The Outlanders ep5

จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี

(Difference between revisions)
Jump to: navigation, search
Revision as of 08:16, 13 เมษายน 2008
Shiryu (พูดคุย | contribs)

← Previous diff
Revision as of 12:27, 14 เมษายน 2008
Shiryu (พูดคุย | contribs)

Next diff →
Line 165: Line 165:
"ไอ้คนแต่งบัดซบ!! เหลือความหวังให้กันมั่งสิโว้ย!! ความหวังน่ะความหวัง!!" อุซโซตะโกนลั่นเหมือนยังเมาค้างจากเมื่อสองวันก่อน แต่ถ้าเทียบกับคาออสที่นำร่องมาสามตอนโดนกำจัดในสองบรรทัดแล้วเรื่องตะกี้ถือว่าจิ๊บจ๊อยมาก "ไอ้คนแต่งบัดซบ!! เหลือความหวังให้กันมั่งสิโว้ย!! ความหวังน่ะความหวัง!!" อุซโซตะโกนลั่นเหมือนยังเมาค้างจากเมื่อสองวันก่อน แต่ถ้าเทียบกับคาออสที่นำร่องมาสามตอนโดนกำจัดในสองบรรทัดแล้วเรื่องตะกี้ถือว่าจิ๊บจ๊อยมาก
 +
 +----
 +--[[ผู้ใช้:Shiryu|Shiryu]] 12:27, 14 เมษายน 2008 (ICT)
 +
 +[[อุซโซ]]ล้มลงหมดแรงแทบสิ้นใจ หัวใจนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวัง แต่พอแรทเซลเดินเข้ามาช่วยกระทืบพลางเตือนให้รู้ว่า ..."เอ็งน่ะ ยังไม่ได้ทำห่ะอะไรกับเค้าเลย" อุซโซก็ลุกขึ้นมาอีกครั้ง .....น่าเสียดายที่กล้องตัดไปที่รีเซ่ซะก่อน
 +
 +
 +ขณะนี้[[รีเซ่]]เผชิญหน้ากับเอลีทโซลเยอร์ไกอุส และมิฮอว์คที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งเป็นมหาเมพลอยอยู่บนฟากฟ้า ถ้าลาสต์วอลซ์เห็นคงโดนยิงตกลงมาข้อหาพยายามทำตัวสูงส่งกว่า ส่วนพวกกองทหารที่ทั้งสองคุมมาไล่ตะลุมบอนกับทหารฝั่งซุย ปล่อยโซลเยอร์ทั้งสองคนรุมรีเซ่อย่างภาคภูมิใจ
 +
 +ไกอุสใช้พลังขวานปฐพีโจมตีจากเบื้องล่าง ขณะที่มิฮอว์คโจมตีจากด้านบน สองการโจมตีประสานทำให้การต่อสู้ลำบากขึ้นไปอีกหลายสิบเท่า รีเซ่กลิ้งหลบพัลวัน หลบได้มั่งไม่ได้มั่ง HP ลดเกินกว่าที่แรทเซลคำนวณไว้หลายจุด ใครจะไปรู้ว่าไกอุสจะเข้ามาสมทบด้วย จากที่ใครๆก็มองว่ารีเซ่จะชนะตอนนี้แทบจะหมดหวังไปแล้ว....
 +
 +แต่แล้วอนิธินก็ปรากฏตัวขึ้น "ท่าทางลำบากน่าดูเลยนะยัยเด็กอวดดี"
 +
 +"อนิธิน!?"
 +
 +แล้วเขาก็ปล่อยฝูงแมลงออกมาทำลายวิสัยทัศน์ของมิฮอว์คที่ลอยอยู่เพื่อกันออกไปก่อนเข้าไปสู้กับไกอุส "ทางด้านเธอก็จัดการไอ้ตัวที่ลอยอยู่นั่นแล้วกัน"
 +
 +ตอนนี้เริ่มมีโอกาสชนะขึ้นมาแล้ว รีเซ่ควงดาบโซ่สองท่อนปาขึ้นไปมัดมิฮอว์คไว้แน่น แล้วกระโดดเตรียมอัดด้วยลูกพลัง แต่มิฮอว์คร่างมหาเมพที่มีพลังมหาศาลก็ทำลายโซ่ออกมาได้แล้วถีบรีเซ่กลับลงไป
 +
 +......ส่วนอนิธินโดนไกอุสตอกแบนติดกับพื้นไปแล้ว รีเซ่ถึงกับตะลึงที่อนิธินมีอายุการใช้งานเพียงสามบรรทัด!! ว่าแล้วก็โดนรุมอัดต่อไป...
 +
 +
 +
 +ทางด้าน[[เมดิอุส]]บาดเจ็บไม่น้อยเพราะพลังโจมตีแต่ละอย่างของไซเลนท์ไม่กิ๊กก๊อก
 +
 +"ฮ่าๆๆๆๆ คนที่ถูกเรียกว่าเทพสงครามของมิตินี้มีพลังแค่นี้เองเรอะ? แล้วพวกแกจะเอาอะไรมาสู้กับวาก้าบอนด์ล่ะเนี่ย?" ไซเลนท์ปล่อยโฮมิ่งตอปิโดออกมาอีกสามลูก โจมตีเข้าทุกนัดจนเมดิอุสหมอบลงไป
 +
 +.....แต่ก็ลุกขึ้นมาใหม่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 +
 +"เฮ้ย! แบบนี้มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแล้วสิ! ทำไมมันไม่เป็นไรกัน?!"
 +
 +เมดิอุสหยิบดาบออกมาควงด้วยแขนขวาที่น่าจะเจ็บอยู่แล้วฟันคลื่นพลังฟินิกซ์เข้าถล่มไซเลนท์แบบไม่ทันตั้งตัว
 +
 +"เป็นไปได้ไง?! แขนขวาแกเจ็บอยู่ไม่ใช่เรอะ?!"
 +
 +"ที่แขนเจ็บนั่น[[เมดิอุส]] แต่ข้าคือ[[เมดิอุส|แมกนาดิอุส]]ต่างหาก!" เออ นับวันคนแต่งก็ชักไม่ค่อยเข้าใจสถานภาพของหมอนี่ซักเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนพอเป็นแมกนาดิอุสแล้ว status ที่เสียหายตอนเป็นเมดิอุสจะหายไปด้วย แถมสไตล์การต่อสู้กับรูนยังเปลี่ยนไปอีกต่างหาก
 +
 +"คิดผิดจริงๆที่ให้เจ้าเมดิอุสสู้ หมอนั่นมันช่างฝีมือ แต่ถ้าเรื่องฝีมือต่อสู้จริงๆไม่มีใครเก่งกาจเกินเทพสงครามอย่างข้าเด็ดขาด"
 +
 +"ถอยไปแมกนาดิอุส! นี่มันการต่อสู้ของข้า!!"
 +
 +"แกน่ะแพ้แล้วหลีกไปซะ!!"
 +
 +"อั่ก! เจ็บใจนัก แต่ก็จริงอย่างที่แกว่า"
 +
 +....ซึ่งทั้งหมดนี้เมดิอุสพูดคนเดียว ไซเลนท์ที่ดูยู่ได้แต่ปลงตก
 +
 +'''"Phoenix Strike!"''' แมกนาดิอุสสาดเพลงดาบฟินิกซ์เข้าใส่ไซเลนท์ยกฝาหม้อขึ้นมากันแต่ก็ไม่สามารถกันได้ (กันได้ก็แปลกแล้ว) จึงถูกคลื่นโจมตีมากมายมหาศาลอัดเข้าใส่ไม่ยั้งแต่ก็ยังไม่ยอมล้ม แมกนาดิอุสรู้ดีว่าต่อให้เพลงดาบฟินิกซ์ร้ายกาจขนาดไหนก็คงจัดการพวกวาก้าบอนด์ไม่ได้ง่ายๆเลยพุ่งเข้าไปพร้อมฟาดดาบฟินิกซ์ใส่เข้าไปเรื่อยๆ ไซเลนท์ที่โดนอัดจนโชกเลือดจู่ๆก็ระเบิดพลังออกมาพัดเอาแมกนาดิอุสกระเด็นออกไป
 +
 +"ฮ้าาาาา~!! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ -!! เก่งนี่หว่า!!" ไซเลนท์หยิบอาวุธที่น่าจะเป็นชิ้นสุดท้ายออกมา .....ที่รดน้ำต้นไม้ - -a
 +
 +"ในนี้น่ะน้ำมันนะ" ไซเลนท์เอาน้ำมันราดใส่ตัวเองก่อนหยิบตัวเองเข้าไปในกระโปรงหายไปจากมิตินี้ แล้วโผล่ออกมาด้านหลังของแมกนาดิอุส "!!!"
 +
 +"ไปลงนรกกันนะคะที่รัก~" ไซเลนท์จุดระเบิดหอบเอาตัวเองลอยขึ้นไปพร้อมแมกนาดิอุสแล้วระเบิดกลางฟ้าเป็นที่งดงามตระการตาแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก
 +
 +
 +"!!!" พวกบิ๊กเห็นระเบิดก็ตกใจ
 +
 +"คุณเมดิอุส!!"
 +
 +"ฮึ่ม! เราไม่มีเวลาหันกลับไปสนใจอะไรอีกแล้วนะ..." แต่ก่อนทุกคนจะได้กล่าวคำอำลาอาลัย เมดิอุสก็เดินดุ่ยๆกลับมาหาแบบไม่เปิดโอกาสให้เพื่อนๆซึ้งกัน
 +
 +"ทำไมไม่ตายล่ะฮะ?" อุซโซถามวอนโดนตบกบาล
 +
 +"ข้ารอดมาได้ แต่แมกนาดิอุสตายแล้ว T-T ถูกไซเลนท์ฆ่าตายไปพร้อมๆกัน ข้าเจ็บใจที่เห็นเจ้านั่นต้องตายไปกับตาเลย!"
 +
 +"เออช่างเหอะ -*- ลุงเมดิยังปลอดภัยอยู่ก็ดีละ" ทุกคนดูท่าทางไม่สนใจเท่าไหร่ มันก็คนเดียวกันนี่แล้
 +
 +
 +
 +ทางด้านรีเซ่.....ยังคงแย่ไม่เลิกรา ไม่ได้เก่งขนาดเมดิอุสแถมยังต้องเจอศัตรูรุมถึงสองตัว ตั้งใจแต่งให้ตายชัดๆ เพื่อนๆก็วางใจกันเหลือเกิน ไม่กลับมาช่วยซักตัว ตอนนี้ทั้งการโจมตีปฐพีจากไกอุสและลำแสงมหาเมพจากมิฮอว์คยังคงโจมตีใส่รีเซ่ไม่ยั้งจนสะบักสะบอมแทบจะยืนไม่อยู่ แต่ก็พยายามหาท่าไม้ตายที่จะจัดการศัตรูสูงระดับอย่างสองคนนี้ให้ได้ ทันใดนั้นก็สังเกตลักษณะของดาบโซ่สองท่อนที่ขอมาจากรูริ
 +
 +"......หือ? ทั้งขนาด, รูปร่าง, น้ำหนัก นี่มันเหมือนดัดแปลงให้เข้ากับท่าไม้ตายของเราได้เลย" ช่วงแรกรีเซ่พยายามใช้วิธีสู้แบบรูริที่ตัวเองไม่ถนัดเพื่อให้เข้ากับอาวุธใหม่ แต่พอกลับมาใช้สไตล์การต่อสู้แบบตัวเองแล้วก็พบว่ากลับเข้ากับอาวุธชิ้นนี้ได้ดีกว่าเก่าซะอีก "นี่คิดเผื่อกันไว้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ ฮ่าๆๆๆ ไอ้พี่บ้า ....น่าจะห่วงเรื่องของตัวเองมากกว่านะ"
 +
 +....แล้วรีเซ่ก็แยกออกมา 99 ร่าง
 +
 +"เฮ้ย!!!" ทั้งไกอุส, มิฮอว์ค หรือกระทั่งอนิธินที่หมอบอยู่กับพื้นต่างอุทานขึ้นพร้อมกันเพราะไม่มีใครคิดว่ารีเซ่จะใช้ duplication แยกร่างได้มากขนาดนี้ เกินลิมิต 12 ร่างทีแรกไปหลายเท่า
 +
 +"ดับไปซะทั้งคู่ ............" รีเซ่เคลื่อนไหวตามตำแหน่ง sephiroth ทั้งสิบตามพระคัมภีร์สร้างบรรยากาศขึ้นมาก่อนสาดพลังโจมตีมหาศาลสุดแรงเกิดระเบิดทุกอย่างในพื้นที่โจมตีแหลกเป็นจุล
 +
 +'''"Heaven Destroyer!"''''
 +
 +ไกอุสโดนซัดแหลกสลายไป ส่วนมิฮอว์ครับพลังโจมตีเข้าไปแล้วพัฒนาอีกขั้นกลายเป็นอภิมหาอัครเทวดาสูงส่งเกินกว่าจะอยู่ในโลกนี้จึงกลับสรวงสวรรค์ไปในที่สุด (นี่แกตัดบทกันชุ่ยๆแบบนี้เลยเรอะ?)
 +
 +รีเซ่กลับมาเหลือร่างเดียวก่อนล้มลงเหนื่อยแทบขาดใจ แต่ก็ดีใจที่สามารถเอาชนะเอลีทโซลเยอร์ถึงสองคนพร้อมกันได้
 +
 +
 +"สกิลแยกร่างมีพลังที่ยอดเยี่ยมมาก"
 +
 +เสียงอนิธินพูดขึ้น รีเซ่หันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ
 +
 +"สกิลนี่แหละที่อยากได้มานานแล้ว............" แล้วอนิธินก็แสดงร่างที่แท้จริงเป็น[[ชีริว]]ที่ปลอมตัวเข้ามา
 +
 +"........" รีเซ่พูดไม่ออกแต่ไม่มีทางอื่นเลยต้องฮึดแยกออกมาอีก 99 ร่างเข้ารับมือกับชีริว
 +
 +"เห็นหมดแล้วครับ ทั้งพลังของ 99 ร่าง ทั้งท่าไม้ตายฉีกสวรรค์" ชีริวรับมือกับคมอาวุธจากร่างทั้ง 99 ได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 +
 +"โว้ย!! ไม่จบไม่สิ้นซะที! มันอะไรกันนักกันหนาเนี่ย!!" รีเซ่ตะโกนออกมาดังลั่น แต่ถึงสถานการณ์จะเลวร้ายสุดขีดยังไงชีริวก็สังเกตได้ว่าแววตาของเด็กคนนี้ยังไม่ยอมแพ้
 +
 +"คิดว่าจะชนะข้าได้จริงๆน่ะเหรอ พลังความหวังแรงกล้ามาก ........ข้าจะขโมยมันมาซะ"
 +
 +
 +
 +.........
 +
 +จู่ๆซึคาสะที่หมดสติไปนานก็ลืมตาขึ้น
 +
 +"ซือจัง! ตื่นแล้วเหรอ? รีบลุกขึ้นแล้วเตรียมการรับมือพวกมันกันต่อดีกว่า!!" อุซโซพูดทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่าจะทำอะไรต่อ แต่ตอนนี้เมดิอุสกลับมาแล้ว น่าจะทำอะไรได้สักอย่าง
 +
 +"เรายังมีชีวิตอยู่อีกเหรอ? คาออสล่ะ?"
 +
 +"โดนสายเลือดแท้ผ่าหัวแบะไปละ ช่างมันเถอะ! "
 +
 +แต่ยังไม่ทันปรึกษาแผนการอะไรพวกจักรวรรดิก็เข้ามาล้อมกลุ่มของพวกอุซโซไว้ "อุ๋ย! =v= ขอเวลานอกนิดนึงไม่ได้เหรอครับ งวดนี้โผล่หัวมาทั้งราทาทอสก์ ราเทนเซอร์ ลาสต์วอลซ์เลยนะฮะ กะฆ่ากันแน่ๆใช่ไหมครับ?" อุซโซว่าจะแอบฉวยโอกาสยิงใส่จุดตายของลาสต์วอลซ์ให้ได้ แต่จนตอนนี้ก็ยังมองไม่เห็น ....มองไม่เห็นแม้แต่ร่างของลาสต์วอลซ์ที่ถูกห้วงบรรยากาศมืดมัวคลุมอยู่ทั้งร่าง
 +
 +"ไม่ต้องทำอะไรแล้วหละโซซัง....." ซึคาสะห้ามไว้ก่อนอุซโซทำอะไรแผลงๆ "ถ้าซุยโคแอสไลฟ์อยู่ที่นี่ตอนนี้ก็ดีสินะ ฮ่ะๆๆๆๆ"
 +
 +"เป็นอะไรของเธอฟร้า!! ยอมแพ้แล้วเรอะ?! อย่าไปยอมมันๆ ไอ้พวกนี้มีแต่สาวกทีฟา" อุซโซพยายามปลุกใจเพื่อนแถมนินทาสาวกกันต่อหน้าต่อตา ราทาทอสก์พลางคิดว่าไม่น่าเก็บมันไว้เลย ส่วนราเทนเซอร์กะว่าสักวันจะโยนแปลอัลติมาเนียให้อ่านซะให้เข็ด
 +
 +"ภาพเอาท์แลนด์ในความทรงจำที่เราเคยเล่าให้ฟัง ขอให้จำไว้ตลอดไปนะ..." ซึคาสะพูดอะไรแปลกๆ แต่ก่อนทุกคนจะได้สงสัยจะไรก็โดนซึคาสะเอา Eternal Gate ถีบออกไปไกลลิบเหลือไว้แค่ตัวเองอยู่กลางกองทัพจักรวรรดิมากมายมหาศาล '''"เฮ้ย!!!"'''
 +
 +แล้วซึคาสะก็เริ่มร่ายเวทประตูบานสุดท้าย.... '''ปิดผนึกชั่วนิรันดร์''' พลังเวทประตูที่จะสามารถไล่พวกนอกมิติออกไปจากที่แห่งนี้ได้โดยสละชีวิตมนุษย์ของโลกนี้หนึ่งคนเพื่อผนึกประตู
 +
 +พอดีกับที่อายะ (เพิ่งปัดดวงดาวออกไปนอกวิธีโคจรได้สำเร็จ) กลับลงมายังพื้นโลกพอดี
 +
 +"คุณอายะ! ที่บอกว่า eternal gate คือคีย์ของสงครามเอาท์แลนด์ที่แท้คืออันนี้เองเรอะ?! แบบนี้ยังไงซือจังก็ตายอยู่ดี" อุซโซทักท้วง แถมเคลมประกันชีวิตบริษัทมังกรม่วงประกันภัยช่างให้ระดับความเชื่อมั่นต่ำแสนต่ำ ท่าทางซึคาสะจะตายแหงๆ แต่คนแต่งไม่กล้าบอกว่าพระเอกแชปเตอร์หลักเขายุมาว่าอยากเห็นซึคาสะตาย
 +
 +....ส่วนอายะไม่ได้ตอบอะไร
 +
 +
 +อีกฝั่งหนึ่งพวกวาก้าบอนด์ส่วนนึงที่ทำหน้าที่ตัวเองเรียบร้อยมารวมตัวกัน
 +
 +"พวกมันเปิดประตูสุดท้ายขึ้นมาแล้ว....." เยอร์โน่รายงานสถานการณ์สดนาทีต่อนาที
 +
 +"ท่าทางจะไม่ยอมให้เราเอาชนะได้ง่ายๆจริงๆด้วยสินะ" แบล็คเรนพูดด้วยเสียงสั่นหลังรู้ว่าแม้แต่ไซเลนท์ก็แพ้ไปแล้ว "แถมไซเลนท์ก็ถูกฆ่าตายไปแล้ว"
 +
 +"เรียกว่าถูกกำจัดจะเหมาะกว่ามั้ง" ชีริวเดินมาสมทบแขนซ้ายบาดเจ็บมีเลือดออก
 +
 +"ไปโดนอะไรมา?"
 +
 +"โดนเด็กมันอัดน่ะ อย่าไปสนใจเลย"
 +
 +...........
 +
 +
 +
 +ตัดมาทางด้านรีเซ่นอนแผ่มีดาบแปดเล่มเสียบอยู่เต็มตัวมองฟ้าที่เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆจากผลของเวทประตูของซึคาสะ
 +
 +"โธ่เอ๊ย…. แม้แต่ฟ้าครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นก็ไม่ได้เรื่องเลย" รีเซ่พูดด้วยน้ำเสียงมีเลือดเต็มคอแล้วก็นึกย้อนไปถึงเรื่องบ้านเกิด, การเดินทางมาหลายมิติ การตามหา true treasure, ตั้งใจต่อสู้แทนพี่ และการล้างแค้นจักรวรรดิ
 +
 +"สุดท้ายก็คว้าอะไรไว้ไม่ได้สักอย่าง ......น่าเบื่อชะมัด......" รีเซ่เหม่อมองฟ้าด้วยแววตาเลื่อนลอย แล้วท้องฟ้าก็ค่อยๆมืดลง.....
---- ----

Revision as of 12:27, 14 เมษายน 2008

ความเดิมตอนที่แล้ว


--Shiryu 03:02, 13 เมษายน 2008 (ICT)

ทางด้านเมดิอุสกำลังต่อสู้กับไซเลนท์อย่างดุเดือด ขวานเล่มเดียวรับมือกับดาบยักษ์คู่อย่างลำบากลำบนแต่ด้วยอานิสงค์ที่ขวานเลเวล 15 มีพลังในการรุกรับสูงเลยเอาตัวรอดมาได้จนถึง rep นี้

"ฮ่าๆๆๆ ต่อให้แขนไม่เจ็บแกก็ไม่มีปัญญาชนะข้าได้หรอก" ไซเลนท์ยิงนุ๊คเข้าถล่มทันที

...แต่เมดิอุสก็กางบาเรียร์ไม่อนุญาตให้นุ๊คเข้ามาในพื้นที่ของเขา "หึหึหึ ฝีมือจริงๆของช่างฝีมืออย่างข้าอยู่ที่การใช้อุปกรณ์ที่หลากหลายต่างหาก" ว่าแล้วเมดิอุสก็หยิบ คอปเตอร์ไม้ไผ่ ออกมาติดบินขึ้นไปข้างบนให้หลุดจากระยะโจมตีของไซเลนท์ "ตามเล่นงานต่อด้วยปืนลม ปุ้งๆๆๆ" ปากก็บอกว่าเป็นช่างฝีมือแต่เมื่อบวกปัจจัยพิจารณาเรื่องหุ่นเข้าไปแล้วเหมือนโดราเอม่อนมากกว่า

"เปล่าประโยชน์ๆๆๆๆ ฮ่่าๆๆๆ" ไซเลนท์ปัดปืนอัดอากาศทิ้งอย่างง่ายดาย แล้วเบ่งพลังขึ้นจนสายพลังพุ่งขึ้นไปกระแทกเมดิอุสตกลงมา

"ชุดปฐมพยาบาล~" (ทำเสียงแบบโดราเอม่อน) เมดิอุสรับน้ำมันตับปลา 1ea ฟื้นพลังนิโหน่ย

"แดกนุ๊คซะ!" เมดิอุสโดนบอมบ์อีกลูก HP ลด 3000 หน่วย ชาตินี้จะชนะไหมเนี่ย


ทางด้านรีเซ่ก็กำลังแย่ไม่ผิดกัน

"Apocalypse ย้าก!!!" รีเซ่งัดสุดยอดไม้ตายที่ฟันถล่มบิ๊กไปคราวนั้นโจมตีใส่มิฮอว์คสุดแรงเกิดด้วยพลังที่เพิ่มขึ้นมากมายแถมแยกออกมาสิบสองร่างทำให้มิฮอว์คร่างทองเกิดบาดแผล แต่มันก็แข็งแกร่งขึ้นไปอีก .....กลายเป็นร่างดำ "ฮ่าๆๆ อัพเกรดขั้นสาม!"

"My Happy Ending ย้าก!!" พอรีเซ่ขุดท่าไม้ตายมาหมดกรุก็เริ่มไปงัดเอาชื่อเพลงมาเป็นท่าไม้ตาย แต่มิฮอวค์คก็แข็งแกร่งขึ้นไปอีก กลายเป็นร่างศาสดา ขี่ใบบอนมีหนวดจิ๋ม รัศมีส่องประกายแว้บๆ

"In the End ย้าก!!!" รีเซ่โจมตีแรงขึ้นไปอีกแบบไม่มีลิมิต .....มิฮอว์คพัฒนาเป็นร่างมหาเมพบารมีเปล่งปลั่ง มีปีกหกอัน พวก NPC เห็นแล้วต่างพากันกราบไหว้


แต่แล้วทัพของไกอุสก็มาถึง

"หมดเวลาแล้วเหรอเนี่ย ถูกรุมแล้วสิเรา บัดซบจริงๆเลย.... ทำไงดีคะพี่?"


ทางด้านซึคาสะ ....ไม่มีอะไรแย่หรอก ยังไงก็แค่ตายเพื่อเรียกคาออส = =

ราทาทอสก์เดินเข้ามาสมทบราเทนเซอร์ "ยิงโดนแอดมินมั่งมะ?"

"ไม่รู้หายหัวไปไหนแล้ว ถ้ายังจัดการอายะไม่ได้ก็ยังไม่ถือว่าเราชนะ"

"จัดการอายะได้แล้วจะกลับงั้นเรอะ? ฉันคิดว่าเธอเดินทางมาที่นี่เพื่อลากตัวไอ้หมอนั่นกลับไปซะอีก ฮ่าๆๆ"

"เจ้านั่นไม่ใช่สายเลือดแท้อีกต่อไปแล้ว ถึงจะช่วยให้พวกเราเข้ามาที่นี่ได้ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับจักรวรรดิ เป็นแค่หนึ่งในเจ้าพวกเด็กที่ถูกสาปแค่นั้นแหละ"

แล้วทั้งสองก็สังเกตเห็นบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ฟ้าฉีกออกเป็นสองซีกมีมืออสูรแหวกฟากฟ้าออกมาพร้อมดวงตาสีแดงกร่ำมองมายังมิตินี้

"................"

"คาออส?"



คาออสแผดเสียงคำรามดังก้องด้วยความเจ็บปวด เสียงเหมือนมนุษย์นับแสนกำลังร้องโหยหวนดังสะเทือนไปทั้งโลกจากฮาร์โมเนียไปจนถึงนากาเรีย แม้แต่พวกสายเลือดแท้ที่มองดูอยู่ก็ได้แต่ตะลึง ฟากฟ้าค่อยๆฉีกออกเห็นหน้าคาออสเต็มไปด้วยเลือด ว่ากันว่ามันใช้ชีวิตอยู่ในมิติเรขาพินาศที่แม้แต่สสารยังไม่สามารถทนคงรูปอยู่ได้ (มีเพียงซึคาสะเท่านั้นที่รู้ความจริงว่าที่หน้ามันโชกเลือดเพราะมันถูกแม่มันตีกบาลมาต่างหาก)

ราเทนเซอร์ยิงศรลำแสงขึ้นไปทะลุผ่านร่างคาออส แต่ก็ดูท่าทางมันไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เื่มื่อเทียบกับบาดแผลมากมายมหาศาลแล้วธนูลำแสงเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยมาก


เมื่อเป็นเช่นนี้ราทาทอสก์จึงตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง!!!





ภาพ:Zackquote4.jpg


พวกทหารที่ดูอยู่พากันกำลังใจลดลงจนเป็นศูนย์ พลังของคาออสเริ่มสำแดงออกมาแล้วพวกทหารที่อยู่ใกล้ตำแหน่งที่มิติแหวกออกก็เริ่มระเบิดเป็นผุยผงกระจายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ


ลาสต์วอลซ์มองขึ้นไปบนฟ้า "เจ้าการ์เดี้ยนแห่งความสิ้นหวัง มาอยู่ที่มิติแห่งนี้เองรึนี่?"


ทันใดนั้นดวงดาวก็เคลื่อนลงมาจากฟ้าไปยังตำแหน่งที่พวกซึคาสะอยู่ "!!!"

"ลาสต์วอลซ์มันเรียกดวงดาว!! มันจะกำจัดพวกเราเพื่อหยุดการเรียกคาออส!!" อุซโซตะลึงที่พวกนั้นรู้ตำแหน่งของพวกเขาซะแล้ว

"ใจเย็นๆอุซโซ ....มองเห็นจุดดับของดวงดาวไหม?" แรทเซลบอกให้อุซโซมองขึ้นไปยังดวงดาวที่กำลังจะตกลงมา

"ปกติผมเห็นแต่จุดดับของสิ่งมีชีวิตนี่นา ตอนนี้ขนาดจุดดับของลาสต์วอลซ์ก็มองไม่เห็นแล้ว แม้แต่ตัวของมันก็มองไม่เห็น บรรยากาศมันบิดเบี้ยวไปหมด พลังของมันมากเกินไป!!"

"ช่างลาสต์วอลซ์ก่อน ลองมองดูดวงดาวดีๆสิ"

พอตั้งใจมองดีๆอุซโซก็เริ่มเห็นจุดดับมากมายปรากฏขึ้น ไม่เพียงแต่ดวงดาว เขามองเห็นจุดดับมากมายมหาศาลบนพื้นแผ่นดิน ในมหาสมุทรหรือแม้แต่บนท้องฟ้า "นี่มันหมายความว่าไง?"

"ผู้มีเนตรแห่งความตายที่แท้จริงทำลายได้ทุกสิ่งทุกอย่าง...."

อุซโซเริ่มเข้าใจและจะลองทำลายดวงดาวดู แต่อายะก็ปรากฏตัวขึ้นและบินขึ้นไปรับดวงดาวไว้ทั้งดวงไม่ให้กระแทกลงมา "หน้าที่ของนายคือคุ้มกันซึคาสะ ทางนี้ปล่อยฉันเถอะ!!"

"เราเรียกคาออสเรียบร้อยแล้วครับคุณอายะ!"

"...................." อายะเงียบไปพักหนึ่ง ".....คาออสเหรอ? ทำไมเรียกคาออสล่ะ? =v="


".............................."

"..........."

ทุกคนอึ้งไปชั่วขณะ จะว่าไปอายะไม่เคยพูดว่าจะให้ซึคาสะเรียกคาออสสักคำ

"บอกช้าไปหน่อยมั้งฮะแอดมิน =v="

"โลกนี้กำลังจะถูกทำลายแล้วครับ =v="

"งั้นเราปล่อยมันเป็นไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเนอะ อย่างน้อยก็ฆ่าไอ้พวกจักรวรรดิได้ =v="

(พากันหนีความจริงกันไปหมดทุกคน) ตอนนี้ซึคาสะหมดสติเพราะเสียพลังไปมากแต่ยังมีชีวิตอยู่ พวกการ์เดี้ยนฟอร์ซจะรับของตอบแทนก็ต่อเมื่อทำหน้าที่ลุล่วงไปแล้ว


ทันใดนั้นราทาทอสก์ก็ปรากฏตัวขึ้นบนเนินเขาที่สูงที่สุดในสนามรบ "เฮ้ย! ไอ้กิ้งก่าโชกเลือด!! รับบทเรียนจากมนุษย์ดูซักชุดไหมครับ?" แล้วราทาทอสก์ก็กระโดดเข้าไปในมิติที่คาออสแหวกออกมา เกิดเสียงต่อสู้ดังสนั่น

".................= ="

".................................การต่อสู้แบบนี้มันอะไรของมันวะ!! ถึงจะรู้ว่าโลกมีหลายหมื่นล้าน แต่เรื่องแบบนี้ฉานรับไม่ได้~!" อุซโซเริ่มเพ้อแต่ไม่รู้ทำไมเขาแอบเชียร์ให้ราทาทอสก์ชนะ ถ้าราทาทอสก์ชนะนั่นหมายถึงซึคาสะไม่ต้องตาย แต่ถ้าคาออสชนะทุกอย่างจะถูกทำลายและการต่อสู้จะจบสิ้นลงเหมือนที่พวกเขาตั้งใจไว้แต่แรก



สักพักราทาทอสก์ก็กระโดดกลับลงมา ฟ้าปิดลงไปแล้วท้องฟ้าก็กลับเป็นอย่างเดิม (เขียวๆแบบตอนที่จักรวรรดิมานั่นแหละ)

"= ="

"หมอนั่น....มันฆ่าคาออส.....มันฆ่าคาออสจริงๆใช่ไหมครับทุกท่าน =A=""""


ราทาทอสก์เดินเข้ามาหาอุซโซที่ประคองซึคาสะอยู่

".....ขอบใจที่ช่วยกำจัดคาออสให้เรานะฮะ =v=//" <<ประโยคเดียวที่อุซโซนึกออก

"ชื่ออะไร?"

"อุซโซจ้า"

"ไม่ใช่แก แม่หนูคนนั้นต่างหาก"

"เธอคนนี้ชื่อสเตฟานซี ค็อกโดเรียที่แปด เป็นสาวกลำดับที่เจ็ดของบร๊ะแม่นาโนแตกฮะ" อุซโซมั่วข้อมูลเพื่อความปลอดภัยของซึคาสะเพราะยังไม่วางใจศัตรู

"คนๆนี้มีเจตจำนงค์เสรีที่สมบูรณ์แบบ" ราทาทอสก์พูดกับอุซโซด้วยน้ำเสียงปกติ ทั้งที่พลังมหาศาลขนาดกำจัดคาออสได้แต่บรรยากาศของคนๆนี้กลับเหมือนคนปกติผิดกับลาสต์วอลซ์หรือแม้แต่พวกศัตรูอย่างวาก้าบอนด์ลิบลับ "ดูแลสเตฟานซีให้ดีๆล่ะ" แถมบ้าจี้ไปกับเขาอีกต่างหาก หลอกง่ายชิบหาย

แล้วราทาทอสก์ก็กระโจนลงไปไล่ถลุงทหารฝั่งซุยต่อไปแบบไม่สนใจพวกอุซโซ ทั้งที่แค่กำจัดพวก GM และอายะที่ติดพันกับดวงดาวอยู่ข้างบนได้ก็จะจบสิ้นภารกิจ แต่ดูเหมือนเขาประทับใจและอยากอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพักมากกว่า


".............แล้วพวกเราจะทำไงต่อดีล่ะ?" อุซโซหันไปถามแรทเซลก็ได้แต่ส่ายหน้าเพราะคิดไม่ออกจริงๆว่าจะทำไงต่อ

ขณะทุกคนกำลังหมดหวังก็ได้ยินเสียงพูด "คิดว่านี่เป็นการต่อสู้ของพวกแกรึไง?" อุซโซเงยหน้าขึ้นพบธีระและประมุขที่ไม่ได้เจอมานานตั้งแต่สอบ GM เสร็จ "การต่อสู้เพื่อปกป้องโลกแห่งนี้เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ต่อให้ทีมหลักทำไม่สำเร็จก็ขอให้วางใจเถอะ เราต้องมีโอกาสชนะ!!"

อุซโซเริ่มใจชื้นขึ้นเล็กน้อย


....แล้วแบล็คเรนก็วิ่งผ่านมาเด็ดหัวทั้งสองคนทิ้งไป (ไม่ทันเห็นพวกอุซโซ)

"กำจัดผู้เล่นหมดรึยังนะ?" เยอร์โน่ถามขึ้น

"ถ้าไม่รวม NPC ก็เก็บไปเกือบร้อยแล้ว นับจำนวนผู้เล่นจริงๆรวมกับที่ถูกจักรวรรดิจัดการก็แทบไม่เหลือแล้วหละ"

แล้วทั้งสองก็วิ่งจากไป.....


"ไอ้คนแต่งบัดซบ!! เหลือความหวังให้กันมั่งสิโว้ย!! ความหวังน่ะความหวัง!!" อุซโซตะโกนลั่นเหมือนยังเมาค้างจากเมื่อสองวันก่อน แต่ถ้าเทียบกับคาออสที่นำร่องมาสามตอนโดนกำจัดในสองบรรทัดแล้วเรื่องตะกี้ถือว่าจิ๊บจ๊อยมาก


--Shiryu 12:27, 14 เมษายน 2008 (ICT)

อุซโซล้มลงหมดแรงแทบสิ้นใจ หัวใจนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวัง แต่พอแรทเซลเดินเข้ามาช่วยกระทืบพลางเตือนให้รู้ว่า ..."เอ็งน่ะ ยังไม่ได้ทำห่ะอะไรกับเค้าเลย" อุซโซก็ลุกขึ้นมาอีกครั้ง .....น่าเสียดายที่กล้องตัดไปที่รีเซ่ซะก่อน


ขณะนี้รีเซ่เผชิญหน้ากับเอลีทโซลเยอร์ไกอุส และมิฮอว์คที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งเป็นมหาเมพลอยอยู่บนฟากฟ้า ถ้าลาสต์วอลซ์เห็นคงโดนยิงตกลงมาข้อหาพยายามทำตัวสูงส่งกว่า ส่วนพวกกองทหารที่ทั้งสองคุมมาไล่ตะลุมบอนกับทหารฝั่งซุย ปล่อยโซลเยอร์ทั้งสองคนรุมรีเซ่อย่างภาคภูมิใจ

ไกอุสใช้พลังขวานปฐพีโจมตีจากเบื้องล่าง ขณะที่มิฮอว์คโจมตีจากด้านบน สองการโจมตีประสานทำให้การต่อสู้ลำบากขึ้นไปอีกหลายสิบเท่า รีเซ่กลิ้งหลบพัลวัน หลบได้มั่งไม่ได้มั่ง HP ลดเกินกว่าที่แรทเซลคำนวณไว้หลายจุด ใครจะไปรู้ว่าไกอุสจะเข้ามาสมทบด้วย จากที่ใครๆก็มองว่ารีเซ่จะชนะตอนนี้แทบจะหมดหวังไปแล้ว....

แต่แล้วอนิธินก็ปรากฏตัวขึ้น "ท่าทางลำบากน่าดูเลยนะยัยเด็กอวดดี"

"อนิธิน!?"

แล้วเขาก็ปล่อยฝูงแมลงออกมาทำลายวิสัยทัศน์ของมิฮอว์คที่ลอยอยู่เพื่อกันออกไปก่อนเข้าไปสู้กับไกอุส "ทางด้านเธอก็จัดการไอ้ตัวที่ลอยอยู่นั่นแล้วกัน"

ตอนนี้เริ่มมีโอกาสชนะขึ้นมาแล้ว รีเซ่ควงดาบโซ่สองท่อนปาขึ้นไปมัดมิฮอว์คไว้แน่น แล้วกระโดดเตรียมอัดด้วยลูกพลัง แต่มิฮอว์คร่างมหาเมพที่มีพลังมหาศาลก็ทำลายโซ่ออกมาได้แล้วถีบรีเซ่กลับลงไป

......ส่วนอนิธินโดนไกอุสตอกแบนติดกับพื้นไปแล้ว รีเซ่ถึงกับตะลึงที่อนิธินมีอายุการใช้งานเพียงสามบรรทัด!! ว่าแล้วก็โดนรุมอัดต่อไป...


ทางด้านเมดิอุสบาดเจ็บไม่น้อยเพราะพลังโจมตีแต่ละอย่างของไซเลนท์ไม่กิ๊กก๊อก

"ฮ่าๆๆๆๆ คนที่ถูกเรียกว่าเทพสงครามของมิตินี้มีพลังแค่นี้เองเรอะ? แล้วพวกแกจะเอาอะไรมาสู้กับวาก้าบอนด์ล่ะเนี่ย?" ไซเลนท์ปล่อยโฮมิ่งตอปิโดออกมาอีกสามลูก โจมตีเข้าทุกนัดจนเมดิอุสหมอบลงไป

.....แต่ก็ลุกขึ้นมาใหม่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"เฮ้ย! แบบนี้มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแล้วสิ! ทำไมมันไม่เป็นไรกัน?!"

เมดิอุสหยิบดาบออกมาควงด้วยแขนขวาที่น่าจะเจ็บอยู่แล้วฟันคลื่นพลังฟินิกซ์เข้าถล่มไซเลนท์แบบไม่ทันตั้งตัว

"เป็นไปได้ไง?! แขนขวาแกเจ็บอยู่ไม่ใช่เรอะ?!"

"ที่แขนเจ็บนั่นเมดิอุส แต่ข้าคือแมกนาดิอุสต่างหาก!" เออ นับวันคนแต่งก็ชักไม่ค่อยเข้าใจสถานภาพของหมอนี่ซักเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนพอเป็นแมกนาดิอุสแล้ว status ที่เสียหายตอนเป็นเมดิอุสจะหายไปด้วย แถมสไตล์การต่อสู้กับรูนยังเปลี่ยนไปอีกต่างหาก

"คิดผิดจริงๆที่ให้เจ้าเมดิอุสสู้ หมอนั่นมันช่างฝีมือ แต่ถ้าเรื่องฝีมือต่อสู้จริงๆไม่มีใครเก่งกาจเกินเทพสงครามอย่างข้าเด็ดขาด"

"ถอยไปแมกนาดิอุส! นี่มันการต่อสู้ของข้า!!"

"แกน่ะแพ้แล้วหลีกไปซะ!!"

"อั่ก! เจ็บใจนัก แต่ก็จริงอย่างที่แกว่า"

....ซึ่งทั้งหมดนี้เมดิอุสพูดคนเดียว ไซเลนท์ที่ดูยู่ได้แต่ปลงตก

"Phoenix Strike!" แมกนาดิอุสสาดเพลงดาบฟินิกซ์เข้าใส่ไซเลนท์ยกฝาหม้อขึ้นมากันแต่ก็ไม่สามารถกันได้ (กันได้ก็แปลกแล้ว) จึงถูกคลื่นโจมตีมากมายมหาศาลอัดเข้าใส่ไม่ยั้งแต่ก็ยังไม่ยอมล้ม แมกนาดิอุสรู้ดีว่าต่อให้เพลงดาบฟินิกซ์ร้ายกาจขนาดไหนก็คงจัดการพวกวาก้าบอนด์ไม่ได้ง่ายๆเลยพุ่งเข้าไปพร้อมฟาดดาบฟินิกซ์ใส่เข้าไปเรื่อยๆ ไซเลนท์ที่โดนอัดจนโชกเลือดจู่ๆก็ระเบิดพลังออกมาพัดเอาแมกนาดิอุสกระเด็นออกไป

"ฮ้าาาาา~!! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ -!! เก่งนี่หว่า!!" ไซเลนท์หยิบอาวุธที่น่าจะเป็นชิ้นสุดท้ายออกมา .....ที่รดน้ำต้นไม้ - -a

"ในนี้น่ะน้ำมันนะ" ไซเลนท์เอาน้ำมันราดใส่ตัวเองก่อนหยิบตัวเองเข้าไปในกระโปรงหายไปจากมิตินี้ แล้วโผล่ออกมาด้านหลังของแมกนาดิอุส "!!!"

"ไปลงนรกกันนะคะที่รัก~" ไซเลนท์จุดระเบิดหอบเอาตัวเองลอยขึ้นไปพร้อมแมกนาดิอุสแล้วระเบิดกลางฟ้าเป็นที่งดงามตระการตาแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก


"!!!" พวกบิ๊กเห็นระเบิดก็ตกใจ

"คุณเมดิอุส!!"

"ฮึ่ม! เราไม่มีเวลาหันกลับไปสนใจอะไรอีกแล้วนะ..." แต่ก่อนทุกคนจะได้กล่าวคำอำลาอาลัย เมดิอุสก็เดินดุ่ยๆกลับมาหาแบบไม่เปิดโอกาสให้เพื่อนๆซึ้งกัน

"ทำไมไม่ตายล่ะฮะ?" อุซโซถามวอนโดนตบกบาล

"ข้ารอดมาได้ แต่แมกนาดิอุสตายแล้ว T-T ถูกไซเลนท์ฆ่าตายไปพร้อมๆกัน ข้าเจ็บใจที่เห็นเจ้านั่นต้องตายไปกับตาเลย!"

"เออช่างเหอะ -*- ลุงเมดิยังปลอดภัยอยู่ก็ดีละ" ทุกคนดูท่าทางไม่สนใจเท่าไหร่ มันก็คนเดียวกันนี่แล้


ทางด้านรีเซ่.....ยังคงแย่ไม่เลิกรา ไม่ได้เก่งขนาดเมดิอุสแถมยังต้องเจอศัตรูรุมถึงสองตัว ตั้งใจแต่งให้ตายชัดๆ เพื่อนๆก็วางใจกันเหลือเกิน ไม่กลับมาช่วยซักตัว ตอนนี้ทั้งการโจมตีปฐพีจากไกอุสและลำแสงมหาเมพจากมิฮอว์คยังคงโจมตีใส่รีเซ่ไม่ยั้งจนสะบักสะบอมแทบจะยืนไม่อยู่ แต่ก็พยายามหาท่าไม้ตายที่จะจัดการศัตรูสูงระดับอย่างสองคนนี้ให้ได้ ทันใดนั้นก็สังเกตลักษณะของดาบโซ่สองท่อนที่ขอมาจากรูริ

"......หือ? ทั้งขนาด, รูปร่าง, น้ำหนัก นี่มันเหมือนดัดแปลงให้เข้ากับท่าไม้ตายของเราได้เลย" ช่วงแรกรีเซ่พยายามใช้วิธีสู้แบบรูริที่ตัวเองไม่ถนัดเพื่อให้เข้ากับอาวุธใหม่ แต่พอกลับมาใช้สไตล์การต่อสู้แบบตัวเองแล้วก็พบว่ากลับเข้ากับอาวุธชิ้นนี้ได้ดีกว่าเก่าซะอีก "นี่คิดเผื่อกันไว้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ ฮ่าๆๆๆ ไอ้พี่บ้า ....น่าจะห่วงเรื่องของตัวเองมากกว่านะ"

....แล้วรีเซ่ก็แยกออกมา 99 ร่าง

"เฮ้ย!!!" ทั้งไกอุส, มิฮอว์ค หรือกระทั่งอนิธินที่หมอบอยู่กับพื้นต่างอุทานขึ้นพร้อมกันเพราะไม่มีใครคิดว่ารีเซ่จะใช้ duplication แยกร่างได้มากขนาดนี้ เกินลิมิต 12 ร่างทีแรกไปหลายเท่า

"ดับไปซะทั้งคู่ ............" รีเซ่เคลื่อนไหวตามตำแหน่ง sephiroth ทั้งสิบตามพระคัมภีร์สร้างบรรยากาศขึ้นมาก่อนสาดพลังโจมตีมหาศาลสุดแรงเกิดระเบิดทุกอย่างในพื้นที่โจมตีแหลกเป็นจุล

"Heaven Destroyer!"'

ไกอุสโดนซัดแหลกสลายไป ส่วนมิฮอว์ครับพลังโจมตีเข้าไปแล้วพัฒนาอีกขั้นกลายเป็นอภิมหาอัครเทวดาสูงส่งเกินกว่าจะอยู่ในโลกนี้จึงกลับสรวงสวรรค์ไปในที่สุด (นี่แกตัดบทกันชุ่ยๆแบบนี้เลยเรอะ?)

รีเซ่กลับมาเหลือร่างเดียวก่อนล้มลงเหนื่อยแทบขาดใจ แต่ก็ดีใจที่สามารถเอาชนะเอลีทโซลเยอร์ถึงสองคนพร้อมกันได้


"สกิลแยกร่างมีพลังที่ยอดเยี่ยมมาก"

เสียงอนิธินพูดขึ้น รีเซ่หันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ

"สกิลนี่แหละที่อยากได้มานานแล้ว............" แล้วอนิธินก็แสดงร่างที่แท้จริงเป็นชีริวที่ปลอมตัวเข้ามา

"........" รีเซ่พูดไม่ออกแต่ไม่มีทางอื่นเลยต้องฮึดแยกออกมาอีก 99 ร่างเข้ารับมือกับชีริว

"เห็นหมดแล้วครับ ทั้งพลังของ 99 ร่าง ทั้งท่าไม้ตายฉีกสวรรค์" ชีริวรับมือกับคมอาวุธจากร่างทั้ง 99 ได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"โว้ย!! ไม่จบไม่สิ้นซะที! มันอะไรกันนักกันหนาเนี่ย!!" รีเซ่ตะโกนออกมาดังลั่น แต่ถึงสถานการณ์จะเลวร้ายสุดขีดยังไงชีริวก็สังเกตได้ว่าแววตาของเด็กคนนี้ยังไม่ยอมแพ้

"คิดว่าจะชนะข้าได้จริงๆน่ะเหรอ พลังความหวังแรงกล้ามาก ........ข้าจะขโมยมันมาซะ"


.........

จู่ๆซึคาสะที่หมดสติไปนานก็ลืมตาขึ้น

"ซือจัง! ตื่นแล้วเหรอ? รีบลุกขึ้นแล้วเตรียมการรับมือพวกมันกันต่อดีกว่า!!" อุซโซพูดทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่าจะทำอะไรต่อ แต่ตอนนี้เมดิอุสกลับมาแล้ว น่าจะทำอะไรได้สักอย่าง

"เรายังมีชีวิตอยู่อีกเหรอ? คาออสล่ะ?"

"โดนสายเลือดแท้ผ่าหัวแบะไปละ ช่างมันเถอะ! "

แต่ยังไม่ทันปรึกษาแผนการอะไรพวกจักรวรรดิก็เข้ามาล้อมกลุ่มของพวกอุซโซไว้ "อุ๋ย! =v= ขอเวลานอกนิดนึงไม่ได้เหรอครับ งวดนี้โผล่หัวมาทั้งราทาทอสก์ ราเทนเซอร์ ลาสต์วอลซ์เลยนะฮะ กะฆ่ากันแน่ๆใช่ไหมครับ?" อุซโซว่าจะแอบฉวยโอกาสยิงใส่จุดตายของลาสต์วอลซ์ให้ได้ แต่จนตอนนี้ก็ยังมองไม่เห็น ....มองไม่เห็นแม้แต่ร่างของลาสต์วอลซ์ที่ถูกห้วงบรรยากาศมืดมัวคลุมอยู่ทั้งร่าง

"ไม่ต้องทำอะไรแล้วหละโซซัง....." ซึคาสะห้ามไว้ก่อนอุซโซทำอะไรแผลงๆ "ถ้าซุยโคแอสไลฟ์อยู่ที่นี่ตอนนี้ก็ดีสินะ ฮ่ะๆๆๆๆ"

"เป็นอะไรของเธอฟร้า!! ยอมแพ้แล้วเรอะ?! อย่าไปยอมมันๆ ไอ้พวกนี้มีแต่สาวกทีฟา" อุซโซพยายามปลุกใจเพื่อนแถมนินทาสาวกกันต่อหน้าต่อตา ราทาทอสก์พลางคิดว่าไม่น่าเก็บมันไว้เลย ส่วนราเทนเซอร์กะว่าสักวันจะโยนแปลอัลติมาเนียให้อ่านซะให้เข็ด

"ภาพเอาท์แลนด์ในความทรงจำที่เราเคยเล่าให้ฟัง ขอให้จำไว้ตลอดไปนะ..." ซึคาสะพูดอะไรแปลกๆ แต่ก่อนทุกคนจะได้สงสัยจะไรก็โดนซึคาสะเอา Eternal Gate ถีบออกไปไกลลิบเหลือไว้แค่ตัวเองอยู่กลางกองทัพจักรวรรดิมากมายมหาศาล "เฮ้ย!!!"

แล้วซึคาสะก็เริ่มร่ายเวทประตูบานสุดท้าย.... ปิดผนึกชั่วนิรันดร์ พลังเวทประตูที่จะสามารถไล่พวกนอกมิติออกไปจากที่แห่งนี้ได้โดยสละชีวิตมนุษย์ของโลกนี้หนึ่งคนเพื่อผนึกประตู

พอดีกับที่อายะ (เพิ่งปัดดวงดาวออกไปนอกวิธีโคจรได้สำเร็จ) กลับลงมายังพื้นโลกพอดี

"คุณอายะ! ที่บอกว่า eternal gate คือคีย์ของสงครามเอาท์แลนด์ที่แท้คืออันนี้เองเรอะ?! แบบนี้ยังไงซือจังก็ตายอยู่ดี" อุซโซทักท้วง แถมเคลมประกันชีวิตบริษัทมังกรม่วงประกันภัยช่างให้ระดับความเชื่อมั่นต่ำแสนต่ำ ท่าทางซึคาสะจะตายแหงๆ แต่คนแต่งไม่กล้าบอกว่าพระเอกแชปเตอร์หลักเขายุมาว่าอยากเห็นซึคาสะตาย

....ส่วนอายะไม่ได้ตอบอะไร


อีกฝั่งหนึ่งพวกวาก้าบอนด์ส่วนนึงที่ทำหน้าที่ตัวเองเรียบร้อยมารวมตัวกัน

"พวกมันเปิดประตูสุดท้ายขึ้นมาแล้ว....." เยอร์โน่รายงานสถานการณ์สดนาทีต่อนาที

"ท่าทางจะไม่ยอมให้เราเอาชนะได้ง่ายๆจริงๆด้วยสินะ" แบล็คเรนพูดด้วยเสียงสั่นหลังรู้ว่าแม้แต่ไซเลนท์ก็แพ้ไปแล้ว "แถมไซเลนท์ก็ถูกฆ่าตายไปแล้ว"

"เรียกว่าถูกกำจัดจะเหมาะกว่ามั้ง" ชีริวเดินมาสมทบแขนซ้ายบาดเจ็บมีเลือดออก

"ไปโดนอะไรมา?"

"โดนเด็กมันอัดน่ะ อย่าไปสนใจเลย"

...........


ตัดมาทางด้านรีเซ่นอนแผ่มีดาบแปดเล่มเสียบอยู่เต็มตัวมองฟ้าที่เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆจากผลของเวทประตูของซึคาสะ

"โธ่เอ๊ย…. แม้แต่ฟ้าครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นก็ไม่ได้เรื่องเลย" รีเซ่พูดด้วยน้ำเสียงมีเลือดเต็มคอแล้วก็นึกย้อนไปถึงเรื่องบ้านเกิด, การเดินทางมาหลายมิติ การตามหา true treasure, ตั้งใจต่อสู้แทนพี่ และการล้างแค้นจักรวรรดิ

"สุดท้ายก็คว้าอะไรไว้ไม่ได้สักอย่าง ......น่าเบื่อชะมัด......" รีเซ่เหม่อมองฟ้าด้วยแววตาเลื่อนลอย แล้วท้องฟ้าก็ค่อยๆมืดลง.....


Personal tools