The Outlanders ep9
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
| Revision as of 20:36, 21 มกราคม 2009 Shiryu (พูดคุย | contribs) ← Previous diff |
Revision as of 23:44, 1 กุมภาพันธ์ 2009 Shiryu (พูดคุย | contribs) Next diff → |
||
| Line 393: | Line 393: | ||
| หลังเจ้านายตายไปแล้วอีกาวิญญาณก็เป็นอิสระ มันจึงบินกลับนรกอเวจีไป และแล้วการต่อสู้ก็จบลงไปอีกคู่หนึ่ง... | หลังเจ้านายตายไปแล้วอีกาวิญญาณก็เป็นอิสระ มันจึงบินกลับนรกอเวจีไป และแล้วการต่อสู้ก็จบลงไปอีกคู่หนึ่ง... | ||
| + | |||
| + | ---- | ||
| + | --[[ผู้ใช้:Shiryu|Shiryu]] 23:44, 1 กุมภาพันธ์ 2009 (ICT) | ||
| + | |||
| + | |||
| + | ใต้ซากเกรทไชรน์ที่แหลกยับเยินซ้ำสองจากผลของการต่อสู้ที่รุนแรงของอุซโซและอัลคาเชล อุซโซลากสังขารบอบช้ำมาสมทบพวกซุยโคแอสไลฟ์และอายะ | ||
| + | |||
| + | ทุกหนแห่งที่เขาผ่านไปล้วนเต็มไปด้วยความตาย ทั้งที่มันอยู่รอบตัวมาตลอด แต่อุซโซเพิ่งรู้สึกได้จากเนตรสวรรค์ที่เพิ่งได้มา | ||
| + | |||
| + | ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ท้องฟ้า ผืนดิน ผืนน้ำ แสงอาทิตย์ ทุกอย่างเต็มไปด้วยจุดดับราวกับจะสามารถถูกทำลายทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ พอรู้แบบนี้อุซโซก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัว โลกที่เขาเคยคิดว่าอบอุ่นแท้จริงแล้วกลับเป็นโลกที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ | ||
| + | |||
| + | "โลกนี้มันช่างเปราะบางเสียจริง......." | ||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | "อุซโซโว้ย! เข้ามาอยู่กับเมดิอุสนี่! ต่อไปข้ากับอายะจะรับหน้าที่กองหน้าเอง" | ||
| + | |||
| + | [[ซุยโคแอสไลฟ์]]วิ่งมาหาเพื่อแท็กเปลี่ยนตัวกับอุซโซที่ใกล้ตาย พออุซโซสังเกตดีๆก็มองเห็นเชือกจากตัวเองโยงไปยังซุยโคแอสไลฟ์ชัดเจน | ||
| + | |||
| + | "เส้นอะไรงอกจากข้อมือเนี่ย ...ไม่รู้สึกตัวเลยเหรอ?" | ||
| + | |||
| + | "หะ?!" | ||
| + | |||
| + | [[อายะ]]เดินเข้ามาถาม "มองเห็นคอนเน็คชั่นด้วยเหรออุซโซ?" | ||
| + | |||
| + | "อ้อ ไอ้เนี่ยเองเหรอที่แกเรียกว่าคอนเน็คชั่น" | ||
| + | |||
| + | "เฮ้ยๆๆ อย่าบอกนะว่าแกมองเห็นจริงๆน่ะ" | ||
| + | |||
| + | "เห็นสิ แกมีสามเส้น ฉันเก้าเส้น อายะซังมีสิบ...สามสิบ...ห้าสิบ... เยอะว่ะ ตัดๆทิ้งมั่งนะ" | ||
| + | |||
| + | "บาดโซ้บบบ จุดขายเดียวของช้าน~! แกจะเก่งเกินไปแล้วนะอุซโซ หากปล่อยไว้จะเป็นเสี้ยนหนามแก่การครองโลกของข้า ถ้างั้นก็จงตายด้วยหนึ่งกระบี่แปรสามแจ้งเสียเถอะ!" | ||
| + | |||
| + | ซุยโคแอสไลฟ์โดนอายะตบกบาลลงไปนอนทันที "อย่าเพิ่งวางใจนะ คู่ต่อสู้ที่เรารออยู่จริงๆยังมาไม่ถึง" | ||
| + | |||
| + | |||
| + | "หรืออาจจะอยู่ที่นี่ตรงนี้แล้วก็ได้" | ||
| + | |||
| + | [[บิ๊ก]]คลานปุเลงๆมาสมทบอีกคน เนื่องจากศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นจะต้องมีคนตายมากมายเพื่อโชว์ความเทพของศัตรูเราจึงให้เขากลับมาอีกหนเพื่อตาย //ไอ้คนแต่งโดนกระทืบ | ||
| + | |||
| + | "สกิลของโมกุริน่ะ ....คือไอ้นั่นใช่ไหมล่ะเจ๊อายะ?" บิ๊กถามอายะที่ในที่สุดก็รู้ความสามารถของ[[โมกุริ]]จากข้อมูลที่พิงกี้พลอยส่งมาให้หลังถูกเล่นงาน | ||
| + | |||
| + | อายะพยักหน้าแล้วก็ตั้งโต๊ะบรรยาย (รู้สึกเจ๊จะชอบเล่าเรื่องเนอะ) | ||
| + | |||
| + | |||
| + | "เรารู้กันแล้วว่าโมกุริมี Golden Passport ที่อนุญาตการเดินทางผ่านยังทุกห้วงมิติ แต่ที่น่ากลัวจริงๆคืออีกสกิลหนึ่ง... '''Close the World''' สกิลที่ใช้ปฏิเสธความมีตัวตนของตนเองจากระบบทั้งหมดของ wire world" | ||
| + | |||
| + | คนอื่นๆฟังแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ อายะเลยอธิบายเพิ่มเติม | ||
| + | |||
| + | "โมกุริสามารถตัดผลของการกระทำทุกอย่างที่เกิดขึ้นในจักรวาลทิ้งได้อย่างอิสระ ไม่มีการกระทำไหนจะส่งผลเข้าถึงตัวโมกุริได้ แต่ในขณะเดียวกันโมกุริกลับสามารถทิ้งผลของการกระทำของตนเองให้หลงเหลืออยู่ในระบบได้" | ||
| + | |||
| + | |||
| + | พวกบิ๊กเหมือนจะเข้าใจขึ้นมานิดๆว่าสกิลมันโกง แต่ก็ยังไม่เก็ตเท่าไหร่ ส่วนอุซโซเข้าใจว่าอายะพูดเป็นภาษาตากาล็อกจึงฟังไม่รู้เรื่อง [[ซุยโคแอสไลฟ์]]เลยแปลให้ฟัง | ||
| + | |||
| + | "สรุปคือพวกแกโจมตีโมะไม่ได้ แต่อีนั่นอัดพวกแกได้น่ะ เข้าใจบ่?" | ||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | "โอ้วววววว ความสามารถโกงฉิบหายวายป่วงที่สุดใน[[จักรวาฬ]]!!!" [[อุซโซ]]โวย (มีศึกไหนที่มันไม่โวยวายด้วยเหรอ?) | ||
| + | |||
| + | "แบบนี้เลเวล 1 ก็ถีบเลเวล 99 ตายได้! สิ้นหวังแล้ว! สิ้นหวังกับสกิลสิ้นคิดแล้ว!" [[บิ๊ก]]โอดครวญ ตัวเองอุตส่าห์เสียเวลาไปฝึกเพิ่มเลเวลมาตั้งเยอะ เสียเวลามากจนไม่มีเวลาอัพรูปงานมีทลงบอร์ดซะที ตั้งแต่มีทปีใหม่ 2008 ยันมีทปีใหม่ 2009 ดองรูปไว้ในกล้อง 80 GB ต้องเอา external harddisk มาต่อกับกล้องถือเดินไปมา | ||
| + | |||
| + | "มิ มิ้วๆ มะหมุงมุมู้วๆหม่าวปู้~ =w=p" [[ซึคาสะ]]มิ้วๆ ให้ล่ามแปลได้ความว่าหมาพันธุ์ดีต้องไซบีเรียนฮัสกี้ รสชาติอร่อย เนื้อมีโปรตีนสูง (มิ้วอะไรฟะ?) | ||
| + | |||
| + | "..........." [[อายะ]]งอน ทีตัวเองอธิบายตั้งนานไม่มีคนเข้าใจ ว่าแล้วเธอก็หนีขึ้นภูเขาไปฝึกวิชาศัพท์เปรต เอาไว้สื่อสารกับพวกนู้บ | ||
| + | |||
| + | "อย่าเพิ่งสิ้นหวังน่อทุกท่าน! ข้าประดิษฐ์อ๊ะไจ่ตาคุปต้า(แปลเป็นไทยว่าคอปเตอร์ไม้ไผ่)ได้สำเร็จแล้ว! เมื่อโมกุริมาเราจะบินหนีไปอังกฤษกัน!" ส่วน[[เมดิอุส]]....อยู่กับไอ้พวกนี้นานเกินไป | ||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | "ใจเย็นก่อนสิ! ต่อให้รู้ความสามารถของโมกุริเราก็ยังยืนอยู่ตรงนี้เพื่อสู้พร้อมกับทุกๆคน นั่นแสดงให้เห็นว่าเรารู้ว่ามีทางรับมือโมกุริได้" [[อายะ]]พยายามปลุกใจให้ทุกคนลุกขึ้นซู่ววววส์ เหลืออีกแค่ศึกเดียวแล้ว ถ้ายังไม่คิดสู้ก็ไม่รู้จะว่าไง | ||
| + | |||
| + | แต่ความเชื่อมั่นของคนอื่นก็ยังไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ตั้งแต่แพ้สงครามหนก่อนเครดิตแอดมินของอายะก็ไม่ค่อยจะเหลือ ซุยโคแอสไลฟ์เลยต้องช่วยปลุกใจอีกแรง... | ||
| + | |||
| + | "ถ้าใครไม่ยอมสู้ข้าจะเอากางเกงในของมันไปประมูลบนเน็ต หึหึหึ" | ||
| + | |||
| + | "เอ้า เรามาฟังแผนของอายะซังกันเถอะ" | ||
| + | |||
| + | พอได้ยิน[[ซุยโคแอสไลฟ์]]ขู่ทุกคนก็เปลี่ยนท่าทีทันใด | ||
| + | |||
| + | |||
| + | "-*- ในภาวะปกติหรือสภาวะ'''ปิด'''ที่ลบความคงอยู่ของตัวเองออกไปโมกุริจะไร้เทียมทาน ไม่มีจุดดับ ไม่มีคอนเนคชั่น ไม่มีทางรับรู้ได้ด้วยซ้ำว่าโมกุริอยู่ตำแหน่งไหนในจักรวาลล้านมิตินี้ แต่เมื่อเข้าสู่สภาวะ'''เปิด''' เพื่อส่งผลของการกระทำออกมา กายหยาบของโมกุริจะปรากฎขึ้นมาบนโลกนี้"<br> | ||
| + | "แปลได้ว่าเราไม่มีปัญญาอัดเจ๊โมะเข้า แต่ตอนลงมือโมะจะต้องโผล่มาเป็นจ้ำๆให้สูเบิ่ง" | ||
| + | |||
| + | อายะเล่าแผนการณ์ขณะที่มีซุยโคแอสไลฟ์ช่วยแปลเป็นภาษาไหหลำอยู่ข้างๆ | ||
| + | |||
| + | "แม้ในสภาพ'''เปิด'''การกระทำของพวกเราจะส่งผลไปไม่ถึงโมกุริอยู่ดี แต่อย่างน้อยเราก็จับสัญญาณของโมกุริและหาทางรับมือป้องกันการโจมตีของยัยนั่นได้" | ||
| + | <br>"เถิงเปิ้นจะยะโมะบ่เจ๊บจะอี้ โมะสิแจ้งฮุมหุฮุมหู่ คิงเขาก่ฮู้หื้อผ่อหื้อล่น" '''โพล๊ะ!''' ล่ามโดนอายะเอาไม้ตีหอมฟาดนอนตาเหลือก โทษฐานที่ไม่ช่วยให้เกิดความกระจ่างขึ้นแต่อย่างใด | ||
| + | |||
| + | "จังหวะนั้นเราเชื่อว่าเนตรแห่งมิคสัญญีของอุซโซหรือไม่ก็การทำลายคอนเน็คชั่นของซุยโคแอสไลฟ์สามารถกำจัดโมกุริได้ ยังไงก็ต้องขอเดิมพันกับพวกเธอคนใดคนหนึ่งหละ!" | ||
| + | |||
| + | "แล้วถ้าไม่ได้ผลล่ะฮะ?" | ||
| + | |||
| + | "เราจะยื้อ 20 นาทีที่เหลือ รอให้จุดจบแห่งห้วงมิติลำดับที่4ตื่นขึ้นมารีเซ็ตโลกนี้กลับไป" | ||
| + | |||
| + | "เข้าใจแล้วฮะอายะซัง (เข้าใจก็ได้วะ) ถ้าไม่โดนฆ่าตายซะก่อนก็มีโอกาสเอาชนะได้สินะ" | ||
| + | |||
| + | "เชื่อเราเถอะ ศึกนี้ไม่มีใครตายหรอก" | ||
| + | |||
| + | อายะมอบความเชื่อมั่นให้ทุกคนอีกครั้ง ทันใดนั้นก็ยิงลูกพลังเข้าใส่ด้านหลังของเมดิอุสทันที | ||
| + | |||
| + | "!!!" | ||
| + | |||
| + | [[โมกุริ]]ลอยออกมาจากสะเก็ดพลังที่เหลืออยู่แบบไม่สะทกสะท้านอะไร โดยมี[[แบล็คเรน]]เดินคู่มาด้วย | ||
| + | |||
| + | |||
| + | "มาแล้วสินะ โมกุริ เรามาทำให้มันจบซะทีเถอะ!" | ||
| + | |||
| + | ".................อีกยี่สิบนาที ขอบคุณมากนะ[[อัลคาเชล]] ถ้าไม่ได้เธอป่านนี้พวกเราอาจแพ้ไปแล้วก็ได้ หลับให้สบายเถอะนะ" | ||
| + | |||
| + | ตอนนี้หัวหน้าของพวกเด็กนรกมาอยู่ตรงหน้าพวกซุยโคยูนิเวิร์สแล้ว และศึกสุดท้ายก็เริ่มต้นขึ้น | ||
| ---- | ---- | ||
Revision as of 23:44, 1 กุมภาพันธ์ 2009
--Shiryu 20:59, 18 มกราคม 2009 (ICT)
"ขอบทดีๆหน่อยเพ่ เห็นช่วงนี้ไม่เข้าบอร์ดแล้วตื้บกันแบบนี้เลยเรอะ? เดี๋ยวปั๊ดเข้าบอร์ดซะนี่!"
"สกิลของแกมันอะไรฟะ? ควบคุมความทรงจำเรอะ? ของแบบนั้นใช้สู้ได้ที่ไหนกัน"
"ที่สำคัญกว่านั้นคือมันใช้ได้กับคนๆเดียวและตอนนี้ถูกใช้อยู่ต่างหากเล่า ช่างเถอะ อย่างแกแค่อาวุธร้อยชิ้นในห้องนี้ก็พอสู้ไหว"
อาร์คโซลเรียกดาบ 7 เล่มออกมาหมุนรอบตัวอย่างเท่เหมือนพระเอก FFXIII versus แต่เห็นภาพ illust เต็มตัวแล้วจะเป็นลม อ้วนฉิบหาย สิ้นหวังแล้ว! โนมุระมันคืนฟอร์มตอนวาดภาพประกอบเกมบาวน์เซอร์แล้ว!
"ดาบที่1 ไลท์เซเบอร์ของซิท ย้าก!!" แต่ไฟบนดาบก็ดับไปเสียก่อนเนื่องจากอาร์คโซลไม่ยอมจ่ายค่าไฟ เขาจึงเปลี่ยนไปใช้ดาบอันต่อไป
"ดาบที่2 ซันเงสึ ปลดปล่อยสวัสดิกะ ห้วงเวลาจักพรรดิ!" อาร์คโซลมั่วชื่อท่าเพราะไม่เคยอ่านบลีช ทำให้ตาลุงซันเงสึงอน ก่อนจะหนีตามโยรุอิจิไป
"ดาบที่3 ฮารุซาเมะของโยแห่งชาหมอนคิง" ระบบแจ้งว่าพลังชาแมนของอาร์คโซลไม่พอ ไม่สามารถทำโอเวอร์โซลได้
"ดาบที่4 ดาบเบลมังของซิกฟรีด!" แต่อาร์คโซลหยิบมาผิด เผลอไปหยิบเอาซิกฟรีดมาแทน "มิน่าล่ะตอนออกจากบ้านถึงหนักๆชอบกล" แล้วเขาก็โยนซิกฟรีดทิ้งไป
"ดาบที่5-6 อีโต้ผ่ามังกรของเฮียกัซกับดาบผ่าทวารมหาเมพของอีค้าว ...ข้าถือไม่ไหว โยนทิ้งไปฮ่าๆๆๆ" แล้วจะนับรวมใน 7 เล่มไปทำไมครับพี่?
"ดาบที่7! ดาบตุ้งติ้งน้อยของข้าเอง ก๊ากกก!!!" อาร์คโซลรูดกางเกงลงมาจนสุดแล้วชักดาบอันตะหลิวติ๋วออกมา ชีริวต้องวิ่งเข้ามาเอาแว่นขยายส่องดูเพราะอยากจะรู้ว่ามันคืออะไร ก็พบหนอนชาเขียวเต้นฮูล่าด๊านซ์อยู่ เขาจึงเอาไม้ตีแมลงวันตีดาบหักไป เป๊าะ!
และแล้วดาบทั้ง 7 เล่มก็ถูกใช้จนหมดแต่ชีริวก็ไม่เกิดรอยแผลแม้เท่าแมวข่วน
"แฮ่ก แฮ่ก แกร้ายกาจมากจริงๆ"
"กุยังไม่ได้ทำไรเลย -*-"
แต่ก่อนชีริวจะได้ลงมือโจมตี ฝ้าปราสาทก็ถล่มลงมา แล้วเรนนี่ก็ลงจากหลังฟินิกซ์มาสมทบอาร์คโซล
"ท่านอาร์คโซล! ดีจังเลยที่ท่านอาร์คโซลปลอดภัย!"
"หึ! ข้าไม่ด่วนจากเจ้าไปอยู่แล้ว" พออยู่ต่อหน้าลูกน้องอาร์คโซลก็กลับมาเก๊กอีกครั้ง ทำให้ชีริวสงสัยว่าไอ้ตัวห่าที่เขาสู้ด้วยตะกี้มันเป็นใคร
"จะมาคนเดียวหรือสองคนก็ไม่ต่างกันหรอก พ่อค้าอาวุธกับนินจาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจอมโจรหรอกนะ"
"สามคนต่างหากเล่า!"
เด็กสาวคนนึงกระโดดลงมาจากเพดานหยุดยืนตรงหน้าชีริว อาร์คโซลไม่คุ้นหน้าเด็กคนนี้มาก่อนแต่ชีริวกลับรู้จักเป็นอย่างดี "เฮ้ย!!"
"อีนี่ใครอีกล่ะเนี่ย พวกเดียวกับเราเหรอ?"
"ใช่แล้วค่ะท่านอาร์คโซล เห็นแบบนี้ยัยนี่แหละแข็งแกร่งที่สุดในบรรดา GM ของโลกนี้ กระทืบมันให้มิดตีนเลยรีเซ่!!"
"ของมันแน่อยู่แล้ว!"
ตูม!!!!!
รีเซ่ระเบิดพลังขึ้นมาเกิดแรงอัดพัดปราสาทหมุนเป็นลูกข่างทอปแมน ซีกูลด์ใช้ความสามารถ Avartar จำลองข้อมูลเก่าของรีเซ่ออกมาเพื่อใช้ในศึกครั้งนี้ เพราะเขาคิดว่าไม่มีใครจะเหมาะแก่การกระทืบชีริวให้สมแค้นเท่ารีเซ่อีกแล้ว
"น่าดีใจอะไรแบบนี้! ไม่คิดว่าจะได้มาตัดสินกับแกที่นี่ ชีริว! แกทำลายหมู่บ้านชั้นในโลกเทอร่า แกทำลายโลกที่ชั้นตั้งใจจะสร้างขึ้นมาใหม่ แกฆ่าชั้น แกชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชั้น!!"
แล้วชีริวก็ระลึกชาติได้ถึงตอนที่พวกสาวกสายเลือดแท้ไล่กวาดต้อนผู้คนไปเข้ากองกำลังสมัยที่เพิ่งสร้างจักรวรรดิขึ้นใหม่ๆ
"นึกออกแล้ว ไอ้พวกจีโนมจากมหานครบรานบัล! ชินยะซังต้องยิงถล่มเมืองนั้นทิ้งเพราะพวกแกมันร้ายกาจสุดๆเลยฟ่ะ นี่ยังมีพวกมันเหลือรอดมายังโลกอื่นด้วยเรอะเนี่ย?"
"ชั้นกับพี่รูริตามหา True Treasure เพราะเชื่อว่าจะใช้มันฟื้นฟูเทอร่ากลับมาได้ แต่ตอนนี้เรื่องนั้นไม่สำคัญแล้ว อุซโซหรือแม้กระทั่งซึคาสะน่ะ เก่งกว่าพี่ชั้นซะอีก พอมีเพื่อนที่สามารถพึ่งพาได้ก็รู้ว่าเราไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป! คราวนี้ถึงตาแกเจ็บบ้างหละ!"
--Shiryu 16:25, 20 มกราคม 2009 (ICT)
รีเซ่แยกออกมา 99 ร่างตั้งแต่ต้นยก ล้อมห้องไว้ แล้วรุมยิงเวทถล่มชีริวที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลาง
ชีริวแยกร่างออกมายิงต้านบ้างแต่ไม่ทันการ โดนพลังเวทมหาศาลอัดจมดินไป
"ฮ่าๆๆ ที่ฝึกเป็นนักเวทเพื่อเพิ่มค่า MGC ไว้เล่นกับท่าแยกร่างนี่แหละ! แต่แกไม่จอดง่ายๆอย่างนี้ใช่มะชีริว?!"
แล้วก็จริงอย่างที่รีเซ่คิด ชีริวได้แยกร่างสำรองออกไปเป็นสิบล้อมอยู่วงนอกของรีเซ่อีกที ที่โดนยิงเมื่อครู่เป็นเพียงร่างแยกบางส่วนเท่านั้น แล้วชีริวก็ยิงอัดเข้ามาถล่มรีเซ่กลับ
แต่ร่างแยกแท้จริงของรีเซ่อยู่วงนอกจากกลุ่มร่างแยกของชีริวออกไปอีก แล้วรีเซ่ก็ยิงถล่มชีริวยับไปทั้งโขลงอีกรอบ...
แต่ร่างแยกที่แท้จริงของแท้จริงของชีริวก็อยู่วงนอกของร่างแยกของรีเซ่ที่แท้จริงไปอีก แล้วชีริวก็ยิงกลับมา
(อ่านข้างบนวนไปวนมาอีก 56 รอบ)
........
ปราสาทจักราศีกลายเป็นที่ราบ พร้อมเอาไปทำสนามบินไว้สำหรับให้ม็อบมาปิดล้อม
"ข...ข้าเพิ่งจะผ่อนหมดไปเมื่อเดือนที่แล้วแท้ๆ คิดว่าหลังเกษียณจะได้นอนกินบำนาญสบายๆต้องมาหาเงินซื้อบ้านใหม่อีกโอย... แล้วแบบนี้อั๊วะจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลบอนไซ... ไหนจะต้องส่งหลานเข้าเรียนหนังสืออีก..."
อาร์คโซลพร่ำเพ้อปล่อยพลังตาลุงออกมามหาศาลจนเรนนี่ตัวสั่น
"อ่า ท่านอาร์คโซลคะ เราก็เข้าไปช่วยรีเซ่สู้อีกแรงดีกว่านะ"
"เธออยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันเข้าไปจัดการเอง"
"เห?"
"เรียกการ์เดี้ยนฟอร์ซซะ ถ้าเป็นตรงนี้ยังไงก็เรียกเจ้านั่นออกมาได้แน่ๆ ต้องเดิมพันกันหน่อยละ ใช้เวททั้งหมดเปิดประตูบานที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้จะทำได้น่ะ ใช้เวลานานมะ?"
"6 นาทีค่ะ เพราะเลเวลเพิ่มแบบพุ่งมากเกินไป พลังเวทเลยเกินระดับที่ฝึกไว้ไปเยอะ ถ้าฝึกมามากกว่านี้คงใช้เวลาน้อยกว่านี้"
"งั้นฉันจะถ่วงเวลามันให้ได้หกนาที"
"แกใช้สกิลของคนอื่นได้แค่ 70% ใช่มะชีริว?" รีเซ่ที่แยกร่างออกมาได้มากกว่าชีริวเริ่มจับไต๋ได้
"รู้ด้วยรึ แต่จำนวนสกิลที่มากกว่าทำให้ข้าไม่เคยเสียเปรียบใคร"
ชีริวยิงใยแมงมุมเหล็ก (ชิงมาจากสไปเดอร์แมนที่นิวยอร์ค) ตรึงร่างแยกของรีเซ่เป็นสิบๆตัวไว้กับกำแพง แล้วหันกลับมาเอา จรวดนำวิถี (ได้มาจากไดรฟ์แมนที่พันธรัฐ X) ยิงถล่มร่างแยกที่เหลือหายไปทีละตัวๆ
"หวา!"
"หึหึหึ สุดท้ายก็แพ้เหมือนเดิม พวกจีโนมมันมีชะตากรรมที่จะต้องถูกคนจากจักรวรรดิฆ่าทิ้งไม่เปลี่ยนแปลง"
แต่ก่อนจะลงมือปิดฉาก อาร์คโซลก็เข้ามาฟาดคลื่นกากบาทใส่ด้านหลังซะก่อน ชีริวขาดออกเป็นสี่ส่วน ซึ่งแต่ละส่วนล้วนหล่อเหลา น่าเสียดายที่เป็นแค่ร่างปลอม
ชีริวตัวจริงโผล่มาพ่นระเบิดลงกลางหัว แต่อาร์คโซลก็หมุนดาบคู่เป่าไอระเบิดลอยออกทะเลไป
"ร้ายกาจ ร้ายกาจ"
"ถ้าไม่เก่งก็เป็นหัวหน้าเรเนอเกดไม่ได้หรอกนะ ...ติดตั้งอาวุธ!"
- Right Hand: Juppon Katana (พลังโจมตี 79)
- Left Hand: Dark Asura (พลังโจมตี 85)
อาร์คโซลสามารถติดตั้งอาวุธอะไรก็ได้ที่แขนทั้งสองข้าง ซึ่งพลังโจมตีจะเพิ่มจากการถืออาวุธสองชิ้น ดูยังไงก็กบฏ FFVI ชัดๆ หลังติดดาบที่มีพลังโจมตีมหาศาล เขาก็หมุนดาบสร้างบรรยากาศปั่นป่วน ฉีกใยแมงมุมที่ตรึงร่างรีเซ่อยู่ออก
"มาใช้ท่าประสานกันรีเซ่!!"
รีเซ่กระโดดเข้ามาทันที แต่ไม่รู้ว่าจะให้เป็นท่าประสานยังไงเพราะไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน
....จึงกลายเป็นอาร์คโซลถือรีเซ่ไว้ในมือขวา
- Right Hand: Raise (พลังโจมตี 101)
- Left Hand: Dark Asura (พลังโจมตี 85)
รีเซ่โทรศัพท์หาพี่สาวทันที "เฮ้ยๆ ชั้นโดนชายชั่วหิ้วกลับบ้านว่ะ พี่มีประสบการณ์มั่งมะ? แนะนำหน่อยดิ"
เสียงปลายสายของรูริตอบกลับมา "ก็บอกเขาไปซิว่าจริงๆแล้วเธอเป็นสาวดุ้นน่ะ"
รีเซ่เขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งทันใด
"วะฮ่าๆๆๆ พลังโจมตีสุดยอดไปเลยเฟ้ยรีเซ่! รู้งี้จับเธอมาถือแทนดาบตั้งนานแล้ว!" <<ส่วนไอ้บ้านี่สนใจแต่เรื่องต่อสู้อย่างเดียว
พลังโจมตีของอาร์คโซลตอนนี้มากกว่าชีริว พอเห็นท่าจะแย่ชีริวก็ตัดสินใจกระโดดเข้ามาให้อาร์คโซลถือในมือซ้ายทันที
- Right Hand: Raise (พลังโจมตี 101)
- Left Hand: Shiryu (พลังโจมตี 125)
..........-__- รีเซ่ทำหน้าแบบบายน
"ส...เสร็จกัน! แบบนี้เราก็โจมตีมันไม่ได้น่ะสิ!"
"หึหึ ฮ่าฮ่าฮ่า ถูกต้อง ในเมื่อข้ากลายเป็นดาบของเจ้าไปแล้วเจ้าก็ไม่สามารถทำอะไรข้าได้"
"เทคนิคการต่อสู้ของมันร้ายกาจสุดๆ!! สมแล้วที่เป็นสุดยอดผู้ยืนอยู่สูงสุดในบรรดาจอมโจรทั้งมวล!!"
แต่รีเซ่ไม่เห็นด้วยกับความคิดเช่นนั้น ด้วยมุมมองอย่างปราศจากอคติแล้วเธอเห็นว่าการต่อสู้นี้ปัญญาอ่อนบัดซบ
เมื่อคิดได้แบบนี้รีเซ่ก็แยกร่างหลุดออกจากมือมาตบกบาลอาร์คโซลสลบไป โพละ! ....แหงก....
แล้วรีเซ่ก็พุ่งเข้าไปหาชีริวต่อพร้อมปิดฉากด้วยท่าไม้ตาย "Catastrophe ย้าก!!!"
แต่ชีริวหลบได้แล้วใช้ความเร็วที่เหนือชั้นกว่าเข้าประชิด
"มันเร็วกว่าช้านได้ไงฟระ!!"
"แค่สกิล True Divine Speed อ่ะจ้ะ แหมๆใครจะไปเร็วสู้หนูได้ล่ะ หืม?"
แล้วชีริวก็งับหูรีเซ่จนอ่อนระทวยล้มพับไป "อ้า~~ ..... อูวววว.....~!"
"เฮ้ย อีกคนที่ไม่ได้เข้ามาสู้น่ะ เตรียมทำอะไรแผลงๆอยู่ใช่มะ?" หลังอาร์คโซลและรีเซ่ฟุบลงไปแล้ว ชีริวก็หันไปหาเรนนี่ที่กำลังร่ายเวทเปิดประตูมิติอยู่
ตอนนี้เหลืออีกเพียงสองนาที ถึงจะรู้ว่าชีริวกำลังจะเข้ามาโจมตีแต่เรนนี่ก็ไม่ยอมหยุดร่ายเวท
หลาวอันเขื่องพุ่งมาจากด้านหลัง แต่ชีริวเอี้ยวตัวหลบได้
"อย่ายุ่งกับเรนนี่! คู่ต่อสู้ของแกคือข้าต่างหาก!"
อาร์คโซลลุกยืนขึ้นมาอีกครั้ง
"หึ จะเข้ามาสู้อีกซักกี่ครั้งแกก็ไม่มีวันเอาชนะข้าได้อยู่ดี"
"ประทานโทษครับ หันขึ้นไปอ่านข้างบนมั่ง ตูยังไม่ได้สู้ซักยกเลยว้อยย! ไอ้คนแต่งมันให้ตูออกมาเล่นระบำลิงอย่างเดียวเลย -*-"
อาร์คโซลฮึดเตรียมตัวเอาจริง ส่วนเรนนี่นั้นโดนหลาวที่อาร์คโซลเขวี้ยงมาเมื่อครู่เสียบเข้า หัวทะลุเลือดพุ่งโจ๊กๆ แต่ก็ยังคงร่ายเวทไม่หยุด
"อุ๋ย โทษทีจ้า ไม่คิดว่าชีริวมันจะหลบ เดี๋ยวสู้เสร็จจะทายาแดงให้นะ"
"ไม่เป็นไรค่า ท่านอาร์คโซลสู้ให้เต็มที่เลยค่า ศรีทนได้ TvT"
--Shiryu 20:36, 21 มกราคม 2009 (ICT)
แล้วการต่อสู้ของชีริวกับอาร์คโซลก็เริ่มต้นขึ้น...
"ก่อนจะเริ่มน่ะขอเล่าอะไรสนุกๆให้ฟังหน่อยนะ ข้ามีสกิลหนึ่งที่ใช้สำหรับอ่านความทรงจำ..."
อาร์คโซลไม่ค่อยไว้ใจว่าหนนี้จะโดนหลอกอะไรอีก แต่เห็นว่าฟรีเลยยอมฟัง
"ที่เรนนี่ยอมติดตามอาร์คโซลมาตลอด และเชื่อในตัวหมอนี่หมดใจขนาดที่ยอมให้ใส่ความทรงจำเข้ามามันคงจะมีเหตุผลสินะ"
"................."
"ไม่ต้องเล่าก็ได้ จากการอ่านความทรงจำเมื่อครู่ข้าเห็นหมดแล้ว เมื่อ 5 ปีก่อน หมู่บ้านนินจาของเธอถูกเรเนอเกดทำลาย เพราะหมู่บ้านนั้นเป็นเป้าหมายการล่าของเรเนเกดในยุคนั้น แต่อาร์คโซลที่แวะมาพักที่หมู่บ้านตอนนั้นขอให้ไว้ชีวิตเธอ โดยเขาจะยอมเข้าร่วมเรเนอเกดและจะล่าค่าหัวให้ได้ 500 ล้านเบรี เพื่อซื้อหมู่บ้านคืน หลังจากหัวหน้าเรเนอเกดคนเก่าตาย อาร์คโซลที่เก่งกาจที่สุดก็ขึ้นเป็นหัวหน้าแทนตามกลไกของกลุ่ม เขาสามารถไถ่หมู่บ้านได้สำเร็จและเรนนี่ก็ยอมเข้าร่วมเรเนอเกดเพื่อติดตามเขาตั้งแต่นั้นมา..."
ชีริวสรุปชีวประวัติเรนนี่ให้ฟังภายในสามบรรทัด
"ก็ถูกแล้วไง เพราะงั้นแหละ ไม่ว่าจะยังไงชั้นก็จะสู้เพื่อท่านอาร์คโซล!"
"งั้นจะเสียมารยาทไหมถ้าจะขอบอกว่านั่นเป็นแค่ความทรงจำปลอมที่อาร์คโซลใส่เข้าไปในหัวเธอ"
"หือ?"
".......อย่าไปฟังมัน เรนนี่"
ชีริวเล่าต่อ
"ดูจากความทรงจำที่แท้จริงของเธอแล้วไม่มีเรื่องเหตุการณ์ที่ว่านั่นซักนิด"
"แล้วจะรู้ได้ไงว่าแกไม่โกหก!"
"คิดดูดีๆสิ อาร์คโซลใส่ความทรงจำที่เขาเป็นคนช่วยเธอเข้ามาตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน แล้วพาเธอออกเดินทางจากหมู่บ้านมา เพราะหมอนี่เห็นศักยภาพในการเป็นผู้อัญเชิญของเธอ แล้วมันก็เข้าแผนที่เจ้านี่จะใส่ความทรงจำของซึคาสะเข้ามาเพื่อให้เธอกลายเป็นซัมมอนเนอร์เต็มรูปแบบ" แล้วชีริวก็เล่าถึงความจริงที่ทำให้เรนนี่ตะลึง "สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆก็คือหมอนี่เป็นสมาชิกเรเนอเกดตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เมื่อมันค้นพบเธอที่มีพลังความสามารถในการอัญเชิญ มันก็ติดต่อให้เรเนอเกดมาทำลายหมู่บ้านของเธอซะ แล้วเอาเธอมาเป็นพวก"
"........................." เรนนี่พูดไม่ออก
"เพราะต้องใช้สกิลควบคุมเธอมาตลอดห้าปี ทำให้หมอนั่นไม่สามารถควบคุมความทรงจำของคนอื่นได้อีกแล้ว ไม่งั้นสกิลคุมความทรงจำก็ร้ายกาจเหมือนกันนะ"
เรนนี่หันไปหาอาร์คโซล "ท่านอาร์คโซล ....บอกซิว่ามันโกหก ถ้าท่านแค่พูดว่าท่านเคยช่วยข้าไว้จริงๆข้าก็จะเชื่อ"
อาร์คโซลรวบรวมความกล้าเพื่อยืนยันกับเรนนี่ว่าเขาเคยช่วยเธอไว้จริงๆ เขาพยายามยิ้มด้วยสีหน้าที่อ่อนโยนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อทำให้เธอเชื่อมั่นในความทรงจำที่มี
........
......เรนนี่ทรุดลงไปทันที เวทที่ร่ายไปขาดตอนสะบั้น ทั้งที่เหลืออีกแค่นิดเดียวก็จะเปิดประตูมิติสำเร็จแล้วแท้ๆ
"สิ้นหวังแล้ว! หมดหนทางเอาชนะมันได้แล้ว!!"
ชีริวโจมตีใส่อาร์คโซลด้วยความเร็วสูง จนอาวุธนับร้อยชิ้นของอาร์คโซลที่อยู่ในห้องแตกกระจุยไปในพริบตา แต่ก่อนจะได้โจมตีซ้ำรีเซ่ก็พุ่งเข้าใส่
ชีริวคว้าคอรีเซ่ไว้ได้ แต่เธอก็แยกร่างออกมาแล้วระเบิดร่างที่ชีริวจับอยู่ทิ้ง จากจังหวะชะงักชั่วพริบตารีเซ่ก็ก้าวเสตปตามตำแหน่ง Sephiroth ทั้ง 10 ในพระคัมภีร์ทันที
"Heaven Destroyer!!!"
รีเซ่ระเบิดท่าไม้ตายฉีกสวรรค์ที่ใช้ถล่มสองโซลเยอร์ยับเยินมาแล้วในสงครามเอาท์แลนด์ออกมาอีกหน อัดชีริวเข้าจังๆลอยขึ้นไปบนอากาศ "อ๊าก!!"
อาร์คโซลตามขึ้นไปเผด็จศึกด้วยท่า Lionheart กระบวนดาบไร้จุดสิ้นสุดไม่เปิดจังหวะให้ใช้สกิลตอบโต้
แล้วชีริวก็ตกสู่พื้นโลกเกิดหลุมอุกาบาตใหญ่เท่าสนามราชมังคลา (บรรจุเสื้อแดงได้หนึ่งแสนคน) แต่สักพักชีริวก็แร่ดออกมาจากหลุมได้ "หึหึหึ สกิลหน้าทนในตำนานก็อยู่ในคอลเลคชั่นสกิลของข้า (อ่า อย่าไปสนเลย) ว่าแต่อาวุธของแกถูกทำลายไปหมดแล้วไม่ใช่เรอะ?!"
อาร์คโซลชูดาบเล่มที่ใช้ฟาดกบาลชีริวเมื่อตะกี้ขึ้นมา "นี่คือคุซานางิโนะซุรุกิ (ดาบหมอกสวรรค์) สุดยอดดาบที่เหนือกว่าอาวุธใดๆทั้งหมดที่ข้ามีในครอบครองตลอดชีวิตการเป็นพ่อค้าอาวุธ และข้าก็ฝากไว้กับเรนนี่ เพราะข้าเชื่อมั่นว่าถึงจะเป็นคราวคับขันที่สุดเธอก็ยังอยู่ข้างกายข้า"
"โกหกอีกแล้วเหรอ?" เรนนี่เงยหน้าขึ้นถาม
"เออ โกหก คำพูดเน่าๆตะกี้ลืมๆไปซะ"
อาร์คโซลกับรีเซ่เข้าไปลุยกับชีริวอีกหน การต่อสู้ต่อเนื่องยาวนานเหมือนไม่มีฝั่งไหนจะเพลี่ยงพล้ำไปง่ายๆ
แล้วพระอาทิตย์ก็หายไป
"สู้จนค่ำเลยเรอะเนี่ย ข้าต้องรีบกลับบ้านไปดูสะเก็ดข่าวนะ รีบๆแพ้ไปซะที"
"ใช่ซะที่ไหนเล่า พระอาทิตย์โดนไอ้ตัวประหลาดยักษ์นั่นมายืนบังตะหาก" อาร์คโซลชี้ให้ชีริวดูเงาตะคุ่มๆขนาดใหญ่เท่าตึกเอ็มไพร์สเตทซ้อนกันสามตึก
"อ้อ แค่นั้นเองเรอะ งั้นก็ดีไป ........ไม่ใช่แล้วว้อย!!! นั่นมันอะไรฟร้า!!!"
สัตว์อสูรขนาดมหึมาที่สุดเท่าที่ชีริวเคยเห็นตั้งแต่เกิดมาบนโลกนี้เป็นเวลา 18 ปีปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของปราสาทจักราศี มันคือโซดิแอค! ในที่สุดประตูมิติก็ถูกเปิดออก เรนนี่อัญเชิญสุดยอดของสัตว์อสูรผู้อยู่เหนือสัตว์อสูรทั้งมวลเท่าที่เหลืออยู่ในมิตินี้ออกมาได้สำเร็จ
การ์เดี้ยนโซดิแอคชูคอขึ้นไปถึงอวกาศ แขนจำนวนมหาศาลของมันโบกไหวตัดท้องฟ้าจนเกิดโซนิคจำนวนมาก มันร้องออกมายาวๆด้วยเสียงแหบต่ำจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนจะกลืนพระจันทร์ลงไปเป็นพลังงาน
"อะไรว้า!! นี่เพิ่งไม่ถึงนาทีเลยนะ! ทำไมเปิดประตูมิติได้แล้วล่ะ!!!"
เรนนี่ก้าวออกมาจากฝุ่นควันที่ฟุ้งตลบเนื่องจากพายุรุนแรงที่เกิดจากความแปรปรวนอากาศเหนือหลุมมิติ
"ไม่สำคัญแล้วว่าอะไรคือความจริง สิ่งที่มีค่าที่สุดของชั้นคือความทรงจำที่อบอุ่นอันนั้น ชั้นตัดสินใจแล้วว่าจะสู้เพื่อท่านอาร์คโซลตลอดไป"
"โดนเขาหลอกยังจะทำพูดดีอีก ยัยโง่เอ๊ย! ปิดประตูมิติไปซะ!!" ด้วยพลังที่เหลือน้อยเต็มทน ชีริวรู้ดีว่าไม่มีทางรอดจากการโจมตีของอสูรระดับโซดิแอคได้แน่นอน
"โง่ก็โง่สิ ถ้าความฝันมันทำให้มีความสุขฉันก็ขอเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับความฝัน"
ปราสาทจักราศีเป็นที่ๆโซดิแอคหลับใหลมาหลายร้อยปี ด้วยเหตุนี้จึงตั้งชื่อปราสาทแห่งนี้ตามชื่อของมัน อาร์คโซลซื้อปราสาทแห่งนี้ด้วยเงินจำนวนมหาศาลเกือบพันล้านพ็อชเพื่อครอบครองสุดยอดอสูรของโลก และวันนี้ในที่สุดทั้งอสูรโซดิแอคและนักอัญเชิญเรนนี่ที่เขาครอบครองมาเป็นเวลานานก็ได้แสดงพลังออกมา
"ที่จริงฉันก็หลอกใช้เธอจริงๆนั่นแหละเรนนี่"
"รู้แล้วหละน่า"
"...แต่ที่บอกว่าเธอเป็นคนเดียวที่จะอยู่เคียงข้างฉันจนถึงที่สุดน่ะ ฉันเชื่อแบบนั้นจริงๆนะ"
"อย่ามัวมาพูดเรื่องไร้สาระอยู่เลย รีบๆเข้าหลุมมิติมาซะ ไอ้หัวหน้าบ้า โซดิแอคจะเริ่มยิงแล้วนะ" เรนนี่ถีบอาร์คโซลลงหลุมมิติ แล้วเธอและรีเซ่ก็กระโดดตามลงมา ทั้งสามหลบหนีออกจากพื้นที่ไปอย่างปลอดภัย
โซดิแอคส่งเสียงครวญครางออกมายาวต่อเนื่อง เสียงเริ่มเปลี่ยนโทนสูงขึ้นเรื่อยๆ
ฮูมมมม..... ฮู..........
ฮืออออออ......................
กรอออออ............................ กรออออออออออออออ......
หวี่.. วี... วี....
วรี้.........................
วรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!
ชีริวรู้ดีว่าฉวยโอกาสอัดมันยังไงก็เอาโคตรอสูรตัวนี้ไม่ลงแน่นอน เลยยืนดูเอฟเฟคอลังการของมนต์อสูรให้ชื่นใจก่อนตาย โซดิแอคยิงฝนพลาสม่านับล้านลูกลงมาจากอวกาศ ถล่มพื้นที่ตะวันออกของฮาร์โมเนียจนพังยับเยินกลายเป็นมหาสมุทร แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่ามันจะหยุดยิง พลาสม่าจำนวนมหาศาลถล่มลงมาไม่สิ้นสุดจนแกนโลกเริ่มเอียงไปข้างหนึ่ง เกิดซึนามิไปถึงชายฝั่งอาเมส เมฆหมอกฝนฟ้าพายุพัดอย่างรุนแรงไปทั่วทั้งโลก กรุงเทพตอนเช้ามีอุณหภูมิ 16 องศา
อัลกอร์ออกมาประกาศว่าภัยธรรมชาติครั้งนี้เกิดจากการเผาไหม้ภาคอุตสาหกรรมเพื่อโจมตีรัฐบาลทุนนิยมทันที "เห็นมั้ย! นี่แหละภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์! ผมจะนำเรื่องนี้ไปผนวกใน The Unconventional Truth เพื่อใช้หาเสียงต่อไป!!" ตู้ม!! อัลกอร์โดนพลาสม่าตกใส่กบาลแบนแต๊ดแต๋จมลงสู่ใจกลางโลกไป
ชีริวยืนอยู่บนเศษแผ่นดินที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของฮาร์โมเนียมาก่อน บัดนี้มันลอยอยู่กลางมหาสมุทรเวิ้งว้าง โซดิแอคเองก็แปลกใจที่กระสุนจำนวนมหาศาลหลายร้อยล้านลูกไม่โดนชีริวแม้แต่นัดเดียว
"ไม่อยากใช้ท่านี้เลยจริงๆ แต่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วละนะ"
อีกาวิญญาณบินลงมาเกาะข้อมือชีริว แล้วเขาก็ระเบิดวิญญาณตัวเองออกมาเป็นสะเก็ดแสง อีกาสูบสะเก็ดแสงนั้นเข้าไป แล้วพ่นออกมาเป็นห้วงแสงมหึมายิ่งกว่าลูกที่ใช้ถล่มพระเจ้าสีดำ
"ท่านี้จะเอาพลังวิญญาณคูณกับค่าความหล่อออกมาเป็นพลังโจมตี แต่นี่มันอะไรกัน! ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าค่าความหล่อของข้าเป็นอนันต์! ดังนั้นความรุนแรงของการโจมตีครั้งนี้จึงไร้ขอบเขต!!"
แล้วพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดในจักรวาฬก็ถล่มโซดิแอคดับสูญไปพร้อมกับชีริว หลงเหลือไว้เพียงตำนานความหล่อเหลาอันดับหนึ่งในปฐพีของชีริว ผู้อยู่บนจุดเหนือสุดของความหล่อทั้งมวล
เสียงปืนใหญ่ลำแสงถล่มดังไปถึงราซริล แต่ที่ดังกว่านั้นคือเสียงคนอ่านฟิคที่กำลังพากันโห่ไล่ไอ้คนแต่ง
หลังเจ้านายตายไปแล้วอีกาวิญญาณก็เป็นอิสระ มันจึงบินกลับนรกอเวจีไป และแล้วการต่อสู้ก็จบลงไปอีกคู่หนึ่ง...
--Shiryu 23:44, 1 กุมภาพันธ์ 2009 (ICT)
ใต้ซากเกรทไชรน์ที่แหลกยับเยินซ้ำสองจากผลของการต่อสู้ที่รุนแรงของอุซโซและอัลคาเชล อุซโซลากสังขารบอบช้ำมาสมทบพวกซุยโคแอสไลฟ์และอายะ
ทุกหนแห่งที่เขาผ่านไปล้วนเต็มไปด้วยความตาย ทั้งที่มันอยู่รอบตัวมาตลอด แต่อุซโซเพิ่งรู้สึกได้จากเนตรสวรรค์ที่เพิ่งได้มา
ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ท้องฟ้า ผืนดิน ผืนน้ำ แสงอาทิตย์ ทุกอย่างเต็มไปด้วยจุดดับราวกับจะสามารถถูกทำลายทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ พอรู้แบบนี้อุซโซก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัว โลกที่เขาเคยคิดว่าอบอุ่นแท้จริงแล้วกลับเป็นโลกที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
"โลกนี้มันช่างเปราะบางเสียจริง......."
"อุซโซโว้ย! เข้ามาอยู่กับเมดิอุสนี่! ต่อไปข้ากับอายะจะรับหน้าที่กองหน้าเอง"
ซุยโคแอสไลฟ์วิ่งมาหาเพื่อแท็กเปลี่ยนตัวกับอุซโซที่ใกล้ตาย พออุซโซสังเกตดีๆก็มองเห็นเชือกจากตัวเองโยงไปยังซุยโคแอสไลฟ์ชัดเจน
"เส้นอะไรงอกจากข้อมือเนี่ย ...ไม่รู้สึกตัวเลยเหรอ?"
"หะ?!"
อายะเดินเข้ามาถาม "มองเห็นคอนเน็คชั่นด้วยเหรออุซโซ?"
"อ้อ ไอ้เนี่ยเองเหรอที่แกเรียกว่าคอนเน็คชั่น"
"เฮ้ยๆๆ อย่าบอกนะว่าแกมองเห็นจริงๆน่ะ"
"เห็นสิ แกมีสามเส้น ฉันเก้าเส้น อายะซังมีสิบ...สามสิบ...ห้าสิบ... เยอะว่ะ ตัดๆทิ้งมั่งนะ"
"บาดโซ้บบบ จุดขายเดียวของช้าน~! แกจะเก่งเกินไปแล้วนะอุซโซ หากปล่อยไว้จะเป็นเสี้ยนหนามแก่การครองโลกของข้า ถ้างั้นก็จงตายด้วยหนึ่งกระบี่แปรสามแจ้งเสียเถอะ!"
ซุยโคแอสไลฟ์โดนอายะตบกบาลลงไปนอนทันที "อย่าเพิ่งวางใจนะ คู่ต่อสู้ที่เรารออยู่จริงๆยังมาไม่ถึง"
"หรืออาจจะอยู่ที่นี่ตรงนี้แล้วก็ได้"
บิ๊กคลานปุเลงๆมาสมทบอีกคน เนื่องจากศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นจะต้องมีคนตายมากมายเพื่อโชว์ความเทพของศัตรูเราจึงให้เขากลับมาอีกหนเพื่อตาย //ไอ้คนแต่งโดนกระทืบ
"สกิลของโมกุริน่ะ ....คือไอ้นั่นใช่ไหมล่ะเจ๊อายะ?" บิ๊กถามอายะที่ในที่สุดก็รู้ความสามารถของโมกุริจากข้อมูลที่พิงกี้พลอยส่งมาให้หลังถูกเล่นงาน
อายะพยักหน้าแล้วก็ตั้งโต๊ะบรรยาย (รู้สึกเจ๊จะชอบเล่าเรื่องเนอะ)
"เรารู้กันแล้วว่าโมกุริมี Golden Passport ที่อนุญาตการเดินทางผ่านยังทุกห้วงมิติ แต่ที่น่ากลัวจริงๆคืออีกสกิลหนึ่ง... Close the World สกิลที่ใช้ปฏิเสธความมีตัวตนของตนเองจากระบบทั้งหมดของ wire world"
คนอื่นๆฟังแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ อายะเลยอธิบายเพิ่มเติม
"โมกุริสามารถตัดผลของการกระทำทุกอย่างที่เกิดขึ้นในจักรวาลทิ้งได้อย่างอิสระ ไม่มีการกระทำไหนจะส่งผลเข้าถึงตัวโมกุริได้ แต่ในขณะเดียวกันโมกุริกลับสามารถทิ้งผลของการกระทำของตนเองให้หลงเหลืออยู่ในระบบได้"
พวกบิ๊กเหมือนจะเข้าใจขึ้นมานิดๆว่าสกิลมันโกง แต่ก็ยังไม่เก็ตเท่าไหร่ ส่วนอุซโซเข้าใจว่าอายะพูดเป็นภาษาตากาล็อกจึงฟังไม่รู้เรื่อง ซุยโคแอสไลฟ์เลยแปลให้ฟัง
"สรุปคือพวกแกโจมตีโมะไม่ได้ แต่อีนั่นอัดพวกแกได้น่ะ เข้าใจบ่?"
"โอ้วววววว ความสามารถโกงฉิบหายวายป่วงที่สุดในจักรวาฬ!!!" อุซโซโวย (มีศึกไหนที่มันไม่โวยวายด้วยเหรอ?)
"แบบนี้เลเวล 1 ก็ถีบเลเวล 99 ตายได้! สิ้นหวังแล้ว! สิ้นหวังกับสกิลสิ้นคิดแล้ว!" บิ๊กโอดครวญ ตัวเองอุตส่าห์เสียเวลาไปฝึกเพิ่มเลเวลมาตั้งเยอะ เสียเวลามากจนไม่มีเวลาอัพรูปงานมีทลงบอร์ดซะที ตั้งแต่มีทปีใหม่ 2008 ยันมีทปีใหม่ 2009 ดองรูปไว้ในกล้อง 80 GB ต้องเอา external harddisk มาต่อกับกล้องถือเดินไปมา
"มิ มิ้วๆ มะหมุงมุมู้วๆหม่าวปู้~ =w=p" ซึคาสะมิ้วๆ ให้ล่ามแปลได้ความว่าหมาพันธุ์ดีต้องไซบีเรียนฮัสกี้ รสชาติอร่อย เนื้อมีโปรตีนสูง (มิ้วอะไรฟะ?)
"..........." อายะงอน ทีตัวเองอธิบายตั้งนานไม่มีคนเข้าใจ ว่าแล้วเธอก็หนีขึ้นภูเขาไปฝึกวิชาศัพท์เปรต เอาไว้สื่อสารกับพวกนู้บ
"อย่าเพิ่งสิ้นหวังน่อทุกท่าน! ข้าประดิษฐ์อ๊ะไจ่ตาคุปต้า(แปลเป็นไทยว่าคอปเตอร์ไม้ไผ่)ได้สำเร็จแล้ว! เมื่อโมกุริมาเราจะบินหนีไปอังกฤษกัน!" ส่วนเมดิอุส....อยู่กับไอ้พวกนี้นานเกินไป
"ใจเย็นก่อนสิ! ต่อให้รู้ความสามารถของโมกุริเราก็ยังยืนอยู่ตรงนี้เพื่อสู้พร้อมกับทุกๆคน นั่นแสดงให้เห็นว่าเรารู้ว่ามีทางรับมือโมกุริได้" อายะพยายามปลุกใจให้ทุกคนลุกขึ้นซู่ววววส์ เหลืออีกแค่ศึกเดียวแล้ว ถ้ายังไม่คิดสู้ก็ไม่รู้จะว่าไง
แต่ความเชื่อมั่นของคนอื่นก็ยังไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ตั้งแต่แพ้สงครามหนก่อนเครดิตแอดมินของอายะก็ไม่ค่อยจะเหลือ ซุยโคแอสไลฟ์เลยต้องช่วยปลุกใจอีกแรง...
"ถ้าใครไม่ยอมสู้ข้าจะเอากางเกงในของมันไปประมูลบนเน็ต หึหึหึ"
"เอ้า เรามาฟังแผนของอายะซังกันเถอะ"
พอได้ยินซุยโคแอสไลฟ์ขู่ทุกคนก็เปลี่ยนท่าทีทันใด
"-*- ในภาวะปกติหรือสภาวะปิดที่ลบความคงอยู่ของตัวเองออกไปโมกุริจะไร้เทียมทาน ไม่มีจุดดับ ไม่มีคอนเนคชั่น ไม่มีทางรับรู้ได้ด้วยซ้ำว่าโมกุริอยู่ตำแหน่งไหนในจักรวาลล้านมิตินี้ แต่เมื่อเข้าสู่สภาวะเปิด เพื่อส่งผลของการกระทำออกมา กายหยาบของโมกุริจะปรากฎขึ้นมาบนโลกนี้"
"แปลได้ว่าเราไม่มีปัญญาอัดเจ๊โมะเข้า แต่ตอนลงมือโมะจะต้องโผล่มาเป็นจ้ำๆให้สูเบิ่ง"
อายะเล่าแผนการณ์ขณะที่มีซุยโคแอสไลฟ์ช่วยแปลเป็นภาษาไหหลำอยู่ข้างๆ
"แม้ในสภาพเปิดการกระทำของพวกเราจะส่งผลไปไม่ถึงโมกุริอยู่ดี แต่อย่างน้อยเราก็จับสัญญาณของโมกุริและหาทางรับมือป้องกันการโจมตีของยัยนั่นได้"
"เถิงเปิ้นจะยะโมะบ่เจ๊บจะอี้ โมะสิแจ้งฮุมหุฮุมหู่ คิงเขาก่ฮู้หื้อผ่อหื้อล่น" โพล๊ะ! ล่ามโดนอายะเอาไม้ตีหอมฟาดนอนตาเหลือก โทษฐานที่ไม่ช่วยให้เกิดความกระจ่างขึ้นแต่อย่างใด
"จังหวะนั้นเราเชื่อว่าเนตรแห่งมิคสัญญีของอุซโซหรือไม่ก็การทำลายคอนเน็คชั่นของซุยโคแอสไลฟ์สามารถกำจัดโมกุริได้ ยังไงก็ต้องขอเดิมพันกับพวกเธอคนใดคนหนึ่งหละ!"
"แล้วถ้าไม่ได้ผลล่ะฮะ?"
"เราจะยื้อ 20 นาทีที่เหลือ รอให้จุดจบแห่งห้วงมิติลำดับที่4ตื่นขึ้นมารีเซ็ตโลกนี้กลับไป"
"เข้าใจแล้วฮะอายะซัง (เข้าใจก็ได้วะ) ถ้าไม่โดนฆ่าตายซะก่อนก็มีโอกาสเอาชนะได้สินะ"
"เชื่อเราเถอะ ศึกนี้ไม่มีใครตายหรอก"
อายะมอบความเชื่อมั่นให้ทุกคนอีกครั้ง ทันใดนั้นก็ยิงลูกพลังเข้าใส่ด้านหลังของเมดิอุสทันที
"!!!"
โมกุริลอยออกมาจากสะเก็ดพลังที่เหลืออยู่แบบไม่สะทกสะท้านอะไร โดยมีแบล็คเรนเดินคู่มาด้วย
"มาแล้วสินะ โมกุริ เรามาทำให้มันจบซะทีเถอะ!"
".................อีกยี่สิบนาที ขอบคุณมากนะอัลคาเชล ถ้าไม่ได้เธอป่านนี้พวกเราอาจแพ้ไปแล้วก็ได้ หลับให้สบายเถอะนะ"
ตอนนี้หัวหน้าของพวกเด็กนรกมาอยู่ตรงหน้าพวกซุยโคยูนิเวิร์สแล้ว และศึกสุดท้ายก็เริ่มต้นขึ้น

