู่ต่อหน้าลูกน้องอาร์คโซลก็กลับมาเก๊กอีกครั้ง ทำให้ชีริวสงสัยว่าไอ้ตัวห่าที่เขาสู้ด้วยตะกี้มันเป็นใคร

"จะมาคนเดียวหรือสองคนก็ไม่ต่างกันหรอก พ่อค้าอาวุธกับนินจาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจอมโจรหรอกนะ"


"สามคนต่างหากเล่า!"


เด็กสาวคนนึงกระโดดลงมาจากเพดานหยุดยืนตรงหน้าชีริว อาร์คโซลไม่คุ้นหน้าเด็กคนนี้มาก่อนแต่ชีริวกลับรู้จักเป็นอย่างดี "เฮ้ย!!"


"อีนี่ใครอีกล่ะเนี่ย พวกเดียวกับเราเหรอ?"

"ใช่แล้วค่ะท่านอาร์คโซล เห็นแบบนี้ยัยนี่แหละแข็งแกร่งที่สุดในบรรดา GM ของโลกนี้ กระทืบมันให้มิดตีนเลยรีเซ่!!"


"ของมันแน่อยู่แล้ว!"


ตูม!!!!!


รีเซ่ระเบิดพลังขึ้นมาเกิดแรงอัดพัดปราสาทหมุนเป็นลูกข่างทอปแมน ซีกูลด์ใช้ความสามารถ Avartar จำลองข้อมูลเก่าของรีเซ่ออกมาเพื่อใช้ในศึกครั้งนี้ เพราะเขาคิดว่าไม่มีใครจะเหมาะแก่การกระทืบชีริวให้สมแค้นเท่ารีเซ่อีกแล้ว

"น่าดีใจอะไรแบบนี้! ไม่คิดว่าจะได้มาตัดสินกับแกที่นี่ ชีริว! แกทำลายหมู่บ้านชั้นในโลกเทอร่า แกทำลายโลกที่ชั้นตั้งใจจะสร้างขึ้นมาใหม่ แกฆ่าชั้น แกชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชั้น!!"


แล้วชีริวก็ระลึกชาติได้ถึงตอนที่พวกสาวกสายเลือดแท้ไล่กวาดต้อนผู้คนไปเข้ากองกำลังสมัยที่เพิ่งสร้างจักรวรรดิขึ้นใหม่ๆ

"นึกออกแล้ว ไอ้พวกจีโนมจากมหานครบรานบัล! ชินยะซังต้องยิงถล่มเมืองนั้นทิ้งเพราะพวกแกมันร้ายกาจสุดๆเลยฟ่ะ นี่ยังมีพวกมันเหลือรอดมายังโลกอื่นด้วยเรอะเนี่ย?"

"ชั้นกับพี่รูริตามหา True Treasure เพราะเชื่อว่าจะใช้มันฟื้นฟูเทอร่ากลับมาได้ แต่ตอนนี้เรื่องนั้นไม่สำคัญแล้ว อุซโซหรือแม้กระทั่งซึคาสะน่ะ เก่งกว่าพี่ชั้นซะอีก พอมีเพื่อนที่สามารถพึ่งพาได้ก็รู้ว่าเราไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป! คราวนี้ถึงตาแกเจ็บบ้างหละ!"


--Shiryu 16:25, 20 มกราคม 2009 (ICT)


รีเซ่แยกออกมา 99 ร่างตั้งแต่ต้นยก ล้อมห้องไว้ แล้วรุมยิงเวทถล่มชีริวที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลาง

ชีริวแยกร่างออกมายิงต้านบ้างแต่ไม่ทันการ โดนพลังเวทมหาศาลอัดจมดินไป


"ฮ่าๆๆ ที่ฝึกเป็นนักเวทเพื่อเพิ่มค่า MGC ไว้เล่นกับท่าแยกร่างนี่แหละ! แต่แกไม่จอดง่ายๆอย่างนี้ใช่มะชีริว?!"

แล้วก็จริงอย่างที่รีเซ่คิด ชีริวได้แยกร่างสำรองออกไปเป็นสิบล้อมอยู่วงนอกของรีเซ่อีกที ที่โดนยิงเมื่อครู่เป็นเพียงร่างแยกบางส่วนเท่านั้น แล้วชีริวก็ยิงอัดเข้ามาถล่มรีเซ่กลับ


แต่ร่างแยกแท้จริงของรีเซ่อยู่วงนอกจากกลุ่มร่างแยกของชีริวออกไปอีก แล้วรีเซ่ก็ยิงถล่มชีริวยับไปทั้งโขลงอีกรอบ...

แต่ร่างแยกที่แท้จริงของแท้จริงของชีริวก็อยู่วงนอกของร่างแยกของรีเซ่ที่แท้จริงไปอีก แล้วชีริวก็ยิงกลับมา

(อ่านข้างบนวนไปวนมาอีก 56 รอบ)

........


ปราสาทจักราศีกลายเป็นที่ราบ พร้อมเอาไปทำสนามบินไว้สำหรับให้ม็อบมาปิดล้อม

"ข...ข้าเพิ่งจะผ่อนหมดไปเมื่อเดือนที่แล้วแท้ๆ คิดว่าหลังเกษียณจะได้นอนกินบำนาญสบายๆต้องมาหาเงินซื้อบ้านใหม่อีกโอย... แล้วแบบนี้อั๊วะจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลบอนไซ... ไหนจะต้องส่งหลานเข้าเรียนหนังสืออีก..."

อาร์คโซลพร่ำเพ้อปล่อยพลังตาลุงออกมามหาศาลจนเรนนี่ตัวสั่น

"อ่า ท่านอาร์คโซลคะ เราก็เข้าไปช่วยรีเซ่สู้อีกแรงดีกว่านะ"

"เธออยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันเข้าไปจัดการเอง"

"เห?"

"เรียกการ์เดี้ยนฟอร์ซซะ ถ้าเป็นตรงนี้ยังไงก็เรียกเจ้านั่นออกมาได้แน่ๆ ต้องเดิมพันกันหน่อยละ ใช้เวททั้งหมดเปิดประตูบานที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้จะทำได้น่ะ ใช้เวลานานมะ?"

"6 นาทีค่ะ เพราะเลเวลเพิ่มแบบพุ่งมากเกินไป พลังเวทเลยเกินระดับที่ฝึกไว้ไปเยอะ ถ้าฝึกมามากกว่านี้คงใช้เวลาน้อยกว่านี้"

"งั้นฉันจะถ่วงเวลามันให้ได้หกนาที"


"แกใช้สกิลของคนอื่นได้แค่ 70% ใช่มะชีริว?" รีเซ่ที่แยกร่างออกมาได้มากกว่าชีริวเริ่มจับไต๋ได้

"รู้ด้วยรึ แต่จำนวนสกิลที่มากกว่าทำให้ข้าไม่เคยเสียเปรียบใคร"

ชีริวยิงใยแมงมุมเหล็ก (ชิงมาจากสไปเดอร์แมนที่นิวยอร์ค) ตรึงร่างแยกของรีเซ่เป็นสิบๆตัวไว้กับกำแพง แล้วหันกลับมาเอา จรวดนำวิถี (ได้มาจากไดรฟ์แมนที่พันธรัฐ X) ยิงถล่มร่างแยกที่เหลือหายไปทีละตัวๆ

"หวา!"

"หึหึหึ สุดท้ายก็แพ้เหมือนเดิม พวกจีโนมมันมีชะตากรรมที่จะต้องถูกคนจากจักรวรรดิฆ่าทิ้งไม่เปลี่ยนแปลง"

แต่ก่อนจะลงมือปิดฉาก อาร์คโซลก็เข้ามาฟาดคลื่นกากบาทใส่ด้านหลังซะก่อน ชีริวขาดออกเป็นสี่ส่วน ซึ่งแต่ละส่วนล้วนหล่อเหลา น่าเสียดายที่เป็นแค่ร่างปลอม

ชีริวตัวจริงโผล่มาพ่นระเบิดลงกลางหัว แต่อาร์คโซลก็หมุนดาบคู่เป่าไอระเบิดลอยออกทะเลไป

"ร้ายกาจ ร้ายกาจ"

"ถ้าไม่เก่งก็เป็นหัวหน้าเรเนอเกดไม่ได้หรอกนะ ...ติดตั้งอาวุธ!"

  • Right Hand: Juppon Katana (พลังโจมตี 79)
  • Left Hand: Dark Asura (พลังโจมตี 85)

อาร์คโซลสามารถติดตั้งอาวุธอะไรก็ได้ที่แขนทั้งสองข้าง ซึ่งพลังโจมตีจะเพิ่มจากการถืออาวุธสองชิ้น ดูยังไงก็กบฏ FFVI ชัดๆ หลังติดดาบที่มีพลังโจมตีมหาศาล เขาก็หมุนดาบสร้างบรรยากาศปั่นป่วน ฉีกใยแมงมุมที่ตรึงร่างรีเซ่อยู่ออก

"มาใช้ท่าประสานกันรีเซ่!!"


รีเซ่กระโดดเข้ามาทันที แต่ไม่รู้ว่าจะให้เป็นท่าประสานยังไงเพราะไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน


....จึงกลายเป็นอาร์คโซลถือรีเซ่ไว้ในมือขวา

  • Right Hand: Raise (พลังโจมตี 101)
  • Left Hand: Dark Asura (พลังโจมตี 85)


รีเซ่โทรศัพท์หาพี่สาวทันที "เฮ้ยๆ ชั้นโดนชายชั่วหิ้วกลับบ้านว่ะ พี่มีประสบการณ์มั่งมะ? แนะนำหน่อยดิ"

เสียงปลายสายของรูริตอบกลับมา "ก็บอกเขาไปซิว่าจริงๆแล้วเธอเป็นสาวดุ้นน่ะ"

รีเซ่เขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งทันใด


"วะฮ่าๆๆๆ พลังโจมตีสุดยอดไปเลยเฟ้ยรีเซ่! รู้งี้จับเธอมาถือแทนดาบตั้งนานแล้ว!" <<ส่วนไอ้บ้านี่สนใจแต่เรื่องต่อสู้อย่างเดียว

พลังโจมตีของอาร์คโซลตอนนี้มากกว่าชีริว พอเห็นท่าจะแย่ชีริวก็ตัดสินใจกระโดดเข้ามาให้อาร์คโซลถือในมือซ้ายทันที

  • Right Hand: Raise (พลังโจมตี 101)
  • Left Hand: Shiryu (พลังโจมตี 125)


..........-__- รีเซ่ทำหน้าแบบบายน

"ส...เสร็จกัน! แบบนี้เราก็โจมตีมันไม่ได้น่ะสิ!"

"หึหึ ฮ่าฮ่าฮ่า ถูกต้อง ในเมื่อข้ากลายเป็นดาบของเจ้าไปแล้วเจ้าก็ไม่สามารถทำอะไรข้าได้"

"เทคนิคการต่อสู้ของมันร้ายกาจสุดๆ!! สมแล้วที่เป็นสุดยอดผู้ยืนอยู่สูงสุดในบรรดาจอมโจรทั้งมวล!!"

แต่รีเซ่ไม่เห็นด้วยกับความคิดเช่นนั้น ด้วยมุมมองอย่างปราศจากอคติแล้วเธอเห็นว่าการต่อสู้นี้ปัญญาอ่อนบัดซบ


เมื่อคิดได้แบบนี้รีเซ่ก็แยกร่างหลุดออกจากมือมาตบกบาลอาร์คโซลสลบไป โพละ! ....แหงก....

แล้วรีเซ่ก็พุ่งเข้าไปหาชีริวต่อพร้อมปิดฉากด้วยท่าไม้ตาย "Catastrophe ย้าก!!!"

แต่ชีริวหลบได้แล้วใช้ความเร็วที่เหนือชั้นกว่าเข้าประชิด

"มันเร็วกว่าช้านได้ไงฟระ!!"

"แค่สกิล True Divine Speed อ่ะจ้ะ แหมๆใครจะไปเร็วสู้หนูได้ล่ะ หืม?"

แล้วชีริวก็งับหูรีเซ่จนอ่อนระทวยล้มพับไป "อ้า~~ ..... อูวววว.....~!"


"เฮ้ย อีกคนที่ไม่ได้เข้ามาสู้น่ะ เตรียมทำอะไรแผลงๆอยู่ใช่มะ?" หลังอาร์คโซลและรีเซ่ฟุบลงไปแล้ว ชีริวก็หันไปหาเรนนี่ที่กำลังร่ายเวทเปิดประตูมิติอยู่

ตอนนี้เหลืออีกเพียงสองนาที ถึงจะรู้ว่าชีริวกำลังจะเข้ามาโจมตีแต่เรนนี่ก็ไม่ยอมหยุดร่ายเวท


หลาวอันเขื่องพุ่งมาจากด้านหลัง แต่ชีริวเอี้ยวตัวหลบได้

"อย่ายุ่งกับเรนนี่! คู่ต่อสู้ของแกคือข้าต่างหาก!"

อาร์คโซลลุกยืนขึ้นมาอีกครั้ง

"หึ จะเข้ามาสู้อีกซักกี่ครั้งแกก็ไม่มีวันเอาชนะข้าได้อยู่ดี"

"ประทานโทษครับ หันขึ้นไปอ่านข้างบนมั่ง ตูยังไม่ได้สู้ซักยกเลยว้อยย! ไอ้คนแต่งมันให้ตูออกมาเล่นระบำลิงอย่างเดียวเลย -*-"

อาร์คโซลฮึดเตรียมตัวเอาจริง ส่วนเรนนี่นั้นโดนหลาวที่อาร์คโซลเขวี้ยงมาเมื่อครู่เสียบเข้า หัวทะลุเลือดพุ่งโจ๊กๆ แต่ก็ยังคงร่ายเวทไม่หยุด

"อุ๋ย โทษทีจ้า ไม่คิดว่าชีริวมันจะหลบ เดี๋ยวสู้เสร็จจะทายาแดงให้นะ"

"ไม่เป็นไรค่า ท่านอาร์คโซลสู้ให้เต็มที่เลยค่า ศรีทนได้ TvT"


--Shiryu 20:36, 21 มกราคม 2009 (ICT)


แล้วการต่อสู้ของชีริวกับอาร์คโซลก็เริ่มต้นขึ้น...

"ก่อนจะเริ่มน่ะขอเล่าอะไรสนุกๆให้ฟังหน่อยนะ ข้ามีสกิลหนึ่งที่ใช้สำหรับอ่านความทรงจำ..."

อาร์คโซลไม่ค่อยไว้ใจว่าหนนี้จะโดนหลอกอะไรอีก แต่เห็นว่าฟรีเลยยอมฟัง

"ที่เรนนี่ยอมติดตามอาร์คโซลมาตลอด และเชื่อในตัวหมอนี่หมดใจขนาดที่ยอมให้ใส่ความทรงจำเข้ามามันคงจะมีเหตุผลสินะ"

"................."

"ไม่ต้องเล่าก็ได้ จากการอ่านความทรงจำเมื่อครู่ข้าเห็นหมดแล้ว เมื่อ 5 ปีก่อน หมู่บ้านนินจาของเธอถูกเรเนอเกดทำลาย เพราะหมู่บ้านนั้นเป็นเป้าหมายการล่าของเรเนเกดในยุคนั้น แต่อาร์คโซลที่แวะมาพักที่หมู่บ้านตอนนั้นขอให้ไว้ชีวิตเธอ โดยเขาจะยอมเข้าร่วมเรเนอเกดและจะล่าค่าหัวให้ได้ 500 ล้านเบรี เพื่อซื้อหมู่บ้านคืน หลังจากหัวหน้าเรเนอเกดคนเก่าตาย อาร์คโซลที่เก่งกาจที่สุดก็ขึ้นเป็นหัวหน้าแทนตามกลไกของกลุ่ม เขาสามารถไถ่หมู่บ้านได้สำเร็จและเรนนี่ก็ยอมเข้าร่วมเรเนอเกดเพื่อติดตามเขาตั้งแต่นั้นมา..."

ชีริวสรุปชีวประวัติเรนนี่ให้ฟังภายในสามบรรทัด

"ก็ถูกแล้วไง เพราะงั้นแหละ ไม่ว่าจะยังไงชั้นก็จะสู้เพื่อท่านอาร์คโซล!"

"งั้นจะเสียมารยาทไหมถ้าจะขอบอกว่านั่นเป็นแค่ความทรงจำปลอมที่อาร์คโซลใส่เข้าไปในหัวเธอ"

"หือ?"

".......อย่าไปฟังมัน เรนนี่"

ชีริวเล่าต่อ

"ดูจากความทรงจำที่แท้จริงของเธอแล้วไม่มีเรื่องเหตุการณ์ที่ว่านั่นซักนิด"

"แล้วจะรู้ได้ไงว่าแกไม่โกหก!"

"คิดดูดีๆสิ อาร์คโซลใส่ความทรงจำที่เขาเป็นคนช่วยเธอเข้ามาตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน แล้วพาเธอออกเดินทางจากหมู่บ้านมา เพราะหมอนี่เห็นศักยภาพในการเป็นผู้อัญเชิญของเธอ แล้วมันก็เข้าแผนที่เจ้านี่จะใส่ความทรงจำของซึคาสะเข้ามาเพื่อให้เธอกลายเป็นซัมมอนเนอร์เต็มรูปแบบ" แล้วชีริวก็เล่าถึงความจริงที่ทำให้เรนนี่ตะลึง "สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆก็คือหมอนี่เป็นสมาชิกเรเนอเกดตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เมื่อมันค้นพบเธอที่มีพลังความสามารถในการอัญเชิญ มันก็ติดต่อให้เรเนอเกดมาทำลายหมู่บ้านของเธอซะ แล้วเอาเธอมาเป็นพวก"

"........................." เรนนี่พูดไม่ออก

"เพราะต้องใช้สกิลควบคุมเธอมาตลอดห้าปี ทำให้หมอนั่นไม่สามารถควบคุมความทรงจำของคนอื่นได้อีกแล้ว ไม่งั้นสกิลคุมความทรงจำก็ร้ายกาจเหมือนกันนะ"

เรนนี่หันไปหาอาร์คโซล "ท่านอาร์คโซล ....บอกซิว่ามันโกหก ถ้าท่านแค่พูดว่าท่านเคยช่วยข้าไว้จริงๆข้าก็จะเชื่อ"


อาร์คโซลรวบรวมความกล้าเพื่อยืนยันกับเรนนี่ว่าเขาเคยช่วยเธอไว้จริงๆ เขาพยายามยิ้มด้วยสีหน้าที่อ่อนโยนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อทำให้เธอเชื่อมั่นในความทรงจำที่มี




........


ภาพ:Arksmile.jpg


ภาพ:Onion052.gif ......เรนนี่ทรุดลงไปทันที เวทที่ร่ายไปขาดตอนสะบั้น ทั้งที่เหลืออีกแค่นิดเดียวก็จะเปิดประตูมิติสำเร็จแล้วแท้ๆ

"สิ้นหวังแล้ว! หมดหนทางเอาชนะมันได้แล้ว!!"

ชีริวโจมตีใส่อาร์คโซลด้วยความเร็วสูง จนอาวุธนับร้อยชิ้นของอาร์คโซลที่อยู่ในห้องแตกกระจุยไปในพริบตา แต่ก่อนจะได้โจมตีซ้ำรีเซ่ก็พุ่งเข้าใส่

ชีริวคว้าคอรีเซ่ไว้ได้ แต่เธอก็แยกร่างออกมาแล้วระเบิดร่างที่ชีริวจับอยู่ทิ้ง จากจังหวะชะงักชั่วพริบตารีเซ่ก็ก้าวเสตปตามตำแหน่ง Sephiroth ทั้ง 10 ในพระคัมภีร์ทันที


"Heaven Destroyer!!!"


รีเซ่ระเบิดท่าไม้ตายฉีกสวรรค์ที่ใช้ถล่มสองโซลเยอร์ยับเยินมาแล้วในสงครามเอาท์แลนด์ออกมาอีกหน อัดชีริวเข้าจังๆลอยขึ้นไปบนอากาศ "อ๊าก!!"

อาร์คโซลตามขึ้นไปเผด็จศึกด้วยท่า Lionheart กระบวนดาบไร้จุดสิ้นสุดไม่เปิดจังหวะให้ใช้สกิลตอบโต้


แล้วชีริวก็ตกสู่พื้นโลกเกิดหลุมอุกาบาตใหญ่เท่าสนามราชมังคลา (บรรจุเสื้อแดงได้หนึ่งแสนคน) แต่สักพักชีริวก็แร่ดออกมาจากหลุมได้ "หึหึหึ สกิลหน้าทนในตำนานก็อยู่ในคอลเลคชั่นสกิลของข้า (อ่า อย่าไปสนเลย) ว่าแต่อาวุธของแกถูกทำลายไปหมดแล้วไม่ใช่เรอะ?!"

อาร์คโซลชูดาบเล่มที่ใช้ฟาดกบาลชีริวเมื่อตะกี้ขึ้นมา "นี่คือคุซานางิโนะซุรุกิ (ดาบหมอกสวรรค์) สุดยอดดาบที่เหนือกว่าอาวุธใดๆทั้งหมดที่ข้ามีในครอบครองตลอดชีวิตการเป็นพ่อค้าอาวุธ และข้าก็ฝากไว้กับเรนนี่ เพราะข้าเชื่อมั่นว่าถึงจะเป็นคราวคับขันที่สุดเธอก็ยังอยู่ข้างกายข้า"


"โกหกอีกแล้วเหรอ?" เรนนี่เงยหน้าขึ้นถาม

"เออ โกหก คำพูดเน่าๆตะกี้ลืมๆไปซะ"

อาร์คโซลกับรีเซ่เข้าไปลุยกับชีริวอีกหน การต่อสู้ต่อเนื่องยาวนานเหมือนไม่มีฝั่งไหนจะเพลี่ยงพล้ำไปง่ายๆ


แล้วพระอาทิตย์ก็หายไป

"สู้จนค่ำเลยเรอะเนี่ย ข้าต้องรีบกลับบ้านไปดูสะเก็ดข่าวนะ รีบๆแพ้ไปซะที"

"ใช่ซะที่ไหนเล่า พระอาทิตย์โดนไอ้ตัวประหลาดยักษ์นั่นมายืนบังตะหาก" อาร์คโซลชี้ให้ชีริวดูเงาตะคุ่มๆขนาดใหญ่เท่าตึกเอ็มไพร์สเตทซ้อนกันสามตึก

"อ้อ แค่นั้นเองเรอะ งั้นก็ดีไป ........ไม่ใช่แล้วว้อย!!! นั่นมันอะไรฟร้า!!!"


สัตว์อสูรขนาดมหึมาที่สุดเท่าที่ชีริวเคยเห็นตั้งแต่เกิดมาบนโลกนี้เป็นเวลา 18 ปีปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของปราสาทจักราศี มันคือโซดิแอค! ในที่สุดประตูมิติก็ถูกเปิดออก เรนนี่อัญเชิญสุดยอดของสัตว์อสูรผู้อยู่เหนือสัตว์อสูรทั้งมวลเท่าที่เหลืออยู่ในมิตินี้ออกมาได้สำเร็จ

การ์เดี้ยนโซดิแอคชูคอขึ้นไปถึงอวกาศ แขนจำนวนมหาศาลของมันโบกไหวตัดท้องฟ้าจนเกิดโซนิคจำนวนมาก มันร้องออกมายาวๆด้วยเสียงแหบต่ำจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนจะกลืนพระจันทร์ลงไปเป็นพลังงาน

"อะไรว้า!! นี่เพิ่งไม่ถึงนาทีเลยนะ! ทำไมเปิดประตูมิติได้แล้วล่ะ!!!"


เรนนี่ก้าวออกมาจากฝุ่นควันที่ฟุ้งตลบเนื่องจากพายุรุนแรงที่เกิดจากความแปรปรวนอากาศเหนือหลุมมิติ

"ไม่สำคัญแล้วว่าอะไรคือความจริง สิ่งที่มีค่าที่สุดของชั้นคือความทรงจำที่อบอุ่นอันนั้น ชั้นตัดสินใจแล้วว่าจะสู้เพื่อท่านอาร์คโซลตลอดไป"

"โดนเขาหลอกยังจะทำพูดดีอีก ยัยโง่เอ๊ย! ปิดประตูมิติไปซะ!!" ด้วยพลังที่เหลือน้อยเต็มทน ชีริวรู้ดีว่าไม่มีทางรอดจากการโจมตีของอสูรระดับโซดิแอคได้แน่นอน

"โง่ก็โง่สิ ถ้าความฝันมันทำให้มีความสุขฉันก็ขอเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับความฝัน"


ปราสาทจักราศีเป็นที่ๆโซดิแอคหลับใหลมาหลายร้อยปี ด้วยเหตุนี้จึงตั้งชื่อปราสาทแห่งนี้ตามชื่อของมัน อาร์คโซลซื้อปราสาทแห่งนี้ด้วยเงินจำนวนมหาศาลเกือบพันล้านพ็อชเพื่อครอบครองสุดยอดอสูรของโลก และวันนี้ในที่สุดทั้งอสูรโซดิแอคและนักอัญเชิญเรนนี่ที่เขาครอบครองมาเป็นเวลานานก็ได้แสดงพลังออกมา

"ที่จริงฉันก็หลอกใช้เธอจริงๆนั่นแหละเรนนี่"

"รู้แล้วหละน่า"

"...แต่ที่บอกว่าเธอเป็นคนเดียวที่จะอยู่เคียงข้างฉันจนถึงที่สุดน่ะ ฉันเชื่อแบบนั้นจริงๆนะ"

"อย่ามัวมาพูดเรื่องไร้สาระอยู่เลย รีบๆเข้าหลุมมิติมาซะ ไอ้หัวหน้าบ้า โซดิแอคจะเริ่มยิงแล้วนะ" เรนนี่ถีบอาร์คโซลลงหลุมมิติ แล้วเธอและรีเซ่ก็กระโดดตามลงมา ทั้งสามหลบหนีออกจากพื้นที่ไปอย่างปลอดภัย


โซดิแอคส่งเสียงครวญครางออกมายาวต่อเนื่อง เสียงเริ่มเปลี่ยนโทนสูงขึ้นเรื่อยๆ

ฮูมมมม..... ฮู..........


ฮืออออออ......................


กรอออออ............................ กรออออออออออออออ......



หวี่.. วี... วี....




วรี้.........................






วรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!


ชีริวรู้ดีว่าฉวยโอกาสอัดมันยังไงก็เอาโคตรอสูรตัวนี้ไม่ลงแน่นอน เลยยืนดูเอฟเฟคอลังการของมนต์อสูรให้ชื่นใจก่อนตาย โซดิแอคยิงฝนพลาสม่านับล้านลูกลงมาจากอวกาศ ถล่มพื้นที่ตะวันออกของฮาร์โมเนียจนพังยับเยินกลายเป็นมหาสมุทร แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่ามันจะหยุดยิง พลาสม่าจำนวนมหาศาลถล่มลงมาไม่สิ้นสุดจนแกนโลกเริ่มเอียงไปข้างหนึ่ง เกิดซึนามิไปถึงชายฝั่งอาเมส เมฆหมอกฝนฟ้าพายุพัดอย่างรุนแรงไปทั่วทั้งโลก กรุงเทพตอนเช้ามีอุณหภูมิ 16 องศา

อัลกอร์ออกมาประกาศว่าภัยธรรมชาติครั้งนี้เกิดจากการเผาไหม้ภาคอุตสาหกรรมเพื่อโจมตีรัฐบาลทุนนิยมทันที "เห็นมั้ย! นี่แหละภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์! ผมจะนำเรื่องนี้ไปผนวกใน The Unconventional Truth เพื่อใช้หาเสียงต่อไป!!" ตู้ม!! อัลกอร์โดนพลาสม่าตกใส่กบาลแบนแต๊ดแต๋จมลงสู่ใจกลางโลกไป


ชีริวยืนอยู่บนเศษแผ่นดินที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของฮาร์โมเนียมาก่อน บัดนี้มันลอยอยู่กลางมหาสมุทรเวิ้งว้าง โซดิแอคเองก็แปลกใจที่กระสุนจำนวนมหาศาลหลายร้อยล้านลูกไม่โดนชีริวแม้แต่นัดเดียว

"ไม่อยากใช้ท่านี้เลยจริงๆ แต่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วละนะ"

อีกาวิญญาณบินลงมาเกาะข้อมือชีริว แล้วเขาก็ระเบิดวิญญาณตัวเองออกมาเป็นสะเก็ดแสง อีกาสูบสะเก็ดแสงนั้นเข้าไป แล้วพ่นออกมาเป็นห้วงแสงมหึมายิ่งกว่าลูกที่ใช้ถล่มพระเจ้าสีดำ


"ท่านี้จะเอาพลังวิญญาณคูณกับค่าความหล่อออกมาเป็นพลังโจมตี แต่นี่มันอะไรกัน! ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าค่าความหล่อของข้าเป็นอนันต์! ดังนั้นความรุนแรงของการโจมตีครั้งนี้จึงไร้ขอบเขต!!"

แล้วพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดในจักรวาฬก็ถล่มโซดิแอคดับสูญไปพร้อมกับชีริว หลงเหลือไว้เพียงตำนานความหล่อเหลาอันดับหนึ่งในปฐพีของชีริว ผู้อยู่บนจุดเหนือสุดของความหล่อทั้งมวล

เสียงปืนใหญ่ลำแสงถล่มดังไปถึงราซริล แต่ที่ดังกว่านั้นคือเสียงคนอ่านฟิคที่กำลังพากันโห่ไล่ไอ้คนแต่ง


หลังเจ้านายตายไปแล้วอีกาวิญญาณก็เป็นอิสระ มันจึงบินกลับนรกอเวจีไป และแล้วการต่อสู้ก็จบลงไปอีกคู่หนึ่ง...


--Shiryu 23:44, 1 กุมภาพันธ์ 2009 (ICT)


ใต้ซากเกรทไชรน์ที่แหลกยับเยินซ้ำสองจากผลของการต่อสู้ที่รุนแรงของอุซโซและอัลคาเชล อุซโซลากสังขารบอบช้ำมาสมทบพวกซุยโคแอสไลฟ์และอายะ

ทุกหนแห่งที่เขาผ่านไปล้วนเต็มไปด้วยความตาย ทั้งที่มันอยู่รอบตัวมาตลอด แต่อุซโซเพิ่งรู้สึกได้จากเนตรสวรรค์ที่เพิ่งได้มา

ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ท้องฟ้า ผืนดิน ผืนน้ำ แสงอาทิตย์ ทุกอย่างเต็มไปด้วยจุดดับราวกับจะสามารถถูกทำลายทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ พอรู้แบบนี้อุซโซก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัว โลกที่เขาเคยคิดว่าอบอุ่นแท้จริงแล้วกลับเป็นโลกที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ

"โลกนี้มันช่างเปราะบางเสียจริง......."


"อุซโซโว้ย! เข้ามาอยู่กับเมดิอุสนี่! ต่อไปข้ากับอายะจะรับหน้าที่กองหน้าเอง"

ซุยโคแอสไลฟ์วิ่งมาหาเพื่อแท็กเปลี่ยนตัวกับอุซโซที่ใกล้ตาย พออุซโซสังเกตดีๆก็มองเห็นเชือกจากตัวเองโยงไปยังซุยโคแอสไลฟ์ชัดเจน

"เส้นอะไรงอกจากข้อมือเนี่ย ...ไม่รู้สึกตัวเลยเหรอ?"

"หะ?!"

อายะเดินเข้ามาถาม "มองเห็นคอนเน็คชั่นด้วยเหรออุซโซ?"

"อ้อ ไอ้เนี่ยเองเหรอที่แกเรียกว่าคอนเน็คชั่น"

"เฮ้ยๆๆ อย่าบอกนะว่าแกมองเห็นจริงๆน่ะ"

"เห็นสิ แกมีสามเส้น ฉันเก้าเส้น อายะซังมีสิบ...สามสิบ...ห้าสิบ... เยอะว่ะ ตัดๆทิ้งมั่งนะ"

"บาดโซ้บบบ จุดขายเดียวของช้าน~! แกจะเก่งเกินไปแล้วนะอุซโซ หากปล่อยไว้จะเป็นเสี้ยนหนามแก่การครองโลกของข้า ถ้างั้นก็จงตายด้วยหนึ่งกระบี่แปรสามแจ้งเสียเถอะ!"

ซุยโคแอสไลฟ์โดนอายะตบกบาลลงไปนอนทันที "อย่าเพิ่งวางใจนะ คู่ต่อสู้ที่เรารออยู่จริงๆยังมาไม่ถึง"


"หรืออาจจะอยู่ที่นี่ตรงนี้แล้วก็ได้"

บิ๊กคลานปุเลงๆมาสมทบอีกคน เนื่องจากศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นจะต้องมีคนตายมากมายเพื่อโชว์ความเทพของศัตรูเราจึงให้เขากลับมาอีกหนเพื่อตาย //ไอ้คนแต่งโดนกระทืบ

"สกิลของโมกุริน่ะ ....คือไอ้นั่นใช่ไหมล่ะเจ๊อายะ?" บิ๊กถามอายะที่ในที่สุดก็รู้ความสามารถของโมกุริจากข้อมูลที่พิงกี้พลอยส่งมาให้หลังถูกเล่นงาน

อายะพยักหน้าแล้วก็ตั้งโต๊ะบรรยาย (รู้สึกเจ๊จะชอบเล่าเรื่องเนอะ)


"เรารู้กันแล้วว่าโมกุริมี Golden Passport ที่อนุญาตการเดินทางผ่านยังทุกห้วงมิติ แต่ที่น่ากลัวจริงๆคืออีกสกิลหนึ่ง... Close the World สกิลที่ใช้ปฏิเสธความมีตัวตนของตนเองจากระบบทั้งหมดของ wire world"

คนอื่นๆฟังแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ อายะเลยอธิบายเพิ่มเติม

"โมกุริสามารถตัดผลของการกระทำทุกอย่างที่เกิดขึ้นในจักรวาลทิ้งได้อย่างอิสระ ไม่มีการกระทำไหนจะส่งผลเข้าถึงตัวโมกุริได้ แต่ในขณะเดียวกันโมกุริกลับสามารถทิ้งผลของการกระทำของตนเองให้หลงเหลืออยู่ในระบบได้"


พวกบิ๊กเหมือนจะเข้าใจขึ้นมานิดๆว่าสกิลมันโกง แต่ก็ยังไม่เก็ตเท่าไหร่ ส่วนอุซโซเข้าใจว่าอายะพูดเป็นภาษาตากาล็อกจึงฟังไม่รู้เรื่อง ซุยโคแอสไลฟ์เลยแปลให้ฟัง

"สรุปคือพวกแกโจมตีโมะไม่ได้ แต่อีนั่นอัดพวกแกได้น่ะ เข้าใจบ่?"


"โอ้วววววว ความสามารถโกงฉิบหายวายป่วงที่สุดในจักรวาฬ!!!" อุซโซโวย (มีศึกไหนที่มันไม่โวยวายด้วยเหรอ?)

"แบบนี้เลเวล 1 ก็ถีบเลเวล 99 ตายได้! สิ้นหวังแล้ว! สิ้นหวังกับสกิลสิ้นคิดแล้ว!" บิ๊กโอดครวญ ตัวเองอุตส่าห์เสียเวลาไปฝึกเพิ่มเลเวลมาตั้งเยอะ เสียเวลามากจนไม่มีเวลาอัพรูปงานมีทลงบอร์ดซะที ตั้งแต่มีทปีใหม่ 2008 ยันมีทปีใหม่ 2009 ดองรูปไว้ในกล้อง 80 GB ต้องเอา external harddisk มาต่อกับกล้องถือเดินไปมา

"มิ มิ้วๆ มะหมุงมุมู้วๆหม่าวปู้~ =w=p" ซึคาสะมิ้วๆ ให้ล่ามแปลได้ความว่าหมาพันธุ์ดีต้องไซบีเรียนฮัสกี้ รสชาติอร่อย เนื้อมีโปรตีนสูง (มิ้วอะไรฟะ?)

"..........." อายะงอน ทีตัวเองอธิบายตั้งนานไม่มีคนเข้าใจ ว่าแล้วเธอก็หนีขึ้นภูเขาไปฝึกวิชาศัพท์เปรต เอาไว้สื่อสารกับพวกนู้บ

"อย่าเพิ่งสิ้นหวังน่อทุกท่าน! ข้าประดิษฐ์อ๊ะไจ่ตาคุปต้า(แปลเป็นไทยว่าคอปเตอร์ไม้ไผ่)ได้สำเร็จแล้ว! เมื่อโมกุริมาเราจะบินหนีไปอังกฤษกัน!" ส่วนเมดิอุส....อยู่กับไอ้พวกนี้นานเกินไป


"ใจเย็นก่อนสิ! ต่อให้รู้ความสามารถของโมกุริเราก็ยังยืนอยู่ตรงนี้เพื่อสู้พร้อมกับทุกๆคน นั่นแสดงให้เห็นว่าเรารู้ว่ามีทางรับมือโมกุริได้" อายะพยายามปลุกใจให้ทุกคนลุกขึ้นซู่ววววส์ เหลืออีกแค่ศึกเดียวแล้ว ถ้ายังไม่คิดสู้ก็ไม่รู้จะว่าไง

แต่ความเชื่อมั่นของคนอื่นก็ยังไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ตั้งแต่แพ้สงครามหนก่อนเครดิตแอดมินของอายะก็ไม่ค่อยจะเหลือ ซุยโคแอสไลฟ์เลยต้องช่วยปลุกใจอีกแรง...

"ถ้าใครไม่ยอมสู้ข้าจะเอากางเกงในของมันไปประมูลบนเน็ต หึหึหึ"

"เอ้า เรามาฟังแผนของอายะซังกันเถอะ"

พอได้ยินซุยโคแอสไลฟ์ขู่ทุกคนก็เปลี่ยนท่าทีทันใด


"-*- ในภาวะปกติหรือสภาวะปิดที่ลบความคงอยู่ของตัวเองออกไปโมกุริจะไร้เทียมทาน ไม่มีจุดดับ ไม่มีคอนเนคชั่น ไม่มีทางรับรู้ได้ด้วยซ้ำว่าโมกุริอยู่ตำแหน่งไหนในจักรวาลล้านมิตินี้ แต่เมื่อเข้าสู่สภาวะเปิด เพื่อส่งผลของการกระทำออกมา กายหยาบของโมกุริจะปรากฎขึ้นมาบนโลกนี้"
"แปลได้ว่าเราไม่มีปัญญาอัดเจ๊โมะเข้า แต่ตอนลงมือโมะจะต้องโผล่มาเป็นจ้ำๆให้สูเบิ่ง"

อายะเล่าแผนการณ์ขณะที่มีซุยโคแอสไลฟ์ช่วยแปลเป็นภาษาไหหลำอยู่ข้างๆ

"แม้ในสภาพเปิดการกระทำของพวกเราจะส่งผลไปไม่ถึงโมกุริอยู่ดี แต่อย่างน้อยเราก็จับสัญญาณของโมกุริและหาทางรับมือป้องกันการโจมตีของยัยนั่นได้"
"เถิงเปิ้นจะยะโมะบ่เจ๊บจะอี้ โมะสิแจ้งฮุมหุฮุมหู่ คิงเขาก่ฮู้หื้อผ่อหื้อล่น" โพล๊ะ! ล่ามโดนอายะเอาไม้ตีหอมฟาดนอนตาเหลือก โทษฐานที่ไม่ช่วยให้เกิดความกระจ่างขึ้นแต่อย่างใด

"จังหวะนั้นเราเชื่อว่าเนตรแห่งมิคสัญญีของอุซโซหรือไม่ก็การทำลายคอนเน็คชั่นของซุยโคแอสไลฟ์สามารถกำจัดโมกุริได้ ยังไงก็ต้องขอเดิมพันกับพวกเธอคนใดคนหนึ่งหละ!"

"แล้วถ้าไม่ได้ผลล่ะฮะ?"

"เราจะยื้อ 20 นาทีที่เหลือ รอให้จุดจบแห่งห้วงมิติลำดับที่4ตื่นขึ้นมารีเซ็ตโลกนี้กลับไป"

"เข้าใจแล้วฮะอายะซัง (เข้าใจก็ได้วะ) ถ้าไม่โดนฆ่าตายซะก่อนก็มีโอกาสเอาชนะได้สินะ"

"เชื่อเราเถอะ ศึกนี้ไม่มีใครตายหรอก"

อายะมอบความเชื่อมั่นให้ทุกคนอีกครั้ง ทันใดนั้นก็ยิงลูกพลังเข้าใส่ด้านหลังของเมดิอุสทันที

"!!!"

โมกุริลอยออกมาจากสะเก็ดพลังที่เหลืออยู่แบบไม่สะทกสะท้านอะไร โดยมีแบล็คเรนเดินคู่มาด้วย


"มาแล้วสินะ โมกุริ เรามาทำให้มันจบซะทีเถอะ!"

".................อีกยี่สิบนาที ขอบคุณมากนะอัลคาเชล ถ้าไม่ได้เธอป่านนี้พวกเราอาจแพ้ไปแล้วก็ได้ หลับให้สบายเถอะนะ"

ตอนนี้หัวหน้าของพวกเด็กนรกมาอยู่ตรงหน้าพวกซุยโคยูนิเวิร์สแล้ว และศึกสุดท้ายก็เริ่มต้นขึ้น


--Shiryu 09:20, 4 กุมภาพันธ์ 2009 (ICT)


"พวกเรา กระจายตัวออก!" อายะสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันออกไป จะมีช่วงหนึ่งโมกุริจะหลุดออกไปจากระบบ แล้วกลับเข้ามาโจมตีใส่ทำให้เป้าหมายไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกฆ่าไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยความสามารถนี้การสังหารเรเนอเกดร้อยคนที่กราสแลนด์จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร


ขณะแยกตัวออกจากกันชั่วขณะ อุซโซก็ถูกอัดเข้าทะลุจากด้านหลัง "อ๊าก!!"

"!!!"

แบล็คเรนที่มาพร้อมกับโมกุริเริ่มจู่โจมชาวซุยโคยูนิเวิร์สรายคน เธอรู้ว่าความสามารถของอุซโซและซุยโคแอสไลฟ์มีโอกาสพลิกสถานการณ์มากที่สุดจึงเริ่มเล่นงานจากสองคนนี้ก่อน หลังเล่นงานอุซโซนอนจมกองเลือดไปแล้วแบล็คเรนก็พุ่งเข้าหาซุยโคแอสไลฟ์ แต่เขาเอาหนึ่งกระบี่ตั้งท่ารับ แบล็คเรนสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลก็กระโจนหลบออกมา

"อย่าแยกกัน! ไม่งั้นเราจะโดนไล่เก็บทีละคน! แบล็คเรนอัดกลุ่มใหญ่ไม่ได้แต่ถ้าแยกกันแบบนี้ เธอใช้ความเร็วมหาศาลไล่เชือดทีละคนๆสบายเลย!" อายะเปลี่ยนแผนอีกที พวกซุยโคแอสไลฟ์กลับมารวมกันเป็นกลุ่มก้อน ตั้งค่ายกระบี่เจ็ดดาวคอยป้องกันการโจมตีจากแบล็คเรน แต่โมกุริก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า


"เสร็จกัน! โมกุริจะจู่โจมแล้ว!!"

อายะใช้ผมมัดทุกคนแล้วหอบหนีออกจากพื้นที่ไปไกลนับสิบกม.ในชั่วพริบตาก่อนสร้างห้องเหล็กขึ้นมาครอบโมกุริไว้


"อัลติม่า!!"

อายะระเบิดห้องทิ้ง พื้นที่ด้านล่างเป็นจุลไปด้วยพลังเวทที่รุนแรง แต่ทุกคนก็ยังไม่วางใจ

"อย่าเพิ่งหยุดยิง! โจมตีมันซ้ำไปเรื่อยๆ"

"แฟลร์!!"

"ไรดีน!"

"เบต้าดีน!" (มีคนแอบเล่นมุกแป้ก)

"บลัสเตอร์!"

"ปืนใหญ่อัดอากาศน่อ!"

แบล็คเรนหลบออกไปอยู่ห่างระยะการโจมตี กระสุนจำนวนมากมายมหาศาลถล่มใส่โมกุริไม่ยั้ง แต่เธอก็เดินออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"เสียใจด้วยนะ น่าจะเข้าใจกันแล้วนี่ว่าไม่มีการโจมตีไหนในโลกทำอะไรฉันได้"

การโจมตีทั้งหมดผ่านร่างของโมกุริเหมือนตัดผ่านความว่างเปล่า ตราบใดที่ยังมี close the world อยู่ ไม่ว่าการโจมตีแบบไหนก็ส่งผลไปไม่ถึงโมกุริเด็ดขาด


"อะไรของมันว้า!!! แบบนี้เราจะมีโอกาสชนะมันจริงๆเหรอเนี่ย?!"

"ซุยโคแอสไลฟ์ จังหวะเมื่อกี้มองเห็นคอนเน็คชั่นของโมกุริหรือเปล่า?"

"ไม่เห็นสักนิด"

อายะหันไปถามอุซโซเผื่อจะมองจุดดับของโมกุริออก แต่อุซโซก็ส่ายหน้า "โมกุริไม่ใช่สิ่งที่อยู่ใน wire world ถ้าความสามารถของเธอตัดความเป็นตัวตนออกไปจากระบบจนไม่เหลือต่อให้เนตรสวรรค์ก็มองจุดดับไม่เห็นหรอก เหมือนกับที่พวกเราไม่สามารถอัดคนที่ไม่ได้เข้ามาเล่นเกมได้นั่นแหละ"

"..........."

"อีกแค่ 15 นาที ทนเอาหน่อยนะทุกคน อย่าห่วงเลย ...เราไม่ยอมให้มีใครตายหรอก!"

อายะพยายามให้กำลังใจเพื่อนๆ ทั้งที่ไม่มีใครคิดออกว่าจะรับมือโมกุริได้ยังไง ไม่มั่นใจว่าจะยืนอยู่ได้ถึง 15 นาทีด้วยซ้ำ


ระหว่างที่ลังเลกันอยู่ชั่วขณะแบล็คเรนก็กระโจนเข้าหาซึคาสะทันที เมดิอุสรีบพุ่งมาป้องกันไว้ได้เฉียดฉิว "หึๆๆ จะเล่นงานซือจังก็ข้ามศพฉันไปก่อนน่อ"

"มิ้ว =w="

"อย่าห่วงเลยซึคาสะ! เธอไม่เป็นไรแน่เพราะฉันประดิษฐ์อุปกรณ์สำหรับคอยปกป้องเธอไว้แล้ว นี่คือมนุษย์ดัดแปลงหมายเลข 21!!" เมดิอุสหยิบมนุษย์ดัดแปลงออกจากกระเป๋าหน้าท้อง เป็นมนุษย์ดัดแปลงที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายโดเรียอย่างประหลาด ทั้งหน้าตาคล้ายโดเรีย ส่วนสูงคล้ายโดเรีย น้ำเสียงคล้ายโดเรีย นิสัยคล้ายโดเรีย หัวนมคล้ายโดเรีย

"หมุๆ (แปล) ...นี่มันโดเรียไม่ใช่เหรอมิ? =w="

"อ้าว รู้จักด้วยเหรอ พอดีเก็บเศษได้จากสนามรบครั้งสงครามเอาท์แลนด์ตอนนู้นน่ะ แต่ฉันอัพเกรดประสิทธิภาพของมันขึ้นไปอีกสามสิบสองเท่ากลายเป็นโดเรียZ!! รับรองว่าไม่ได้พูดได้แต่ "ซือจัง T-T" อีกต่อไปแล้ว!"



แล้วโดเรียZ ก็ร้องออกมา "จิจัง T-T"

"หมิ! OwO!"


"จิจัง T-T .....ลาซี่~"


ซึคาสะเอาไม้กอล์ฟฟาดโดเรีย Z กระเด็นออกนอกอวกาศไป

Personal tools