The Outlanders ep9

จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี

(Difference between revisions)
Jump to: navigation, search
Revision as of 16:32, 20 มกราคม 2009
Shiryu (พูดคุย | contribs)

← Previous diff
Revision as of 20:36, 21 มกราคม 2009
Shiryu (พูดคุย | contribs)

Next diff →
Line 211: Line 211:
"ไม่เป็นไรค่า ท่านอาร์คโซลสู้ให้เต็มที่เลยค่า ศรีทนได้ TvT" "ไม่เป็นไรค่า ท่านอาร์คโซลสู้ให้เต็มที่เลยค่า ศรีทนได้ TvT"
 +
 +----
 +--[[ผู้ใช้:Shiryu|Shiryu]] 20:36, 21 มกราคม 2009 (ICT)
 +
 +
 +แล้วการต่อสู้ของ[[ชีริว]]กับ[[อาร์คโซล]]ก็เริ่มต้นขึ้น...
 +
 +"ก่อนจะเริ่มน่ะขอเล่าอะไรสนุกๆให้ฟังหน่อยนะ ข้ามีสกิลหนึ่งที่ใช้สำหรับอ่านความทรงจำ..."
 +
 +อาร์คโซลไม่ค่อยไว้ใจว่าหนนี้จะโดนหลอกอะไรอีก แต่เห็นว่าฟรีเลยยอมฟัง
 +
 +"ที่เรนนี่ยอมติดตามอาร์คโซลมาตลอด และเชื่อในตัวหมอนี่หมดใจขนาดที่ยอมให้ใส่ความทรงจำเข้ามามันคงจะมีเหตุผลสินะ"
 +
 +"................."
 +
 +"ไม่ต้องเล่าก็ได้ จากการอ่านความทรงจำเมื่อครู่ข้าเห็นหมดแล้ว เมื่อ 5 ปีก่อน หมู่บ้านนินจาของเธอถูก[[renegade|เรเนอเกด]]ทำลาย เพราะหมู่บ้านนั้นเป็นเป้าหมายการล่าของเรเนเกดในยุคนั้น แต่อาร์คโซลที่แวะมาพักที่หมู่บ้านตอนนั้นขอให้ไว้ชีวิตเธอ โดยเขาจะยอมเข้าร่วมเรเนอเกดและจะล่าค่าหัวให้ได้ 500 ล้านเบรี เพื่อซื้อหมู่บ้านคืน หลังจากหัวหน้าเรเนอเกดคนเก่าตาย อาร์คโซลที่เก่งกาจที่สุดก็ขึ้นเป็นหัวหน้าแทนตามกลไกของกลุ่ม เขาสามารถไถ่หมู่บ้านได้สำเร็จและเรนนี่ก็ยอมเข้าร่วมเรเนอเกดเพื่อติดตามเขาตั้งแต่นั้นมา..."
 +
 +ชีริวสรุปชีวประวัติเรนนี่ให้ฟังภายในสามบรรทัด
 +
 +"ก็ถูกแล้วไง เพราะงั้นแหละ ไม่ว่าจะยังไงชั้นก็จะสู้เพื่อท่านอาร์คโซล!"
 +
 +"งั้นจะเสียมารยาทไหมถ้าจะขอบอกว่านั่นเป็นแค่ความทรงจำปลอมที่อาร์คโซลใส่เข้าไปในหัวเธอ"
 +
 +"หือ?"
 +
 +".......อย่าไปฟังมัน เรนนี่"
 +
 +ชีริวเล่าต่อ
 +
 +"ดูจากความทรงจำที่แท้จริงของเธอแล้วไม่มีเรื่องเหตุการณ์ที่ว่านั่นซักนิด"
 +
 +"แล้วจะรู้ได้ไงว่าแกไม่โกหก!"
 +
 +"คิดดูดีๆสิ อาร์คโซลใส่ความทรงจำที่เขาเป็นคนช่วยเธอเข้ามาตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน แล้วพาเธอออกเดินทางจากหมู่บ้านมา เพราะหมอนี่เห็นศักยภาพในการเป็นผู้อัญเชิญของเธอ แล้วมันก็เข้าแผนที่เจ้านี่จะใส่ความทรงจำของซึคาสะเข้ามาเพื่อให้เธอกลายเป็นซัมมอนเนอร์เต็มรูปแบบ" แล้วชีริวก็เล่าถึงความจริงที่ทำให้เรนนี่ตะลึง "สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆก็คือหมอนี่เป็นสมาชิกเรเนอเกดตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เมื่อมันค้นพบเธอที่มีพลังความสามารถในการอัญเชิญ มันก็ติดต่อให้เรเนอเกดมาทำลายหมู่บ้านของเธอซะ แล้วเอาเธอมาเป็นพวก"
 +
 +"........................." เรนนี่พูดไม่ออก
 +
 +"เพราะต้องใช้สกิลควบคุมเธอมาตลอดห้าปี ทำให้หมอนั่นไม่สามารถควบคุมความทรงจำของคนอื่นได้อีกแล้ว ไม่งั้นสกิลคุมความทรงจำก็ร้ายกาจเหมือนกันนะ"
 +
 +เรนนี่หันไปหาอาร์คโซล "ท่านอาร์คโซล ....บอกซิว่ามันโกหก ถ้าท่านแค่พูดว่าท่านเคยช่วยข้าไว้จริงๆข้าก็จะเชื่อ"
 +
 +
 +อาร์คโซลรวบรวมความกล้าเพื่อยืนยันกับเรนนี่ว่าเขาเคยช่วยเธอไว้จริงๆ เขาพยายามยิ้มด้วยสีหน้าที่อ่อนโยนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อทำให้เธอเชื่อมั่นในความทรงจำที่มี
 +
 +
 +
 +
 +
 +
 +........
 +
 +
 +
 +[[ภาพ:Arksmile.jpg]]
 +
 +
 +
 +[[ภาพ:Onion052.gif]] ......เรนนี่ทรุดลงไปทันที เวทที่ร่ายไปขาดตอนสะบั้น ทั้งที่เหลืออีกแค่นิดเดียวก็จะเปิดประตูมิติสำเร็จแล้วแท้ๆ
 +
 +"สิ้นหวังแล้ว! หมดหนทางเอาชนะมันได้แล้ว!!"
 +
 +ชีริวโจมตีใส่อาร์คโซลด้วยความเร็วสูง จนอาวุธนับร้อยชิ้นของอาร์คโซลที่อยู่ในห้องแตกกระจุยไปในพริบตา แต่ก่อนจะได้โจมตีซ้ำรีเซ่ก็พุ่งเข้าใส่
 +
 +ชีริวคว้าคอรีเซ่ไว้ได้ แต่เธอก็แยกร่างออกมาแล้วระเบิดร่างที่ชีริวจับอยู่ทิ้ง จากจังหวะชะงักชั่วพริบตารีเซ่ก็ก้าวเสตปตามตำแหน่ง Sephiroth ทั้ง 10 ในพระคัมภีร์ทันที
 +
 +
 +<font size=4>'''"Heaven Destroyer!!!"'''</font>
 +
 +
 +รีเซ่ระเบิดท่าไม้ตายฉีกสวรรค์ที่ใช้ถล่มสองโซลเยอร์ยับเยินมาแล้วในสงครามเอาท์แลนด์ออกมาอีกหน อัดชีริวเข้าจังๆลอยขึ้นไปบนอากาศ "อ๊าก!!"
 +
 +อาร์คโซลตามขึ้นไปเผด็จศึกด้วยท่า Lionheart กระบวนดาบไร้จุดสิ้นสุดไม่เปิดจังหวะให้ใช้สกิลตอบโต้
 +
 +
 +แล้วชีริวก็ตกสู่พื้นโลกเกิดหลุมอุกาบาตใหญ่เท่าสนามราชมังคลา (บรรจุเสื้อแดงได้หนึ่งแสนคน) แต่สักพักชีริวก็แร่ดออกมาจากหลุมได้ "หึหึหึ สกิลหน้าทนในตำนานก็อยู่ในคอลเลคชั่นสกิลของข้า (อ่า อย่าไปสนเลย) ว่าแต่อาวุธของแกถูกทำลายไปหมดแล้วไม่ใช่เรอะ?!"
 +
 +อาร์คโซลชูดาบเล่มที่ใช้ฟาดกบาลชีริวเมื่อตะกี้ขึ้นมา "นี่คือคุซานางิโนะซุรุกิ (ดาบหมอกสวรรค์) สุดยอดดาบที่เหนือกว่าอาวุธใดๆทั้งหมดที่ข้ามีในครอบครองตลอดชีวิตการเป็นพ่อค้าอาวุธ และข้าก็ฝากไว้กับเรนนี่ เพราะข้าเชื่อมั่นว่าถึงจะเป็นคราวคับขันที่สุดเธอก็ยังอยู่ข้างกายข้า"
 +
 +
 +"โกหกอีกแล้วเหรอ?" เรนนี่เงยหน้าขึ้นถาม
 +
 +"เออ โกหก คำพูดเน่าๆตะกี้ลืมๆไปซะ"
 +
 +อาร์คโซลกับรีเซ่เข้าไปลุยกับชีริวอีกหน การต่อสู้ต่อเนื่องยาวนานเหมือนไม่มีฝั่งไหนจะเพลี่ยงพล้ำไปง่ายๆ
 +
 +
 +
 +แล้วพระอาทิตย์ก็หายไป
 +
 +"สู้จนค่ำเลยเรอะเนี่ย ข้าต้องรีบกลับบ้านไปดูสะเก็ดข่าวนะ รีบๆแพ้ไปซะที"
 +
 +"ใช่ซะที่ไหนเล่า พระอาทิตย์โดนไอ้ตัวประหลาดยักษ์นั่นมายืนบังตะหาก" อาร์คโซลชี้ให้ชีริวดูเงาตะคุ่มๆขนาดใหญ่เท่าตึกเอ็มไพร์สเตทซ้อนกันสามตึก
 +
 +"อ้อ แค่นั้นเองเรอะ งั้นก็ดีไป ........ไม่ใช่แล้วว้อย!!! นั่นมันอะไรฟร้า!!!"
 +
 +
 +สัตว์อสูรขนาดมหึมาที่สุดเท่าที่ชีริวเคยเห็นตั้งแต่เกิดมาบนโลกนี้เป็นเวลา 18 ปีปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของปราสาทจักราศี มันคือ'''โซดิแอค!''' ในที่สุดประตูมิติก็ถูกเปิดออก เรนนี่อัญเชิญสุดยอดของสัตว์อสูรผู้อยู่เหนือสัตว์อสูรทั้งมวลเท่าที่เหลืออยู่ในมิตินี้ออกมาได้สำเร็จ
 +
 +การ์เดี้ยนโซดิแอคชูคอขึ้นไปถึงอวกาศ แขนจำนวนมหาศาลของมันโบกไหวตัดท้องฟ้าจนเกิดโซนิคจำนวนมาก มันร้องออกมายาวๆด้วยเสียงแหบต่ำจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนจะกลืนพระจันทร์ลงไปเป็นพลังงาน
 +
 +"อะไรว้า!! นี่เพิ่งไม่ถึงนาทีเลยนะ! ทำไมเปิดประตูมิติได้แล้วล่ะ!!!"
 +
 +
 +เรนนี่ก้าวออกมาจากฝุ่นควันที่ฟุ้งตลบเนื่องจากพายุรุนแรงที่เกิดจากความแปรปรวนอากาศเหนือหลุมมิติ
 +
 +"ไม่สำคัญแล้วว่าอะไรคือความจริง สิ่งที่มีค่าที่สุดของชั้นคือความทรงจำที่อบอุ่นอันนั้น ชั้นตัดสินใจแล้วว่าจะสู้เพื่อท่านอาร์คโซลตลอดไป"
 +
 +"โดนเขาหลอกยังจะทำพูดดีอีก ยัยโง่เอ๊ย! ปิดประตูมิติไปซะ!!" ด้วยพลังที่เหลือน้อยเต็มทน ชีริวรู้ดีว่าไม่มีทางรอดจากการโจมตีของอสูรระดับโซดิแอคได้แน่นอน
 +
 +"โง่ก็โง่สิ ถ้าความฝันมันทำให้มีความสุขฉันก็ขอเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับความฝัน"
 +
 +
 +ปราสาทจักราศีเป็นที่ๆโซดิแอคหลับใหลมาหลายร้อยปี ด้วยเหตุนี้จึงตั้งชื่อปราสาทแห่งนี้ตามชื่อของมัน อาร์คโซลซื้อปราสาทแห่งนี้ด้วยเงินจำนวนมหาศาลเกือบพันล้านพ็อชเพื่อครอบครองสุดยอดอสูรของโลก และวันนี้ในที่สุดทั้งอสูรโซดิแอคและนักอัญเชิญเรนนี่ที่เขาครอบครองมาเป็นเวลานานก็ได้แสดงพลังออกมา
 +
 +"ที่จริงฉันก็หลอกใช้เธอจริงๆนั่นแหละเรนนี่"
 +
 +"รู้แล้วหละน่า"
 +
 +"...แต่ที่บอกว่าเธอเป็นคนเดียวที่จะอยู่เคียงข้างฉันจนถึงที่สุดน่ะ ฉันเชื่อแบบนั้นจริงๆนะ"
 +
 +"อย่ามัวมาพูดเรื่องไร้สาระอยู่เลย รีบๆเข้าหลุมมิติมาซะ ไอ้หัวหน้าบ้า โซดิแอคจะเริ่มยิงแล้วนะ" เรนนี่ถีบอาร์คโซลลงหลุมมิติ แล้วเธอและรีเซ่ก็กระโดดตามลงมา ทั้งสามหลบหนีออกจากพื้นที่ไปอย่างปลอดภัย
 +
 +
 +
 +โซดิแอคส่งเสียงครวญครางออกมายาวต่อเนื่อง เสียงเริ่มเปลี่ยนโทนสูงขึ้นเรื่อยๆ
 +
 +ฮูมมมม..... ฮู..........
 +
 +
 +ฮืออออออ......................
 +
 +
 +
 +กรอออออ............................ กรออออออออออออออ......
 +
 +
 +
 +
 +
 +หวี่.. วี... วี....
 +
 +
 +
 +
 +
 +
 +วรี้.........................
 +
 +
 +
 +
 +
 +
 +
 +
 +
 +
 +
 +<font size=5>'''วรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!'''</font>
 +
 +
 +
 +ชีริวรู้ดีว่าฉวยโอกาสอัดมันยังไงก็เอาโคตรอสูรตัวนี้ไม่ลงแน่นอน เลยยืนดูเอฟเฟคอลังการของมนต์อสูรให้ชื่นใจก่อนตาย โซดิแอคยิงฝนพลาสม่านับล้านลูกลงมาจากอวกาศ ถล่มพื้นที่ตะวันออกของฮาร์โมเนียจนพังยับเยินกลายเป็นมหาสมุทร แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่ามันจะหยุดยิง พลาสม่าจำนวนมหาศาลถล่มลงมาไม่สิ้นสุดจนแกนโลกเริ่มเอียงไปข้างหนึ่ง เกิดซึนามิไปถึงชายฝั่งอาเมส เมฆหมอกฝนฟ้าพายุพัดอย่างรุนแรงไปทั่วทั้งโลก กรุงเทพตอนเช้ามีอุณหภูมิ 16 องศา
 +
 +อัลกอร์ออกมาประกาศว่าภัยธรรมชาติครั้งนี้เกิดจากการเผาไหม้ภาคอุตสาหกรรมเพื่อโจมตีรัฐบาลทุนนิยมทันที "เห็นมั้ย! นี่แหละภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์! ผมจะนำเรื่องนี้ไปผนวกใน The Unconventional Truth เพื่อใช้หาเสียงต่อไป!!" ตู้ม!! อัลกอร์โดนพลาสม่าตกใส่กบาลแบนแต๊ดแต๋จมลงสู่ใจกลางโลกไป
 +
 +
 +ชีริวยืนอยู่บนเศษแผ่นดินที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของฮาร์โมเนียมาก่อน บัดนี้มันลอยอยู่กลางมหาสมุทรเวิ้งว้าง โซดิแอคเองก็แปลกใจที่กระสุนจำนวนมหาศาลหลายร้อยล้านลูกไม่โดนชีริวแม้แต่นัดเดียว
 +
 +"ไม่อยากใช้ท่านี้เลยจริงๆ แต่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วละนะ"
 +
 +อีกาวิญญาณบินลงมาเกาะข้อมือชีริว แล้วเขาก็ระเบิดวิญญาณตัวเองออกมาเป็นสะเก็ดแสง อีกาสูบสะเก็ดแสงนั้นเข้าไป แล้วพ่นออกมาเป็นห้วงแสงมหึมายิ่งกว่าลูกที่ใช้ถล่มพระเจ้าสีดำ
 +
 +
 +"ท่านี้จะเอาพลังวิญญาณคูณกับค่าความหล่อออกมาเป็นพลังโจมตี แต่นี่มันอะไรกัน! ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าค่าความหล่อของข้าเป็นอนันต์! ดังนั้นความรุนแรงของการโจมตีครั้งนี้จึงไร้ขอบเขต!!"
 +
 +แล้วพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดใน[[จักรวาฬ]]ก็ถล่มโซดิแอคดับสูญไปพร้อมกับชีริว หลงเหลือไว้เพียงตำนานความหล่อเหลาอันดับหนึ่งในปฐพีของชีริว ผู้อยู่บนจุดเหนือสุดของความหล่อทั้งมวล
 +
 +เสียงปืนใหญ่ลำแสงถล่มดังไปถึงราซริล แต่ที่ดังกว่านั้นคือเสียงคนอ่านฟิคที่กำลังพากันโห่ไล่ไอ้คนแต่ง
 +
 +
 +หลังเจ้านายตายไปแล้วอีกาวิญญาณก็เป็นอิสระ มันจึงบินกลับนรกอเวจีไป และแล้วการต่อสู้ก็จบลงไปอีกคู่หนึ่ง...
---- ----

Revision as of 20:36, 21 มกราคม 2009

ความเดิมตอนที่แล้ว


--Shiryu 20:59, 18 มกราคม 2009 (ICT)


อาร์คโซลโดนชีริวอัดแบนแต๊ดแต๋

"ขอบทดีๆหน่อยเพ่ เห็นช่วงนี้ไม่เข้าบอร์ดแล้วตื้บกันแบบนี้เลยเรอะ? เดี๋ยวปั๊ดเข้าบอร์ดซะนี่!"

"สกิลของแกมันอะไรฟะ? ควบคุมความทรงจำเรอะ? ของแบบนั้นใช้สู้ได้ที่ไหนกัน"

"ที่สำคัญกว่านั้นคือมันใช้ได้กับคนๆเดียวและตอนนี้ถูกใช้อยู่ต่างหากเล่า ช่างเถอะ อย่างแกแค่อาวุธร้อยชิ้นในห้องนี้ก็พอสู้ไหว"

อาร์คโซลเรียกดาบ 7 เล่มออกมาหมุนรอบตัวอย่างเท่เหมือนพระเอก FFXIII versus แต่เห็นภาพ illust เต็มตัวแล้วจะเป็นลม อ้วนฉิบหาย สิ้นหวังแล้ว! โนมุระมันคืนฟอร์มตอนวาดภาพประกอบเกมบาวน์เซอร์แล้ว!

"ดาบที่1 ไลท์เซเบอร์ของซิท ย้าก!!" แต่ไฟบนดาบก็ดับไปเสียก่อนเนื่องจากอาร์คโซลไม่ยอมจ่ายค่าไฟ เขาจึงเปลี่ยนไปใช้ดาบอันต่อไป

"ดาบที่2 ซันเงสึ ปลดปล่อยสวัสดิกะ ห้วงเวลาจักพรรดิ!" อาร์คโซลมั่วชื่อท่าเพราะไม่เคยอ่านบลีช ทำให้ตาลุงซันเงสึงอน ก่อนจะหนีตามโยรุอิจิไป

"ดาบที่3 ฮารุซาเมะของโยแห่งชาหมอนคิง" ระบบแจ้งว่าพลังชาแมนของอาร์คโซลไม่พอ ไม่สามารถทำโอเวอร์โซลได้

"ดาบที่4 ดาบเบลมังของซิกฟรีด!" แต่อาร์คโซลหยิบมาผิด เผลอไปหยิบเอาซิกฟรีดมาแทน "มิน่าล่ะตอนออกจากบ้านถึงหนักๆชอบกล" แล้วเขาก็โยนซิกฟรีดทิ้งไป

"ดาบที่5-6 อีโต้ผ่ามังกรของเฮียกัซกับดาบผ่าทวารมหาเมพของอีค้าว ...ข้าถือไม่ไหว โยนทิ้งไปฮ่าๆๆๆ" แล้วจะนับรวมใน 7 เล่มไปทำไมครับพี่?

"ดาบที่7! ดาบตุ้งติ้งน้อยของข้าเอง ก๊ากกก!!!" อาร์คโซลรูดกางเกงลงมาจนสุดแล้วชักดาบอันตะหลิวติ๋วออกมา ชีริวต้องวิ่งเข้ามาเอาแว่นขยายส่องดูเพราะอยากจะรู้ว่ามันคืออะไร ก็พบหนอนชาเขียวเต้นฮูล่าด๊านซ์อยู่ เขาจึงเอาไม้ตีแมลงวันตีดาบหักไป เป๊าะ!


และแล้วดาบทั้ง 7 เล่มก็ถูกใช้จนหมดแต่ชีริวก็ไม่เกิดรอยแผลแม้เท่าแมวข่วน

"แฮ่ก แฮ่ก แกร้ายกาจมากจริงๆ"

"กุยังไม่ได้ทำไรเลย -*-"


แต่ก่อนชีริวจะได้ลงมือโจมตี ฝ้าปราสาทก็ถล่มลงมา แล้วเรนนี่ก็ลงจากหลังฟินิกซ์มาสมทบอาร์คโซล

"ท่านอาร์คโซล! ดีจังเลยที่ท่านอาร์คโซลปลอดภัย!"

"หึ! ข้าไม่ด่วนจากเจ้าไปอยู่แล้ว" พออยู่ต่อหน้าลูกน้องอาร์คโซลก็กลับมาเก๊กอีกครั้ง ทำให้ชีริวสงสัยว่าไอ้ตัวห่าที่เขาสู้ด้วยตะกี้มันเป็นใคร

"จะมาคนเดียวหรือสองคนก็ไม่ต่างกันหรอก พ่อค้าอาวุธกับนินจาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจอมโจรหรอกนะ"


"สามคนต่างหากเล่า!"


เด็กสาวคนนึงกระโดดลงมาจากเพดานหยุดยืนตรงหน้าชีริว อาร์คโซลไม่คุ้นหน้าเด็กคนนี้มาก่อนแต่ชีริวกลับรู้จักเป็นอย่างดี "เฮ้ย!!"


"อีนี่ใครอีกล่ะเนี่ย พวกเดียวกับเราเหรอ?"

"ใช่แล้วค่ะท่านอาร์คโซล เห็นแบบนี้ยัยนี่แหละแข็งแกร่งที่สุดในบรรดา GM ของโลกนี้ กระทืบมันให้มิดตีนเลยรีเซ่!!"


"ของมันแน่อยู่แล้ว!"


ตูม!!!!!


รีเซ่ระเบิดพลังขึ้นมาเกิดแรงอัดพัดปราสาทหมุนเป็นลูกข่างทอปแมน ซีกูลด์ใช้ความสามารถ Avartar จำลองข้อมูลเก่าของรีเซ่ออกมาเพื่อใช้ในศึกครั้งนี้ เพราะเขาคิดว่าไม่มีใครจะเหมาะแก่การกระทืบชีริวให้สมแค้นเท่ารีเซ่อีกแล้ว

"น่าดีใจอะไรแบบนี้! ไม่คิดว่าจะได้มาตัดสินกับแกที่นี่ ชีริว! แกทำลายหมู่บ้านชั้นในโลกเทอร่า แกทำลายโลกที่ชั้นตั้งใจจะสร้างขึ้นมาใหม่ แกฆ่าชั้น แกชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชั้น!!"


แล้วชีริวก็ระลึกชาติได้ถึงตอนที่พวกสาวกสายเลือดแท้ไล่กวาดต้อนผู้คนไปเข้ากองกำลังสมัยที่เพิ่งสร้างจักรวรรดิขึ้นใหม่ๆ

"นึกออกแล้ว ไอ้พวกจีโนมจากมหานครบรานบัล! ชินยะซังต้องยิงถล่มเมืองนั้นทิ้งเพราะพวกแกมันร้ายกาจสุดๆเลยฟ่ะ นี่ยังมีพวกมันเหลือรอดมายังโลกอื่นด้วยเรอะเนี่ย?"

"ชั้นกับพี่รูริตามหา True Treasure เพราะเชื่อว่าจะใช้มันฟื้นฟูเทอร่ากลับมาได้ แต่ตอนนี้เรื่องนั้นไม่สำคัญแล้ว อุซโซหรือแม้กระทั่งซึคาสะน่ะ เก่งกว่าพี่ชั้นซะอีก พอมีเพื่อนที่สามารถพึ่งพาได้ก็รู้ว่าเราไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป! คราวนี้ถึงตาแกเจ็บบ้างหละ!"


--Shiryu 16:25, 20 มกราคม 2009 (ICT)


รีเซ่แยกออกมา 99 ร่างตั้งแต่ต้นยก ล้อมห้องไว้ แล้วรุมยิงเวทถล่มชีริวที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลาง

ชีริวแยกร่างออกมายิงต้านบ้างแต่ไม่ทันการ โดนพลังเวทมหาศาลอัดจมดินไป


"ฮ่าๆๆ ที่ฝึกเป็นนักเวทเพื่อเพิ่มค่า MGC ไว้เล่นกับท่าแยกร่างนี่แหละ! แต่แกไม่จอดง่ายๆอย่างนี้ใช่มะชีริว?!"

แล้วก็จริงอย่างที่รีเซ่คิด ชีริวได้แยกร่างสำรองออกไปเป็นสิบล้อมอยู่วงนอกของรีเซ่อีกที ที่โดนยิงเมื่อครู่เป็นเพียงร่างแยกบางส่วนเท่านั้น แล้วชีริวก็ยิงอัดเข้ามาถล่มรีเซ่กลับ


แต่ร่างแยกแท้จริงของรีเซ่อยู่วงนอกจากกลุ่มร่างแยกของชีริวออกไปอีก แล้วรีเซ่ก็ยิงถล่มชีริวยับไปทั้งโขลงอีกรอบ...

แต่ร่างแยกที่แท้จริงของแท้จริงของชีริวก็อยู่วงนอกของร่างแยกของรีเซ่ที่แท้จริงไปอีก แล้วชีริวก็ยิงกลับมา

(อ่านข้างบนวนไปวนมาอีก 56 รอบ)

........


ปราสาทจักราศีกลายเป็นที่ราบ พร้อมเอาไปทำสนามบินไว้สำหรับให้ม็อบมาปิดล้อม

"ข...ข้าเพิ่งจะผ่อนหมดไปเมื่อเดือนที่แล้วแท้ๆ คิดว่าหลังเกษียณจะได้นอนกินบำนาญสบายๆต้องมาหาเงินซื้อบ้านใหม่อีกโอย... แล้วแบบนี้อั๊วะจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลบอนไซ... ไหนจะต้องส่งหลานเข้าเรียนหนังสืออีก..."

อาร์คโซลพร่ำเพ้อปล่อยพลังตาลุงออกมามหาศาลจนเรนนี่ตัวสั่น

"อ่า ท่านอาร์คโซลคะ เราก็เข้าไปช่วยรีเซ่สู้อีกแรงดีกว่านะ"

"เธออยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันเข้าไปจัดการเอง"

"เห?"

"เรียกการ์เดี้ยนฟอร์ซซะ ถ้าเป็นตรงนี้ยังไงก็เรียกเจ้านั่นออกมาได้แน่ๆ ต้องเดิมพันกันหน่อยละ ใช้เวททั้งหมดเปิดประตูบานที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้จะทำได้น่ะ ใช้เวลานานมะ?"

"6 นาทีค่ะ เพราะเลเวลเพิ่มแบบพุ่งมากเกินไป พลังเวทเลยเกินระดับที่ฝึกไว้ไปเยอะ ถ้าฝึกมามากกว่านี้คงใช้เวลาน้อยกว่านี้"

"งั้นฉันจะถ่วงเวลามันให้ได้หกนาที"


"แกใช้สกิลของคนอื่นได้แค่ 70% ใช่มะชีริว?" รีเซ่ที่แยกร่างออกมาได้มากกว่าชีริวเริ่มจับไต๋ได้

"รู้ด้วยรึ แต่จำนวนสกิลที่มากกว่าทำให้ข้าไม่เคยเสียเปรียบใคร"

ชีริวยิงใยแมงมุมเหล็ก (ชิงมาจากสไปเดอร์แมนที่นิวยอร์ค) ตรึงร่างแยกของรีเซ่เป็นสิบๆตัวไว้กับกำแพง แล้วหันกลับมาเอา จรวดนำวิถี (ได้มาจากไดรฟ์แมนที่พันธรัฐ X) ยิงถล่มร่างแยกที่เหลือหายไปทีละตัวๆ

"หวา!"

"หึหึหึ สุดท้ายก็แพ้เหมือนเดิม พวกจีโนมมันมีชะตากรรมที่จะต้องถูกคนจากจักรวรรดิฆ่าทิ้งไม่เปลี่ยนแปลง"

แต่ก่อนจะลงมือปิดฉาก อาร์คโซลก็เข้ามาฟาดคลื่นกากบาทใส่ด้านหลังซะก่อน ชีริวขาดออกเป็นสี่ส่วน ซึ่งแต่ละส่วนล้วนหล่อเหลา น่าเสียดายที่เป็นแค่ร่างปลอม

ชีริวตัวจริงโผล่มาพ่นระเบิดลงกลางหัว แต่อาร์คโซลก็หมุนดาบคู่เป่าไอระเบิดลอยออกทะเลไป

"ร้ายกาจ ร้ายกาจ"

"ถ้าไม่เก่งก็เป็นหัวหน้าเรเนอเกดไม่ได้หรอกนะ ...ติดตั้งอาวุธ!"

  • Right Hand: Juppon Katana (พลังโจมตี 79)
  • Left Hand: Dark Asura (พลังโจมตี 85)

อาร์คโซลสามารถติดตั้งอาวุธอะไรก็ได้ที่แขนทั้งสองข้าง ซึ่งพลังโจมตีจะเพิ่มจากการถืออาวุธสองชิ้น ดูยังไงก็กบฏ FFVI ชัดๆ หลังติดดาบที่มีพลังโจมตีมหาศาล เขาก็หมุนดาบสร้างบรรยากาศปั่นป่วน ฉีกใยแมงมุมที่ตรึงร่างรีเซ่อยู่ออก

"มาใช้ท่าประสานกันรีเซ่!!"


รีเซ่กระโดดเข้ามาทันที แต่ไม่รู้ว่าจะให้เป็นท่าประสานยังไงเพราะไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน


....จึงกลายเป็นอาร์คโซลถือรีเซ่ไว้ในมือขวา

  • Right Hand: Raise (พลังโจมตี 101)
  • Left Hand: Dark Asura (พลังโจมตี 85)


รีเซ่โทรศัพท์หาพี่สาวทันที "เฮ้ยๆ ชั้นโดนชายชั่วหิ้วกลับบ้านว่ะ พี่มีประสบการณ์มั่งมะ? แนะนำหน่อยดิ"

เสียงปลายสายของรูริตอบกลับมา "ก็บอกเขาไปซิว่าจริงๆแล้วเธอเป็นสาวดุ้นน่ะ"

รีเซ่เขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งทันใด


"วะฮ่าๆๆๆ พลังโจมตีสุดยอดไปเลยเฟ้ยรีเซ่! รู้งี้จับเธอมาถือแทนดาบตั้งนานแล้ว!" <<ส่วนไอ้บ้านี่สนใจแต่เรื่องต่อสู้อย่างเดียว

พลังโจมตีของอาร์คโซลตอนนี้มากกว่าชีริว พอเห็นท่าจะแย่ชีริวก็ตัดสินใจกระโดดเข้ามาให้อาร์คโซลถือในมือซ้ายทันที

  • Right Hand: Raise (พลังโจมตี 101)
  • Left Hand: Shiryu (พลังโจมตี 125)


..........-__- รีเซ่ทำหน้าแบบบายน

"ส...เสร็จกัน! แบบนี้เราก็โจมตีมันไม่ได้น่ะสิ!"

"หึหึ ฮ่าฮ่าฮ่า ถูกต้อง ในเมื่อข้ากลายเป็นดาบของเจ้าไปแล้วเจ้าก็ไม่สามารถทำอะไรข้าได้"

"เทคนิคการต่อสู้ของมันร้ายกาจสุดๆ!! สมแล้วที่เป็นสุดยอดผู้ยืนอยู่สูงสุดในบรรดาจอมโจรทั้งมวล!!"

แต่รีเซ่ไม่เห็นด้วยกับความคิดเช่นนั้น ด้วยมุมมองอย่างปราศจากอคติแล้วเธอเห็นว่าการต่อสู้นี้ปัญญาอ่อนบัดซบ


เมื่อคิดได้แบบนี้รีเซ่ก็แยกร่างหลุดออกจากมือมาตบกบาลอาร์คโซลสลบไป โพละ! ....แหงก....

แล้วรีเซ่ก็พุ่งเข้าไปหาชีริวต่อพร้อมปิดฉากด้วยท่าไม้ตาย "Catastrophe ย้าก!!!"

แต่ชีริวหลบได้แล้วใช้ความเร็วที่เหนือชั้นกว่าเข้าประชิด

"มันเร็วกว่าช้านได้ไงฟระ!!"

"แค่สกิล True Divine Speed อ่ะจ้ะ แหมๆใครจะไปเร็วสู้หนูได้ล่ะ หืม?"

แล้วชีริวก็งับหูรีเซ่จนอ่อนระทวยล้มพับไป "อ้า~~ ..... อูวววว.....~!"


"เฮ้ย อีกคนที่ไม่ได้เข้ามาสู้น่ะ เตรียมทำอะไรแผลงๆอยู่ใช่มะ?" หลังอาร์คโซลและรีเซ่ฟุบลงไปแล้ว ชีริวก็หันไปหาเรนนี่ที่กำลังร่ายเวทเปิดประตูมิติอยู่

ตอนนี้เหลืออีกเพียงสองนาที ถึงจะรู้ว่าชีริวกำลังจะเข้ามาโจมตีแต่เรนนี่ก็ไม่ยอมหยุดร่ายเวท


หลาวอันเขื่องพุ่งมาจากด้านหลัง แต่ชีริวเอี้ยวตัวหลบได้

"อย่ายุ่งกับเรนนี่! คู่ต่อสู้ของแกคือข้าต่างหาก!"

อาร์คโซลลุกยืนขึ้นมาอีกครั้ง

"หึ จะเข้ามาสู้อีกซักกี่ครั้งแกก็ไม่มีวันเอาชนะข้าได้อยู่ดี"

"ประทานโทษครับ หันขึ้นไปอ่านข้างบนมั่ง ตูยังไม่ได้สู้ซักยกเลยว้อยย! ไอ้คนแต่งมันให้ตูออกมาเล่นระบำลิงอย่างเดียวเลย -*-"

อาร์คโซลฮึดเตรียมตัวเอาจริง ส่วนเรนนี่นั้นโดนหลาวที่อาร์คโซลเขวี้ยงมาเมื่อครู่เสียบเข้า หัวทะลุเลือดพุ่งโจ๊กๆ แต่ก็ยังคงร่ายเวทไม่หยุด

"อุ๋ย โทษทีจ้า ไม่คิดว่าชีริวมันจะหลบ เดี๋ยวสู้เสร็จจะทายาแดงให้นะ"

"ไม่เป็นไรค่า ท่านอาร์คโซลสู้ให้เต็มที่เลยค่า ศรีทนได้ TvT"


--Shiryu 20:36, 21 มกราคม 2009 (ICT)


แล้วการต่อสู้ของชีริวกับอาร์คโซลก็เริ่มต้นขึ้น...

"ก่อนจะเริ่มน่ะขอเล่าอะไรสนุกๆให้ฟังหน่อยนะ ข้ามีสกิลหนึ่งที่ใช้สำหรับอ่านความทรงจำ..."

อาร์คโซลไม่ค่อยไว้ใจว่าหนนี้จะโดนหลอกอะไรอีก แต่เห็นว่าฟรีเลยยอมฟัง

"ที่เรนนี่ยอมติดตามอาร์คโซลมาตลอด และเชื่อในตัวหมอนี่หมดใจขนาดที่ยอมให้ใส่ความทรงจำเข้ามามันคงจะมีเหตุผลสินะ"

"................."

"ไม่ต้องเล่าก็ได้ จากการอ่านความทรงจำเมื่อครู่ข้าเห็นหมดแล้ว เมื่อ 5 ปีก่อน หมู่บ้านนินจาของเธอถูกเรเนอเกดทำลาย เพราะหมู่บ้านนั้นเป็นเป้าหมายการล่าของเรเนเกดในยุคนั้น แต่อาร์คโซลที่แวะมาพักที่หมู่บ้านตอนนั้นขอให้ไว้ชีวิตเธอ โดยเขาจะยอมเข้าร่วมเรเนอเกดและจะล่าค่าหัวให้ได้ 500 ล้านเบรี เพื่อซื้อหมู่บ้านคืน หลังจากหัวหน้าเรเนอเกดคนเก่าตาย อาร์คโซลที่เก่งกาจที่สุดก็ขึ้นเป็นหัวหน้าแทนตามกลไกของกลุ่ม เขาสามารถไถ่หมู่บ้านได้สำเร็จและเรนนี่ก็ยอมเข้าร่วมเรเนอเกดเพื่อติดตามเขาตั้งแต่นั้นมา..."

ชีริวสรุปชีวประวัติเรนนี่ให้ฟังภายในสามบรรทัด

"ก็ถูกแล้วไง เพราะงั้นแหละ ไม่ว่าจะยังไงชั้นก็จะสู้เพื่อท่านอาร์คโซล!"

"งั้นจะเสียมารยาทไหมถ้าจะขอบอกว่านั่นเป็นแค่ความทรงจำปลอมที่อาร์คโซลใส่เข้าไปในหัวเธอ"

"หือ?"

".......อย่าไปฟังมัน เรนนี่"

ชีริวเล่าต่อ

"ดูจากความทรงจำที่แท้จริงของเธอแล้วไม่มีเรื่องเหตุการณ์ที่ว่านั่นซักนิด"

"แล้วจะรู้ได้ไงว่าแกไม่โกหก!"

"คิดดูดีๆสิ อาร์คโซลใส่ความทรงจำที่เขาเป็นคนช่วยเธอเข้ามาตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน แล้วพาเธอออกเดินทางจากหมู่บ้านมา เพราะหมอนี่เห็นศักยภาพในการเป็นผู้อัญเชิญของเธอ แล้วมันก็เข้าแผนที่เจ้านี่จะใส่ความทรงจำของซึคาสะเข้ามาเพื่อให้เธอกลายเป็นซัมมอนเนอร์เต็มรูปแบบ" แล้วชีริวก็เล่าถึงความจริงที่ทำให้เรนนี่ตะลึง "สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆก็คือหมอนี่เป็นสมาชิกเรเนอเกดตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เมื่อมันค้นพบเธอที่มีพลังความสามารถในการอัญเชิญ มันก็ติดต่อให้เรเนอเกดมาทำลายหมู่บ้านของเธอซะ แล้วเอาเธอมาเป็นพวก"

"........................." เรนนี่พูดไม่ออก

"เพราะต้องใช้สกิลควบคุมเธอมาตลอดห้าปี ทำให้หมอนั่นไม่สามารถควบคุมความทรงจำของคนอื่นได้อีกแล้ว ไม่งั้นสกิลคุมความทรงจำก็ร้ายกาจเหมือนกันนะ"

เรนนี่หันไปหาอาร์คโซล "ท่านอาร์คโซล ....บอกซิว่ามันโกหก ถ้าท่านแค่พูดว่าท่านเคยช่วยข้าไว้จริงๆข้าก็จะเชื่อ"


อาร์คโซลรวบรวมความกล้าเพื่อยืนยันกับเรนนี่ว่าเขาเคยช่วยเธอไว้จริงๆ เขาพยายามยิ้มด้วยสีหน้าที่อ่อนโยนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อทำให้เธอเชื่อมั่นในความทรงจำที่มี




........


ภาพ:Arksmile.jpg


ภาพ:Onion052.gif ......เรนนี่ทรุดลงไปทันที เวทที่ร่ายไปขาดตอนสะบั้น ทั้งที่เหลืออีกแค่นิดเดียวก็จะเปิดประตูมิติสำเร็จแล้วแท้ๆ

"สิ้นหวังแล้ว! หมดหนทางเอาชนะมันได้แล้ว!!"

ชีริวโจมตีใส่อาร์คโซลด้วยความเร็วสูง จนอาวุธนับร้อยชิ้นของอาร์คโซลที่อยู่ในห้องแตกกระจุยไปในพริบตา แต่ก่อนจะได้โจมตีซ้ำรีเซ่ก็พุ่งเข้าใส่

ชีริวคว้าคอรีเซ่ไว้ได้ แต่เธอก็แยกร่างออกมาแล้วระเบิดร่างที่ชีริวจับอยู่ทิ้ง จากจังหวะชะงักชั่วพริบตารีเซ่ก็ก้าวเสตปตามตำแหน่ง Sephiroth ทั้ง 10 ในพระคัมภีร์ทันที


"Heaven Destroyer!!!"


รีเซ่ระเบิดท่าไม้ตายฉีกสวรรค์ที่ใช้ถล่มสองโซลเยอร์ยับเยินมาแล้วในสงครามเอาท์แลนด์ออกมาอีกหน อัดชีริวเข้าจังๆลอยขึ้นไปบนอากาศ "อ๊าก!!"

อาร์คโซลตามขึ้นไปเผด็จศึกด้วยท่า Lionheart กระบวนดาบไร้จุดสิ้นสุดไม่เปิดจังหวะให้ใช้สกิลตอบโต้


แล้วชีริวก็ตกสู่พื้นโลกเกิดหลุมอุกาบาตใหญ่เท่าสนามราชมังคลา (บรรจุเสื้อแดงได้หนึ่งแสนคน) แต่สักพักชีริวก็แร่ดออกมาจากหลุมได้ "หึหึหึ สกิลหน้าทนในตำนานก็อยู่ในคอลเลคชั่นสกิลของข้า (อ่า อย่าไปสนเลย) ว่าแต่อาวุธของแกถูกทำลายไปหมดแล้วไม่ใช่เรอะ?!"

อาร์คโซลชูดาบเล่มที่ใช้ฟาดกบาลชีริวเมื่อตะกี้ขึ้นมา "นี่คือคุซานางิโนะซุรุกิ (ดาบหมอกสวรรค์) สุดยอดดาบที่เหนือกว่าอาวุธใดๆทั้งหมดที่ข้ามีในครอบครองตลอดชีวิตการเป็นพ่อค้าอาวุธ และข้าก็ฝากไว้กับเรนนี่ เพราะข้าเชื่อมั่นว่าถึงจะเป็นคราวคับขันที่สุดเธอก็ยังอยู่ข้างกายข้า"


"โกหกอีกแล้วเหรอ?" เรนนี่เงยหน้าขึ้นถาม

"เออ โกหก คำพูดเน่าๆตะกี้ลืมๆไปซะ"

อาร์คโซลกับรีเซ่เข้าไปลุยกับชีริวอีกหน การต่อสู้ต่อเนื่องยาวนานเหมือนไม่มีฝั่งไหนจะเพลี่ยงพล้ำไปง่ายๆ


แล้วพระอาทิตย์ก็หายไป

"สู้จนค่ำเลยเรอะเนี่ย ข้าต้องรีบกลับบ้านไปดูสะเก็ดข่าวนะ รีบๆแพ้ไปซะที"

"ใช่ซะที่ไหนเล่า พระอาทิตย์โดนไอ้ตัวประหลาดยักษ์นั่นมายืนบังตะหาก" อาร์คโซลชี้ให้ชีริวดูเงาตะคุ่มๆขนาดใหญ่เท่าตึกเอ็มไพร์สเตทซ้อนกันสามตึก

"อ้อ แค่นั้นเองเรอะ งั้นก็ดีไป ........ไม่ใช่แล้วว้อย!!! นั่นมันอะไรฟร้า!!!"


สัตว์อสูรขนาดมหึมาที่สุดเท่าที่ชีริวเคยเห็นตั้งแต่เกิดมาบนโลกนี้เป็นเวลา 18 ปีปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของปราสาทจักราศี มันคือโซดิแอค! ในที่สุดประตูมิติก็ถูกเปิดออก เรนนี่อัญเชิญสุดยอดของสัตว์อสูรผู้อยู่เหนือสัตว์อสูรทั้งมวลเท่าที่เหลืออยู่ในมิตินี้ออกมาได้สำเร็จ

การ์เดี้ยนโซดิแอคชูคอขึ้นไปถึงอวกาศ แขนจำนวนมหาศาลของมันโบกไหวตัดท้องฟ้าจนเกิดโซนิคจำนวนมาก มันร้องออกมายาวๆด้วยเสียงแหบต่ำจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนจะกลืนพระจันทร์ลงไปเป็นพลังงาน

"อะไรว้า!! นี่เพิ่งไม่ถึงนาทีเลยนะ! ทำไมเปิดประตูมิติได้แล้วล่ะ!!!"


เรนนี่ก้าวออกมาจากฝุ่นควันที่ฟุ้งตลบเนื่องจากพายุรุนแรงที่เกิดจากความแปรปรวนอากาศเหนือหลุมมิติ

"ไม่สำคัญแล้วว่าอะไรคือความจริง สิ่งที่มีค่าที่สุดของชั้นคือความทรงจำที่อบอุ่นอันนั้น ชั้นตัดสินใจแล้วว่าจะสู้เพื่อท่านอาร์คโซลตลอดไป"

"โดนเขาหลอกยังจะทำพูดดีอีก ยัยโง่เอ๊ย! ปิดประตูมิติไปซะ!!" ด้วยพลังที่เหลือน้อยเต็มทน ชีริวรู้ดีว่าไม่มีทางรอดจากการโจมตีของอสูรระดับโซดิแอคได้แน่นอน

"โง่ก็โง่สิ ถ้าความฝันมันทำให้มีความสุขฉันก็ขอเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับความฝัน"


ปราสาทจักราศีเป็นที่ๆโซดิแอคหลับใหลมาหลายร้อยปี ด้วยเหตุนี้จึงตั้งชื่อปราสาทแห่งนี้ตามชื่อของมัน อาร์คโซลซื้อปราสาทแห่งนี้ด้วยเงินจำนวนมหาศาลเกือบพันล้านพ็อชเพื่อครอบครองสุดยอดอสูรของโลก และวันนี้ในที่สุดทั้งอสูรโซดิแอคและนักอัญเชิญเรนนี่ที่เขาครอบครองมาเป็นเวลานานก็ได้แสดงพลังออกมา

"ที่จริงฉันก็หลอกใช้เธอจริงๆนั่นแหละเรนนี่"

"รู้แล้วหละน่า"

"...แต่ที่บอกว่าเธอเป็นคนเดียวที่จะอยู่เคียงข้างฉันจนถึงที่สุดน่ะ ฉันเชื่อแบบนั้นจริงๆนะ"

"อย่ามัวมาพูดเรื่องไร้สาระอยู่เลย รีบๆเข้าหลุมมิติมาซะ ไอ้หัวหน้าบ้า โซดิแอคจะเริ่มยิงแล้วนะ" เรนนี่ถีบอาร์คโซลลงหลุมมิติ แล้วเธอและรีเซ่ก็กระโดดตามลงมา ทั้งสามหลบหนีออกจากพื้นที่ไปอย่างปลอดภัย


โซดิแอคส่งเสียงครวญครางออกมายาวต่อเนื่อง เสียงเริ่มเปลี่ยนโทนสูงขึ้นเรื่อยๆ

ฮูมมมม..... ฮู..........


ฮืออออออ......................


กรอออออ............................ กรออออออออออออออ......



หวี่.. วี... วี....




วรี้.........................






วรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!


ชีริวรู้ดีว่าฉวยโอกาสอัดมันยังไงก็เอาโคตรอสูรตัวนี้ไม่ลงแน่นอน เลยยืนดูเอฟเฟคอลังการของมนต์อสูรให้ชื่นใจก่อนตาย โซดิแอคยิงฝนพลาสม่านับล้านลูกลงมาจากอวกาศ ถล่มพื้นที่ตะวันออกของฮาร์โมเนียจนพังยับเยินกลายเป็นมหาสมุทร แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่ามันจะหยุดยิง พลาสม่าจำนวนมหาศาลถล่มลงมาไม่สิ้นสุดจนแกนโลกเริ่มเอียงไปข้างหนึ่ง เกิดซึนามิไปถึงชายฝั่งอาเมส เมฆหมอกฝนฟ้าพายุพัดอย่างรุนแรงไปทั่วทั้งโลก กรุงเทพตอนเช้ามีอุณหภูมิ 16 องศา

อัลกอร์ออกมาประกาศว่าภัยธรรมชาติครั้งนี้เกิดจากการเผาไหม้ภาคอุตสาหกรรมเพื่อโจมตีรัฐบาลทุนนิยมทันที "เห็นมั้ย! นี่แหละภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์! ผมจะนำเรื่องนี้ไปผนวกใน The Unconventional Truth เพื่อใช้หาเสียงต่อไป!!" ตู้ม!! อัลกอร์โดนพลาสม่าตกใส่กบาลแบนแต๊ดแต๋จมลงสู่ใจกลางโลกไป


ชีริวยืนอยู่บนเศษแผ่นดินที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของฮาร์โมเนียมาก่อน บัดนี้มันลอยอยู่กลางมหาสมุทรเวิ้งว้าง โซดิแอคเองก็แปลกใจที่กระสุนจำนวนมหาศาลหลายร้อยล้านลูกไม่โดนชีริวแม้แต่นัดเดียว

"ไม่อยากใช้ท่านี้เลยจริงๆ แต่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วละนะ"

อีกาวิญญาณบินลงมาเกาะข้อมือชีริว แล้วเขาก็ระเบิดวิญญาณตัวเองออกมาเป็นสะเก็ดแสง อีกาสูบสะเก็ดแสงนั้นเข้าไป แล้วพ่นออกมาเป็นห้วงแสงมหึมายิ่งกว่าลูกที่ใช้ถล่มพระเจ้าสีดำ


"ท่านี้จะเอาพลังวิญญาณคูณกับค่าความหล่อออกมาเป็นพลังโจมตี แต่นี่มันอะไรกัน! ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าค่าความหล่อของข้าเป็นอนันต์! ดังนั้นความรุนแรงของการโจมตีครั้งนี้จึงไร้ขอบเขต!!"

แล้วพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดในจักรวาฬก็ถล่มโซดิแอคดับสูญไปพร้อมกับชีริว หลงเหลือไว้เพียงตำนานความหล่อเหลาอันดับหนึ่งในปฐพีของชีริว ผู้อยู่บนจุดเหนือสุดของความหล่อทั้งมวล

เสียงปืนใหญ่ลำแสงถล่มดังไปถึงราซริล แต่ที่ดังกว่านั้นคือเสียงคนอ่านฟิคที่กำลังพากันโห่ไล่ไอ้คนแต่ง


หลังเจ้านายตายไปแล้วอีกาวิญญาณก็เป็นอิสระ มันจึงบินกลับนรกอเวจีไป และแล้วการต่อสู้ก็จบลงไปอีกคู่หนึ่ง...


Personal tools