Trial Speller

จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี

Revision as of 13:21, 27 กุมภาพันธ์ 2008; view current revision
←Older revision | Newer revision→
Jump to: navigation, search

--Shiryu 07:26, 24 กุมภาพันธ์ 2008 (ICT)

หลอดเดินเข้ามาในห้องพบสภาพห้องสีเขียวน่าหยะแหยง "ลุงหน้าตาโรคจิตคนนั้นอาศัยอยู่ในที่พรรค์นี้เองรึนี่ มิน่าล่ะถูกห้ามไม่ให้เข้าประเทศไทย"

หลอดพูดจบจู่ๆก็มีบัสเตอร์ซอร์ดลอยมาเสียบกบาล ติด critical DMG 10 "ฮ่าๆๆ ข้าเก่งกาจมากมายมหาศาลแล้ว มุกตลกคาเฟ่สั่วๆทำอะไรข้าไม่ได้แล้วลุง!!"

ชีริวเดินออกมาแบบไม่รู้จะเก๊กไปทำไม "เก่งขึ้นเยอะจริงๆแหละเจ้าหนูเอ๊ย ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกที่บล็อกแกงค์ เอ้ย! หมู่บ้านปากหมานั่น"

หลอดเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังอย่างยาวนานเพื่อจะโชว์ว่าแม้จะอายุ 14 ก็โพสต์อะไรยาวๆเป็น แต่พิมพ์ยาวทีไรทำไมไม่ค่อยมีคนอ่านล่ะครับ เด็กน้อยใจนะครับ หลังหลอดอุตส่าห์เล่าจนจบชีริวก็บอกว่ารู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้วเพราะอ่านแชปเตอร์ที่แล้วจบแล้ว (เลวจริงๆ)

"ตอนนี้เราเสียเมดิอุสไปทำให้แผนการเคลียร์ไทรอัลทั้งแปดล้มเหลว แถมไม่มีอาวุธระดับเทพที่จะไปสู้กับโฟลวด้วย มีทางเดียวคือเราจะต้องฝากความหวังไว้กับเท็นไคอย่างเจ้า"

"แค่เริ่มฟังผมก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่จะถูกโบ้ยหน้าที่แล้วหละครับ -___- ว่าแต่อยากให้ผมทำอะไรเหรอครับ?"

"การจะสู้กับโฟลว สกิลโคตรโกง unlimited ทั้งแปดของพวกเราเป็นสิ่งจำเป็น แต่การจะติดสกิลให้กับผู้เล่นปกตินั้นจะต้องปลดลิมิเตอร์ทิ้งซะก่อน นั่นคือจะต้องได้สกิลสุดท้ายของหัวหน้า GM - Unlimited Limit มาก่อน"

"ผมว่าชื่อสกิลก็ฟังดูลักลั่นย้อนแย้งแล้วนะครับ ว่าแต่ หัวหน้า GM นี่ใครเหรอ?"

"อีกคนที่แกยังไม่มีโอกาสได้เจอน่ะ หมอนั่นเป็นคนดีมากทีเดียว แม้จะตายไปแล้วก็ยังเป็นวิญญาณหลอกหลอนไม่ยอมให้ใครเอาสีส้มไปใช้ ข้าเลยเป็นแอดมินไม่ได้ซะที" จู่ๆก็มีดาบดาวตกแห่งความมืดลอยมาปักหัวชีริวเข้าอย่างลึกลับ!!

"เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ ก่อนที่จะไปทำเควสต์ที่ว่านั่นช่วยอะไรอย่างสิ" ชีริวเอ่ยปากเริ่มเควสต์ของตัวเองทันทีทั้งที่ดาบของอาร์คโซลยังปักคากบาลอยู่ "ในซีแลนด์มีรูนแห่งกาลเวลาปิดผนึกอยู่ ช่วยไปนำรูนนั่นมาที่นี่ได้ไหม?"

"นั่นคือเควสต์ของแชปเตอร์นี้เหรอครับ ทำไมเงื่อนไขฟังดูกากไม่สมเป็นรองหัวหน้า GM เลยล่ะครับ"

"รองตัวจริงสติแตกหายสาปสูญไปน่ะ ข้าเลยเป็นแทน" ชีริวกล่าวอย่างภาคภูมิใจ "รูนอยู่ในปราสาทร้าง ปกป้องโดยเทพปีศาจโดเรียที่พาลาดินคลิฟได้อัญเชิญมาจากต่างมิติโดยสัญญาว่าจะขอให้ปกป้องรูนนี้ไว้ที่นั่นตลอดไปจนกว่ามิตินี้จะล่มสลาย แลกกับการที่พาลาดินจะสร้างหมู่บ้านนักรบขึ้นกลางทะเลทรายคาราคัสเพื่อป้องกันไม่ให้ฮาร์โมเนียขยายอาณาเขตลงมาและสร้าง one world nation ขึ้น"

"เริ่มฟังดูท้าทายแล้วครับ เทพปีศาจที่ว่านี่เก่งกว่าพิคโคโล่ไหมครับ?"

"เก่งกว่าอิมาจิน เพราะตอนเอาท์แลนด์เราแต่งเขากากไปหน่อย ตอนหลักเราจึงให้เขาเก่ง" ชีริวกล่าวพลางทำหน้าสำนึกผิด....ซะเมื่อไหร่กัน คนอย่างมัน "เกาะมายาที่ตั้งของปราสาทร้างจะปรากฏตัวขึ้นยามที่พระจันทร์เต็มดวง นั่นคือเวลาในการทำเควสต์์นี้มีแค่สิบสองชม.ตอนที่พระจันทร์ส่องแสงอยู่เท่านั้น"


"ขอเราไปด้วยสิ!!" อาร์คโซลกับซีกูลด์บุกห้องเข้ามาไม่ยอมเคาะประตู "นี่มันไม่ใช่เรื่องของการทดสอบอะไรแล้ว รีบๆเคลียร์ให้มันจบๆแล้วเรา..." ก่อนอาร์คโซลจะพูดจบชีริวก็ชี้ให้หันไปฟังหลอด

"สิบสองชม.เหรอ? ชม.เดียวก็พอแล้วครับ!"

บรรยากาศของหลอดตอนนี้ดูน่าเกรงขามผิดกับเด็กที่อาร์คโซลเคยไล่ล่าหัวซุกหัวซุน หลังจากนั้นชีริวก็ส่งหลอดไปซีแลนด์เพื่อเริ่มภารกิจทันที

"ไง? หมอนั่นเหมือนแอดมินเรามะ?"

"สมเป็นเท็นไคจุติ ...แต่หวังว่าคงไม่ได้จบแบบเดียวกันนะ....." ซีกูลด์วิตก

"ปลายทางที่คอยอยู่จะเป็นแบบไหนจะได้รู้กันในไทรอัลนี้หละ ภารกิจที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องรูนแห่งกาลเวลาหรอกนะ"


--Shiryu 08:07, 24 กุมภาพันธ์ 2008 (ICT)

หลอดมายังซีแลนด์ ส่งมาเพื่อให้ใช้แผนที่โลกของซุยให้มันหมดๆไปเท่านั้นแหละ "ไอ้ตัวไหนชื่อโดเรีย!!!??" หลังหลอดกล่าวทักทายอย่างสุภาพ สมุนนับหมื่นพันของเทพปีศาจก็มุดออกมาจากเงาเข้าโจมตี แต่หลอดก็โบกหนึ่งกระบี่ทำลายสมุนตายเกลี้ยงไปในพริบตา จากนั้นก็วิ่งวนไปวนมาในเกาะมายาอยู่หกรอบ "โอ้ย! หารูนไม่เจอครับโว้ย!!"

ทั้งเกาะนี้เป็นภาพมายาที่เทพปีศาจสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้สามารถมาถึงตัวรูนได้ พอถึงตอนนี้หลอดเริ่มรู้สึกว่าจะมาคนเดียวหรือขนมาทั้งกองทัพเพื่อทำภารกิจนี้ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ "หงุดหงิด! งั้นต้องใช้แผนการขั้นเด็ดขาด!!" หลอดลอยขึ้นไปบนฟ้าแล้วชาร์จลูกพลังขนาดยักษ์พอที่จะบอมบ์เกาะให้หายไปในทีเดียว

"ไสหัวออกมาซะ!! ไม่งั้นจะบอมบ์ให้หายไปทั้งเกาะทั้งรูนเลย ฮ่าๆๆๆๆ"

"ไอ้เด็กเปรต ถ้าทำแบบนั้นภารกิจก็ล้มเหลวนะเว้ย!" เทพปีศาจแอบโวย

"แค่ภารกิจล้มเหลว แต่ทางด้านแกจะเสียสิ่งที่ปกป้องมายาวนานหลายร้อยปี และรูนก็จะหายไปจากมิตินี้ตลอดกาล" หลอดยกลูกพลังง้างขึ้น ทำให้เทพปีศาจจำใจต้องออกมา "กีก้าดีน!! สลายไปซะไอ้เด็กนรก!!!"

แต่สายฟ้าก็ถูกหลอดดูดเข้ากระบี่ไป "ไฟนอล ฟินิกซ์ สทรัช!!!" ด้วยอานุภาพของสุดยอดอาวุธทำให้หลอดปลดผนึกพลังของก็อดเบิร์ดสามารถใช้ท่าไม้ตายนกลับแลได้ แล้วเทพปีศาจโดเรียก็ถูกทำลายสลายไปในการโจมตีเดียว

ชีริวปรากฏตัวขึ้น

"อูย.... ไหนบอกแชปเตอร์นี้ตูจะเก่ง บัดซบจริงๆ แก๊!! มีความแค้นอะไรกับช้าน~!!" โดเรียโวยวาย

"แต่งขำๆครับ ขำๆ ^^"

"ขำบ้านแกเดะ ตายซะ ลูมิแนร์!!!"

ชีริวโดนเทพปีศาจยิงลำแสงสังหารกลายเป็นผุยผงไป แล้วโดเรียก็ไปสู่สุขคติอย่างสบายใจ~

"เอ่อ ลุง อย่าเพิ่งตายเดะ จบเควสต์แล้วออกมาพูดอะไรหน่อยสิครับ -___-" หลอดเดินไปหยิบชีริวออกมาจากกองขี้เถ้า "ผมเก่งไหมลุง?"

"อย่างที่คิดไว้ แกเก่งเกินไป" คำตอบของ GM งวดนี้ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี

"มีเรื่องนึงที่อยากให้ทำก่อนเริ่มเควสต์ต่อไปน่ะ น่าจะมาได้แล้วมั้ง....." ชีริวชี้ให้หลอดดูท้องฟ้าเกิดรอยแยก แล้วประธานฟลาวเวอร์ก็กลับมาจากขุมนรก!!!


"!!!!!!! ฟลาวเวอร์!!!"

"หึหึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอบใจที่แกปลดผนึกรูนแห่งกาลเวลาที่ควบคุมทั้งมิติเวลาและการดำเนินไปของโลกคู่ขนานทั้ง 148 วิถี ...ข้าเดินทางมาจากอนาคตที่ FFDF ชนะสงครามและปกครองโลกอยู่ ข้ามาเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกคู่ขนานอื่นๆให้ตกอยู่ภายใต้การนำของ FFDF ทั้งหมด!!" ฟลาวเวอร์แสดงตราสัญลักษณ์รูนขั้นสุดยอดทั้งสามอัน Firaga Thundaga และ Curaga ออกมา


แต่ชายหญิงลึกลับหนึ่งคู่ก็ปรากฏตัวขึ้น โจมตีฟลาวเวอร์สลายเป็นผุยผงไป...

-___-

"นี่เล่นมุกแบบดราก้อนบอลเลยเหรอครับ เอาศัตรูเก่าๆมาโชว์พาวตัวละครใหม่แบบนี้ไม่ดีนะครับ" หลอดบ่นอิดออด แต่ลุงนานๆตกอยู่ในสภาพเดียวกันมานานแล้วกลับไม่มีใครสนใจเพราะแกเป็นภารโรงได้เนียนเหลือเกิน แล้วนักเดินทางผ่านห้วงเวลาทั้งสองก็แนะนำตัว

"มาทันเวลาพอดีเลย เราคือ แอล นะ" หลอดที่อุตส่าห์ดีใจที่จะมีตัวละครใหม่โผล่มาบ้าง แต่ดูหน้าคุ้นๆเหมือนดร.ไวลนลานในแชปเตอร์ตะกี้ มันเอาตัวเก่ามารีไซเคิลอีกแล้ว

"ชั้นคือกูสกราส เราเดินทางมาจากอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า อยากจะให้พวกท่านที่เก่งกาจที่สุดในยุคนี้เดินทางมาช่วยเราด้วย"

"นี่เหรอเควสต์ที่ลุงอยากให้ทำจริงๆ" หลอดหันไปถามชีริวพยักหน้า แล้วชีริวก็เทเลพอร์ทพาทุกคนกลับไปวฏปราสาทจะได้ฟังเรื่องพร้อมๆกัน


"โลกอนาคตถูกทำลายยับเยิน" แอลเริ่มต้นเล่าเรื่องมาปุ๊บก็มาแนวที่ทุกคนเดาถูกปั๊บ ยกเว้นยาโนทัยที่คิดว่าสองคนนี้คือคนที่ลูกหลานของหลอดริโอวส่งมาดูแลแบบโดราเอม่อน

"ฝีมือของโฟลวงั้นเหรอ?" หลอดถามพลางจับอาวุธไว้แน่น ความแค้นที่ท่านอาจารย์เมดิอุสถูกฆ่านั้นข้ายังไม่ลืม!! <<วิญญาณพระเอกหนังจีนเข้าสิง <<เมดิมันอาจารย์หนูค่ะ! (กราดิอุสท้วงมา)

"เปล่า โฟลวถูกหลอด ริโอวกำจัดได้และโลกกลับคืนสู่ความสงบสุขชั่วระยะเวลาหนึ่ง....." กูสกราสเล่าต่อ "....คนที่ทำลายโลกของเราคือหลอด ริโอว"

"งั้นก็เป็นอันว่าคนที่ผมต้องกำจัดคือหลอด ริโอวสินะ!!! ................." หลอดควงอาวุธเตรียมออกศึก ไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิด ขณะที่เพื่อนๆที่ฟังกันอยู่ทั้งห้องมองหน้าทำตาปริบๆ "เกิดอะไรขึ้นเหรอครับทุกคน? ถึงผมจะหล่อก็ไม่ต้องจ้องกันแบบนั้นก็ได้ครับ ความหล่อมันไม่ได้ออสโมซิสทางสายตานะครับ" หลอดพูดจบจีนีไอก็ชูป้ายให้คะแนนเต็มสิบจีนีไอ ขณะเพื่อนคนอื่นๆถอดรองเท้ามารุมตบตีหลอดจนพ่ายแพ้ยับเยินลงไปนอนกอง (เ่ก่งแค่ไหนก็โดนกระทืบ ช่างน่าสงสาร)

"เอ่อ... ปกติเขาจะย้อนเวลามากำจัดศัตรูก่อนที่จะเก่งไม่ใช่เหรอคะ? แล้วทำไมมาหาหลอดตอนนี้ล่ะ ไม่สิ....ยังไงช้านก็ไม่ให้ฆ่าหลอดว้อย!!!!" น้องเศษไม้เตรียมอาวุธพร้อมบู๊ ลิงข้าใครอย่าแตะ!! ข้าเอาไว้กระทืบคนเดียว

"ใจเย็นก่อนสหาย เราไม่ได้มาเพื่อฆ่าหลอด ริโอวคนปัจจุบัน แต่เราต้องการให้หลอด ริโอวคนนี้ไปช่วยกำจัดหลอด ริโอวที่อยู่ในอนาคตอีกสิบปีข้างหน้า" แอลพยายามอธิบาย

"แบบนี้ต่อให้ชนะได้ ยังไงหลอดก็ต้องตายอยู่ดีน่ะสิ"

"อย่าห่วงเลยครับ อีกสิบปีผมก็เลิกเล่นเกมส์ออนไลน์แล้วครับ" หลอดลุกขึ้นมาทำลายบรรยากาศได้แป๊บนึงก็โดนกระทืบลงไปนอนต่อ

"นั่นคืออนาคตทางเลือก ถ้าท่านหลอด ริโอวเปลี่ยนแปลงไป ในอนาคตท่านก็จะไม่ใช่คนที่เราจำเป็นต้องกำจัด" กูสกราสเสริม พร้อมช่วยวาดรูปประกอบคำอธิบายด้วยฝีมืออาร์ตระดับโลก วาดลงบอร์ดนอกไม่ยอมเอามาลงบอร์ดเรา

"แต่เพื่ออนาคตที่เราจากมา เราอยากให้ท่านช่วยกำจัดหลอด ริโอวคนนั้นให้จงได้" แอลเสริมต่อ เพิ่มความงงงวยเป็นหลายสิบเท่า

"ลุงครับ ผมจะทำไงดีครับ =w=" หลอดกลับคืนสู่โหมดเจี๋ยมเจี้ยมอีกครั้ง หลังเพิ่งอัดเทพปีศาจตายมาหมาดๆ

"ไปในโลกอนาคตอีกสิบปีข้างหน้าซะ ตอนนี้รูนแห่งกาลเวลาถูกปลด พวกเราที่อยู่ในรัศมีของรูนนี้จะสามารถเดินทางผ่านห้วงเวลาได้แล้ว จะขนไปกี่คนก็ตามใจ โลกอนาคตที่แกเห็นจะช่วยให้เข้าใจเองว่าหลังจากนี้ควรจะทำไงต่อ"

"พูดเหมือนเป็นเควสต์สั่งสอนยังไงไม่รู้ครับ แต่ให้ไปสู้กับหลอดที่ชนะโฟลวมาแล้วเนี่ยนะครับ จับ GM ไปรุมยังแพ้เลยมั้งครับลุง =*="

"อนาคตที่สองคนนี้จากมาโฟลวมันไม่เก่งขนาดนี้น่ะ เป็นแค่โฟลวทดลองที่สร้างไว้ให้คนเล่น RR ยำเล่นๆขำๆ ^^" ชีริวพูดจบก็วิ่งหนีไปอย่างไม่รับผิดชอบ

จะว่าไปหลอดเองก็อยากเห็นโลกแห่งนี้ในอนาคตอีกสิบปีข้างหน้าเหมือนกัน "ใครจะไปกับผมมั่งคร้าบ?"


--FLOW 17:39, 24 กุมภาพันธ์ 2008 (ICT)

พรึ่บ~ ทุกคนพร้อมใจกันยกมือเนื่องจากอยากมีบทหมด

"เอ่อ หมดฐานเลยเหรอครับ แล้วใครจะเฝ้าบ้านล่ะครับเกิดโฟลวมันโผล่มาคีปแตกเราจะเอาบ้านที่ไหนอยู่"

"ไม่เป็นไร หลังจากจบภารกิจ เดี๋ยวก็ใช้รูนแห่งเวลาย้อนกลับมาหลังจากเดินทางไปอนาคตก็ได้" ชีริวตอบพร้อมยึดรูนแห่งเวลามาใช้ จะได้มีสภาวะAgelessเลิกโดนเรียกว่าลุงซะที

"เอ้างั้นก็ตามนี้ละกัน เราจะไปกันทั้งสโมสรครับคงไม่มีปัญหานะ?" หลอดหันไปถามแอลกับกูสกราส

".........." ทั้งสองคนนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะแอบซุบซิบหารือกันสองคน

"ก็ได้ครับไม่มีปัญหา ขอเชิญทุกคนสู่โลกอนาคตอีกสิบปีได้เลยครับ" แอลให้คำตอบแบบยิ้มเจื่อนๆเหมือนมีอะไรปกปิดไว้

จากนั้นชีริวก็ใช้รูนแห่งเวลาจัมพ์ข้ามไปยังอีก 10 ปีข้างหน้า



ทุกคนโผล่มาใน ณ ฐานทัพในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าก็ต้องตกตะลึง สภาพของโลกดูไม่ต่างจากเดิมแต่สัมผัสได้ถึงความหดหู่เลวร้าย และฐานทัพมหาปราสาทสุดหรูในอดีตยามนี้กลายเป็นแค่ซากฐานทัพผุพังถูกปล่อยไว้ให้รกร้างเท่านั้น

"นี่เหรอสภาพของฐานทัพพวกเรา เกิดอะไรขึ้น!"

"เรื่องมันยาวครับ ในอีกสิบปีข้างหน้าฮาร์โมเนียถูกทำลายจนไม่หลงเหลืออารยธรรมอีกแล้ว เอาเป็นว่าเราไปคุยกันที่ชุมชนแห่งใหม่ของมนุษยชาติที่เหลือรอดอยู่ ณ ทวีปตะวันตก(Western Continent)กันเถิดครับ"

"เอางั้นก็ได้ ซาริสจัดการซิ" ดีแซดยังรู้สึกสงสัยกับสิ่งที่แอลพูดอยู่ แต่ต้องยอมตามน้ำไปก่อนเพราะปราศจากหลักฐาน

"แม้โลกนี้จะเปลี่ยนแปลงไปยังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน นั่นก็คือเรือของเราไปได้ทุกน่านน้ำบนโลก!" ซาริสพาทุกคนขึ้นเรือแล่นไปยังทวีปตะวันตก ซึ่งถูกเปิดใช้งานแล้วในแพทช์อีกสิบปีข้างหน้า


หลังจากแล่นเข้าสู่ปากอ่าวแล้วล่องไปตามแม่น้ำตามการนำทางของกูสกราส ทุกคนก็สังเกตสภาพบรรยากาศรอบตัวที่รู้สึกผิดไปจากสมัยของตัวเองมาก โลกอนาคตนี้อารยธรรมดูเสื่อมถอยลงอย่างเห็นได้ชัด สิ่งก่อสร้างทำจากดิน หิน และไม้ ไม่พบเห็นสิ่งปลูกสร้างที่เป็นอิฐหรือปูนเลย ผู้เล่นในสมัยนี้ก็มีแต่พวกท่าทางกระจอก มีแต่อุปกรณ์ของนู้บใช้ ดูยังไงๆก็ผู้เล่นระดับเริ่มต้นชัดๆ แล้วพวกผู้เล่นระดับสูงๆอย่าง แอล และ กูสกราส หายไปไหนหมด?

"ถึงแล้วค่ะ อาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในทวีปและในอีกสิบปีข้างหน้า อาณาจักรหัวหอม หรือจะเรียกว่าหอมน้อย หอมทิงนองนอยอะไรก็สุดแล้วแต่ท่านจะเรียก" กูสกราสพาทุกคนเดินเข้าไปในเมือง (มีรูปปลากรอบ)


ภาพ:Onion-Palace2.gif


"......." ทุกคนอึ้งไปชัวขณะพลางคิดในใจ "ถึงหลอดในอนาคตจะไม่ทำลายมันตูก็อยากจะทำลายไอ้อาณาจักรน่าหมั่นไส้นี่ทิ้งซะจริงๆ"

"อาท่านทูตทั้งสองกลับมาแล้ว!" ผู้เล่นในเมืองต่างร้องเสียงเซ็งแซ่ วิ่งออกมารวมตัวกันหน้าเมือง

"ท่านทูตพาผู้ปลดปล่อยมาแล้ว" เสียงไชโยโห่ร้องดังไปทั่วทั้งเมือง

"คร้าบหวัดดีคร้าบ คีนูรีฟมาแล้วคร้าาาบ" หลอดรีบกระโดดออกไปเสนอหน้าทันที

พริบตานั้นเอง เสียงโห่ร้องเมื่อครู่พาลเงียบสนิททั้งอาณาจักรเหมือนเมืองร้าง...

"วะ...เหวอ นั่นมัน ราชันย์วันทมิฬ!! มันปรากฎตัวออกมาแล้ว หนีเร็วพวกเราก่อนจะถูกมันฆ่า!!" เสียงโห่ร้องเมื่อครู่กลายเป็นเสียงกรีดร้อง ผู้เล่นนับร้อยเมื่อครู่ต่างพากันวิ่งโกลาหลเหมือนหนีตาย

"ฮะ เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น!?" หลอดรีบเอากระจกส่องดูหน้าตัวเอง "ดูยังไงหน้าเราก็ฝาแฝดคีนูรีฟชัดๆ...จะหนีเข้าป่าเหมือนเจอผีกันไปทำไม?"

"อา ต้องขออภัยเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยครับ เพราะในอีกสิบปีข้างหน้าท่านได้เป็นผู้ถือครอง Obsidian Rune ออกทำลายล้างทุกอย่างบนโลกจนถูกเรียกขานว่า ราชันย์วันทมิฬ พวกชาวเมืองต่างเข้าใจผิดคิดว่าเป็นท่านในอนาคตอีกสิบปีข้างหน้าปรากฎตัวออกมาเพราะถึงกำหนดวันทำลายโลกแล้ว"


แล้วเมืองที่เคยคึกคักมีหอมเล่นเตะฟุตบอลก็แทบจะกลายเป็นเมืองร้าง

หลอด: "นี่ผมในอนาคตมันเลวร้ายขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย" หลอดยืดอย่างภูมิใจ แต่เศษไม้เอาคทาตบคว่ำ

เศษไม้: "ตอนนี้พวกเราชักงงไปหมดแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับหลอด ทำไมโลกถึงกลายเป็นแบบนี้ แล้วทำไมถึงมีแต่ผู้เล่นมือใหม่ทั้งนั้น และพวกท่านเป็นใครกันแน่ ช่วยรีบๆอธิบายเร็วเข้า"

แอล: "งั้นเราขอแนะนำตัวใหม่อีกครั้ง พวกเราคือลัทธิซุยโคเฟรนที่คอยปกป้องผู้เล่นในยุคนี้และหาทางกำจัดราชันย์วันทมิฬ ข้าคือทูตซ้ายของลัทธิมีชื่อว่าแอล และนี่คือท่านทูตขวากูสกราส"

ดีแซด: "ช่างน่าขันเวลาผ่านไปแต่คนเรากับหลงงมงายความศิวิไลซ์ถดถอยจนต้องไปก่อตั้งเป็นลัทธิบูชาเหมือนสมัยโบราณอีกแล้วรึ?"

แอล: "พวกท่านจะดูถูกเราก็ไม่เป็นไร แต่นี่คือความเป็นจริงที่เป็นอยู่นี้ ราชันย์วันทมิฬทำลายล้างทุกอย่างบนโลกจนพินาศ พวกเราได้รับอนุญาตให้อยู่อย่างอิสระภายใต้การจำกัดของมันเท่านั้น เมื่อพวกเราพัฒนาตนเองมากจนเกินไปราชันย์วันทมิฬก็จะปรากฎตัวขึ้นและกวาดล้างอารยธรรมทุกสิ่งจนหมดอีกครา"

กูสกราส: "ทุกๆคนต่างรู้สึกสิ้นหวังจนผู้เล่นเกมถอดใจเลิกเล่นกันไปกว่า90% อีก10%ที่ยังคงเหนียวแน่นรักซุยอยู่ต่างก็รู้ท้อแท้หมดอาลัยตายอยากต้องการความหวังในการเล่นต่อไป พวกเราจึงก่อตั้งลัทธินี้ขึ้นเพื่อปลอบประโลมความทุกข์เป็นที่เยียวยาทางจิตใจให้พวกเขา"


ฟังจบทุกคนก็หน้าถอดสี สถานการ์ณมันเลวร้ายเกินกว่าที่พวกเขาจินตนาการมากนัก

"แล้วทำไมพวกคุณถึงไม่ร่วมมือกันต่อสู้กับราชันย์วันทมิฬล่ะ?" ดีแซดถาม

"พวกเราเคยร่วมมือร่วมใจกันแล้ว ผู้เล่นระดับสูงนับพันต่างจับมือกันเข้าต่อสู้กับราชันย์วันทมิฬ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ถูกสังหารจนสิ้น"

"ในยุคนี้ตราแห่งการเปลี่ยนแปลงได้หมุนกลับไปสู่ยุคลมสงบอีกครั้ง ผู้เล่นที่เกมโอเวอร์ระดับจะลดลงครึ่งหนึ่ง ทุกคนถูกฆ่าตายเกมโอเวอร์จนกลายเป็นผู้เล่นขั้นต้นกันหมด"

"แล้วทำไมไม่ขอความช่วยเหลือGMอย่างพวกเราล่ะ มัวไปทำอะไรอยู่?" GMทั้งสี่คนท้วงขึ้นมา

"พวกเราขอให้ท่านช่วยเหลือแล้ว แต่สุดท้ายพวกท่านทุกคนก็ได้พ่ายแพ้ให้กับราชันย์วันทมิฬ จนกระทั่งหนีไปทำงานบริษัทอื่นกันหมด"

"ไม่จริง! นอกจากซุยแล้วข้าไม่เคยคิดจะไปเป็นGMเกมอื่นเด็ดขาด" บิ๊กแย้งทันที

"ท่านน่ะไปเป็นLMเกมดวงจันทร์แอ๊บแบ๊ว" กูสกราสตอบ บิ๊กก็ร้องแหะๆ

"แล้วพวกข้าล่ะ" ซีกูลด์ถามบ้าง

"แกน่ะไปทำงานบริษัทแหนมโกะ ส่วนชีริวไปอยู่กับบริษัทสี่เหลี่ยมรีเมคจำกัด อีกคนก็ไปรับทำงานบริษัทมายาอิลู***(อาร์คโซลรีบเซ็นเซอร์ทันทีเพราะเสียภาพพจน์)" เมื่อฟังกูสกราสพูดจบแล้วGMทั้งสามคนก็ยิ้มเจี๋ยมเจี้ยมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ = =

"เป็นไปได้ไง! ถ้าGMจากไปกันหมดงั้นแล้วตอนนี้ใครเป็นคนดูแลเกมนี้ล่ะ?" รองหัวหน้าGMชีริวถามด้วยความสงสัย

"ขณะนี้มีGMเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำหน้าที่ดูแลพวกเรามาอย่างเหนื่อยยากตลอด คอยหาทางต่อกรกับราชันย์วันทมิฬเพียงตัวคนเดียวในขณะที่พวกท่านแอบกบฎหนีไปอยู่กับบริษัทอื่น!"

"โห โคนาเม้งมันให้เงินเดือนนิดเดียวสวัดดิการก็ต่ำ ยังมีคนรักซุยขนาดหนักจนหลวมตัวมาสมัครเป็นGMอีกเหรอเนี่ย เค้ก27บาทมันยังไม่ยอมเลี้ยงพนักงานเลย" ชีริวด่านายจ้างอย่างโจ่งแจ้งอย่างไม่เกรงกลัวซองขาว

"GMคนนั้นก็คือท่าน สการ์เล็ทมูน และเป็นผู้นำลัทธิซุยโคเฟรนของเราด้วย! ท่านเป็นคนสั่งให้พวกเราย้อนเวลากลับไปเชิญพวกท่านมาเองแหละ"

ขอเชิญทุกท่านไปยังปราสาทหัวหอมเพื่อพบGMสการ์เล็ทมูนที่กำลังคอยทุกคนอยู่กันได้เลย



--Shiryu 04:41, 25 กุมภาพันธ์ 2008 (ICT)

"GM สการ์เล็ตมูน!!!" พอทุกคนได้ยินเข้าต่างก็ทำหน้าแหย

"เราไม่ดีตรงไหนเหยอ มูนนนน~"

ไม่มีใครกล้าตอบ แต่ทุกคนก็เดินต่อไปพบ GM สการ์เล็ตมูนหัวหน้าลัทธิซุยโคเฟรนด์อันแสนงมงาย "มากันแล้วเหรอทุกท่าน" สการ์เล็ตมูนเติบโตจนเอวใหญ่ขึ้นมาก (พิษเค้กรอยัลโนโวเท็ลที่สะสมมาสิบปี) แต่บรรยากาศนั้นดูน่านับถือสมกับเป็นความหวังสุดท้ายที่จะช่วยโลกซุยโคยูนิเวิร์สแห่งนี้ได้

"เราพาท่านหลอดมาแล้วครับท่าน" แอลรายงานตัว

"พร้อมด้วยคณะเดินทาง เหล่าผู้กล้าทั้งหลายที่เคยร่วมเดินทางต่อสู้กับหลอดริโอวในตอนนั้นด้วยค่ะ" กูสกราสเสริม

"แถมพกด้วย GM สุดหล่ออีกสี่คนครับ" ชีริวเสริมต่อ ทั้งที่ไม่มีใครถาม สการ์เล็ตมูนหันมาทำหน้าเห่ยพลางคิดในใจว่าอ้ายห่านี่ยังมีชีวิตอยู่อีกรึนี่!!

"เอ้า ในเมื่อมาถึงแล้วก็มาร้องเพลงประจำลัทธิปลุกใจกันหน่อย"

เห่ เฮ สการ์เล็ตมูนเลิฟโจวี่ อูรา~

โจวี่จงเจริญ มูนนนน มูนนนนน

โจ๊ะๆ ตึ่งตึ๊งๆ ~

(ไม่สงวนลิขสิทธิ์)

สการ์เล็ทมูนคนปัจจุบันก็บินไปร่วมเต้นระบำบูชาโจวี่ด้วย


ส่วนคนอื่นๆพากันกุมขมับ "สิ้นหวัง.....โลกแห่งนี้มันสิ้นหวังจริงๆ"

"นี่ไม่ใช่เวลามาทำเรื่องเหลวไหล!!!" GM สการ์เล็ตมูน ลุกขึ้นหันมากล่าวอย่างห้าวหาญ คนอื่นนึกในใจว่าคนที่เริ่มเต้นบ้าๆนั่นก็เจ๊เองไม่ใช่เรอะ??

"ตอนนี้โลกของเราถูกดาร์คหลอดทำลายไปจนเหลือแค่ทวีปแห่งนี้ที่เดียวแล้ว ถ้าเราไม่สามารถปกป้องได้ก็จะไม่มีอะไรเหลืออีก!"

"วันโจมตีของหลอดคือมะรืนนี้! ก่อนจะถึงตอนนี้นเราจะเตรียมความพร้อม ตอนนี้เราได้สร้างสมาชิกผีขึ้นมาด้วยกำลังผลิต 100 ตัวต่อชม. อีกไม่นานก็จะมีกำลังพอที่จะรับมือ..." ยังไม่ทันพูดจบกูสกราสก็ดักคอเสียก่อน

"เอ่อ ดาร์คหลอดจะบุกโจมตีวันนี้ไม่ใช่เหรอคะ? -___-"

"กร๊าซซซซซ ......" สการ์เล็ตมูนหมุนควงสว่านติ้วๆแปดตลบ บินไปมาพ่นไฟทำลายลูกกระจ๊อกตัวเองล้มตายไป 3-4 คน ก่อนลงมาสู่พื้นดิน "หนูดูปฏิทินผิดไปเดือนนึง :3"

"สิ้นหวัง....โลกแห่งนี้มันสิ้นหวังจริงๆ" ทุกคนต้องพูดประโยคเดิมซ้ำอีกรอบ

"อย่ากังวลไปเลย ไม่งั้นเราจะมาทำไมล่ะ ปล่อยพวกเราจัดการเองน่า" หลอดควงหนึ่งกระบี่เตรียมรับมือศัตรู

แต่แล้วด้านนอกก็มีกองทัพฮาร์ทเลสบุกเข้ามา "พวกมันมาแล้ว กองทัพของดาร์คหลอดที่สร้างจากดวงวิญญาณและความทรงจำของคนที่ออกจากเกมส์ไปแล้ว แต่กลุ่มข้อมูลก็ยังเหลืออยู่และถูกนำมาสร้างเป็นกองทัพขึ้น!!"

"เอ้า งานแรกเลย จัดกองทัพออกไปรับมือมันหน่อยซิ!"


--FLOW 17:25, 25 กุมภาพันธ์ 2008 (ICT)

"สบมยห. เฮ้ยกุนซือจัดการทีเด๊ะ"

"ดูท่าจะไม่จำเป็นทหารยุคนี้มันระดับต่ำมาก ข้าว่าพวกเราออกไปอาละวาดกันเองน่าจะเวริ์คกว่า" ว่าแล้วดีแซดก็กินชาอู้งานกุนซือหนึ่งบท

"งั้นไปกันโลด" ชีริวร่ายคาถา "ดราโกลัม" แปลงร่างเป็นมังกรม่วง!

อาร์คโซลเห็นแล้วเลยขอเลียนแบบมั่ง "ปรกณ์ลัม" ...แต่ก็ไม่ได้ช่วยทำให้หน้าหล่อเหมือนโดมขึ้นมาแต่อย่างใด

หลังจากเลิกไร้สาระแล้วอาร์คโซลก็กระโดดขี่มังกรชีริวบินไปถล่มฮาร์ทเลส...

...แล้วก็แพ้กลับมา "เฮ้ยทำไมเสร็จเร็วจังว๊ะ แค่บรรทัดเดียวจอดแล้วเรอะ!" หลอดปาหินใส่พวกลุงแก่ไร้ประโยชน์สองคน

"เจ้าพวกนี้เป็นจิตวิญญาณที่ไร้ตัวตน การโจมตีทางกายภาพใช้กับมันแทบไม่ได้ผล" GMเล็ทจังบอก ส่วนตัวเองอู้กินเค้กแครอทอยู่

"งั้นต้องเจอการโจมตีด้วยเวท" ชีริวพ่นไฟใส่...แต่ก็ไม่ได้ผลอีก

"ความมืดเป็นธาตุที่ดูดซับซึ่งพลังงานทุกอย่าง พวกมันจึงทนต่อเวทมนตร์คาถาเป็นพิเศษ" เล็ทจังยังคงเฉลยไปกินเค้กไปเหมือนเดิม


กองทัพฮาร์ทเลสก็ยังคงบุกตีทวีปตะวันตกต่อไป ผู้เล่นต่างลี้ภัยเข้าป่าหมด แต่ก็ไม่วายโดนเผาคลอกไปพร้อมกับต้นไม้ ใครขับรถหนีมันก็เอาก้อนหินปา

"เฮ้ยเลิกกินเค้กได้แล้ว! แล้วต้องทำไงเนี่ย ผู้เล่นยุคนี้มันก็อ๊อนอ่อนแต่ศัตรูเจือกเก่งซะขนาดโซลเยอร์ของโฟลวยังเทียบไม่ติด"

"พวกนี้ถูกเรียกออกมาด้วยพลังของออร์บซีเดี้ยนรูน ซึ่งเป็นตราแท้ของแบล็ครูนดังนั้นวิธีการเดียวที่จะหยุดพวกมันได้มีแต่ต้องจัดการผู้ถือครองเท่านั้น"

"ท่านจะกินเค้กไปเฉลยไปอีกนานไหมครับ เดี๋ยวก็เอาชาร้อนๆสาดหน้าซะเลยนี่ ...แล้วจะให้จัดกองทัพไปทำแป๊ะไรล่ะครับเจ๊" ดีแซดชักรู้สึกเหมือนถูกมองข้าม

"ระหว่างนั้นเราต้องมีหนังหน้าไฟไว้ต้านพวกมันสิเคอะ ไม่งั้นชนะกลับมาแต่โลกเหลือแค่สองคนแบบอีวามันจะมีประโยชน์อะไร"

"ถ้างั้น GM ทั้งห้าคนตามหลอดไปสู้กับราชันย์วันทมิฬ" ส่วนพวกเราจะร่วมมือกับกูสกราสและแอลต้านพวกมันไว้ให้เอง

"แต่เราอยากไปด้วยนี่" น้องเศษไม้รีบวิ่งเข้าปาร์ตี้ก่อนใครเพื่อน ดีแซดเลยต้องกระชากตัวไว้

"เธอไม่ควรไปเป็นอย่างยิ่งที่สุด อีกฝั่งเป็นหลอด ริโอวคิดเหรอว่าพอถึงสถานการ์ณตอนนั้นเธอจะฆ่าดาร์คหลอดได้" ดีแซดแอบกระซิบเหมือนเข้าใจความรู้สึกเธอดี

"....ก็ได้" เศษไม้ยอมออกจากทีมในที่สุด

"เอาล่ะตกลงตามนี้ เราจะแบ่งออกเป็นสามทีม ทีมแรกให้แอลเป็นคนนำประกอบด้วยนักรบทั้งหมด เอาไว้โดนยำเอ๊ยเอาไว้ต้านทานการรุกของพวกมัน จงอาศัยความถึกติดตัวที่มียันมันไว้ให้นานที่สุด เพื่อให้ทีมที่สองนำโดนกูสกราสซึ่งมีเหล่าโจรสลัดมือสังหารทั้งหลายและผู้ใช้เวทจับกันเป็นกลุ่มย่อย คอยตามหลังทีมแรกไปโจมตี ซึ่งแม้จะโจมตีไม่ค่อยเข้าแต่ถ้ากระหน่ำโจมตีไปเรื่อยๆข้าเชื่อว่ามันต้องตายแน่ จงใช้ท่าโจมตีที่แรงที่สุดอย่าได้เสียดายเพราะยุคนี้ตายแล้วเลเวลหายไปครึ่งหนึ่ง และสุดท้ายพวกSupplierทั้งหลายอยู่หน่วยสนับสนุน คอยช่วยเหลือพวกกองหน้าและกองกลางสุดความสามารถ" สมองของดีแซดทำงานอย่างรวดเร็ว สั่งงานรวดเร็วฉับไวสมกับที่ปั่นโปรเจคสามเดือนได้ในสามวันแล้วเอาเวลาไปเล่นเกม

"แล้วท่านกุนซือล่ะ มีหน้าที่อะไร?"

"อ๋อ ส่วนข้าจะขอเก็บตัวจิบชาอ่านหนังสือสอบซะหน่อย ไม่มีเรื่องด่วนอย่าเข้ามาเรียกนะ" แล้วดีแซดก็โดนกระทืบเป็นครั้งแรก


แล้วGMทั้งห้าคนก็หิ้วหลอดบินไปสู้กับตัวเองในอนาคต

"เฮ้อ ต้องสังหารตัวเองเรอะเนี่ย ฟังแล้วไม่เป็นสิริมงคลเอาซะเลย" ระหว่างโดนหนีบไปหลอดก็บ่นไป ตามประสาฮีโร่ขี้เซ็ง

"ว่าแต่ดาร์คหลอดมันอยู่ที่ไหนล่ะ?"


--Shiryu 00:05, 26 กุมภาพันธ์ 2008 (ICT)

"นั่นสิ ไม่รู้เหมือนกันฟ่ะ"

"พวกท่าน GM ช่างไร้ประโยชน์บัดซบเลยครับ ใส่เข้ามาในเรื่องให้ศัตรูมันโชว์พาวเฉยๆเหรอครับ" หลอดคิดในใจไม่ได้พูดออกมา แต่น่าเศร้ายิ่งนักที่ชีริวคบหากับหลอดมานานเพียงมองตาก็รู้ใจ "โอ้ น้องหลอด =v="

"มีอะไรคร้าบลุงคร้าบ =v="

"ตะกี้เมิงด่ากุในใจใช่มั้ย ตายห่าซะ นี่ๆๆๆๆ" ชีริวโยนหลอดออกไปนอกโลกแล้วยิงเมลตรอนใส่กลายเป็นผุยผงไปก่อนเอาจิโซชุบขึ้นมา

"มาเข้าเรื่องกันซะที ก่อนที่บทจะเหลือให้เด่นแค่ไอ้พระเอก, กุนซือ แล้วก็ตัวโกงนะ" คนแต่งก็ว่างั้น พวกท่านน่ะทำอะไรสักอย่างมั่งสิพวกท่าน


"เราได้ยินมาว่าดาร์คหลอดไปปลูกปราสาทอัลติมิเซียอยู่ในนากาเรีย" สการ์เล็ตมูนเริ่มประเด็นขึ้น "....ทำไมถึงเป็นนากาเรียน่ะเหรอ? เพื่อใช้แผนที่โลกให้มันหมดน่ะสิ" ฟังเหตุผลแล้วทุกคนอยากจะกุมหัว นี่มันแชปเตอร์เก็บตกชัดๆ!!

"แต่ที่นั่นมีกลไกที่ทำให้ไม่มีใครสามารถบุกเข้าไปได้อยู่ เรียกกันว่ากลไกประตูพาราด็อกซ์สิบสามบานที่สร้างขึ้นจากภูมิปัญญาคณะสงฆ์ของนากาเรีย" สการ์เล็ตมูนวาดรูปประตูประกอบ มีกระต่ายจั๊บบี้เฝ้าอยู่แต่ละบาน ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เข้าใจมากขึ้นแต่อย่างใด ไม่รู้จะวาดมาทำไม "แต่ละบานจะต้องใช้ดาบสุดยอดของโลกเป็นกุญแจไข"

"ง่ายนิดเดียว ไปเอาดาบออกมาจากมิติดาบของข้า" อาร์คโซลเสนอขึ้นทันใด

"ทั้งสิบสามบานจะต้องไขพร้อมกัน หลังไขเสร็จมันจะทำลายทั้งกุญแจและคนไขทิ้ง" สการ์เล็ตมูนเล่าเงื่อนไขเพิ่มเติม

"งั้นก็ไปจ้างสมาชิกผีสิบสามคนมาไขซะ" ซีกูลด์เสนอได้เลวร้ายมาก

"หากไม่ใช่ผู้ไขจะไม่สามารถเข้าไปได้ หากเป็นคนไขจะต้องตายขณะเปิดประตู เมื่อประตูเปิดออกปราสาทจะทำลายตัวเองแล้วเกิดใหม่ไม่จบไม่สิ้น"

"ยิงปราสาทให้ราบเป็นหน้ากลองไปซะเลยได้ไหมครับ" อีตาหลอดพอพลังเยอะชักจะใช้กำลังเข้าแก้ปัญหา

"ไม่มีทางทำลายปราสาทนี้ได้ มันสร้างจากกลุ่มข้อมูลเหมือนเจ้าพวกฮาร์ทเลสนั่นแหละ พอหายไปก็จะมีกลไกอัตโนมัติมาเติมซ่อมแซม"

"แฮ็คปราสาทแม่งเลย!" บิ๊กเสนอแผนการสุดแหล่ม

"ทำไม่ได้ ไม่มี GM คุมเมนเฟรมเหมือนแต่ก่อนแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครลงมือเข้าไปจัดการตัวระบบโดยตรงได้แล้ว" ยิ่งฟังก็ยิ่งสิ้นว้างสิ้นหวัง ...เหลือแค่หวังว่ามันจะไม่โยนให้คนต่อไปแต่งดื้อๆ


"โห ฟังดูแล้วโคตรบ้ายิ่งกว่าปราสาทมายาของโดเรียอีกครับ ทำไมตัวผมช่างทำกลไกได้อัปรีย์ขนาดนี้ล่ะครับ" หลอดนึกสาปแช่งตัวเองรู้งี้ไม่โตก็ดี

"อย่าห่วงเลย เพราะนั่นแหละเราถึงได้มาไงล่ะ" GM ทั้งสี่คนลุกขึ้นก่อนแยกย้ายกันไปประจำแต่ละจุดแล้วลงมือปลดผนึกแบบไม่ต้องนัดหมายทันที

"Unlimited Blade Works!" อาร์คโซลเปิดประตูมิติแห่งดาบนับร้อยพันออกมา "Unlimited Dimension!!" ซีกูลด์มุดเข้าไปในมิติแล้วเปิดมิติแยกตัวเองออกมาสิบสามร่าง คว้าดาบออกมาสิบสามเล่มเข้าไปประจำสิบสามประตู

"Unlimited Exchange!!" บิ๊กใช้พลังของตัวเองแลกมิติที่สามของซีกูลด์ออกมาเปลี่ยนเป็นพลังในการยับยั้งการทำลายตัวของปราสาท การระเบิดของประตูไม่สามารถทำอะไรซีกูลด์ที่หลุดออกจากมิติปกติไปได้ และแล้วประตูทั้งสิบสามบานก็ถูกไขออกอย่างง่ายดาย ประตูบานใหญ่หน้าปราสาทเปิดขึ้น.....


ส่วนชีริวทำอะไรน่ะรึ? เพราะเป็นแชปเตอร์ของหมอนี่มันเลยไม่ต้องทำอะไร "ทำไมบทตูบัดซบแบบนี้ล่ะว้อย แค้นคนแต่งจริงจ๊อด! T__T" นึกๆไปคนแต่งก็มันอีกนั่นแหละ

"เอาละ เราเข้าไปลุยกันเลย!"


--FLOW 13:13, 27 กุมภาพันธ์ 2008 (ICT)

ทุกคนเดินเข้าไปในปราสาท แต่ปราสาทกลับไร้ผู้คนมีเพียงแต่ป้ายหลุมศพอยู่เกลื่อนไปหมดเท่านั้น

“นี่มัน!”
หลอดลองอ่านชื่อบนป้ายดู
“เศษไม้ , ซาริส , ดีแซด , จีนีไอ , กราดิอุส …นี่มันชื่อของทุกๆคน!”

“ถูกต้อง! นี่คือชื่อพวกพ้องทั้งหมด ตอนนี้พวกเขาไม่อยู่ในเกมนี้อีกแล้ว”
เสียงของ ดาร์คหลอด นั่นเอง ปรากฎตัวพร้อมออร่าสีดำสนิทเหมือนความเศร้าโศกบนโลกทั้งหมดรวมอยู่ในตัวเขา

“อย่ามาโกหกขี้จุ๊ ทุกคนรักซุยจะตายไม่มีวันยอมจากเกมนี้ไปหรอก”
หลอด ยืนเถียงกับตัวเอง

“ดาร์คหลอด พูดจริง พวกเขาน่ะถูกลบออกไปจากเกมด้วยน้ำมือเธอเองยังไงล่ะ หลอด”
GMสการ์เล็ทมูนเฉลยความจริงที่น่าตกใจที่สุด “ในอดีตหลังจากเธอเอาชนะ โฟลว ที่เอกะวิหารได้ สันติภาพก็กลับคืนสู่โลก แต่…ผลตอบแทนที่โลกให้กับวีรบุรุษอย่างพวกเราก็คือการถูกกลุ่มผู้เล่นทั่วโลกรุมโจมตี…”
“เพราะทุกคนกลัวในพลังของเธอที่สามารถเอาชนะ โฟลว ได้ ทุกคนอยากได้พลังของเธอที่มีอยู่ …ในตอนนั้นพวกเราที่บอบช้ำจากการต่อสู้กับโฟลวไม่มีกำลังพอที่จะต้านคลื่นผู้เล่นเหล่านี้ได้ ท้ายสุดพวกเราก็พ่ายแพ้และ….”

“…และข้าก็สิ้นหวังต่อโลกใบนี้ ผลตอบแทนที่พวกเราเสียสละต่อสู้เพื่อทุกคนก็คือถูกรุมซ้ำเติมด้วยความโลภของพวกมัน! ณ วินาทีนั้นข้าถึงเข้าใจในสิ่งที่โฟลวกำลังจะทำ เมื่อเจ้าผู้เล่นพวกนี้มีอิสระมากเกินไปก็จะเกิดแต่ความละโมบความเห็นแก่ตัว มีแต่พวกชั่วช้าที่ถอดคราบมนุษย์มาอยู่ในโลกจำลองแห่งนี้ ดังนั้นข้าจึงต้องชำระล้างพวกมันให้หมดไปจากโลก! มีแต่ต้องให้พวกมันอยู่ในการควบคุมเท่านั้น เมื่อพวกมันไร้กำลัง ไร้อิสระ ไร้ความหวัง พวกมันก็จะไม่เกิดความโลภอีกต่อไป ข้าจึงเป็นราชันย์วันทมิฬคอยชำระล้างโลกทุกสองปี สร้างวันทมิฬขึ้นเพื่อให้พวกมันทุกคนไร้สิ้นซึ่งความหวัง”
ดาร์คหลอด ชิงตอบเสียงดัง

“การเหมารวมผู้เล่นทั้งหมดว่าเลวนั้นไม่ถูกต้อง! แต่แกทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องก็จริงแต่ข้าก็เข้าใจหัวอกของเด็กอายุสิบห้าที่ถูกทรยศอยู่บ้าง ทว่า…แกสังหารพวกพ้องที่รบเคียงบ่าเคียงไหล่ตัวเองทำไม!” ชีริว เริ่มทำหน้าที่พี่เลี้ยงสั่งสอนหลอด

“เพราะพวกนั้นคิดจะหยุดข้าน่ะสิ พวกนั้นเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของข้าเลยสักนิด คนที่ทรยศข้าต้องถูกกำจัดหมดไม่ว่าใครก็ตาม!”

“แม้กระทั่งเธอก็ด้วยงั้นรึ!”
ชีริว ถามไปทุกคนเข้าใจหมดยกเว้นเจ้า หลอด คนเดียว

“ถูกต้อง เพราะแม้แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจความแค้นของข้า ในเมื่อร่วมมือกับคนอื่นหันอาวุธใส่ข้า ก็ไม่สมควรที่จะได้รับการยกเว้น!”
เสียงแฝงไว้ด้วยอานุภาพแห่งราชันย์ผู้ไร้เมตตา ไร้พวกพ้อง และ
…ไร้หัวใจ

“อย่างที่หมอนั่นบอกแหละ พวกเราช่วยกันหยุดหมอนั่นที่กำลังบ้าคลั่งฆ่าล้างผู้เล่นไม่เลือกหน้า แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จโดน หนึ่งกระบี่ฯลบหายไปจากเกม มีเราเท่านั้นที่เหลือรอดอยู่คนเดียว เพื่อที่จะหยุดหมอนั่นเราจึงไปสมัครเป็นGMและคอยหาทางทำให้ ดาร์คหลอด ตาสว่างเสียที แต่มันสายไปแล้ว…ห้าครั้งแล้วที่โลกถูกทำลายด้วยน้ำมือของเขา หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป จะไม่มีผู้เล่นเหลือในเกมอีกแล้ว ถึงจะโหดร้ายแต่การสังหารเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว”
GMสการ์เล็ทมูนหยิบอาวุธออกมา

“เมื่อสิบปีก่อนGMก็เคยช่วยกันต่อสู้จนแพ้ข้าหมด จะฉายหนังซ้ำอีกรอบหนึ่งอย่างงั้นหรือ!" ดาร์คหลอด จับอาวุธของตัวเองเข้าสู่การต่อสู้

การต่อสู้แห่งโชคชะตากำลังอุบัติขึ้น!


Personal tools