The Outlanders ep3

จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี

Revision as of 00:41, 24 มีนาคม 2008; view current revision
←Older revision | Newer revision→
Jump to: navigation, search

ความเดิมตอนที่แล้ว


--Shiryu 20:23, 7 มีนาคม 2008 (ICT)

"ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะต้องมาสู้กับแกนะเนี่ย" ในห้องแรกที่เป็นการต่อสู้ระหว่างบิ๊กและอุซโซบรรยากาศกำลังมาคุ "แต่ก็ดีจะได้ไม่ต้องคาใจว่าใครเหนือกว่าใคร" บิ๊กกล่าวอย่างหนักแน่นทั้งที่มาม่าที่กินอยู่เมื่อวานยังติดอยู่ที่แก้ม

"ท.....ทำไมเราไม่เคยเห็นเจ้านี่เป็นคู่แข่งเลยสักนิด!!?" ถ้าได้ยินเสียงในใจของอุซโซบิ๊กคงช็อคตาย

"รีบๆสู้แล้วแพ้ๆไปซะ กินโควตาวิกิมาตั้งสองตอนแล้วนะ" ลูเน่กรรมการห้องแรกทุบพื้นให้ทั้งสองคนเด้งไปมาแบบซูโม่กระดาษไอ้ที่บ่นเก๊กๆมาตั้งแต่แรกหมดความหมายไปทันใด

แต่แล้วเสียงเชียร์ก็ดังขึ้น

"อุซโซสู้ๆ ><"

"กรี๊ด อุซโซรูปหล่อ~!"

"อุซโซสุดที่รัก อย่าแพ้นะคะ!!"

.....ซึ่งทั้งหมดนี้อุซโซพูดเอง

"นี่ตูต้องสู้กับไอ้บ้านี่จริงๆเหรอเนี่ย -____-" บิ๊กเริ่มจิตตก เอาวะ สู้ให้มันจบๆ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าขับรถไปสระบุรีอีก บิ๊กลงมือฟาดคลื่นพลังใส่แล้วกระโดดขึ้นกลางอากาศฟาดคลื่นพลังอีกลูกตามมาติดๆ อุซโซลองเอามือปัดดู แต่ยังคุมออร่าได้ไม่เด็ดขาดพอที่จะปัดคลื่นพลังจากดาบได้ ทำให้มือขวาเหลือแค่สามนิ้ว

"อย่าแต่งให้มันหวาดเสียวมากครับ เด็กๆอ่านเยอะครับ" ....งั้นเอาเป็นว่าข้างบนเราล้อเล่น อุซโซเพียงแค่โดนคลื่นพลังเสียบเข้ากบาลแยกสองส่วนเท่านั้นเอง โชคดีที่สมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือน เพราะเล็ก เล็งยาก อุซโซเอาเทปปิดท่อมาปะหัวตัวเองแล้วสู้ต่อ "กาเมกาเมฮ่า!!" แต่บิ๊กลอยขึ้นไปบนเพดานเรียบร้อยตั้งแต่อุซโซยังชาร์จไม่เสร็จ

"ท่าพรวนดินปลูกมันฝรั่ง!!!" เนื่องจากคนเขียนจำชื่อท่าไม่ได้แล้ว (เยอะเกิน) เลยให้พูดชื่ออรรถประโยชน์แทน บิ๊กฟาดคลื่นพลังมากมายมหาศาลลงมายังพื้นดิน ลูเน่เอี้ยวตัวหลบไปมาสบายๆ (เกิดเป็นกรรมการคุมสอบช่างลำเค็ญ) ส่วนอุซโซโดนเข้าไปหลายดอก "อูย....." แล้วบิ๊กก็วิ่งมามาประดาบกับอุซโซที่ห่อออร่าไว้ที่มือใช้แทนอาวุธตบตีกันพัลวัน

"ถ้าแกเป็น GM จะทำไงต่อ?"

อุซโซไม่ได้นึกคำตอบไว้ ทีแรกก็แค่เข้ามาหาอะไรสนุกๆเล่นกับเพื่อนๆ แต่เหตุการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นทุกขณะ "คงสร้างโลกนี้ให้เป็นโลกที่ทุกคนมีความสุข" แต่ดันสวมวิญญาณนางงามตอบ เลยโดนบิ๊กถีบกลิ้งก่อนลุกขึ้นมาฟาดฟันกันต่อ "สำหรับข้ามันจะเป็นโลกแบบไหนก็ได้ที่ผู้เล่นไม่ต้องมาเข่นฆ่ากันตายเกลื่อนสนามรบแบบที่โลกนี้เป็นอยู่ เกมส์ออนไลน์เราต่างเข้ามาเพื่อจะได้ร่วมต่อสู้กับเพื่อนๆ แต่โลกนี้มันไม่ใช่! ทั้งที่เป็นโลกที่ข้าฝากความหวังไว้มากที่สุดถึงขนาดซื้อแผ่นแท้ทุกภาคแท้ๆ" บิ๊กพูดในฐานะผู้สนับสนุนแผ่นแท้ แต่ดันไรท์แผ่นแจกชาวบ้าน

"งั้นแกก็ช่วยเป็น GM ไปแล้วกัน สำหรับข้าถ้าเป็นโลกที่คนที่มีความต้องการที่จะทำให้ทุกคนสนุกสร้างขึ้นมาข้าก็เอออเล่นไปกับเขาทั้งนั้นแหละ" หลังฟังคำตอบบิ๊กก็เตะอุซโซกระเด็นไปอีกรอบ (ถ้านับคะแนนมันแพ้ไปนานแล้ว) "บัดซบที่สุด! ทำไมพวก attitude โหลยโท่ยอย่างแกมันถึงได้เก่งนักฟะ!!"

บิ๊กมองอุซโซด้วยแววตานางอิจฉา "ตั้งแต่คลื่นพลังดอกแรก แค่ห่อออร่าที่มือ 100% ไว้ที่มือก็ปัดกลับมาได้ง่ายๆแล้วไม่ใช่เรอะ?"

พอเห็นว่าบิ๊กรู้ไต๋ อุซโซก็พยักหน้ายอมรับ

"ตอนที่ตูฟาดคลื่นพลังมากมายมหาศาลลงไป แค่ยิงซูเปอร์พลังคลื่นเต่าแหวกฝ่าขึ้นมานอกจากจะทำลายคลื่นพลังที่จะพุ่งลงไปตรงที่แกอยู่แล้วยังโจมตีกลับได้อีก"

อุซโซพยักหน้ายอมรับ

"ที่สำคัญที่สุด แกมองเห็นจุดแห่งความตายของฉันชัดเจน น่าจะเอาชนะได้ตั้งแต่ทันทีที่เริ่มการต่อสู้แล้วไม่ใช่เรอะ?"

อุซโซพยักหน้ายอมรับ บิ๊กเซ็งสนิทจนต้องเดินเอาหัวไปโขกกำแพง

"หมดหวังที่สุด! ข้าทำอะไรไม่ได้แล้ว พลังมีอยู่แค่นี้ต่อให้เป็น GM ก็ไม่มีปัญญาทำอะไรได้..... แกได้ยินที่ฉันพูดมาทั้งหมดแล้ว ต่อจากนี้ขอฝากไว้กับแกเลยแล้วกัน" แล้วบิ๊กก็หันไปหาลูเน่ "ผมยอมแพ้"

ลูเน่ยกมือประกาศปิดฉากการต่อสู้รอบสุดท้ายห้องแรก "คู่แรก อุซโซเป็นฝ่ายชนะ!"


ทางด้านห้องสองการต่อสู้ระหว่างแบล็คฟินิกซ์และประมุข.... "อ๋อ ห้องนี้แบล็คฟินิกซ์ชนะครับ ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกครับ ข้ามไปเลยครับ จืดจาง~" สงสัยกรรมการตัวนี้จะกลับชาติมาเกิดเป็นซาซาไรนะเนี่ย


ทางด้านห้องสาม การต่อสู้ของรูริและซึคาสะกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น แม้รูริจะฝีมือเหนือกว่ามหาศาลบานตะไท แต่อาการบาดเจ็บจากการต่อสู้กับอุซโซก็ยังไม่หายดีเท่าไหร่ เลยต้องเซฟพลังนิดๆ ด้านนอกห้องมีเพื่อนที่สอบคู่อื่นเสร็จแล้วมาออกันอยู่เต็ม

"เหลืออีกแค่คู่เดียว ซือจังสู้ๆ Q>w<" อุซโซเต้นสการ์เล็ตมูนแดนซ์เชียร์ ทั้งที่หุ่นไม่ให้ (อ้วนไม่พอ) บิ๊กเห็นเข้าต้องเดินไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยฮาโดเค็นเก้าวัด

"ซือจังสู้ตาย - -//" รีเซ่ที่รออยู่ข้างนอกก็ช่วยเต้นอีกคน

"ซือจังไว้ลาย" บิ๊กก็เชียร์เพื่อนตัวเอง แต่ใจจริงแอบแทงข้างรูริไว้

"สู้ตายสู้ๆ = =~" แบล็คฟินิกซ์ เดินออกมาไม่รู้พวกนี้มันทำอะไรก็เต้นตามน้ำไปกะเค้า

แล้วแรงเชียร์จากเพื่อนทั้งหมดก็ส่งมาถึง.......แต่ซึคาสะทำบุญมาไม่พอ ไม่สามารถรับส่วนบุญที่เพื่อนๆส่งมาได้ "กรี๊ด หนูเป็นเปรตเหรอคะ =w=" ว่าแล้วก็โดนรูริละเลงเพลงเลือดอัดไม่ยั้ง ซึคาสะเปิดประตูมิติไปยังหมู่บ้านดั๊ค จับยาโนทัยมาย่างกินอย่างเอร็ดอร่อย "ก๊าบบบ เป็ดเป็นสัตว์มีศักดิ์ศรีนะก๊าบบบบ" น่าเสียดายที่ยาโนทัยพิมพ์ไม่รู้เรื่องจึงห้ามซือจังไม่ทัน แล้วเป็ดทั้งตัวก็ลงกระเพาะไปในคำเดียว ซือจังฟื้นพลัง HP เต็ม (วิธีฟื้นพลังบัดซบ)

"ถึงจะเก่งยังไงคราวนี้เราไม่มีวันแพ้แน่รูริซัง จากการวางแผนอย่างหนักคืนวันก่อนทำให้เราค้นพบประตูมิติที่จะช่วยเพิ่มพลังให้เราได้มากมาย~"

รูริห่วงแค่ว่ายัยนี่จะจับตัวเองเข้าปากหมดไปในคำเดียวมากกว่า

รูริขว้างลูกพลังใหญ่เท่าบอลเกงกิลูกที่ถล่มบูร่างเด็กตายใส่ซึคาสะแบบไม่พูดไม่จา "กรี๊ดดดด โหดค่า~!!" ซือจังดับสลายไปสู่ดินแดนไร้ความทรงจำ.......มองเห็นท้องฟ้าสว่างสดใส ลมพัดยอดหญ้าปลิวพริ้วไสว ........มีหมูบินอยู่เต็มฟ้า

"เห็นไอ้อย่างสุดท้ายนี่ตื่นเลยค่ะ = =" ซึคาสะลุกขึ้นมาอีกรอบ พยายามหาวิธีรับมือโต้กลับให้ได้สักครั้ง "เปิดประตู! อัญเชิญซาโบเทนเดอร์!!" กระบองเพชรวิ่งออกมายิงเข็มพันเล่ม แต่รูริก็ควักหมอนปักเข็มออกมารับไว้ได้ทั้งหมด คนๆนี้ไม่มีจุดอ่อน!!

"ทุกคนจะมีจุดดับอยู่หนึ่งจุดที่เมื่อถูกโจมตีเข้าไปแล้วจะเป็นจุดบอดไม่สามารถทำการป้องกันได้ ถ้ามองเห็น แม้แต่เจ้าก็สามารถล้มพยัคฆ์ได้" ยอดนักสู้ฮาชิโมโตะปรากฏตัวขึ้นในมโนของซือจัง (แล้วตกลงไอ้ฮาชิโมโตะนี่มันใครฟะ?)

"ฮ่า!"

พอเห็นซึคาสะเริ่มมีแววตามั่นใจ รูริก็รู้ว่าถูกมองเห็นจุดอ่อน "หึ! มองหาจุดดับของชั้นอยู่งั้นสิ เสียใจด้วยนะ แม้แต่อุซโซที่มีเนตรแห่งความตายก็ยังไม่สามารถหาพบ อย่างเธอจะมีปัญญารึไง?" รูริเตือนให้คนอ่านนึกขึ้นได้ว่าตอนสู้กับอุซโซ อุซโซก็ยังไม่สามารถใช้ท่าที่เกือบเล่นงานแบล็คเรนกับรูริได้

"ทางออกมันต้องมี!!" ซึคาสะเรียกคาบังเคิลออกมา "ยิงรีเฟล็คใส่ซะ!!" คาบังเคิลยิงรีเฟล็คใส่รูริ

"จะทำไปเพื่ออะไร?" รูริยิงลูกพลังขนาดใหญ่กะปิดฉากเข้าหาซึคาสะทันที

"เห็นแล้ว!!! ออกมาซะ มาดีน!!" ซึคาสะเรียกมาดีน ยิงกระสุนลำแสงโจมตีใส่จุดบอดของรูริทันที "เสร็จกัน! เห็นได้ยังไงนะ!!!?" รูริโดนกระสุนลำแสงของมาดีนยิงอัดจนลงไปนอนกอง "อั่ก!!!"

ส่วนกระสุนพลังที่เข้ามาหาซึคาสะยังคงพุ่งเข้ามาด้วยระบบตรวจจับอัตโนมัติ ไม่ว่าจะหลบยังไงก็พุ่งตาม "แล้วอันนี้จะกันยังไงล่ะเนี้ย?" รูริที่นอนอยู่กะว่าถ้าซึคาสะโดนลูกนี้ไปก็ดับเบิ้ลเคโอ จะต้องต่อเวลาด้วยการดวลลูกจุดโทษ(?)

"ซือจัง T-T"

.....โดเรียโผล่มาได้ไงก็ไม่รู้ แล้วก็โดนลูกพลังของรูริอัดลงไปนอนแทนซือจัง "อ่า ขอบใจนะโดเรียคุง ขอให้ไปสู่สุขคตินะ =v="

"เอ่อ......แบบนี้ไม่ฟาวล์เหรอคะ?" รูริที่นอนหมอบไปแล้วพยายามประท้วง แรทเซลนึกถึงตอนที่ตกลงกับอายะก่อนเข้ามาทำหน้าที่คุมสอบวันนี้



"ถ้าเป็นไปได้พยายามให้ซึคาสะชนะ" อายะพูดขึ้นทำให้แรทเซลนึกประหลาดใจกับคำสั่งครั้งนี้

"ทำไมล่ะครับ? กรรมการควรทำหน้าที่อย่างยุติธรรมที่สุด อีกอย่าง ฝีมือการต่อสู้ของรูริก็หาไม่ได้ง่ายๆ..."

แต่อายะก็ขัดคอซะก่อน "สกิล eternal gate จำเป็นอย่างมากต่อสงครามที่กำลังจะมาถึง ระบบเลือกให้เด็กคนนั้นถือครองสกิลนี้ เธอจึงเป็นคนที่จำเป็นต้องมีในทีม GM เพื่อแผนการขั้นต่อไป"



"ไม่ฟาวล์ครับ การขัดขวางของโดเรียอยู่นอกเหนือความคาดหมายของผู้เข้าแข่งทั้งสองคน" แรทเซลพยายามลากตัวบทกติกามาอธิบายแบบฝืนความรู้สึก....

ซึคาสะมายืนอยู่ตรงหน้ารูริที่เก่งกว่าสิบเท่าแต่ตอนนี้ลงไปนอนกอง พอดูดีๆก็เห็นแมลงตัวเล็กๆบินวนไปมา "แมลงที่ขอยืมมาจากคุณอนิธิน เป็นการตอบแทนที่ชั้นช่วยไม่ให้เขาโดนเม้งระเบิดตายในการสอบรอบสอง พวกนี้ประสาทไว ชั้นมองจุดแห่งความตายไม่ได้แบบอุซโซ เลยใช้แมลงช่วยส่องตำแหน่ง ก่อนเอามาดีนยิงซ้ำ"

"……………." รูริที่นอนอยู่พูดไม่ออก

"รูริซังใช้คาถาฮีลฟื้นพลังหล่อเลี้ยงจุดแห่งความตายที่ปกติจะเป็นตำแหน่งที่มีพลังชีวิตไหลวนต่ำที่สุด ทำให้พลังชีวิตของทั้งร่างดูกลมกลืนไม่สามารถมองเห็นจุดแห่งความตายได้ด้วยวิธีปกติ ชั้นเลยเรียกคาบังเคิลมาใช้คาถารีเฟล็คเพื่อสะท้อนคาถาฟื้นพลังออกไป"

"………………………" รูริก็ยังคงพูดไม่ออก

"เป็นคู่ต่อสู้ที่ดีนะ" แรทเซลพยายามเตือนให้ทั้งสองคนรู้ว่า .......พ้มก็อยู่ในห้องนี้นะคร้าบ =v=

"ชั้นแพ้แล้วค่ะ"

"งั้นก็ขอประกาศจบการต่อสู้รอบสุดท้าย.... ซึคาสะชนะรูริครับ!!!"

"เย้ XD เห็นฝีมือเรารึยังล่ะ ทุกคน~" ซึคาสะวิ่งออกมาเต้นระบำไปรอบๆห้องทำเอาเพื่อนๆที่เชียร์อยู่ประหลาดใจ

"นี่เธอโกงใช่ไหม?"

"ยัดเงินกรรมการไปเท่าไหร่?"

"รูริท้องเสียจู๊ดๆเหรอ?"

เสียงวิพากษ์วิจารณ์แสดงให้เห็นว่าเพื่อนๆต่างเชื่อมั่นในตัวซึคาสะมากมายมหาศาล ปล่อยรูรินอนแผ่แบกับดินอยู่ในห้องสอบคนเดียว .....รีเซ่เดินเข้ามาหาพี่สาว

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

"ไปตายซะ" รูริใช้ประสาทตอบสนองอัตโนมัติทักทายน้อง แต่รีเซ่ก็เดินเข้ามา "ขอดาบโซ่สองท่อนให้ชั้นนะ"

"……"

"พี่ไม่จำเป็นต้องต่อสู้อีกต่อไปแล้วนี่นา"

รูริเริ่มเข้าใจจุดประสงค์ของน้องสาวแล้วเธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอาการบาดเจ็บที่สะสมจากการถูกเล่นงานจากมิติแห่งโลกไกอาเริ่มทำให้ตัวเองหมดสภาพนักสู้ไปเรื่อยๆ "ไม่อยากให้ชั้นสู้ต่อขนาดนั้นเชียวรึ?" แล้วรูริก็ส่งอาวุธประจำตัวให้

"ฮื่อ" รีเซ่ยิ้มแล้วพูดต่อ "ขอเงินทั้งหมดในเกมส์ด้วยเดะ ออกจากเกมส์ก็ไม่ต้องใช้แล้วนี่นะ" พลุ๊กๆๆๆๆ ......รูริโดนจับเขย่า พ็อชหล่นกระจาย - - นักล่าเงินรางวัลช่างมีนิสัยติดตัวแสนบัดซบ

"ขอเสื้อผ้าด้วยค่ะ ออกจากเกมส์ก็ไม่ต้องใช้แล้วนี่นะ" รีเซ่เริ่มจับรูริถอด.... แล้วเริ่มชูวับๆพี่ตัวเอง (เฮ้ย! แต่งอะไรของมันฟระ!!)

......รีเซ่โดนถีบกระเด็นออกจากห้องไปทันใด


"ยินดีกับทั้งสี่คนด้วยนะที่มาจนถึงตรงนี้ ขอเริ่มการสอบรอบสุดท้าย ......สอบสัมภาษณ์" อายะนั่งถือกระดาษข้อมูลของทั้งสี่คน ก่อนยิงคำถามใส่ให้ตอบกันทั้งสี่คน (Blackphoenix, usso, tsukasa, Raise)

A: รู้ไหมว่าชั้นเป็นใคร?

B: อายะซังไงฮะ

T: อีฟจัง จากแบล็คแคท >w<//

U: ยัยปากปลาร้าคนนึง

R: แอดมินของมิตินี้ละมั้ง

A: รู้เรื่องการสอบนี้ได้ไง?

T: เม้งบอกมาค่ะ

B: มีชาวดาวเท็นไคคนนึงชวนมาครับ

U: มีหัวหอมแอดเอ็มมาบอกครับ

R: ผู้ชายหมูถุยไปโพสต์บอกในเว็บ gcon ว่ะ

A: (มันพูดเรื่องไรกันฟะ?) ทีฟากับแอริธใครสุดยอดกว่ากัน?

T: แอริธซังงงง ><

A: ผิด!! (เปลี่ยนคำถามทันที) มีตัวละครซุยโคเด็นในดวงใจกันหรือเปล่า?

U: ซัทสึกิจังสิครับสุดยอด!

B: ไคริครับ ชอบตอนเด็กๆมากกว่านะ แต่งตัวแร่ดดี

R: เรนะ~ Uguu~

T: อูล เอ๊ะ... แต่อาร์คก็น่ารักนะ ปู่ก็ดีนะ แต่ช่วงนี้เริ่มติดใจมิโดรินเหมือนรินซังแล้วหละ ><

A: (คว่ำโต๊ะ!!) .......(แล้วเดินไปเก็บมาตั้งไว้อย่างเดิมเพราะเบ๊บลิทซ์ไม่อยู่เก็บให้) คิดยังไงกับเรื่องการใช้ไบโอดีเซลทดแทนปิโตรเลี่ยม (แกล้งแม่งเลย)

U: ก๊าซโซฮอล์ผิดครับ!

A: คิดว่าโลกแห่งนี้ในอนาคตอีกสามปีข้างหน้าจะเป็นยังไง?

U: ตู้ม! กลายเป็นโกโก้ครันช์

......อุซโซกระเด็นออกนอกห้องไปคนแรก

A: รีเซ่ คิดว่าถ้าตัวเองสู้กับอุซโซใครจะชนะ?

R: อุซโซละมั้ง หมอนั่นชนะพี่ชั้นได้นี่นะ

A: บอกตรงๆว่าสกิลของเธอโคตรโกง คิดว่าถ้าเจอศัตรูที่มีพลังสกิลแบบเดียวกันจะเอาชนะได้ไหม?

R: ………………….

A: คิดว่าโลกของซุยโคยูนิเวิร์สนี่เป็นยังไง?

B: ก็น่าสนุกดีนะครับ ต้องมีเรื่องน่าสนุกกับความลับมากมายรอคอยอยู่แน่เลย

A: เปล่าเลย โลกนี้มันว่างเปล่า ไม่มีอะไรทั้งนั้น ไม่มีอะไรนอกจากความเศร้า

R: ………….

T: คุณอายะ.....ทำไมชอบทำลายความฝันพวกเราจังล่ะคะ?

A: เทียบกันแล้วพวกเธอยังเยาว์วัยนัก พอโตกว่านี้สักนิดจะเข้าใจเอง ......มีอะไรจะถามกลับมั่งหรือเปล่า?

B: คุณอายะ.....คุณเกิดมาทำไมครับ?

.....แบล็คฟินิกซ์กระเด็นออกนอกห้องตามอุซโซไป เป็นการตัดบทหน้าด้านๆ

A: ซึคาสะ ขอบอกไว้เลยแล้วกันว่า Eternal Gate เป็นคีย์สำคัญสำหรับสงครามที่กำลังจะมาถึง

T: เหรอคะ ดีค่ะ =w=

A: แต่เพราะงั้นทำให้เธอล่อแหลมต่อการถูกเล่นงานที่สุด ถ้าสกิลนั้นตกไปอยู่ในมือศัตรูคิดว่าจะทำยังไง?

T: เรียกอสูรคาออส สุดยอดมนต์อสูรของโลกนี้ออกมา

A: หือ?

T: มันจะทำลายทุกอย่าง แลกเปลี่ยนกับชีวิตของผู้ใช้

A: แน่ใจแล้วเหรอ?

T: เพื่อปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ

A: รีเซ่ ชั้นมีความสามารถย้ายสกิลได้ ถ้าชั้นจะย้ายสกิล duplication ไปให้คนที่เก่งกว่าเธอใช้เธอก็หมดประโยชน์นะ?

R: ชั้นจะอัดไอ้หมอนั่นให้คว่ำ แล้วบังคับให้คุณคืนสกิลมา

A: ตอบได้ดี

.....แล้วการสอบสัมภาษณ์ก็จบลง

U: เดี๋ยวครับ ผมยังกองอยู่ข้างนอกเลยครับ ไม่คิดจะถามอะไรผมแล้วเหรอครับ = =

ประกาศผล!!!

U: อย่าทำกันแบบนี้สิครับ ตกรอบเพราะโกโก้ครันช์นี่ไม่ขำนะครับ = =


.......ตัดมาทางด้านนอกเอาท์แลนด์ดีกว่า ปล่อยอุซโซเคว้งคว้างไม่รู้ชะตากรรมไว้ก่อน



--Shiryu 20:13, 18 มีนาคม 2008 (ICT)

"ทำไมถึงต้องถ่อมาถึงมิตินี้ด้วยล่ะ ไกลฉิบโผง! ไม่เห็นมีห่าอะไรเลย จะไล่ทำลายเมืองทิ้งสักเมืองสองเมืองพี่แบล็คเรนก็ห้ามมันอยู่นั่นแหละ" ไซเลนท์ที่กลับมาถึงรังของวาก้าบอนด์ด้วยสกิลตัดช่องมิติหนึ่งในสกิลเกือบร้อยอย่างของชีริวเริ่มโวยวาย อยู่กับพวกเดียวกันคงไม่ต้องปกปิดความเถื่อนถ่อยของตัวเอง

อัลคาเชลที่นั่งฟังอยู่บนหลังคาโยนตะไคร้ยัดปากไซเลนท์ให้เงียบ "ใจเย็นน่า หัวหน้าถึงกับออกตัวเองว่าจะพาพวกจักรวรรดิมิตินับพันมาที่นี่โดยไม่คิดค่าตอบแทน หนนี้ถือว่าทำเพื่อหัวหน้าสักครั้ง แต่ว่าก็ว่าเหอะ พลังเราไม่ได้มากขนาดมาไล่ทำลายเมืองทิ้งนะเว้ย"

ชีริวเดินไปเปิดดูปฏิทิน "เทศกาลฝนเลือดแห่งเอาท์แลนด์ ตั้งชื่อเพราะดีนิ"

"ว่าแต่หัวหน้าไปไหนน่ะ?" แบล็คเรนถาม

"ออกไปกับตาแก่เยอร์โน่ เพื่อลอบนำเจ้านั่นเข้าไปในฮาร์โมเนีย ว่าแต่พวกแกยังจำหน้าที่ของตัวเองได้ใช่มะ?"

แบล็คเรนทวนภารกิจตัวเองในสงครามที่กำลังจะมาถึงให้คนอ่านฟัง "บุกตีเบิกทางไปถึงใจกลางของเกรทชไรน์ ที่เดียวที่จะสามารถเชื่อมต่อมิติเชิญพวกจักรวรรดิมิตินับพันออกมา หน้าที่เรามีแค่นั้น ....ต่อจากนั้นเป็นงานของพวกนั้นที่จะทำลายทุกอย่างให้ดับสูญ"


กลับมาทางด้านตัวเอก (อูรา~ มีบทแค่แปดบรรทัดเองอูรา~ <<Vagabond โวยมา) อายะออกมาประกาศผลสอบคัดเลือก GM หนนี้

......ตกหมด!!!

อุซโซลมจับจนซึคาสะต้องเอายาดมท่านเจ้าคุณมาประเคน "เสด็จพี่เป็นอะไรไปเพคะ?"

"พี่แพ้ท้อง~!"

//โดนรีเซ่ถีบลงไปกองทั้งสองคน

"เราล้อเล่นน่ะ เป็นไง ตลกไหม?" อายะเล่นมุกแต่ไม่มีใครขำจนแรทเซลต้องส่งสัญญาณมือทำท่าหยุกหยิกๆยากแก่การเข้าใจ

"เพ่ทำไรเพ่ ผมดูไม่รู้เรื่อง - -a"

"สัญญาณมือนั่นมัน!!! อายะหนึ่งปีจะเล่นมุกสักครั้งให้ช่วยขำด้วยแม้จะฝืดโคตรฝืดระดับวอรุโซขาดจารบีก็ตาม!!!" ซึคาสะโชว์ความสามารถในการแปล 108 ภาษาตามภูมิปัญญาของผู้อัญเชิญเสร็จก็โดนทั้งอายะและแรทเซลรุมกระทืบเอาทั้งที่อุตส่าห์แปลถูก

"เอ้า หลังจากนี้พวกเธอจะเป็น GM ฝึกหัด พยายามกันเข้าล่ะ วันที่จะได้เป็น GM อยู่แค่เอื้อมแล้ว" แรทเซลโยนเครื่องแบบให้ "ชุดนี่มัน!!!" ...เป็นเครื่องแบบเนตรนารีที่แรทเซลแอบไปหยิบมาจากรร.สตรีชื่อดัง "หึหึหึ ฉายามดแดงแรงสามเท่าไม่ได้มาเปล่าๆนะ"

แป้ะ!!! (เสียงแรทเซลโดนอายะเหยียบม้ามแตก)

"จากนี้ไปจะมีแต่ฝึกๆๆๆ แล้วก็ฝึก กว่าจะใช้งานได้จริงๆคงสักระยะหนึ่งนั่นแหละ"

"นานแค่ไหนก็ได้ ผมจะได้เก่งเท่าๆพวก GM ซะที" อุซโซเริ่มมองถึงวันอันแสนสนุกที่รออยู่ข้างหน้า

"ตอนนี้เธอเก่งกว่าบลิทซ์และลูเน่แล้วนะ" แรทเซลคลานกระดื๊บๆออกมาบอกอุซโซด้วยสกิล Sage's Eyes ที่มอง stat ชาวบ้านทะลุปรุโปร่ง "พี่อย่าอำสิพี่ ผมเพิ่งเข้าเกมส์มาไม่ถึงอาทิตย์เลย"

"ระบบเลือกให้เธอถือครองแรงค์ผู้กล้า...." แล้วแรทเซลก็เริ่มเฉลยแรงค์ที่แท้จริงของอุซโซและเหตุผลว่าทำไมมันถึงเก่งเว่อร์เกินเลเวลนัก "พลังของระบบอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา ระบบของแต่ละโลกจะถูกวางไว้ไม่ให้ขัดกับข้อตกลงของโลกทั้งหมดใน million worlds ไม่เช่นนั้นจะเกิดความวุ่นวายขึ้น พวกเราที่อยู่ใน wire world เลยไม่มีใครสามารถปรับแต่ง stat ได้เองตามใจชอบ ไม่งั้น GM คงไม่เจอปัญหารับมือผู้เล่นไม่ไหวอยู่บ่อยๆหรอก ....โดยเฉพาะพวกที่มาจากโลกอื่น" แรทเซลบ่นปรับทุกข์เรื่องการใช้ชีวิตในฐานะ GM ที่แสนยากลำบาก "สงครามกำลังจะมาถึงตามกลไกของมิตินี้ แน่นอนว่านอกจากพวกเธอทั้งสี่คน คนอื่นที่เหลือก็จะต้องเข้ามาพัวพันกับการต่อสู้ แต่มีแค่พวกเธอสี่คนเท่านั้นที่จะเป็นแกนนำในการต่อสู้และได้รับสิทธิพิเศษบางอย่างเท่าที่เราจะมอบให้ได้ .....ตามข้อตกลงของ million worlds อย่างที่บอกนั่นแหละ และนั่นก็เป็นเหตุผลให้รับ GM เพิ่มได้แค่สี่คนด้วย"

"มีแต่คุณอายะที่ใช้ชีวิตในมิติแห่งนี้มาสี่โลกแล้ว เก็บ stat แล้วเก็บอีกจนพลังโกงเว่อร์ฉิบหายวายป่วง"

"นั่นก็หมายถึงเห็นโลกแห่งนี้ถูกทำลายมาสามครั้งแล้ว?" ซึคาสะที่ไม่มีบทไปตั้งหลายบรรทัดถามขึ้น พร้อมทั้งตกใจที่เจอตัวละครที่พูดมากกว่าตนเอง

"เพราะงั้นเลยเป็นแบบนี้ไงล่ะ ช่วยเข้าใจป้าแกด้วยนะ"

.....แรทเซลโดนอายะเหยียบม้ามอีกทีข้อหานินทาในระยะเผาขน

"อย่าห่วงเลย เราจะทำให้ดีที่สุด" แล้วการสอบก็จบสิ้นลง เหลือแค่การฝึกเพื่อเป็น GM เต็มรูปแบบของทั้งสี่คน

...........


หนึ่งเดือนผ่านไปไวเหมือนปิดเทอม ตอนนี้พวกอุซโซได้รับการฝึกวิชาจากท่านผู้เฒ่าเต่าจนสามารถใช้เกียร์ขั้นที่สามได้ (โค่ดไม่เกี่ยวกับซุยเลยเพ่)

"ยินดีด้วย ตอนนี้พวกเธอเป็น GM ฝึกหัดอย่างเต็มตัวแล้ว!!" ....ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรคืบหน้าซักกะติ๊ด

"เจ๊อายะฮะ เมื่อไหร่จะมีงานให้เราทำซะทีล่ะ?" อุซโซนั่งรอภารกิจของ GM มานานแสนนาน ไฟที่เคยมีก็เริ่มจะมอดลงๆ

"พอเป็น GM เต็มตัวเมื่อไหร่เดี๋ยวก็ให้ทำเองแหละ วันนี้จะให้ออกไปทำภารกิจแรกของ GM ฝึกหัดกัน .... อยากให้ช่วยไป recruit เทพองค์นึงมาเป็นพวกเราหน่อย" อายะเอ่ยปากเล่าภารกิจที่ฟังดูท้าทาย "หมอนั่นไม่ยอมเข้ามาสอบคัดเลือก GM ทั้งที่มีศักยภาพระดับสุดยอด ถ้าได้มาเป็นพวกต้องเป็นกำลังให้เราได้มากแน่ๆ"

แล้วอายะก็โยนแผนที่หุบเขากากมันดุที่อยู่อาศัยของทวยเทพ ณ ดินแดนภารตะให้อุซโซ "แล้วเราจะรู้มั้ยคะเนี่ยว่าควรชวนยังไง =w="

"เอาอาวุธไปด้วย ที่อุตส่าห์ส่งไปฝึกวิชากับผู้เฒ่าเต่าจะได้ใช้วันนี้แหละ" อายะโยนปืนกลและระเบิดมือให้พวกซึคาสะหนึ่งชุด ตกลงจะไปชวนเป็นพวกหรือไปรุมกระทืบกันแน่

"แล้วไอ้เทพนั่นชื่อไรฟะ?" รีเซ่ถามเรื่องที่คนอ่านก็สงสัยมาหลายบรรทัด ยังจะมีใครจะมาซวยรับบทในแชปเตอร์นี้อีกเหรอ?

"ชื่ออะไรเราอ่านไม่ออกเหมือนกัน ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองแหละ ชิ่วๆ" อายะเอาน้ำร้อนราดไล่พวกอุซโซออกเดินทางทำภารกิจ "ชวนเทพเป็นพวก" ทันที เมื่อพวกอุซโซไปกันหมดแล้วแรทเซลก็เดินออกมา "วันนี้แล้วสินะครับ"

"ฮื่อ"

"ต้องกันพวกนั้นออกไปก่อนแล้วเราจะรับมือกับพวกวาก้าบอนด์ตามแผนขั้นหนึ่งเพื่อไม่ให้พวกเด็กๆต้องเข้ามาเกี่ยวข้องสินะ" ลูเน่และบลิทซ์เดินออกมาสมทบ "หากขั้นหนึ่งล้มเหลว ทีนี้จะต้องพึ่งพลังของสี่คนนั้นเพื่อดำเนินแผนขั้นสอง"

"และถ้าเด็กพวกนั้นยังอยู่ที่นี่ตอนที่วาก้าบอนด์บุกเข้ามาก็มีแต่จะเกะกะเปล่าๆ"

แล้วทั้งสี่คนก็หยิบอาวุธออกมาเดินแยกย้ายไปประจำตำแหน่งของตนเองเตรียมรับมือการบุก


ทางด้านพวกอุซโซเดินทางมาถึงช่องเขากากมันดุ "ที่นี่สินะที่มีเทพอยู่" รีเซ่ควักหอกอันเบ้อเริ่มเตรียมดักตีกบาลเทพเพื่อลากไปเป็นพวก (ภารกิจบัดซบจริงๆ) แต่แล้วมอนสเตอร์โคลอสซัสก็ปรากฏตัวออกมา

"นี่มันมอนสเตอร์ประจำแอเรียสุดท้ายของซุยสองภาคแรกเชียวนะนี่ พวกพระเอกกว่าจะเดินมาเจอก็ต้องเลเวลห้าสิบอัพแล้ว" ซึคาสะร่ายข้อมูลมอนสเตอร์ออกมาโดยละเอียด กว่าจะร่ายจบเพื่อนๆก็ปีนหนีขึ้นเสาปล่อยซือจังโดนทุบเด้งๆเป็นโยโย่รสองุ่น แต่ดูแล้วเหมือนจอลลี่แบร์ที่ถูกบีบเด้งดึ๋งๆในโฆษณามากกว่า

"อย่าห่วงเลย ตรงนี้ปล่อยข้าจัดการเอง!!" แบล็คฟินิกซ์ปรากฏตัวออกมาใช้สุดยอดคาถามืดดำแห่งธาตุห้าสาย สละชีวิตหอบโคลอสซัสหายลับไปบนฟากฟ้า........................

"ฝากที่เหลือด้วยล่ะทุกคน ช่วยปกป้องอาเธน่าด้วย - -+"

แล้วสมาชิกผีก็ถูกตัดบทออกไปดื้อๆแบบที่ทั้งคนแต่งคนอ่านและตัวละครในเรื่องไม่มีใครใส่ใจ

จากนั้นพวกอุซโซก็เดินเข้ามาต่อ .....พบโคลอสซัสสิบตัว!!

"ตรงนี้ปล่อยเราจัดการเองมิ้ว~!! อยากเล่นบทผู้สละชีวิ๊ตตตต~" โพล๊ะ! ซึคาสะไม่ทันทำอะไรก็โดนรีเซ่ตีกบาลลงไปนอนซะก่อน จากนั้นก็แยกร่างยิงถล่มโคลอสซัส ก่อนเอาเท้าเขี่ยๆซือจังให้ลุกขึ้นมา "ร่ายเวทเปิดประตูมิติซะ"

"จ้าๆ =w=" ซึคาสะเริ่มร่ายเวท โดยมีอุซโซทำหน้าที่คุ้มกันคอยเล็งอัดใส่โคลอสซัสที่พุ่งเข้ามาเล่นงานซือจังโดนจุดดับตายไปตัวแล้วตัวเล่า ...และแล้วประตูมิติก็เปิดออกพร้อมจะดูดกลืนโคลอสซัสทั้งหมด!!! ......แต่น่าอนิจจาทั้งสิบตัวโดนรีเซ่กับอุซโซอัดตายหมดแล้ว ซึคาสะร่ายเวทฟรี

พอเห็นว่าจริงๆโคลอสซัสมันก็ไม่เท่าไหร่ แบล็คฟินิกซ์ก็วิ่งกลับมาอีกรอบแบบเสียหน้า "แหะๆ ตะกี้ผมล้อเล่นน่ะครับ จริงๆผมยังไม่ตายครับ ^^" อุซโซรับแบล็คฟินิกซ์กลับเข้ากลุ่มทำหน้าที่เป็นหน่วยหน้าให้ศัตรูกระทืบต่อไป (ซึคาสะท้วง "นั่นมันหน้าที่หนู") แล้วทั้งสี่คนก็เข้าไปด้านในต่อ จนมายังยอดเขา ทัศนียภาพงดงามราวชุดภาพถ่ายจากอินเดียที่เมดิกำลังจะโพสต์ลงนสพ.อาทิตย์นี้อย่าลืมติดตาม

....แล้วก็มีแสงส่องลงมาจากสวรรค์

"ร....หรือว่า!!"

"นี่คือเทพที่เรากำลังตามหาอยู่!?"

แล้วแสงก็จางลงปรากฏร่างเป็ดขึ้นหนึ่งตัว

-___-!

OAO

- -p

wtf!

^
^
^
ปฏิกิริยาตอบสนองจากปุถุชนผู้ได้เห็นการปรากฏตัวของเทพ

"ที่นี่โลกมนุษย์เหรอเนี่ย" อ๊ะ หนนี้ไม่ใช่ภาษายาโนทัย .....คาดว่าเป็นเพราะตกเทรนด์ตลาด ถูกภาษามิ้วๆและวลีหมูบินแย่งลูกค้าจึงต้องเปลี่ยนจุดขาย "ไงล่ะตะลึงกันล่ะสิไอ้สัด พวกมนุษย์อย่างพวกเมิงเกิดมาโดนกุปรากฏตัวให้เห็นสักทีก็บุญจะตายห่า ไอ้เหี้ย! กลับไปอย่าลืมไปเล่าอวดพ่องแม่งมึงล่ะ"

"น....นี่มันไม่ใช่เทพธรรมดา!!"

"มันคือเกรียนเทพ!!!!"

พวกอุซโซเข้าใจถูกต้องแล้ว นี่คือยาโนเทพ ร่างที่ศูนย์ของยาโนทัย (เปลืองดาวฉิบหาย) สมัยยังเป็นเกรียนเทพก่อนถูกมดตบเกรียนแตกกลายเป็นเป็ดที่พูดจาไม่รู้เรื่องดังเช่นในปัจจุบัน (เลเวลความเกรียนถูกเพิ่มเพื่ออรรถรสอันแสนชั่วช้าของฟิคนรก :P) แล้วยาโนเทพก็เริ่มแนะนำตัว เป็นการอินโทรตัวละครที่น่ารักที่สุดในประวัติศาสตร์แบบเซ็นริตสึหรือมูนๆยังชิดซ้าย

"ก่อนอื่นมาฟังบร๊ะราชประวัติกูเลย มานี่มานั่งฟังตรงนี้มา กุจะเล่าช้าๆให้พวกเมิงฟังชัดๆ โง่ๆอย่างเมิงจะได้ฟังเข้าใจ แต่ก่อนนะไอ้เหี้ย กุนั่งแดกปลาเจ่าอยู่สวรรค์ชั้นหก ทีนี้ลูกน้องกุมันทำโถปลาเจ่าแตก เหม็นฉิบหายไปสามสิบสองโลก กุโมโหแต่ไม่รู้ว่าลูกน้องตัวไหนมันทำ ก็ใครจะไปจำได้วะสัด พอดีตำแหน่งกุใหญ่ กุเลยมีลูกน้องตั้งสามแสนตัว กุเลยไล่ตบกบาลแตกตายห่าไปทีละตัวๆ ทีนี้เชี่ยแม่งเผลอไปตบกบาลจอมเทพหัวหน้ากุเข้า แม่งเลยโมโหถีบกุลงมาบนโลก แต่ดีเหมือนกัน เห็นมีไอ้พวกบนโลกอุตริอวดตัวเองเป็นเทพเยอะแยะ อย่างไอ้บร๊ะเจ้าจอร์จหรือมหาเมพเซฟิรอธห่าเหวอะไรนั่นน่ะ เดี๋ยวกุจะไปไล่ตบเกรียนแม่งเรียงตัวเลย"

"น่ารักตรงไหนวะคะ!?" เสียงในใจของซึคาสะร่ำร้องมา

"พวกเมิงควรจะภูมิใจ กุเพิ่งจุติลงมาก็เจอเมิงเลย เดี๋ยวกุจะแสดงบร๊ะปฐมเทศนาโปรดสัด"

รีเซ่กระทืบเป็ดไส้แตกแล้วลากลงจากเขาทันที

"เอากลับไปทั้งอย่างงี้ได้แมะ?"

"ข้าว่าเราควรเอามันใส่ถุงก้อปแก้ปไป"

รีเซ่เห็นด้วยกับข้อเสนออันชาญฉลาดของอุซโซแล้วก็หาถุงก้อปแก้ปมาใส่เป็ดหิ้วกลับไป


ด้านข้างยอดเขานักตีอาวุธขั้นเทพผู้สามารถตีก้อนเต้าหู้ให้แข็งแกร่งกว่าโอริฮาลก้อนได้กำลังสนทนากับสุดยอดเทพนักดาบผู้ใช้ไม้จิ้มฟันสู้ชนะฮิโกะเซจูโร่ได้

"สงครามแห่งเอาท์แลนด์ใกล้เข้ามาแล้วสินะ"

"ฝนเลือดกำลังจะหลั่งไหล..."

"ไม่ได้ลงไปฟาดฟันพวกมนุษย์มานานแล้วนะ เห็นทีพวกเราจะต้องออกโรงซะแล้ว"

"ก็แค่รอว่าเจ้าเด็กที่ถูกเลือกสี่คนนั้นจะผ่านการทดสอบให้พวกเราพอใจได้หรือเปล่า ฮึฮึฮึฮึ....."

"หึหึหึหึหึ"

………….

น่าเสียดายที่ไอ้สี่คนนั้นมันหอบเกรียนเทพลงไปแทนแล้ว (มาชวนเพื่อนผิดตัว) พวกท่านทั้งสองถูกตัดบทแล้วหละท่าน -___-


--Shiryu 21:40, 21 มีนาคม 2008 (ICT)

ณ ชายแดนเอาท์แลนด์ กลุ่มวาก้าบอนด์มายืนเล็งเกรทไชรน์เป้าหมายในการบุกโจมตีครั้งนี้อยู่ "ใช้สกิลตัดช่องมิติก็เข้าไปได้ถึงด้านนอกของเกรทไชรน์ ต่อจากนั้นมีโปรแกรมคุ้มกันสกิลพิเศษอยู่ คงต้องบุกเข้าไปกันเอง" ชีริวเล่าสาเหตุที่ทางด้าน GM ไม่ได้เตรียมกองทัพไว้รับมือวาก้าบอนด์ แต่การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการตัดสินระหว่างพลังของ GM และคนอีกหยิบมือหนึ่งในเกรทไชรน์กับพวกวาก้าบอนด์ต่างหาก .....แต่จริงๆแล้วก็คือไอ้คนเขียนขี้เกียจเขียนฉากสนามรบนั่นแหละ

"มี GM สามคน แอดมินอีกคนหนึ่ง การ์เดี้ยนคุ้มกันเกรทไชรน์อีกหกคน" แบล็คเรนเปิดบัญชีข้อมูลที่ไปแอบจิ๊กกันมาตอนเข้าไปสอบ

"มีอะไรให้ฉกมั่งไหม?" อัลคาเชลหันไปถามชีริวที่อัดชาวบ้านชิงสกิลไปทั่วจนปัจจุบันมีสกิลเกือบร้อยอย่างทำงานได้สารพัดสมฐานะเจเนอรัลเบ๊ผู้ยิ่งใหญ่

"Sage's Eyes กับปืนอากาศมีอยู่แล้ว อืม........มีสกิลที่อยากได้มากๆอยู่อันหนึ่ง"

"งั้นก็เข้าไปเอาเลยแล้วกัน ต่อให้งานนี้ไม่ได้รับค่าจ้าง พวกเราก็ยังกำไรอยู่ดี"


ทางด้าน GM เตรียมการรับมือศัตรูเต็มกำลัง "การ์เดี้ยนหกคนพร้อมแล้วครับอายะ" แรทเซลรายงาน

"ดีมาก ทีนี้นายไปตามเด็กสี่คนนั้นมาทำแผนสองต่อซะ"

"หือ? แต่ผมต้องเป็นตัวหลักคุมกองทัพพวกเอาท์แลนด์ที่คอยอยู่ด้านนอกกรณีที่พวกวาก้าบอนด์มันตีเกรทไชรน์ได้"

"อันนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ลูเน่เอง คราวนี้ลูเน่จะเป็นแม่ทัพหลัก"

"................" แรทเซลเริ่มไม่เข้าใจว่าอายะคิดอะไรอยู่ แต่พอดูเหมือนจะเข้าใจก็นึกไปถึงเรื่องที่เลวร้ายที่สุดได้อย่างหนึ่งเลยแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจดีกว่า (คนอ่านก็อ่านไม่รู้เรื่องเหมือนกัน)

"ฮ่าๆๆๆๆ นายถูกทิ้งแล้วจ้ะ! อย่าห่วงเลยอายะ งานนี้ปล่อยฉันจัดการเอง!" ลูเน่ควงปืนสองกระบอกเดินขึ้นชั้นบนไปประจำตำแหน่งเก้าอี้กุนซือนั่งดูลูกทีมเตะกับผีแดง

"เอางั้นก็ได้ งั้นผมขอตัวก่อนละ" แรทเซลเดินออกไปเพื่อไปสมทบและบอกแผนขั้นต่อไปให้พวกอุซโซฟัง


ทางด้านอุซโซ ....กำลังหลงทาง "ที่นี่มันที่ไหน? ผมเป็นใคร?"

"อุตส่าห์ชวนเทพเป็นพวกสำเร็จแล้วเชียว (ไม่ต้องทำอะไรเลยไม่ใช่เรอะ?) แบบนี้จะทำไงล่ะนี่? =w= เดินไปทางไหนดี"

"อย่าโง่ดิว้า ก็เดินไปข้างหน้าสิสัด เดินถอยหลังแม่งมองไม่เห็นทาง เป็นไงเห็นความต่างชั้นของสติปัญญาหรือยัง" เป็ดพูดได้สักพักก็โดนนานามิช็อคยัดปากจนสิ้นใจ แต่ก็กลับมาจุติอีกครั้งในเวลาอันรวดเร็ว

แล้วแรทเซลก็หาตัวไอ้สี่ตัวนี้พบ "ไง ชวนเทพได้สำเร็จไหม?" อุซโซเปิดถุงให้ดูพบเป็ดถูกมัดตาเหลือกมีช็อคโกแลตคาปาก

"................. -____- (ใช่ไอ้ตัวนี้เหรอฟะ?) เอาละทุกคนทำได้ดีมาก แต่ก่อนกลับเข้าไปในเอาท์แลนด์เรามีเรื่องสำคัญจะมาบอก"

"ตอนนี้เรากำลังต่อสู้กับวาก้าบอนด์..." แรทเซลเริ่มมาประโยคแรกก็โดนเบรคทันที

"เดี๋ยวๆ อะไรมันจะกระทันหันปานนั้นครับพี่ แล้วทำไมเพิ่งมาบอกพวกผมตอนนี้ล่ะคร้าบบบบ" อุซโซโวยวายหลังรู้ว่าถูกกันออกมาไม่ให้เข้าไปยุ่งกับการต่อสู้

"เพราะจะต้องมีคนโวยวายขอร่วมสู้ด้วยให้ได้แบบแกไง หน้าที่ๆแท้จริงของพวกเธอสี่คนคือทำลายกองทัพของจักรวรรดิมิตินับพัน ในกรณีที่พวกเราไม่สามารถต้านไม่ให้วาก้าบอนด์อัญเชิญพวกนั้นมาจากต่างมิติได้"

"ให้เราร่วมมือกันต้านวาก้าบอนด์ไม่ฟังดูเวิร์คกว่าเหรอคะ =w=?"

"คนเยอะแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ที่ต้องระวังไม่ใช่พลัง แต่เป็นหลากหลายความสามารถกับการทำงานประสานของพวกนั้นที่ทำให้ทำภารกิจทุกอย่างลุล่วงได้ต่างหาก เอานี่ไปท่องจำให้ขึ้นใจในห้านาที" แรทเซลโยนข้อมูลรายละเอียดของวาก้าบอนด์ทั้งหมดที่รวบรวมมาได้ให้พวกอุซโซท่องทันที (หนาหกสิบหน้า เป็นโฆษณาห้าสิบหน้า)

ภาพ:Fictn-silent.jpg

"ไซเลนท์ หน่วยหน้าทีมทะลวงของกลุ่ม พลังการต่อสู้บ้าดีเดือด เหมาะเอาไว้ปล่อยลงไปตีกองทหารกลางสนามรบ พลังจริงๆของยัยนี่พวกเธอน่าจะเห็นกันหมดแล้วตั้งแต่ตอนที่เจอกับรูริ"

ภาพ:Fictn-yerno.jpg

"เยอร์โน่นักยุทธศาสตร์ แม้จะเป็นกุนซือแต่ฝีมือการต่อสู้ก็อยู่ในระดับไม่ธรรมดา ไม่งั้นร่วมทีมกับไอ้พวกเด็กนรกนี่ไม่รอดมาจนป่านนี้หรอก"

ภาพ:Fictn-mikoto.jpg

"มิโคโตะ นักกายวิภาค แต่ก่อนเป็นอัจฉริยะที่ค้นคว้าเรื่องร่างกายของมนุษย์และทดลองกับตัวเองจนได้ร่างที่เป็นอมตะ ตอนนี้ไม่รู้หายสาบสูญไปไหนแล้วหลังจบการประกวดตัวละครชายและไม่มีกระทู้มังกะให้อ่าน แต่เชื่อว่ายังคงอยู่ในกลุ่มพวกมันนี่แหละ"

ภาพ:Fic-blackrain.jpg

"แบล็คเรน มือสังหารที่ทำงานได้แม่นยำจนได้รับความไว้วางใจในภารกิจลับทุกชนิด เพราะรู้ว่าถูกเราจับตาเลยไม่ยอมใช้พลังเต็มที่ตอนสอบ แต่น่าจะมีพลังมากกว่าไซเลนท์อย่างน้อยๆก็สี่เท่าได้"

"ขอยืนยันว่าจริงครับ ขนาดตอนอัดผมร่วง 10-1 ตอนนั้นยังใช้ฝีมือไม่ถึง 10% เลย = =" อุซโซเล่าประสบการณ์สอบสุดช้ำใจ ต่อให้ตอนนี้เก่งกว่าเดิมเยอะแล้วก็ยังคิดว่าคงไม่ชนะแบล็คเรนอยู่ดี

"ระวังเรื่องความสามารถลบสกิลด้วยล่ะ"

ภาพ:Fictn-xmas.jpg

"อัลคาเชล รอยัลการ์ดที่ไม่มีวันต่อสู้แพ้ใครในโลกหากตกอยู่ในห้วงบรรยากาศที่เจ้านั่นสร้างขึ้นมา"

"ไม่มีทางแพ้แล้วทำไมอยู่อันดับสามล่ะเพ่?"

"เพราะสองคนบนทำลายบรรยากาศที่หมอนี่สร้างได้น่ะสิ"

ภาพ:Fictn-shiryu.jpg

"ชีริวมีสกิลมากมายมหาศาล สกิลแท้ๆของมันมีแค่ Master Thief ที่ใช้ชิงทุกสิ่งทุกอย่างจากคนที่มันเคยชนะไปแล้ว ทั้งหน้าตา ความสามารถ หรือแม้แต่ความทรงจำ ว่ากันว่าสกิลทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนี้รวมแล้วประมาณ 70 ชนิด เรารู้แล้ว 52 ชนิด"

"ตัวอันตรายสินะ"

"ไอ้เยอะๆนี่มันรวมถึงสกิลประเภททำกับข้าวอร่อยหรือสกิลยิ้มสวยด้วยน่ะ (ไปเอามาทำพรื้อ???) หมอนี่จะอันตรายมากกว่านี้ถ้ามันได้สกิลที่น่ากลัวกว่านี้ไปอีก ถ้ากำจัดไม่ได้ก็ต้องพยายามไม่ให้มันได้อะไรดีๆไปจากพวกเรา ถ้าต้องสู้กับมันแล้วรู้ว่าสู้ไม่ได้ให้ฆ่าตัวตายซะ"

แล้วแรทเซลก็พลิกไปหน้าสุดท้าย หัวหน้ากลุ่มวาก้าบอนด์

.................

ภาพ:Fictn-mokuri.jpg

"พลัง L สุดยอด!!" อุซโซตะโกนหลังเห็นภาพถ่ายหัวหน้ากลุ่มเสร็จก็โดนซึคาสะเอาไม้กอล์ฟฟาดกบาล

"โมกุริ หัวหน้ากลุ่มวาก้าบอนด์ที่มีพลังในการอนุญาตการเดินทางในทุกมิติ พลังนี้แหละที่จะพาพวกจักรวรรดิมิตินับพันลงมาทำลายโลกของเราทิ้ง"

"เพราะแบบนี้เลยเป็นกุญแจสำคัญของกลุ่มสินะ"

"นั่นก็ใช่ แต่จริงๆแล้วว่ากันว่าชีริวหรืออัลคาเชลก็เอาชนะโมกุริไม่ได้ ......เผลอๆคุณอายะก็อาจจะเอาชนะไม่ได้"

"เป็นไปได้ไง? เลเวล 99 เรอะ???" รีเซ่ตกใจเมื่อรู้ความน่ากลัวของหัวหน้าวาก้าบอนด์

"เลเวลหกครับ"

OAO!!! พอได้ยินเลเวลศัตรูตัวเอ้ของพวกเขาทุกคนก็ได้แต่ทำหน้าตะลึงตึงๆ

"แต่แค่เลเวลหกนี่แหละ ต่อให้ศัตรูเลเวลเป็นร้อยก็ไม่มีปัญญาทำอะไรโมกุริได้ ว่ากันว่าน่าจะเป็นเพราะสกิลอย่างที่สอง แต่เราเองก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร" แล้วแรทเซลก็ริบหนังสือคืน ก่อนพาทั้งสี่คนวิ่งไปพลางอธิบายภารกิจไปพลาง "นั่นคือข้อมูลวาก้าบอนด์ที่จะต้องสู้ เพราะหากพวกมันเปิดประตูได้ก็หมายความว่าศัตรูของพวกเราคือทั้งวาก้าบอนด์และพวกจักรวรรดิที่นำโดยกษัตริย์ไกเซริค แต่หน้าที่จริงๆของพวกเธอคือทำลายพวกจักรวรรดิซะ" แรทเซลย้ำหน้าที่หลักให้ทั้งสี่คนฟังอีกรอบก่อนโยนผังกองทัพของจักรวรรดิมิตินับพันให้อ่าน

"เวลาได้ยินชื่อนี้แล้วเกลียดแทบจะอ้วก" รีเซ่ที่เคยหนีออกมาจากโลกไกอาบ่นทำหน้าเหย

"วันนั้นมีคนๆนึงรับคำสั่งจากกษัตริย์ให้มากวาดต้อนคนไปคัดเลือกเข้ากองกำลังก่อนเริ่มการสร้างจักรวรรดิขึ้น .....ชินยะหนึ่งในมาเจสตาด ....คนๆเดียวทำลายบ้านเกิดของเราหายไปในเวลาแค่สามนาที"

"…………………" ซึคาสะพูดไม่ออก

"บ้านเกิดหล่อนเป็นมาม่าเหรอฮะ?" อุซโซพูดออก แต่พูดแล้วโดนกระทืบไม่รู้จะพูดทำไม

"อุซโซ นายคงจำคาถาดาวแดงลูกที่ยิงถล่มพี่รูริวันนั้นได้สินะ" รีเซ่พูดถึงพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เห็นในการสอบคัดเลือก GM "ชินยะก็ยิงลูกพลังแบบนั้นได้เหมือนกัน......"

"อ้อ เหรอ?"

"ตกใจหน่อยสิยะ ยัยนั่นยิงลูกพลังออกมาแบบปืนกลด้วยแขนข้างเดียว หนึ่งลูกมีพลังเท่ากับดาวแดงของนายหนึ่งดวง!!"

"เฮ้ย!! ตกใจครับตกใจ!!!" อุซโซตกใจแทบสิ้นสติเมื่อรู้ความน่ากลัวของศัตรูจากจักรวรรดิ แต่บทบรรยายห่วยบัดซบ

"นั่นแหละพวกอโพสตัล เวอราเดโร่ (แปลเป็นไทยว่าสาวกสายเลือดแท้) ถ้าไม่จำเป็นอย่าไปสู้กับพวกมัน" แรทเซลเริ่มเล่าภารกิจต่อ ทั้งที่คนอื่นพากันงงว่าพลังของศัตรูมหาศาลเหมือนจับการ์ตูนคนละเรื่องมาชกกันขนาดนี้จะให้พวกเขากำจัดกองทัพของจักวรรดิได้ยังไง "แต่ต่อให้เก่งกาจขนาดไหนพวกมันก็ยังตกอยู่ใต้กฎของจักรวาลเรื่องจุดดับของชีวิต แม้แต่กษัตริย์ไกเซริคเองถ้าถูกเล่นงานเข้าที่จุดดับก็สามารถฆ่าให้ตายได้" แล้วแรทเซลก็หันมาหาอุซโซที่มีเนตรแห่งความตาย

"เธอคือความหวังที่เราจะใช้ฆ่ากษัตริย์ไกเซริค หากกำจัดมันได้กองทัพที่สูญเสียผู้นำก็จะถอนตัวออกไป"

อุซโซรับรู้ถึงแรงกดดันมากมายมหาศาลมากองอยู่บนบ่า แต่ที่จริงมันหนักเพราะเขาแบกเป็ดอยู่ต่างหาก

"นั่นแหละภารกิจที่สำคัญที่สุดและเป็นคีย์ของสงครามเอาท์แลนด์ "ลอบยิงกษัตริย์" "

"ถ้าล้มเหลวทุกอย่างก็จบลงสินะ" ซึคาสะรู้ดีว่าถ้าฆ่ากษัตริย์ด้วยแผนนี้ไม่ได้ก็คงไม่มีทางสู้พวกจักรวรรดิที่พวกสายเลือดแท้คนเดียวก็มีพลังขนาดลบโลกให้หายไปได้

"เรามีแผนสำรองของแผนสำรองเสมอ" แรทเซลเล่าต่อถึงแผนขั้นสาม "หากการป้องกันเกรทชไรน์ล้มเหลว และเราไม่สามารถฆ่ากษัตริย์ด้วยการลอบยิงได้ เราจำเป็นจะต้องใช้พลังของเธอ ซึคาสะ"

"OwO หนูมีพลังขนาดที่จะรับมือพวกนั้นได้ด้วยเหรอ?"

"เรียกคาออสออกมาทำลายทุกอย่างทิ้งไงล่ะ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ" แรทเซลหัวเราะเจื่อนๆ ให้ตายตูก็ไม่อยากใช้แผนนี้ "แต่เราไม่อยากให้เป็นแบบนั้นหรอก เพราะงั้น อุซโซ!! ห้ามพลาดนะเว้ย!!!"

"ไปลุ้นให้พวกคุณอายะกำจัดวาก้าบอนด์สำเร็จไม่ดีกว่าเหรอฮะ =v="

"ผมค่อนข้างมั่นใจว่าล้มเหลว ดูท่าทางแล้วคุณอายะเองต้องการกำจัดไกเซริคมากกว่าการป้องกันเกรทไชรน์ซะอีก" แรทเซลพูดจบก็ถอนหายใจ

"ทำไมเป็นงั้นล่ะ?"

"อย่าไปสนใจเลยครับ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอ"

แล้วทั้งห้าคน(+หนึ่งเป็ด)ก็มาถึงตำแหน่งซุ่มยิง ขณะที่พวกอายะกำลังรับมือการบุกของวาก้าบอนด์อยู่ ต้องลุ้นให้ล้มเหลวพวกเขาจึงจะมีบทอีกครั้ง



--Shiryu 00:40, 24 มีนาคม 2008 (ICT)

วาก้าบอนด์ห้าคน (ยกเว้นโมกุริและมิโคโตะ) เข้ามาด้านในของเกรทชไรน์ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของโลกที่ตั้งอยู่ ณ ใจกลางฮาร์โมเนียด้วยประตูมิติพบสภาพเหมือนวงกตขนาดใหญ่ "ข้างนอกไม่เห็นดูเป็นอย่างงั้นเลย ภาพลวงตาสินะ"

"ภาพลวงตาครับ" ชีริวมองด้วย Sage's Eyes "ยังไงที่คอยดักจัดการเราอยู่แน่ๆก็คือการ์เดี้ยนแห่งหอศักดิ์สิทธิ์หกคน แยกย้ายกันไปดีกว่า ใครหาทางขึ้นไปชั้นบนสุดเจอคนแรกบอกกันด้วยนะ"

เยอร์โน่ก้าวออกมา "ติดต่อกันทางเทเลพาธีของผมแล้วกัน ถ้ามีคนขึ้นไปถึงชั้นบนสุดได้แล้วผมจะส่งไปหาหัวหน้าให้ตามขึ้นไปทันทีเลย" แล้วทั้งห้าก็แยกย้ายกันออกไป


"พวกนั้นเข้ามายังชั้นแรกของเกรทชไรน์แล้ว" ลูเน่ที่ดูทางมอนิเตอร์รายงานให้อายะฟัง "แต่สำหรับพวกนั้นอยู่ตรงไหนก็ประมาทไม่ได้ทั้งนั้น สกิลเหนือความคาดเดาที่แหละทำให้พวกมันไม่เคยแพ้ใคร"


"เจออะไรเข้าเหรอ แบล็คเรน?" เยอร์โน่ที่ได้รับเทเลพาธีถาม

"มีกำแพงอากาศกั้นไว้เป็นช่วงๆ แบบนี้ต่อให้มีสกิลแคลวอแยนซ์(มองทะลุ)ก็มองโครงสร้างทางวงกตไม่ถูก สกิล skill break ของฉันผ่านกำแพงแบบนี้ได้อยู่แล้ว แต่คนอื่นคงไม่"

"งั้นเธอก็เจาะขึ้นไปเรื่อยๆก่อนเลยแล้วกัน"

"ส่งข้อมูลกำแพงอากาศมาหน่อยซิแบล็คซัง" ชีริวสอดขึ้นมาทางเทเลพาธี แบล็คเรนเลยต้องส่งข้อมูลคนใช้สกิลกำแพงไปให้

"Data Analysis เจาะข้อมูลเจ้าของสกิล แล้วเอา Clairvoyance มองหาแหล่งกำเนิดสกิล....." ชีริวมองทะลุขึ้นไปถึงชั้นห้าเห็นการ์เดี้ยนเชนนี่นั่งวิปัสสนาสร้างโซนกำแพงอากาศครอบตึกนี้อยู่ "มุดเงา!!" ชีริวใช้สกิล Shadow Creeper มุดไปโผล่ด้านหลังเงาของเชนนี่ "สกิล.... เอ่อ อัดแม่งธรรมดานี่แหละ"

แป้ะ!! เชนนี่โดนชีริวอัดไส้แตกตาย

"กำแพงอากาศทั้งหมดถูกทำลายลงในวินาทีที่ 23 ตั้งแต่พวกนั้นบุกมาค่ะ" ลูเน่รายงานข่าวร้ายเป็นระยะๆเหมือนเป็ดออกมารายงานผลการแข่งช่วงที่แมนยูโดนบาร์นสลีย์ถีบตกรอบ FA หลังจากรอบก่อนเยาะเย้ยหงส์แดงไป ...สมน้ำหน้า

"เหลือการ์เดี้ยนอีกห้าคน..." อายะเริ่มรู้สึกตัวว่าคงต้องนับถอยหลังไปเรื่อยๆ "อ่อ...เหลืออีกสี่คนแล้ว..."

ผัวะ!! อีกด้านอัลคาเชลจัดการการ์เดี้ยนสลีปเลสตายลงอย่างง่ายดาย "คิดยังไงเอาพวกสวะแบบนี้มาขวางเรา?"

"บ้าชิบ.... ความสามารถถามวันเดียวสี่กระทู้ของข้าไม่น่าจะมีใครต้านทานได้นี่นา.....ไอ้โซนบรรยากาศเมื่อตะกี้มันอะไรกัน..." แล้วสลีปเลสก็สิ้นใจไป

"เฮ้ย ชีริว ออกมาเก็บตัวอย่างไปเพาะเชื้อให้เจ้ามิโคโตะหน่อยซิ หมอนี่ฝีมือใช้ได้"

ชีริวมุดออกมาโผล่หน้าอัลคาเชล ก่อนสร้างแบล็คโฮลดูดซากของสลีปเลสเข้าไป "เหนื่อยแมะ? มีสกิลเบ๊ก็ทำงานเยอะกว่าชาวบ้านหน่อยนะ"

"เหนื่อยสิพี่"

"ไว้เจอตัวโหดๆบอกแล้วกัน จะไปช่วย"

"เจอตัวโหดๆผมก็เจี๋ยนชิงสกิลไว้ใช้เองสิ"


"มีอะไรเหรอแบล็คเรน?" อีกด้านเยอร์โน่โทรจิตไปถามแบล็คเรนที่บุกขึ้นไปได้ไกลกว่าเพื่อนตอนนี้ "เจออะไรดีๆเข้าแล้ว"

แบล็คเรนใช้สกิลเบรกทำลายภาพลวงตาทั้งหมดทิ้งแล้วบลิทซ์ก็ปรากฏตัวออกมา "คนที่สร้างภาพลวงตาคลุมตึกนี้คือแกนี่เอง"

"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคุณแบล็คเรน ....ตั้งแต่ตอนสอบคัดเลือก GM นั่น ...เสียดายที่ผมไม่รีบจัดการคุณตั้งแต่ตอนนั้น"

บลิทซ์เร่งพลังขึ้นจนบรรยากาศบิดเบี้ยว "นี่เหรอพลัง GM ของโลกนี้?"

"คุณเก่ง โคตรเก่งยิ่งกว่าไซเลนท์ซะอีก แต่ด้วยความสามารถในการก้อปปี้การเคลื่อนไหวของผมแล้วยังไงก็ไม่มีทางแพ้"

"งั้นก็มาลองดูซักตั้ง"

แบล็คเรนเคลื่อนเข้ามาอัดบลิทซ์ แต่บลิทซ์ก็เคลื่อนไหวในจังหวะเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบทำให้ไม่สามารถโจมตีเข้าได้ "ความสามารถนี้อนุญาตให้ผมลอก param ออกมาได้หนึ่งอย่าง หากมีค่า SPD ที่เท่ากันไม่ว่ายังไงจังหวะรับการโจมตีก็ไม่มีทางผิดเพี้ยนแน่นอน"

พอได้ยินแบบนั้นแบล็คเรนก็หัวเราะ "อ๋อเหรอ? เสียใจด้วยนะ จริงๆฉันเร็วกว่านี้แปดเท่า" แล้วก็กระโจนเข้าไปอัดบลิทซ์แต่บลิทซ์ก็ปรับค่า SPD อีกรอบอย่างสุดความสามารถ

"ฮึ่ม!!!!"

"หึหึหึ ปรับให้สูงกว่านี้ได้หรือเปล่า เมื่อกี้ฉันล้อเล่นน่ะ ฉันเร็วกว่านี้หกสิบสี่เท่า..." แบล็คเรนเร่งความเร็วสูงสุดเข้าซัดบลิทซ์เละเทะแบบไม่มีปัญญาตอบโต้ได้ "ลาก่อนนะ"

"บ้าที่สุด!!!!!"


ฉัวะ พลัวะ พลั่ก ฉูด! ปึ้ก! ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ...บลิทซ์นอนจมกองเลือดแพ้ราบคาบ


  • GM บลิทซ์ถูกผู้เล่นแบล็คเรนฆ่าตาย แบล็คเรนได้เพิ่ม 120 EXP


แล้วชีริวก็ปรากฏตัวออกมากลางห้องที่ถูกละเลงด้วยเลือด "เฉียบขาดร้อยเปอร์เซ็นต์สมเป็นแบล็คซัง"

"ฉันไม่ได้อยากทำแบบนี้ซักหน่อย"

"เข้าใจดีน่า อีกไม่นานหรอก"

ชีริวเหลือบไปเห็นลูกพลังขนาดยักษ์พุ่งมาทางด้านหลังเลยต้องรีบคว้าคอแบล็คเรนหลบออกมา ลูกพลังพุ่งกระแทกหอคอยหายไปครึ่งชั้นเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั้งฮาร์โมเนีย ...แล้วอายะก็เดินออกมา

..................

ชีริวมองประเมินความสามารถของแอดมินดูคร่าวๆ "อย่าเพิ่งสู้กับคนๆนี้"

แบล็คเรนพยักหน้าแล้วทั้งคู่ก็รีบวิ่งออกมา อายะยิงลำแสงแสกนออกมาจากร่างตัวเองนับล้านเส้นวิ่งไปทั่วหอคอยศักดิ์สิทธิ์ แต่ทั้งสองคนก็หายไปลับตาซะก่อน


"ลูเน่!!!"


อายะตะโกนด้วยพลังเสียงตัวเองล้วนๆไม่ต้องพึ่งระบบแต่ก็ดังไปทั้งหอคอย


"ไม่ต้องสนใจแผนขั้นสองแล้ว! ฆ่าพวกมันให้หมด!!!"


"ใจเย็นก่อนสิอายะ..." แต่ลูเน่รู้ว่าพูดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เลยลุกจากที่นั่งสังเกตการณ์แล้วหยิบปืนทั้งสองกระบอกลงมาด้านล่าง


ทางด้านเยอร์โน่เดินมาพบกับดิอัส การ์เดี้ยนที่เก่งที่สุดในหกการ์เดี้ยนเข้า "แค่จัดการแกได้เทเลพาธีก็จะถูกทำลาย แล้วพวกแกทั้งหมดก็จะบุกต่อไม่ได้"

เยอร์โน่ได้ยินเข้าก็หัวเราะเยาะ "ฮ่ะๆๆๆ สกิลเทเลพาธีชีริวก็มีครับ ....อีกอย่างผมเป็นแค่ตัวล่อเท่านั้นเองแหละ คิดว่าเราจะไม่รู้เหรอว่าพวกคุณวางแผนไว้แบบนี้เหมือนกัน" หอกแปดเล่มพุ่งออกมาจากด้านหลังเยอร์โน่ให้ดิอัสกระโดดหลบ แล้วไซเลนท์ก็ปรากฏตัวออกมา "ฮ่าๆๆๆๆ น่าเบื่อ!!! ให้ซ่อนตัวในช่องมิติหลบอยู่ด้านหลังแกรอโอกาสให้ตัวเบ้งๆเข้ามาเล่นงานแบบนี้มันน่าเบื่อขนาดไหนรู้ไหม?"

"ใจเย็นน่าไซเลนท์ หนนี้ไม่ได้ลงไปลุยในสนามรบ แนวสู้ประเภทไล่ถลุงศัตรูกระเจิงเป็นกองทัพแบบเธอคงไม่ได้ทำอะไรมากอยู่แล้วหละ"

ดิอัสเริ่มตัดพ้อ "เอ่อ.....นี่ผมหายตัวไปจากบอร์ดแค่นี้ถึงกับเอาวาก้าบอนด์สองคนมารุมกระทืบกันเลยเหรอครับ ปกติผมโพสต์มีประโยชน์มากเลยนะครับ ความรู้ซุยผมแน่นนะ"

แล้วเยอร์โน่กับไซเลนท์ก็เปิดฉากรุมกระทืบดิอัสอย่างไร้จรรญาบรรณ ขอข้ามไปเลยดีกว่า....


Personal tools