Final Fantasy ep2
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
--FLOW 06:25, 11 มกราคม 2009 (ICT)
วู้มมมมม~ พอปราบฮิกะอิจิม่อนลงได้ไม่นาน บรรยากาศรอบๆก็เริ่มบิดผัน หมอกเวทมนต์ที่ปกคลุมโดยรอบป่าหอมพานต์กำลังมารวมตัวกันและควบแน่นอยู่ในอาณาบริเวณที่ไม่ไกลจากที่พวกหลอดอยู่กันมากนัก
"นี่คือสัญญาณว่ารอยแยกมิติกำลังปรากฎขึ้นนิ รีบๆไปกันเร็วเข้าเถอะ" รูมินรีบเร่งให้ทั้งสองคนวิ่งตามตนมาทันที
"แล้วเพื่อนของเธอคริสโทกิล่ะ จะไม่ช่วยชีวิตมันซักหน่อยเหรอ?"
"ช่างหัวมันเถอะฟีนิกซ์ดาวน์มันแพงไม่คุ้มค่าจ้าง" รูมินวิ่งหายไปไม่สนใจใยดี.....คริสโทกิถูกคนแต่งใช้งานแล้วทิ้งอย่างรวดเร็วเหมือนอัตราการปรากฏตัวและกลับในมีต
แล้วรูมินก็พามาถึงบริเวณที่หมอกมนต์ควบแน่นรวมกัน พลังเวทมนต์กำลังควบแน่นบิดตัวรวมกันจนเกิดเป็นรูปร่างคล้ายวัตถุขึ้นมา
"ตรงกลางนั่นมัน....ก้อนหิน อะไรน่ะรู้สึกเหมือนกับเคยเห็นมาก่อนยังไงยังงั้น นี่สินะสิ่งที่ฮิกะอิจิม่อนมันกำลังหาอยู่...." เรนเกลที่วิ่งตามมาติดรู้สึกสะกิดใจกับศิลาประหลาดที่อยู่เบื้องหน้าตนเองยิ่งนัก
"นะ นั่นมัน....เหมือนกับหินที่เราได้มาเป็นรางวัลตอนล้มพวกอัลเดอบารันเลย ไม่สิไม่ถึงกับเหมือนแต่คล้ายกันมากอย่างกับแต่ก่อนมันเคยเป็นหินก้อนเดียวกัน" หลอด ริโอวควักเอาหิน[???]ที่ได้มาก่อนหน้านี้ขึ้นมาเทียบดู
"มัวแต่อึ้งอะไรกันอยู่นิ!! ตรงบริเวณที่หินก้อนนั้นลอยอยู่นั่นแหละคือรอยแยกของมิติรีบเข้าไปเร็วเข้าก่อนที่มันจะหายไป!!" รูมินเอาค้อนเขกกบาลทั้งคู่ จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปที่หินก้อนนั้น...แต่ก็ถูกดีดกระเด็นออกมา
"ระวังนะพลังเวทมนต์หนาแน่นขนาดนั้น คนธรรมดาฝ่าเข้าไปไม่ได้หรอก" เรนเกลวิ่งเข้าไปรับรูมินที่กระดอนออกมาไว้ได้ทันท่วงที
"บ้าที่สุด หนทางอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆแต่กลับทำอะไรไม่ได้" หลอดรู้สึกเจ็บใจยิ่งนัก
วู้มมม~แต่แล้วหินในมือของเรนเกลก็เปล่งแสงขึ้นทำปฎิกริยากับหินที่อยู่ใจกลางหมอกเวทมนต์ เมื่อหินทั้งสองเปล่งแสงตราไร้ประมาณบนหน้าผากของหลอด ริโอวก็ปรากฎขึ้นมา จากนั้นหินกลางหมอกมนต์ก็แผ่บรรยากาศประหลาดออกมาปกคลุมทั้งสามเอาไว้....
"เหวอนี่มันอะไรกัน!!" รูมินตกใจกับปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นรอบตัวเอง นี่เป็นการข้ามมิติครั้งแรกของเธอ
"หินก้อนนี้ก็คือตัวตนที่แท้จริงของรอยแยกมิติสินะ" แต่กับหลอดที่เคยไปต่างมิติมาหลายหนแล้วจึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดสำหรับตน แล้วก็เดินไปคว้าเอาหินที่ลอยอยู่นั้นมาพินิจพิจรณา
- คุ้นเหลือเกิน คุ้นมากนี่มันอะไรกันหินพวกนี้เรารู้สึกคุ้นเคยกับมันอย่างบอกไม่ถูก!!
ได้รับ : [หิน???? 1 ea]
"พวกเรากำลังอยู่ใน[ห้วงมิติชั้นสูง - Alternate Dimension]นี่แหละการย้ายมิติ!!!" เรนเกลที่ตั้งใจเรียนวิชาโครโน่ครอสจนได้เกรดAตอนอยู่ในการ์เด้น ดูเหมือนจะยังประคองสติไว้ได้ ถ้าเป็นเรื่องที่อยู่ในตำราและประสบการณ์ของตนเขาไม่เคยหวั่นไหว!
ผ่านไปประมาณสามนาที บรรยากาศที่ชวนน่าสะอิดสะเอียนก็หายไป แล้วทั้งสามคนก็ยืนอยู่บนดินแดนที่ผิดแผกไปจากเดิม พื้นดินที่ดูแข็งกระด้างเป็นหลุมและบ่อ ต้นไม้และวัตถุโดยรอบที่ดูแปลกตาเหมือนโพลีกอนคุณภาพต่ำของเกมเกาหลี ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยความมืดมีเพียงแสงสีเหลืองนวลเหมือนแสงจันทร์ส่องสว่างให้กับดินแดนแห่งนี้....ที่นี่ก็คือ[ลูน่า]หรือดวงจันทร์นั่นเอง!!
--FLOW 06:25, 11 มกราคม 2009 (ICT)
ทั้งสามคนออกเดินสำรวจโลกใหม่ที่พวกตนไม่เคยพบเห็นมาก่อน....
"ตอนนี้พวกเราอยู่ตรงส่วนไหนของลูน่าล่ะเนี่ย!!! แล้วพวกเราจะไปพบแม่มดแห่งดวงจันทร์ได้ที่ไหนฟระ!!" หลอดเดินมายี่สิบกิโลจนหมดแรงข้าวต้ม ขนาดกินข้าวหลามในกระบอกแล้วก็ยังไม่มีแรงจะก้าวขาอีกต่อไปแล้ว
"ไม่รุเหมือนกานนิ เราไม่เคยมาดวงจันทร์มีแต่คริสโทกิที่เคยมาเหยียบลูน่าเท่านั้นแหละที่รู้" รูมินเองก็หมดแรงนั่งแผละตามหลอดไปติดๆเหมือนกัน...
"ที่พวกเรายืนอยู่นี่ก็คือป่ามูนไบลน์ยังไงล่ะทุกท่าน!" เสียงของคริสโทกิดังแว่วมาจากใต้ดิน แล้วคริสโทกิก็โผล่ขึ้นมาจากหลุมข้างๆเรนเกล "สวัสดีอีกครั้งทุกท่าน"
"เหวอคริสโทกินายตายไปแล้วไม่ใช่เร้อออออออ" เรนเกลถึงกับหลุดเก๊กเพราะกลัวผีเป็นที่สุด
"ฮ่าๆ ไม่ต้องกลัวข้าไม่ใช่ผีแต่ข้าคืนชีพขึ้นมาต่างหาก ตอนตกนรกไปเจอโคเอ็นม่าข้าก็ซุยไปว่าเป็นพวกยูซึเกะจะไปปราบเซ็นซุยมันก็เลยให้ข้าฟื้นขึ้นมานี่ไง" คริสโทกิตอบด้วยความภาคภูมิใจในสกิลการซุยของตนเองยิ่งนักซุยได้กระทั่งความตาย
"แล้วนายข้ามมิติมาถึงที่นี่ได้ยังไงกันนิ"
"อ๋อ นี่เป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของข้าน่ะ ข้าสามารถไปโผล่ที่หลุมอะไรก็ได้ด้วยอบิลิตี้Trap Hole Masterไงล่ะวะฮะฮะฮ่า"
จากนั้นด้วยการนำทางของคริสโทกิทุกคนก็เดินทางมาถึงเกทออฟอัลเคอร์สถานที่อยู่ของแม่มดแห่งดวงจันทร์
"บ้านหลังนั้นแหละที่[แม่มดแห่งดวงจันทร์]อาศัยอยู่" คริสชี้ไปที่บ้านหลังนึงรูปร่างเหมือนบ้านขนมปังในนิทาน แต่บ้านแหว่งไปค่อนหลังเหมือนถูกเฮเซลกับเกรเทลยี่สิบคนแด๊กเข้าไป
"ว๊าาวจะได้เห็นหน้าแม่มดที่ต้องฝ่าฟันยากลำบากกว่าจะได้พบแล้ว....ต้องเป็นแม่มดที่เลอโฉมมากแน่ๆเลย" เกจีนีไอฟันธง!
"ก๊อกๆๆ ฮัลโหล! มีคนจะมาปรึกษาปัญหาชีวิต เปิดปั๊กกะตูให้เข้าไปหน่อยซิ" คริสโทกิเคาะประตูแล้วปั๊กกะตูเข้าไปพบสาวน้อยร่างท้วมกำลังสวาปามเค้กอยู่อย่างเอร็ดอร่อย....
"จ๊าาาาก แหวะ อ้ววววก อีหมูสามชั้นมันกระเซ็นนี่มาานอาราาาายก๊าาาน" จีนีไอผิดหวังสุดชีวิตหนีกลับเข้าช่องเก็บอุปกรณ์ทันควัน
"มูนนน~ เราชื่อ[สกาเล็ทอูม]จ้ายินดีที่ได้รู้จัก ใครกันที่มีจะมาขอความช่วยเหลือจากสาวน้อยอ่อนแอบอบบางอย่างเรา^^"
"อ่อนแอบอบบางบ้านเธอซิ วันก่อนยังเห็นเอามือเปล่าตบหมีกินคน(LV31)ตายคามือในทีเดียวแบบนั้นรัฟเฟียนยังทำไม่ได้เลย......อ๊าาาาาก จ๊าาาากส์" แล้วคริสก็โดนชั้นไขมันหน้าท้องหนีบจนกระดูกทั่วร่างแหลกละเอียดซี้ม่องเซ็กไปอีกรอบ
--FLOW 08:18, 11 มกราคม 2009 (ICT)
[สการ์เล็ทอูม]ชายตามองไปที่ผู้มาเยือนทั้งสี่คน แล้วสายตาของเธอก็มาหยุดอยู่ที่.....หลอด ริโอว
"คงเป็นลิงน้อยน่ารักผู้มาจากต่างโลกคนนี้สินะที่จะมาขอให้เราช่วย" สการ์เล็ทอูมพูดไปแล้วก็หยิบแยมโรลบนฝากำแพงบ้านหนมปังเคี้ยวตุ้ยๆไปพลาง
"จะเจ๊รู้ได้ยังไงว่าผมไม่ใช่คนของโลกนี้..." หลอด ริโอวตกใจมาก
"เรามีพลังในการหยั่งรู้อดีตไม่มีใครสามารถปิดบังความลับได้เมื่ออยู่ต่อหน้าเรา เอาล่ะลองเล่าจุดประสงค์ของเธอมาซิจ๊ะ"
...หลอด ริโอวจึงเล่าจุดประสงค์ของตนเองที่ต้องการกลับไปยังซุยโคเด็นยูนิเวิร์สให้[สการ์เล็ทอูม]ฟัง
"เอาล่ะเราเข้าใจแล้ว ถ้ายังงั้นรอเดี๋ยวนะ มูนนน~" สการ์เล็ทอูมพอรับฟังปัญหาแล้วก็เริ่มหยิบขนมรอบๆบ้านมากินอีกครั้ง...
เธอกินเข้าไปเรื่อยๆจากน้ำหนัก200ปอนด์ก็เพิ่มเป็น200โลฯกลายเป็น[สการ์เล็ทอ้วน] แต่หนักขนาดนั้นก็ยังไม่หยุดกินยังคงกินอีกๆๆๆๆๆจนจากสการ์เล็ทอ้วนขยายร่างกลายเป็น[สการ์เล็ทหมู]หนัก 200 ตัน ทำเอาที่ราบสูงถึงกับทรุดเป็นที่ราบต่ำเลยทีเดียว...... แต่พอกินเข้าไปเรื่อยๆร่างที่อ้วนขึ้นๆก็กลับหดลง ไขมันเมื่ออิ่มตัวจนถึงขีดสุดก็บีบรัดกันแน่นแล้วม้วนต้วกลับเข้าไปซุกซ่อนอยู่ในกล้ามเนื้อชั้นไบคัสปิด(คนแต่งมั่วห้ามเชื่อไปทดลองที่บ้านเองเด็ดขาด) จากร่างที่บวมเป่งเป็นช้างน้ำดัมโบ้ก็กลายเป็นสาวสวยหุ่นเพรียวบางสเลนเดอร์ปรากฎอยู่ตรงเบื้องหน้าของทั้ง 4 คนแทน สร้างความอะเมซซิ่งให้แก่ผู้พบเห็นเป็นยิ่งนัก
"หวัดดีอีกรอบจ้า นี่แหละร่างที่แท้จริงของเราสการ์เล็ทมูนผู้หยั่งรู้อนาคต[แม่มดแห่งดวงจันทร์]ตัวจริงเสียงจริง" เธอทักทายด้วยท่าทางโมเอ้สุดชีวิต(เท่าที่อายุของเธอจะอำนวย)
"โอ้ววว! แม่เจ้าไม่เคยเห็นสาวที่ไหนน่ารักเท่านี้มาก่อน สนใจจะมาใช้นามสกุลเดียวกันกับพี่ไม๊จ๊ะน้องจ๋า" จีนีไอเห็นแล้วรีบผลุดออกมาจากช่องเก็บของทันที พร้อมประโยคจีบสาวความเสี่ยวระดับไม่สามารถประเมินได้
"ฝัน..." สการ์เล็ทมูนตอบน้ำเสียงเลือดเย็นจับจีนีไอเปิดฝาหม้อยัดระเบิดC4ลงไป ปิดฝาจากนั้นก็กดสวิทช์.....ตูมเดียวเหลือแต่หูดำๆที่จับฝาหม้อเละอยู่คามือของสการ์เล็ทมูนเท่านั้น ช่างโหดได้ใจเหลือเกิน
"เอาล่ะเรามาต่อกันเถอะหลอด ริโอว"
"ค้าบป๋ม.." หลอดปฎิบัติตามอย่างว่าง่าย หลังจากเห็นความโหดของสการ์เล็ทมูนเมื่อสักครู่ไปแล้ว
โอม~มูนนนนน~อูมมมมมมมม~สการ์เล็ทมูนใช้พลังไสยศาสตร์ที่ไม่อาจเปิดเผยได้ สการ์เล็ทมูนเข้าสู่ภวังค์ เธอกำลังเข้าทรงเรียกคนแต่งมาช่วยบอกใบ้วิธีไปต่อ.... สักพักปากของเธอก็เริ่มขยับไปเองโดยอัตโนมัติเหมือมีผีมาจ้างหนังให้บอก
จงรวบรวมดวงดาว 108 ให้ครบ ยามนั้นเส้นทางแห่งความหวังจะถูกเปิดออก พวกพ้องที่ล่วงลับจักช่วยเจ้านำทางสู่ 12 ดวงดาวที่เหลือ แผ่นศิลาทั้ง 12 จะช่วยชี้นำทิศทางที่ผู้นำควรมุ่งไป...
และนี่คือสิ่งที่หลอด ริโอวควรจะต้องก้าวเดินต่อไปในอนาคต....
--FLOW 09:55, 11 มกราคม 2009 (ICT)
เมื่อได้ฟังคำทำนายแล้วสมองของหลอด ริโอวก็ครุ่นคริดอย่างหนัก พยายามตีความจากสิ่งที่คนแต่งสการ์เล็ทมูนบอกใบ้
- จริงด้วยสินะตอนที่สู้กับโฟลวในศึกสุดท้าย บนป้ายหิน[Star of Destiny]มีชื่อแค่ 96 คนเท่านั้น!บางทีถ้าเราสามารถรวมรวมพวกพ้องได้ครบ 108 คนล่ะก็ ปาฎิหาร์ยแห่งความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดที่อายะเคยพูดถึงอาจจะช่วยให้เรากลับไปยังซุยโคเด็นยูนิเวิร์สได้!!!
- แต่เราจะทำยังไงดี โลกไฟนอลนี้มันก็กว้างใหญ่จะไปหาผู้ที่มีชะตากรรมแห่งดวงดาวอีก 12 คนที่เหลือเจอได้ยัง แถมป้ายหิน SoD ก็ไม่มีอีกแล้วจะไปรู้ได้ยังไงว่าคนๆนั้นเป็นหนึ่งใน 108 ดารา สิ้นหวังแล้ว สิ้นหวังแล้ววว สิ้นหวังแล้ววโว้ยยยยยย.....
"อย่าเพิ่งท้อใจไปซี่หลอด ริโอวเอ๋ย ตัวคนเดียวคงทำไม่ได้อยู่แล้ว แต่เธอยังมีพวกพ้องอยู่นี่นาพวกเขายังคงช่วยเธอยู่เสมอนะ...." สการ์เล็ทมูนที่อ่านใจได้อ่านหลอดจนทะลุปรุโปร่ง
จากนั้นสการ์เล็ทมูนก็เริ่มทำอะไรบางอย่างขยับมือเป็นการกวักเรียก แล้วก้อนหินประหลาดทั้งสองที่หลอด ริโอวมีก็ออกจากช่องเก็บอุปกรณ์ลอยเข้ามาอยู่เบื้องหน้าของเธอ
"แผ่นศิลาทั้ง 12 จะช่วยชี้นำทิศทางที่ผู้นำควรมุ่งไป..." เธอใช้พลังเวททำลายพลังที่ผนึกก้อนหินปริศนาสองก้อนนี้ทิ้ง แล้วก็ปรากฎเป็นสิ่งที่หลอด ริโอวคุ้นเคยเป็นอย่างดี
- [ป้ายหินแห่งคำสาบาน]!!! หลอดตกตะลึงกับสิ่งที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้า หินสองก้อนนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของป้ายหินแห่งคำสาบาน
"ใช่แล้ว ปาฎิหาร์ยที่น่าทึ่ง! สิ่งนี้ชักนำเธอมาพบชั้นถึงที่นี่เพื่อให้ชะตากรรมของเธอดำเนินต่อไป ไม่ใช่แค่นั้น!มันกำลังชักนำให้ผู้ที่มีชะตากรรมเกี่ยวข้องกับมันถูกดึงดูดเข้าหามันด้วย!!!" สการ์เล็ทมูนสะบัดมืออย่างรวดเร็ว ชิ้นส่วนของป้ายหินทั้งสองชิ้นแยกออกจากกันไปคนละทิศพุ่งเข้าหาเรนเกลและรูมินอย่างรวดเร็ว!!!
"เหวอ ว๊าาากนี่มันอะไรกัน // อุกู๊~~ +w+" เสียงร้องด้วยความตกใจของทั้งสองคนกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้น เมื่อเรนเกลและรูมินได้สัมผัสชิ้นส่วนของป้ายหิน ความทรงจำที่อยู่ในแผ่นป้ายก็หลั่งไหลเข้าสู่คนทั้งสองคน ทั้งคู่ซึมซับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในซุยโคเด็นยูนิเวิร์สเอาไว้ในสมอง และเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างราวกับได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้ผ่านมาด้วยตาของตนเอง
หลอด : เรนเกล! รูมิน! หรือว่าพวกนาย...
สการ์เล็ทมูน : ใช่แล้วพวกเขาสองคนก็คือหนึ่งในดวงดาวที่เธอกำลังตามหาอยู่ยังไงล่ะจ้ะ
เรนเกล : ใช่แล้วหลอด พวกเราเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว!
รูมิน : ให้พวกเราติดตามนายต่อสู้กับโฟลวด้วยเถอะนิ!
~ ชิ้นส่วนป้ายหินบนมือที่ทั้งคู่ถืออยู่เปล่งแสงสว่าง แล้วช่องว่างบนป้ายหินทั้งสองแผ่นก็มีชื่อของทั้งสองคนปรากฎขึ้นมา
Strange Star Teni : เรนเกล
Strong Star Chisou : รูมิน
สการ์เล็ทมูน : ทีนี้คงเข้าใจแล้วสินะหลอด ริโอวนี่ไม่ใช่ความบังเอิญ การที่เธอได้หินสองก้อนนี้มาเพราะมันเรียกหาเธอ และในขณะเดียวกันหินแต่ละก้อนก็ได้เรียกหาดวงดาวที่เหลือของมันด้วย พวกพ้องของเธอที่ตายไปใช้พลังแบ่งออกเป็น 12 ส่วนส่งมันมายังโลกใบนี้เพื่อช่วยเธอตามหาพรรคพวกที่เหลือยังไงล่ะ ณ ที่ๆชิ้นส่วนป้ายหินอยู่ดาวแห่งชะตากรรมที่เธอตามหาก็จะอยู่ที่นั่น!
- อา...ถ้าหาชิ้นส่วนหินป้ายSoDที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลกนี้ได้จนครบล่ะก็ เราก็จะได้พรรคพวกครบ 108 คนและป้ายหินแห่งคำสาบานก็จะสมบูรณ์แบบ!!!
"ไม่หรอกมันอาจจะไม่ง่ายแบบนั้นก็ได้..." มีคนพูดขัดจังหวะขึ้นมา....คริสโทกินั่นเอง
--FLOW 15:53, 11 มกราคม 2009 (ICT)
คริสโทกิบอกว่าชิ้นส่วนของป้ายหินแห่งคำสาบานนี้ในโลกของไฟนอลแฟนตาซีเรียกมันว่า[เทียไครส์สโตน]เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในโลกใบนี้เพราะมันมีพลังเหนือกว่ามาเทเรียนับร้อยเท่า มีพลังเวทประจุอยู่มหาศาลจนวัดค่ามิได้ ทุกคนต่างออกเดินทางตามหาและช่วงชิงกันไม่เว้นว่างหากมันไม่ได้อยู่ในมือของผู้มีพลังมหาศาลก็ต้องซุกซ่อนอยู่ในที่ลึกลับยากแก่การค้นพบ อย่างสองชิ้นแรกที่หลอดมีก็ได้มาจากGFสุดแกร่งอย่างอัลเดอบารันและซาฟุระทูตะ ส่วนอีกชิ้นก็ถูกหมอกมนต์คุ้มกันไว้และย้ายที่ไปเรื่อยๆทั่วโลก
"เฮ้ๆ อย่ามาล้อกันเล่นแบบนี้เซ่คริสโทกิ" หลอดคิดว่าที่คริสโทกิร่ายมาข้างบนนั้นเป็นเรื่องซุย
"ไม่หรอกที่เขาพูดมานั่นเป็นความจริง" แต่เรนเกลออกมายืนยันทำให้หลอดคอตก...งานนี้ยากเย็นอีกแล้ว
"ตอนนี้ที่อยู่ในมือพวกเราคือ[เทียไครส์สโตน-ราศีคนคู่กับราศีแพะ]รีบออกตามหาอีก10ชิ้นที่เหลือกันเถอะ"
"เทียไครส์สโตนมีแบ่งชนิดด้วยงั้นเรอะ!" หลอดสงสัย
"ถูกต้อง! เราแบ่งมันตามรูปร่างของหิน แต่ละก้อนก็มีพลังเป็นของตนเองแตกต่างกันไป"
เมื่อเสร็จธุระแล้วหลอดก็ขอบคุณสการ์เล็ทมูนอีกครั้งในความช่วยเหลือและเตรียมเดินทางกลับโลกเพื่อไปร่วมงานเลี้ยงเต้นรำที่กาบัลเดียการ์เด้น แต่แล้วทั้งสามคน(ไม่รวมคริสโทกิ)ก็ตระหนักได้ถึงปัญหาอันใหญ่หลวงที่ตามมานั่นก็คือ........แล้วจะกลับยังไงดีล่ะเนี่ย!!!
"เรื่องกลับนั้นง่ายมาก ก็ใช้พลังของหินสิ [เทียไครส์สโตน-ราศีแพะ]ที่ส่งเธอมาที่นี่มีพลังในการเคลื่อนย้ายข้ามมิติ" สการ์เล็ทมูนแนะนำ
เมื่อรู้วิธีแล้วหลอดก็ลองใช้พลังของหินดูทันที บรรยากาศรอบตัวถูกปกคลุมด้วยมิติผันผวนอีกครั้งแล้วร่างของหลอด ริโอวกับพรรคพวกก็หายไปจากบ้านหนมปังของสการ์เล็ทมูน...
"อ๊ะแย่แล้ว! ลืมคิดตังค์อ่ามูนนนนน~ T-T" สการ์เล็ทมูนจึงอดรายได้ค่า thesis ต้องไปรับจ๊อบตจวตบเด็กตามสวนสัตว์ต่างจังหวัดต่อปาย...
ตัดกลับมาทางหลอด ริโอวระหว่างที่อยู่ในไฮเปอร์สเปซเดินทางกลับการ์เด้นก็รูสึกถึงความผิดปกติขึ้น...
รูมิน : อะไรกันทำไมบรรยากาศมันถึงรู้สึกวูบๆล่ะนิ
เรนเกล : ดูเหมือนการจัมป์จะเกิดการแทรกแซง....
หลอด : มีคนกำลังเรียกพวกเราอยู่!!
คริส : แล้วพวกเราจะไปโผล่ที่ไหนกันเนี่ย!!
เหวววววววววววววววออออออออออออออ!!!! (เสียงทุกคนร้อง)
ทั้งสี่คนถูกพลังลึกลับชักนำและกระเด็นออกนอกเส้นทางเดิมเป็นที่เรียบร้อย แล้วจะไปโผล่เอาที่ไหนกันล่ะเนี่ย.....
--FLOW 17:13, 11 มกราคม 2009 (ICT)
ทั้งสี่คนตกปุ๊ลงมาในอาคารแห่งหนึ่ืงมีกระจกสีและเสาโรมันมากมายรายล้อม มีเพลงbgเป็น song of lorelei ประกอบ....ดูท่าทางจะเป็นวิหารแห่งหนึ่ง เพราะเบื้องหน้ามีคนแต่งชุดเหมือนเหมือนนักบวชยืนเรียงกันสลอน
"อูย ก้นจ้ำเบ้าเลย...แล้วที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ยเพลงยังกับอยู่ในโบสถ์เลย" หลอดเอามือลูบตูดแล้วก็หันไปมองรอบๆ
"โอ้ววว นี่มันไม่ผิดแน่....เทียไครส์สโตน แถมยังมีถึง2ชิ้นด้วยกัน โอวววววว" เสียงของนักบวชที่มารุมมุงกันไชโยโห่ร้องด้วยความยินดี เหมือนเพิ่งได้รับการอภัยโทษประหารมา....
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า แน่นอนอยู่แล้วไอ้พวกนักบวชตูดหมึกทั้งหลาย ลงข้า[บร๊ะสังฆราช]ผู้นี้ลงมือเรียกเองมีรึจะไม่สำเร็จ" เสียงของนักบวชคนนึงแต่งตัวเว่อร์ที่สุดในหมู่นักบวชด้วยกันดังโพล่งขึ้นมา ดูท่าไอ้หมอนี่จะบิ๊กสุดในวิหารแห่งนี้
"ซวย...ซวยแล้วไงล่ะมาตกลงที่[อาณาจักรเทลส์]เหรอเนี่ย แถมโผล่ที่ไหนไม่โผล่ดันมาลงที่[วิหารสเตรไรส์]เสียอีก" คริสโทกิหน้าซีดเลือดลมไหลทวนทิศราวกับประจันหน้ากับสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตายอยู่
"???" หลอดยังสงสัยอยู่ว่าทำไมคริสถึงกลัวขนาดนั้น แต่แล้วอีกไม่นานเขาก็ต้องหายสงสัย
"เฮ้ย ลิ่วล้อทั้งหลายไปเอาเทียไครส์สโตนนั่นมา ส่วนไอ้สี่ตัวที่ติดมาด้วยนี่เฉดหัวมันออกไปซะ!!" บร๊ะสังฆราชสั่งอะไรก็ไม่รู้โคตรเอาแต่ใจตัวเองที่สุดในโลกเลย
"เฮ้ยจะบ้าเรอะไอ้นักบวชเฮงซวย นี่มันของๆพวกเราเฟ้ยอยู่ๆจะมาเอาไปกันหน้าตาเฉยได้ไงฟะ!!" เรนเกลลุกขึ้นชักอาวุธออกมาแสดงความประสงค์ไม่ยินยอมอย่างชัดเจน
"หุบปากไอ้งั่ง!! บร๊ะแม่ยูฟี่กล่าวไว้ว่าของๆเราก็คือของๆเราส่วนของๆคนอื่นเราก็ต้องขโมยมาเป็นของเรา!!(สอนได้เลวที่ซู๊ดดด)" บร๊ะสังฆราชตอบกลับอย่างโคตรมัดมือชก
เรนเกลเห็นท่าว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่องจึงคิดจะใช้กำลังในการเจรจาแทน เขาพุ่งเข้าหาบร๊ะสังฆราชคนนั้นพร้อมกับอาวุธคู่ใจ ด้วยเซนส์ของเขารู้อยู่แล้วว่านักบวชคนนี้ไม่ธรรมดาจึงเรียกGFอัลเดอบารันออกมาด้วย
"เฮ้ยอย่าไอ้น้อง! แกสู้หมอนั่นไม่ได้หรอก!!" คริสโทกิอ้าปากหวอรีบห้ามเรนเกลทันที....แต่สายเกินแก้
"ไอ้อ่อนเอ๊ยบังอาจหันดาบเข้าใส่[โฮลี่ลอร์ด-เอลวาน่า]ผู้นี้เชียวเร๊อะ! ตายซะเถอะแก๊" เอลวาน่าเรียกโซเดี้ยนดีมรอสออกมาสะบัดหนึ่งที เกิดเปลวเพลิงพัีนองศาย่างสุกอัลเดอบารันเป็นสเต๊กทันที ส่วนเรนเกลหลบอยู่หลังบารัน รอดตายมาได้แต่ก็โดนเผาจนอาการโคม่า
"เรนเกล!!" หลอดรีบเรียกซาฟุระทูตะออกมารักษาทันทีจึงเรนเกลจึงรอดมาได้หวุดหวิด
"ว๊าาาาก! ไอ้พวกกระจอกง่อยเปลี้ยยิ่งกว่าเพลี้ยนในดินเอ๊ย!! พวกแกสามคนตายซะเถอะ!!!" เอลวาน่าใช้ดีมรอสสร้างบอลเพลิงหลายพันองศาขึ้นเหนือหัว บ่งบอกได้ถึงพลังเวทอันล้ำลึกสุดหยั่ง...
"แหะๆๆตาย3คนแปลว่าจะไว้ชีวิตกระผมใช่ไม๊ล่ะคร้าบ" คริสโทกิรีบเสนอหน้าทันที
"ใช่ซะที่ไหน แม่เด็กสาวหน้าตาคิขุคนนั้นตังหากที่ข้าจะจับมาใส่แว่นอยู่ในฮาเร็มสาวแว่นของข้า"
"แว๊กกกกก ท่านเอลวาน่าคร้าาาบ ใช้พลังท่านที่นี่จะพังวิหารของพวกเราเหรอไงคร้าาาาบ" พวกนักบวชรีบส่งเสียงห้ามปราม
"ช่างแม่มโว้ยยย พังไปก็สร้างใหม่ซีฟะเรื่องง่ายๆแค่นี้เอง พวกแกเรียนไม่จบป.3เรอะไง!!" แต่ไม่มีใครสามารถหยุดเอลวาน่าได้เลยซักคน...
ระหว่างที่พวกหลอดกำลังจะโดนเผาตายแน่นอนแล้็ว ได้มีนักบวชหญิงคนนึงวิ่งออกมายืนขวางหน้าพวกหลอดทั้ง4คนเอาไว้....เมื่อเอลวาน่าเห็นทีแรกก็ไม่สนใจแต่แล้วเขาก็ต้องยั้งพลังลง ใครกันที่ทำให้เอลวาน่าผู้นี้หยุดมือได้!?
