Freyjadour Falenas
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
Revision as of 18:49, 30 กันยายน 2007
สารบัญ |
Frayjadour Falenas DATA
- ชื่อ : กำหนดเองโดยผู้เล่น แต่ในที่นี้ขออ้างอิงตามแบบฉบับนิยาย คือ Frayjadour Falenas / เฟรอาดูร์ ฟาเลนาส
- ฉายา: องค์ชาย (โอจิ) / เฟร / เฟรดุ้น / ท่านพี่
- อายุ : ไม่ทราบแน่ชัด แต่จากการคาดเดาจากระยะเวลาของเหตุการณ์ต่างๆน่าจะ 15-16
- ดาราสถิต : Tenkaisei
- ภาคที่มีบทบาท : ภาค 5
- ตำแหน่ง : องค์ชาย / หัวหน้าอัศวินพิทักษ์องค์ราชินี (หากตอนจบเลือกที่จะอยู่ช่วยลีมสเลอาในการปกครองฟาเลน่า)
- ประเทศเกิด : ฟาเลน่า
- ตัวละครที่เกี่ยวข้อง :
- Comments :
- เป็นองค์ชายที่หน้าเหมือนจะเป็นองค์หญิงมากกว่า เพราะหน้าตาเหมือนท่านแม่สินะ
- ทั้งที่อุตส่าห์ขยับปากทำท่าทางจะพูด แต่ก็ไม่พูดเนี่ยนะ !!!
- รู้สึกยังไงกับการเป็นองค์ชายของราชวงศ์ที่ผู้ชายไม่มีสิทธิ์ในบัลลังก์กันนะ ??
- เป็นเทนไคที่มีการเปลี่ยนชุดเยอะมากเลยนะนี่ ชุดตอนเป็นองค์ชายเอย ชุดตอนหนีเอย ชุดรบเอย แล้วยังชุดควีนไนท์อีก
- ทำไมชุดตอนหนีถึงคล้ายกับชุดของทีล แมคดอลห์จังล่ะ องค์ชาย OwO"
- ใส่ชุดนั้นลงสนามรบ OAO!! กล้ามากเลย องค์ชาย =w=!!!
โอรสองค์โตของราชินีอาชตาท ฟาเลนาส และ หัวหน้าอัศวินพิทักษ์องค์ราชินี เฟริด อีแกน เฟรอาดูร์ซึ่งเป็นองค์ชายนั้นไม่มีสิทธิ์ในการสืบราชบังลังก์ และสิทธิ์นี้ก็ตกลงไปยังองค์หญิงลีมสเลอาผู้เป็นน้องสาวแทน และเนื่องจากผู้ชายไม่มีสิทธิ์ในการสืบราชบังลังก์ บางคนจึงเห็นเชื้อพระวงศ์ที่เกิดมาเป็นชายนั้นมีประโยชน์แค่โบกมือให้กับฝูงชนเมื่อยามมีพิธีการต่างๆ และอภิเษกออกไปต่างเมืองเท่านั้น ซึ่งบ่อยครั้งที่เฟรอาดูร์จะได้ยินพวกขุนนางพูดลับหลังถึงเรื่องราวเหล่านี้ให้ได้ยิน
ทุกครั้งที่เฟรอาดูร์ออกเดินทางไปยังที่ต่างๆตามคำสั่งของอาชตาทนั้น มักจะมี ลีออน ไซอาลีดส์ และจอร์จติดตามไปด้วยอยู่เสมอๆ
งานแรกที่ต้องทำในเกมคือการไปตรวจดูสภาพของลอร์ดเลคตามคำสั่งของอาชตาท เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยอุดมไปด้วยน้ำ ทว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จลาจลขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน อาชตาทได้ใช้พลังของดวงตราแห่งสุริยะลงทัณฑ์เมืองนี้ และทำให้เมืองทั้งเมืองแห้งแล้งไปในทันที เฟรอาดูร์ได้พบว่าชาวบ้านที่นี่ขาดแคลนน้ำอย่างหนัก และยังทำให้พวกคนแก่และเด็กๆต้องเจ็บป่วยอีกด้วย ที่นี่เฟรอาดูร์ได้พบกับโทมะ เด็กชายชาวเมืองลอร์ดเลคที่พยายามเข้าไปหาแหล่งน้ำในป่าแต่โดนพวกอุลส์เข้าทำร้าย โทมะกล่าวโทษราชวงศ์ฟาเลนาสว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เมืองลอร์ดเลคพบกับภัยพิบัติเช่นนี้ และเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเฟรอาดูร์
หลังจากได้รายงานเรื่องที่พบเจอที่ลอร์ดเลคเสร็จแล้ว เฟรอาดูร์ก็พบกับ[Lymslaia Falenas|ลีมสเลอา]]ที่เฝ้ารอคอยการกลับมาของเขาอยู่และวิ่งตามหาเขาทั่ววังสุริยะตั้งแต่ได้ยินว่าองค์ชายกลับมาแล้ว ซึ่งลีมสเลอาชวนเขาออกไปดูรายชื่อผู้เข้าร่วมศึกเทพกลยุทธ์ที่สภาสูงด้วยกัน พร้อมด้วยลีออน มิอาคิส ไคล์ และไซอาลีดส์
ที่สภาสูงนั้นทั้งหมดได้พบกับซาลุม บาโรว์ และยูรัม บาโรว์ ซึ่งทุกคนต่างก็ไม่เชื่อใจในสองพ่อลูกนี้ และจากที่มิอาคิสได้เข้ามาขวางไม่ให้ยูรัมเข้าใกล้ลีมสเลอาทั้งคู่จึงยอมล่าถอยและเดินออกไป หลังจากนี้พวกเขาจึงเดินขึ้นไปดูใบรายชื่อผู้เข้าร่วมทำให้รู้ว่าทั้ง ยูรัม และ กิเซล ต่างก็เข้าร่วมศึกเทพกลยุทธ์ ซึ่งไซอาลีดส์มีท่าทีแปลกไปเมื่อรู้ว่ากิเซลเข้าร่วมศึกเทพกลยุทธ์ในครั้งนี้ด้วย
งานที่สองหลังจากกลับมาจากลอร์ดเลคคือให้ไปตรวจดูความเรียบร้อยที่สตอร์มฟิสต์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดศึกเทพกลยุทธ์เพื่อหาคู่อภิเษกสมรสให้ลีมสเลอาซึ่งจะขึ้นเป็นราชินีองค์ต่อไป ในระหว่างการเดินทาง เฟรอาดูร์ได้พบกับกิเซล ก็อดวิน บุตรชายคนโตของ ลอร์ด มาร์สคัล ก็อดวิน และยังเป็นหนึ่งในรายชื่อผู้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย ไซอาลีดส์ได้คาดคะเนไว้ว่าการพบกันในครั้งนี้เป็นการวางแผนของตัวกิเซลเอง
ระหว่างที่อยู่ในสตอร์มฟิสต์ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น เฟรอาดูร์ได้พบกับชูน เด็กหนุ่มซึ่งเป็นนักสู้ของแอเรียน่าในสตอร์มฟิสต์และได้รู้เรื่องราวบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลถึงเสียงลึกลับที่พวกนักสู้ที่ถูกขังอยู่ภายใต้อาเรียน่าได้ยิน ซึ่งเมื่อไปถึงต้นตอของเสียงก็พบกับเซไกซึ่งเป็นตัวแทนลงแข่งในนามของยูรัม อยู่กับทหารจากอาเมสเข้า เซไกจึงถูกคุมตัวไว้ในฐานะสายลับของอาเมส จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ซึ่งทำให้ยูรัมนั้นหมดสิทธิ์ในการเข้าร่วมศึกเทพกลยุทธ์ไปโดยปริยาย เฟรอาดูร์ได้นำเรื่องนี้มาปรึกษาอาชตาทตามคำแนะนำของไซอาลีดส์ว่าน่าจะมีเบื้องหลังที่ไม่ชอบมาพากลกับตระกูลก็อดวิน แต่ทว่าอาชตาทไม่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เพราะขาดหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอ
ในช่วงเวลาการแข่งขัน เฟรอาดูร์ได้ดูการแข่งขันของเบลคูท นักดาบจากคานาคาน และรู้สึกถูกใจอีกทั้งเฟริดได้อนุญาตให้เขาออกไปหาเบลคูทในตัวเมืองได้ พร้อมเสียงสนับสนุนจากจอร์จซึ่งกลัวว่าอาจจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น ซึ่งตอนที่ทั้งหมดไปเจอเบลคูทในตัวเมืองนั้น เขากำลังโดนพวกชนชั้นสูงรุมขู่ให้ถอนตัวจากศึกเทพกลยุทธ์เพราะถือว่าคนที่จะเป็นคู่อภิเษกกับองค์หญิงลีมสเลอาได้นั้นต้องมาจากตระกูลขุนนางเท่านั้น การที่คนนอกจะเข้ามาได้อย่างเฟริดนั้นจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก แต่พวกนั้นก็ต้องล่าถอยไปเมื่อพวกเฟรอาดูร์เข้าไปห้าม ในคืนนั้นทั้งหมดจึงอยู่รับประทานอาหารเย็นกันที่โรงแรมโดยที่มาริน่าเป็นคนทำอาหารให้ เบลคูทชนะในศึกเทพกลยุทธ์ผ่านเข้ารอบมาเรื่อยๆจนถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นเมื่อมาริน่าถูกลักพาตัวไปโดยกลุ่มที่เคยขู่ให้เขาถอนตัวจากการแข่งขันครั้งนี้ เฟรอาดูร์และพรรคพวกซึ่งได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นจึงอาสาจะช่วยเหลือโดยอาศัยไซอาลีดส์ซึ่งรู้ทางลับในการไปยังกระท่อมบนเนินเขา หลังจากช่วยมาริน่าลงมาได้ เฟรอาดูร์และจอร์จได้อาสาที่จะพักที่โรงแรมเพื่อป้องกันเรื่องร้ายๆที่อาจจะเกิดขึ้น โดยได้เดินทางไปลานประลองพร้อมกันในวันรุ่งขึ้น
แต่ในการแข่งรอบสุดท้ายนั้นเบลคูทมีท่าทีแปลกไป ซึ่งสร้างความแปลกใจอย่างมากให้กับทุกคนเพราะเมื่อตอนที่แยกจากกันเมื่อครู่เบลคูทยังดูดีอยู่ ซึ่งผลในการแข่งครั้งนี้เบลคูทเสียท่าให้กับคิลเคริช ตัวแทนของกิเซล หลังจากจบการแข่งทั้งหมดได้ลงไปหาเบลคูทที่ห้องพยาบาลและพบว่าเบลคูทเหมือนคนที่แค่นอนหลับไปเท่านั้น แต่ลีออนกล่าวว่ามียาตัวหนึ่งที่เธอรู้จักที่ออกฤทธิ์แบบนี้ ส่วนคนที่ใส่ยาให้เบลคูทก็คือมาริน่าซึ่งรับยามาจากดอล์ฟเมื่อตอนที่เธอโดนลักพาตัวไปนั่นเอง แต่เพื่อปกป้องมาริน่าจากการโดนจับและสอบสวน เบลคูทจึงบอกว่าเขาไม่ได้โดนวางยา
หลังจากจบการแข่งขันแล้ว ทั้งหมดได้เดินทางกลับโซล-ฟาเลน่า โดยนำเซไกกลับมาด้วย หลังจากกลับมาถึงแล้วเฟรอาดูร์ยังคงต้องร่วมเดินทางกับลีมสเลอาไปที่ตำหนักตะวันออกเพื่อให้ลีมสเลอารับการอำนวยพรจากดวงตราแห่งรุ่งอรุณ และเดินทางไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ลูนัส เพื่อทำพิธีชำระล้างโดยฮาสวาร์ ในระหว่างที่ลีมสเลอาทำพิธีอยู่กับฮาสวาร์ เฟรอาดูร์บังเอิญไปพบกับลัน และ ล็อก สองพ่อลูกที่แอบเข้ามาขโมยทองในน้ำตกศักดิ์สิทธิ์แห่งลูนัส วันรุ่งขึ้นลีมสเลอาที่เสร็จพิธีแล้วต้องเดินทางกลับวังสุริยะตามพร้อมกับมิอาคิส ในขณะที่เฟรอาดูร์และพวกที่เหลือต้องไปยังราฟท์ฟลีทเพื่อนำสองพ่อลูกนี้ไปส่งราจา พอกลับมายังโซล-ฟาเลน่าแล้ว อาชตาทได้กล่าวว่าการที่ทำความรู้จักกับราจา และฮาสวาร์ นั้นจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับตัวเขาในวันข้างหน้า
หลังจากนั้นไม่นานพิธีหมั้นก็ได้ถูกจัดขึ้น เฟรอาดูร์มีท่าทีกังวลใจกับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น แต่ทว่าทั้งอาชตาทและไซอาลีดส์ต่างก็เตือนว่าอย่าทำท่าให้เป็นที่ต้องสงสัย ในคืนนั้นเองกิเซลก็ได้ลงมือตามแผนที่เขาได้วางไว้ แต่เพราะอาชตาทและเฟริดได้เตรียมการรับมือไว้แล้วจึงพร้อมที่จะสู้กับกิเซล เฟรอาดูร์ ลีออน และไซอาลีดส์ได้หลบหนีและสู้กับเหล่ามือสังหารไปตลอดทางแต่เกือบจะเสียท่าให้กับคิลเดริชกับดอล์ฟ ทว่าไคล์และเซไกมาช่วยเอาไว้ทัน ในระหว่างทางเฟรอาดูร์ได้พบกับจอร์จ ซึ่งมาบอกเขาว่าทั้งอาชตาทและเฟริดตายแล้ว ทั้งหมดหลบหนีออกจากวังสุริยะและไปยังตำหนักตะวันออก ก่อนที่จะไปยังลูนัส และในที่สุดก็ไปหยุดที่เมืองของตระกูลบาโรว์ แม้ว่าพวกเขาจะไม่เชื่อใจในตัวตาแก่คนนี้นัก แต่พวกเขาต้องการอำนาจและอิทธิพลของมากในตอนสงครามนี้ เฟรอาดูร์และพรรคพวกอยู่สู้ร่วมกับซาลุมไปพักหนึ่งจนได้ตัวลูเครเทียมา สิ่งที่เหลือมีเพียงแค่หาความจริงในแผนการของซาลุมก่อนที่มันจะสายเกินไปเท่านั้น
ลูเครเทียวางแผนเปิดโปงว่าซาลุมร่วมมือกับทัพอาเมสลับๆ โดยหวังว่าน่าจะทำให้พวกขุนนางบางคนหันมาร่วมมือ และเพราะยูรัมโพล่งออกมาว่าให้ซาลุมใช้ดวงตราแห่งรุ่งอรุณ ทำให้ทุกคนหันมาสนใจกับเรื่องที่เพิ่งได้ยิน เฟรอาดูร์จึงลงไปสำรวจห้องใต้ดินกับลูเซริน่า ลีออน และไซอาลีดส์ ทันทีที่พวกเขาเปิดตู้ดวงตราแห่งรุ่งอรุณก็เลือกเฟรอาดูร์เป็นนายและฝังตัวลงในมือขวาของเขา จากการที่รู้ถึงความตั้งใจจริงของซาลุม บาโรว์ แล้วพบว่าดวงตราที่ถูกขโมยหายสาบสูญไปมาอยู่ในมือของตระกูลบาโรว์ ทำให้องค์ชายและพรรคพวกรวมถึงลูเซริน่าแยกออกจากตระกูลบาโรว์และเดินทางไปยังราฟท์ฟลีท
ที่ราฟท์ฟลีทนี้เองที่เฟรอาดูร์ได้จัดตั้งกองกำลังของตนเองขึ้นมาในนามของเขาเอง พวกเขาช่วยเมืองลอร์ดเลคให้พ้นจากความแห้งแล้งอันเกิดจากการที่ตระกูลบาโรว์สร้างป้อมปราการกักน้ำไว้ไม่ให้ไหลลงมา และรวบรวมผู้คนเพื่อสู้กับตระกูลก็อดวิน แล้วยังได้ที่มั่นของฐานทัพอันเป็นอารยธรรมที่หลงเหลืออยู่ของชนเผ่าซินดาร์ที่ทะเลสาปเซราส นอกจากนี้เฟรอาดูร์ยังเป็นตัวตนสำคัญที่ชาวเมืองฟาเลน่าหวังว่าจะนำเอาความสงบสุขกลับคืนสู่ฟาเลน่าในเร็ววัน และด้วยแผนการรบที่พยายามทำให้มีความเสียหายต่อชีวิตคนให้น้อยที่สุดอย่างเช่นเมื่อครั้งตอนพังป้อมแห่งโทสะเพื่อให้น้ำไหลมาสู่ลอร์ดเลคดังเดิม ลูเครเชียวางแผนให้เฟรอาดูร์แสร้งทำเป็นบุกเข้าโจมตีเพื่อให้พวกทหารได้อพยพออกไป ก่อนที่จะพังป้อมนั้นลงด้วยกระแสน้ำเชี่ยวกราดโดยขอความช่วยเหลือจากเหล่าบีเวอร์ในส่วนนี้ ทำให้ผู้คนต่างก็มารวมตัวกันที่กองทัพขององค์ชายแห่งฟาเลน่า
แม้ว่าสงครามจากรอบข้างของเฟรอาดูร์จะเป็นไปอย่างแน่วแน่และมั่นคง แต่ทว่าตัวเขาเองกลับมีเรื่องราวการทรยศและความสับสนวนเวียนเข้ามาเสมอ มิอาคิสที่เข้าร่วมกองทัพหลังจากศึกที่เมืองโดราทได้บอกถึงข่าวที่ว่าจอร์จเป็นคนลงมือสังหารองค์ราชินี และจอร์จไม่ได้แก้ตัวใดๆในการกล่าวหาในครั้งนี้ และเมื่อลีมสเลอาผ่านพิธีสวมมงกุฏขึ้นครองราชย์ในฐานะราชินีได้ประกาศยกทัพออกมาเผชิญหน้ากับเฟรอาดูร์ ลูเครเทียเล็งเห็นว่าเป็นจังหวะดีที่จะนำเอาตัวลีมสเลอาออกมาจากเงื้อมมือของตระกูลก็อดวิน และเข้าใจเจตนารมย์ของเธอดีว่าที่ทำเช่นนี้เพื่อที่จะได้เจอหน้าองค์ชาย ในศึกครั้งนี้ทั้งที่เกือบจะได้ตัวลีมสเลอามาแต่กลับถูกไซอาลีดส์ใช้พลังของดวงตราแห่งสนธยานำเอาตัวเธอกลับไปยังวังสุริยะอีกครั้ง และในช่วงเวลาเดียวกันนั้นลีออนก็ได้รับบาดเจ็บหนักจากการเอาตัวเข้าปกป้องเฟรอาดูร์ให้พ้นจากการเข้าจู่โจมอย่างไม่คาดคิดของดอล์ฟ
ศึกที่สตอร์มฟิสต์ เฟรอาดูร์พร้อมด้วยพรรคพวกต้องประมือกับคิลเดริชและสามารถเอาชนะได้ ก่อนที่จะได้พบกับกับไซอาลีดส์อีกครั้งที่ตอนนี้ถือครองดวงตราแห่งสนธยา ซึ่งพลังของดวงตราแห่งสนธยาในครั้งนี้นั้นแตกต่างจากเมื่อครั้งที่อาเลเนียถือครองโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้เพราะไซอาลีดส์สามารถควบคุมพลังของดวงตราได้
เมื่อถึงครามศึกครั้งสุดท้ายที่โซล-ฟาเลน่า เฟรอาดูร์ต้องสู้กับไซอาลีดส์ แต่เพราะในระหว่างนั้นมาร์สคาลได้ใช้พลังของดวงตราแห่งสุริยะขึ้นมา เพื่อหยุดยั้งพลังของดวงตราทั้งคู่จึงใช้พลังของดวงตราแห่งรุ่งอรุณและสนธยาพร้อมกัน แต่ผลที่ได้ออกมาในครั้งนี้คือดวงตราแห่งสนธยาได้ดูดกลืนพลังชีวิตของไซอาลีดส์จนเธอต้องตายไปและดวงตราแห่งสนธยาได้ย้ายจากไซอาลีดส์มายังลีออน
ในขณะที่ก้าวเข้าไปในตัววังสุริยะ เฟรอาดูร์ได้ปะทะกับซาห์ฮัค และ อาเลเนียซึ่งตอนหลังได้ใช้ยาของกลุ่มมือสังหารประตูยมโลกที่มีฤทธิ์ทำให้ผู้ดื่มมีพละกำลังมหาศาลผิดมนุษย์ เมื่อผ่านทั้งคู่มาได้แล้วสิ่งที่เฟรอาดูร์ได้พบเมื่อเข้าไปยังท้องพระโรงคือลีมสเลอาที่มีกิเซลยืนอยู่ด้านข้าง กิเซลขอให้เฟรอาดูร์ออกมาประลองกันตัวต่อตัว ผลจากการประลองในครั้งนี้ทำให้กิเซลถึงแก่ชีวิต และในที่สุดสองพี่น้องก็ได้มาอยู่พร้อมหน้าหลังจากต้องห่างกันมาเป็นระยะเวลานาน แต่ทว่ามาร์สคัลนั้นนำเอาดวงตราแห่งสุริยะหลบหนีออกไปยังภูเขาอาชวาลแล้ว แม้ว่าลีมสเลอาจะไม่อยากนำดวงตราแห่งสุริยะที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราวเลวร้ายต่างๆกลับคืนมา แต่เซราเซ่เตือนว่าเป็นหน้าที่ของราชวงศ์ที่จะดูแลไม่ให้ดวงตราไปตกอยู่ในมือคนร้าย
พวกองค์ชายเฟรอาดูร์จึงเดินทางไปยังเทือกเขาอาชวาลเพื่อนำเอาดวงตราแห่งสุริยะกลับคืนมา ที่นั่นมาร์สคัลได้สละตนเองเพื่อนผสานพลังกับดวงตราแห่งสุริยะเพื่อทดสอบความตั้งใจจริงของเฟรอาดูร์ เฟรอาดูร์และทุกคนผ่านมาได้ แต่ลีออนซึ่งใช้พลังของดวงตราแห่งสนธยามากเกินไปจึงล้มลง แต่พลังของ108ดวงดาราและพลังของดวงตราแห่งสุริยะได้ช่วยลีออนเอาไว้
หลังจากสงครามซึ่งกินเวลาประมาณ 2 ปีจบลง เฟรอาดูร์ตัดสินใจที่จะอยู่ช่วยลีมสเลอาในการปกครองบ้านเมืองจนกว่าเธอจะสามารถปกครองได้ด้วยตัวของเธอเอง และได้ถอดดวงตราแห่งรุ่งอรุณออกและเก็บรักษาไว้ภายในวังสุริยะ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเดิมที่ว่ามีตระกูลใดตระกูลหนึ่งขโมยเอาตราไปใช้ประโยชน์ส่วนตนอีก
- หมายเหตุ ด้านบนนี้คือการเล่นจบแบบที่สมบูรณ์ที่สุด โดยหลังจากสู้กับรูนแห่งสุริยะเสร็จในท้ายเรื่อง จะมีฉากจบในตอนท้ายเกมถึง 4 แบบ
- อยู่ช่วยลีมสเลอาในการปกครองบ้านฟาเลน่า (เพื่อนครบ 108 ค่าความชอบลีมส์ถึง 12)
- ออกเดินทางไปกับจอร์จพร้อมกับลีออน (เลือกได้เมื่อเพื่อนครบ 108 ค่าความชอบลีมส์มากกว่า 12 / หรือบังคับจบเมื่อค่าความชอบของลีมส์น้อยกว่า 12)
- ออกเดินทางไปกับจอร์จ (เพื่อนเกิน 70 ค่าความชอบของลีออนเกิน 9)
- องค์ชายหนีไปเทือกเขาอาชวาลคนเดียว (เพื่อนน้อยกว่า 70 ค่าความชอบของลีออนต่ำกว่า 9)
Frayjadour Picture
Frayjadour's Fighting Status
อาวุธ
- ลำดับขั้นการพัฒนาอาวุธ
- LV. 1-6 กระบองสนธยา
- LV. 7-12 กระบองรุ่งอรุณ
- LV. 13-16 กระบองสุริยะ
- พลังโจมตีของระดับอาวุธเลเวล 16 คือ 255
การต่อสู้
- ข้อมูลในโหมดต่อสู้ปกติ
- ตำแหน่งการโจมตี - ปานกลาง (M)
- ความสามารถพิเศษในการโจมตี - ป้องกันโดยใช้อาวุธ (Weapon Defence) / ดันให้ถอยกลับ (Thrust Back)
- ท่าไม้ตายประจำตัว - ไม่มี
- ระดับของสกิลที่ฝึกได้
- ความแข็งแกร่ง (Stamina) - A
- การโจมตี (Attack) - S
- การป้องกัน (Defense) - A
- ฝีมือ (Technique) - S
- พละกำลัง (Vitality) - S
- ความว่องไว (Agility) - A
- เวทมนตร์ (Magic) - A
- ป้องกันเวทมนตร์ (Magic Defense) - S
- การร่ายมนตร์ (Incantation) - A
- ดาบเวทมนตร์ (Sword of Magic) - A
- ระดับความเหมาะในแต่ละรูปแบบการจัดขบวนในฉากต่อสู้
- สิงโตคำราม (Raging Lion Epic) - A
- ผู้คุมดวงชะตา (Fate Control Epic) - S
- ผลแห่งกรรม (Karmic Effect) - A
- เกราะของพระเจ้า (Armor of Gods Epic) - A
- ฝีเท้าที่ว่องไว (Swift Foot Epic) - A
- สามัคคีสามเท่า (Triple Harmony Epic) - A
- ปะทะเต็มกำลัง (All Out Strike Epic) - A
- ชัดแจ้งเหลือคณา (Untold Clarity Epic) - A
- ความถูกต้องแห่งสวรรค์ (Divine Right Epic) - A
- ฝีดาบแห่งเซน (Zen Sword Epic) - A
- คำปฏิญาณต่อพระเจ้า (Sacred Oath Epic) - S
- สรวงสวรรค์แห่งราชวงศ์ (Royal Paradise Epic) - SS
ดวงตราสัญลักษณ์
- การติดดวงตราสัญลักษณ์
- ส่วนหัว - สามารถติดได้ตั้งแต่เลเวล 35 ขึ้นไป
- มือขวา - ดวงตราแห่งรุ่งอรุณ (เปลี่ยนแปลงไม่ได้)
- มือซ้าย - สามารถติดตั้งได้ตั้งแต่เริ่ม
- ความถนัดในการใช้ตาสัญลักษณ์
- ตราแห่งสุริยะ (รวมถึงตราแห่งรุ่งอรุณ และตราแห่งสนธยาด้วย) - ถนัดมาก
- ตราแห่งไฟ - ถนัด
- ตราแห่งสายฟ้า - ถนัด
- ตราแห่งลม - ถนัด
- ตราแห่งน้ำ - ถนัด
- ตราแห่งดิน - ถนัด
- ตราแห่งดวงดาว - ไม่ถนัด
- ตราแห่งเสียง - ธรรมดา
- ตราแห่งความศักดิ์สิทธิ์ - ธรรมดา
- ตราแห่งความมืด - ธรรมดา
- ตราแห่งการฟาดฟัน - ธรรมดา
- ตราแห่งการต้านทาน - ธรรมดา
- ตราแห่งกำปั้น - ธรรมดา
- ตราแห่งการยิง - ธรรมดา
ท่าประสาน
- Sworn Protector - ผู้พิทักษ์ตามคำปฏิญาณ
- ลีออน + เฟรอาดูร์
- มิอาคิส + เฟรอาดูร์
- Royal Power - พลังแห่งราชวงศ์
- ไซอาลีดส์ + เฟรอาดูร์
- Perfect Likeness - ความเหมือนที่ลงตัว
- รอย + เฟรอาดูร์
- Falena’s Finest - ที่สุดของดินแดนฟาเลน่า
- จอร์จ + ลีออน + มิอาคิส + ไคล์ + กาเลออน + เฟรอาดูร์
Frayjadour in War
- ตำแหน่ง - หัวหน้า
- ประเภทของยูนิตทัพ
- บนบก - พลเดินเท้า
- ในน้ำ - เรือรบ
- ความสามารถพิเศษในสนามรบ - รูนแห่งรุ่งอรุณ / โจมตี
- โบนัสที่จะได้หากวางในตัวแหน่งหัวหน้า - ไม่มี

