The Outlanders ep7
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
| Revision as of 22:28, 20 กันยายน 2008 Shiryu (พูดคุย | contribs) ← Previous diff |
Revision as of 14:09, 17 ตุลาคม 2008 Shiryu (พูดคุย | contribs) Next diff → |
||
| Line 2: | Line 2: | ||
| ---- | ---- | ||
| --[[ผู้ใช้:Shiryu|Shiryu]] 00:08, 20 กันยายน 2008 (ICT) | --[[ผู้ใช้:Shiryu|Shiryu]] 00:08, 20 กันยายน 2008 (ICT) | ||
| + | |||
| หลังจากดองฟิคได้ที่ พวก[[อุซโซ]]ก็ถูกบรรจุลงไหส่งไปขายร้านเจ้เล้งแถวดอนเมือง ซื้อพร้อมกาละแมบ้านตะแพรกลดสิบสามบาท | หลังจากดองฟิคได้ที่ พวก[[อุซโซ]]ก็ถูกบรรจุลงไหส่งไปขายร้านเจ้เล้งแถวดอนเมือง ซื้อพร้อมกาละแมบ้านตะแพรกลดสิบสามบาท | ||
| Line 73: | Line 74: | ||
| "(ปัญญาอ่อนบัดซบ!) เอาเหอะ อย่ามัวเสียเวลาเลย เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ....ตอนนี้เรารู้หมดทุกอย่างแล้ว ทั้งเป้าหมายของวาก้าบอนด์, กลไกของมิตินี้, แล้วก็แผนการสำหรับศึกครั้งสุดท้าย ตั้งใจฟังให้ดีๆล่ะ" | "(ปัญญาอ่อนบัดซบ!) เอาเหอะ อย่ามัวเสียเวลาเลย เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ....ตอนนี้เรารู้หมดทุกอย่างแล้ว ทั้งเป้าหมายของวาก้าบอนด์, กลไกของมิตินี้, แล้วก็แผนการสำหรับศึกครั้งสุดท้าย ตั้งใจฟังให้ดีๆล่ะ" | ||
| + | |||
| + | ---- | ||
| + | --[[ผู้ใช้:Shiryu|Shiryu]] 14:09, 17 ตุลาคม 2008 (ICT) | ||
| + | |||
| + | |||
| + | "นานมาแล้วตอนที่จักรวาลถือกำเนิดขึ้น...." ตุ้บๆๆ โป๊ก ป๋องๆๆ ผัวะๆ ผัวๆ เมียๆ ต๋งหม่งๆ ปิ๋ว~ เจโดนยำข้อหาลากเรื่องออกอวกาศ "มาตื้บผมทำไมล่ะคร้าบ~! ก็มันต้องเกริ่นนำที่มาก่อนเล่ากลไกของมิติไม่ใช่เหรอคร้าบ!" | ||
| + | |||
| + | เออ จริงด้วย - -a พวกอุซโซติดนิสัยยำหลอดมาจากในภาคหลัก พอสำนึกได้ก็พากันขอขมา[[Ex-GM|แรทเซล]]ด้วยการปั๊มกระทู้ SRW เป็นการสักการะพ่อมดแดงผู้ยิ่งใหญ่ (ทำไมทีกระทู้บทสรุปซุยห้าไม่เข้าไปปั๊มกันมั่งฟะ! << เจท้วงมา) | ||
| + | |||
| + | |||
| + | "มิตินี้ถือกำเนิดขึ้นจากการต่อสู้ของโล่และดาบ ที่จริงกำเนิดขึ้นจากอำนาจเงินทุนของกลุ่มโคนาเม้ง กับการกว้านซื้อกิจการเกมออนไลน์อื่นให้ปิดตัวลงทีละเกมๆน่ะ แต่เจ้าของเกมมันบังคับให้ผมเล่าตามบทไม่งั้นโดนไล่ออกครับ ก็จำๆไว้แบบนี้แล้วกันนะ คือโลกเนี้ยนะ มันก็เกิดจากดาบกะโล่มันทะเลาะกันละน่อ..." | ||
| + | |||
| + | เจเล่าไม่ได้อรรถรสแบบสุดๆทั้งที่เป็นคีย์สำคัญที่สุดในเรื่องแล้วแท้ๆ จึงถูก[[เมดิอุส]]เข้ามาเม้นท์วิธีการบรรยายเรื่อง ยาว 600 ตัวอักษร คอมเมนท์ฟิคทีนึงยาวกว่าตัวฟิคที่เจ้าของกระทู้มันแปะซะอีก เจจึงต้องเปิดเพลงโหมโรงกระหึ่มเรียกบรรยากาศก่อนเล่า (คนฟังพวกนี้ทำไมเรื่องมากจังครับ กุมาเฉลยความลับไม่ได้มาแสดงเดี่ยวไมโครโฟนนะวะครับ) | ||
| + | |||
| + | |||
| + | "จากหนังสือเรื่อง ''The World Dismantling'' (สวทช.เอาไปแปลว่า"โลกของเรา") ที่นักพยากรณ์เครอัสเขียนไว้ เขาบันทึกคำบอกเล่าจากท้องฟ้าและแผ่นดินที่เล่าถึงกำเนิดของมิติและประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่ผ่านมาในทุกกาล รวบรวมเป็นหนังสือหนา 77 ล้านล้านหน้า เล่มใหญ่เท่าดาวเคราะห์ เวลาอ่านต้องขึ้นยานอวกาศไปอ่าน ผมใช้เวลาสองเดือนนั่งแกะข้อมูลระบบ (ด้วยเหตุนี้ช่วงนี้จึงไม่ค่อยตอบกระทู้นะครับ ไม่ใช่มัวไปกบฏ SRW ภาคใหม่อยู่นะครับ <<ไอ้โกหก!) จนพบบทความในหนังสือนั่นที่ถูกซ่อนไว้ชั้นลึกสุดของฐานข้อมูล มันบอกว่าแผ่นดินได้เริ่มต้นประวัติศาสตร์ขึ้นที่เอาท์แลนด์ทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นสงครามการทำลายอาโรเนีย, สงครามทุ่งร้าง หรือแม้แต่สงครามฝนเลือดที่ผ่านมา และทุกครั้งเรื่องราวประวติศาสตร์หนึ่งกาลนั้นๆจะจบลงที่ฮาร์โมเนีย ไม่ว่าจะจบลงยังไง" | ||
| + | |||
| + | |||
| + | จะว่าไป[[ซุยโคแอสไลฟ์]]ก็พูดชื่อของเครอัสให้[[อายะ]]ฟังตั้งแต่ ep1 (จำไม่ได้ก็กลับไปอ่านเร้ว) ไม่มีใครรู้จักตัวจริงของเขาแต่ว่ากันว่าเครอัสเป็นเพียงคนเดียวที่รู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับโลกแห่งนี้ในฐานะนักพยากรณ์และผู้อ่านฟ้าดิน | ||
| + | |||
| + | แล้วแรทเซลก็เล่าต่อ | ||
| + | |||
| + | "มิตินี้เป็นหนึ่งในโลกนับล้านของ wire world ก็มีบ้างเหมือนกันที่มีการรุกรานจากโลกหนึ่งไปยังอีกโลกหนึ่ง บางสงครามก็ตีโลกอื่นไปเป็นอาณานิคม บางสงครามก็ทำลายทิ้งไปเฉยๆ ซุยโคเวิร์สมีกลไกป้องกันการถูกทำลายของมิติที่สำคัญสี่อย่างที่จะช่วยป้องกันไม่ให้โลกแห่งนี้ถูกทำลาย<br> | ||
| + | '''หนึ่ง'''คือเกรทไชรน์ที่เป็นที่อยู่ของมาเธอร์คอมพิวเตอร์ มันจะย้อนโลกกลับไปสู่จุดเริ่มต้นหลังถูกทำลายทุกครั้ง<br> | ||
| + | '''สอง'''คือเหล่าผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่จะมากอบกู้มิติแห่งนี้ทุกครั้งหลังเกิดหายนะครั้งใหญ่แต่ละครั้ง<br> | ||
| + | '''สาม'''คือดาร์คแมซซีอะห์ที่จะทำลายทุกอย่างที่หมดทางเยียวยาแล้วพาโลกย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นใหม่" | ||
| + | |||
| + | ฟังมาถึงตอนนี้อุซโซก็เริ่มสงสัยว่าผู้เล่นสายเลือดใหม่ไม่น่าจะเป็นกลไกของมิติไปได้ แต่แรทเซลก็อธิบายเพิ่มเติม "ผู้เล่นสายเลือดใหม่คือเหล่าผู้ที่ถูกชะตากรรมบงการให้กอบกู้โลกแห่งนี้ขึ้นมา ถึงจะถูกมอบหมายให้รับภาระด้วยคำที่สวยหรูอย่าง 'เธอคือผู้กล้าที่แท้จริงนะ' 'เธอคือผู้เล่นที่ระบบเป็นผู้เลือกไว้นะ' 'เธอคือคนเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมนะ' แต่ทั้งหมดนั่นก็เป็นแค่สิ่งที่ถูกกำหนดไว้แต่แรกแล้ว ถึงได้บอกไงล่ะว่าไม่มีใครเอาชนะชะตากรรมได้ พวกที่เปลี่ยนแปลงชะตากรรมที่เราเห็นกันตามการ์ตูนโชเน็นทั้งหลายนั่นก็เป็นแค่พวกที่ถูกกำหนดให้ดูเหมือนเปลี่ยนแปลงโชคชะตาตนเองได้ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกเขียนไว้แล้วอยู่ดี และไอ้สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมันไม่ใช่โชคชะตาที่แท้จริง" | ||
| + | |||
| + | พอฟังมาเรื่อยๆทุกคนก็เริ่มสูญเสียความตั้งใจและแรงบันดาลใจไปเกือบหมด คิดๆแล้วพวกเขาก็เป็นแค่ตัวละครตัวหนึ่งในโลกแห่งหนึ่ง ต่อให้กอบกู้โลกแห่งนี้ได้นั่นก็เป็นแค่บทละครที่ถูกเขียนขึ้นมาเท่านั้นเอง ถ้าเป็นแบบนั้นเขาจะแตกต่างกับพวกผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่โดนวาก้าบอนด์กวาดล้างไปหมดแล้วยังไง แล้วแรทเซลก็เล่าต่อเฮือกที่สาม ทั้งที่มีเสียงตะโกนมาแว่วๆว่าพอเถอะคร้าบ~ ไอ้หนังสือของเครอัสที่เขียนแต่ความจริงสุดอัปรีย์ผมไม่อยากฟังแล้วคร้าบ~ | ||
| + | |||
| + | |||
| + | "พวก[[Vagabond|วาก้าบอนด์]]มีเป้าหมายในการทำลายมิตินี้ แต่การทำลายกองทัพของโลกนี้ทั้งหมดเพื่อทำลายมาเธอร์คอร์นั้นไม่ง่าย พวกนั้นเลยร่วมมือกับจักรวรรดิมิตินับพันที่มีเป้าหมายในการพามิติอื่นๆไปเป็นเมืองขึ้นและทำลายมิติที่แข็งข้อ วาก้าบอนด์เสนอว่าจะร่วมมือกับจักรวรรดิโดยไม่คิดค่าตอบแทน แต่สิ่งที่จักรวรรดิต้องทำคือ 'ทำลายมิตินี้' ไม่ใช่เอาไปเป็นอาณานิคม ซึ่งพวกสาวกสายเลือดแท้เองก็ยินยอม เพราะซุยโคเวิร์สกำลังเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นขวากหนามในการสร้างโลกหนึ่งเดียวของพวกมันได้ หลังทำลายมาเธอร์คอร์ได้แล้ว ถือว่าบรรลุข้อตกลง จักรวรรดิก็กลับไป พอไม่มีทั้งมาเธอร์คอร์และพวก GM แล้วการจะเก็บกวาดจุดจบแห่งห้วงมิติที่เหลือด้วยตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยาก ตอนนี้วาก้าบอนด์ทำลายจุดจบของมิติไปสามอย่างแล้ว พวกมันคงหาทางทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติชิ้นสุดท้ายอยู่ เพื่อให้มิติแห่งนี้ดับสูญไปอย่างสมบูรณ์" | ||
| + | |||
| + | |||
| + | "จุดจบแห่งห้วงมิติอย่างสุดท้ายเหรอ? จะมีอะไรอลังการกว่าเกรทไชรน์ที่พวกจักรวรรดิต้องยกกองทัพมาทำลาย หรือดาร์คแมสซีอะห์ที่เปลี่ยนแปลงโลกได้ทั้งใบอีกเหรอ?" | ||
| + | |||
| + | "ถ้าที่ผมคาดการณ์ไว้ไม่ผิด .....จุดจบแห่งห้วงมิติอย่างที่สี่ก็คือพวกเรา" | ||
| + | |||
| + | |||
| + | '''!!! O_o''' | ||
| + | |||
| + | "?! พวกเราเนี่ยนะ?! พวกเราจะทำอะไรได้คร้าบ~! สู้กับจ่าโจยังแพ้เลย!" | ||
| + | |||
| + | "เดาเล่นๆครับ เพราะในหนังสือไม่ได้เขียนเรื่องของจุดจบอันสุดท้ายไว้ แต่ก็เป็นไปได้มากที่จะเป็นพวกเรา ถ้าเรากำจัดวาก้าบอนด์ป้องกันการดับสูญของมิติได้แล้วบูรณะโลกขึ้นมาใหม่มันก็เหมือนกับพวกผู้เล่นสายเลือดใหม่นั่นแหละ" | ||
| + | |||
| + | "เพราะงั้นเป้าหมายต่อไปของวาก้าบอนด์ก็คือกำจัดพวกเรา" อุซโซรู้ดีว่ายังไงสุดท้ายแล้วพวกเขากับวาก้าบอนด์ก็ต้องสู้กันในศึกสุดท้าย "งั้นวาก้าบอนด์ที่ต้องการทำลายซุยโคเวิร์สคงรู้อะไรบางอย่างที่น่ากลัวมากๆในมิตินี้ใช่ไหม?" | ||
| + | |||
| + | "ครับ เป็นเรื่องที่เขียนไว้ในหนังสือเหมือนกัน แต่อย่าไปสนใจเลย เรารู้แค่ที่ผมบอกก็พอแล้วหละ ผมขอเชื่อว่าเครอัสเป็นจอมโกหกที่ร้ายกาจดีกว่าที่จะเชื่อว่าสิ่งที่เขาเขียนไว้ในหน้าสุดท้ายเป็นเรื่องจริง" พอเห็นแรทเซลไม่อยากพูดถึงด้านมืดของซุยโคเวิร์สอย่างสุดใจขาดดิ้นแล้วเพื่อนๆก็ไม่ถามต่อและรอฟังแผนการรับมือวาก้าบอนด์ที่เขาวางไว้ดีกว่า | ||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | "เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้สำคัญกับชัยชนะของพวกเรามากแต่ก่อนอื่น....... มาช่วยผมจัดการกาฝากที่แฝงตัวมาในกลุ่มเราก่อนซิ" | ||
| + | |||
| + | "หมายควายว่าไง? ในกลุ่มพวกเรามีแต่คนที่ไว้ใจได้ทั้งนั้น!" [[ซุยโคแอสไลฟ์]]ออกตัว คนเดียวที่ไว้ใจไม่ได้ในกลุ่มนี้ก็คงจะเป็นหมอนี่นั่นแหละ | ||
| + | |||
| + | "ไม่ได้หมายถึงพวกท่าน แต่ในกลุ่มพวกท่านมีคนอื่นแฝงตัวเข้ามาอยู่...." ด้วยสกิล sage's eyes ของแรทเซลต่อให้เป็น[[ชีริว]]ปลอมตัวเข้ามาก็ยังดูออก แต่หนนี้ศัตรูแฝงอยู่ในตัวคนใดคนหนึ่ง | ||
| + | |||
| + | |||
| + | "[[Vagabond|มิโคโตะ]]สินะ" อุซโซเริ่มนึกออกว่าตอน[[แบล็คเรน]]สู้กับ[[อาร์คโซล]]ที่คาเลเรียได้เอามิโคโตะมาปล่อยให้เข้ามาเป็นไส้ศึกในกลุ่มพวกเขา แต่ไม่มีใครดูออกว่ามันซ่อนอยู่ในตัวคนไหน เลยปล่อยคามาจนถึงตอนนี้ ไม่ใช่เพราะคนแต่งลืม (จริงๆนะ ปิ๊งๆ) | ||
| + | |||
| + | |||
| + | แล้ว[[Ex-GM|แรทเซล]]ก็หยิบดาบซันคันโตขึ้นมา ............ฟาดลงกบาล[[เมดิอุส]] "ไม่มีอะไรที่ซันคันโตตัดไม่ขาด" | ||
| + | |||
| + | |||
| + | '''เคร้ง!!!''' | ||
| + | |||
| + | "ทำอะไรของแกฟะ? แต่อย่าคิดว่าจะแอบเจี๋ยนคนหล่อกันได้ง่ายๆสิ สิ่งหนึ่งที่ซันคันโตตัดไม่ขาดก็คือดาบ Chronical Crusador ที่เจ้าเมดิอุสสุดยอดนักตีอาวุธของ wire world สร้างขึ้นมานี่แหละ!!" (ส่วนอีกอย่างที่ตัดไม่ขาดก็คือความรักที่ผมมีต่อเซซิลครับ อ๊าง~) แมกนาดิอุสออกมารับซันคันโตได้อย่างง่ายดายสมเป็นนักรบเทพ ...สงสัยจะลืมว่าจริงๆแกตายไปตั้งแต่ตอนระเบิดกับ[[ไซเลนท์]]แล้ว | ||
| + | |||
| + | แรทเซลหัวเราะหนึ่งเฮือก "เห็นกันหรือยังครับเพื่อนๆ" | ||
| + | |||
| + | อุซโซที่ใช้เนตรแห่งความตายมองเห็นจุดดับที่เพิ่มขึ้นมา "ในตัวของแมกนาดิอุสมีคนอยู่สองคน" | ||
| + | |||
| + | ซุยโคแอสไลฟ์ก็มองคอนเนคชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปของแมกนาดิอุสออก "มิโคโตะ... มันแฝงอยู่ในร่างของแมกนาดิอุส ไม่ใช่เมดิอุส ไม่ใช่พวกเราคนอื่น! เพราะงั้นทีแรกเลยไม่มีใครหาเจอ!!" | ||
| + | |||
| + | "เพราะงั้นท่านแรทเซลถึงได้โจมตีเมดิอุสเพื่อให้เปลี่ยนโหมดเป็นแมกนาดิอุสเพื่อรับการโจมตีสินะ นอกจากแมกนาดิอุสแล้วไม่มีใครรับการโจมตีของซันคันโตได้หรอก! ท่านแรทเซลช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก" เรนนี่กล่าวชม | ||
| + | |||
| + | "เปล่าหรอกครับ ผมอยากฟันเมดิมานานแล้วต่างหากครับ ตอนประกวดตัวละครหญิงโปรโมทซะจนเธอคนนั้นเขี่ยเซียร่าตกรอบเลยนะครับ" แรทเซลเฉลยเรื่องมากเกินไปจนถูกกระทืบเอาอีกรอบ | ||
| + | |||
| + | "ทุกท่านครับ ช่วยสนใจผมหน่อยได้ไหมครับ ถึงจะไม่ค่อยมีคนจำได้แต่ผมก็มีหน้าวิกิเป็นของตัวเองนะครับ ไม่เชื่ออ่านซะ >>[[Mikoto]]" [[Vagabond|มิโคโตะ]]ถูกจับไต๋ได้ก็กระโดดออกมาจากร่างของแมกนาดิอุสในสภาพของเหลวเตรียมบินกลับไปหาพรรคพวก | ||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | ...แต่แมกนาดิอุสก็กระโดดไปตบลงมาติดพื้นซะก่อน | ||
| + | |||
| + | "โอ้ววว มาอาศัยร่างคนอื่นหลับนอนอย่างนี้ไม่ฟรีน่อ ที่พวกวาก้าบอนด์รู้ความเคลื่อนไหวของเรา รวมทั้งการที่พวกนั้นรู้ตำแหน่งของพระเจ้าสีดำก็คงเป็นเพราะแกสินะ ไอ้ตัวอันตรายแบบนี้เห็นทีจะต้องถูกพระเอกทั้งเจ็ดคนรุมกระทืบตามสไตล์ซุยแล้วละน่อ" | ||
| + | |||
| + | แล้วพวกอุซโซก็แบ่งออกเป็นสองทีม [[บิ๊ก]], [[ซีกูลด์]], และ[[เรนนี่]]จัดฟอร์เมชั่น Triangle Ace เข้าสู้กับมิโคโตะ ส่วน[[ซุยโคแอสไลฟ์]], [[Ex-GM|แรทเซล]], และ[[อุซโซ]] จัดฟอร์เมชั่น Deserted Dogs รุมกระทืบแมกนาดิอุสโทษฐานปล่อยให้กาฝากเข้ามาเกาะไม่รู้เรื่องรู้ราว ตุ้บ ตั้บ บึ้ก ผัวะๆๆๆ ตุ๋ย~! | ||
| ---- | ---- | ||
Revision as of 14:09, 17 ตุลาคม 2008
--Shiryu 00:08, 20 กันยายน 2008 (ICT)
หลังจากดองฟิคได้ที่ พวกอุซโซก็ถูกบรรจุลงไหส่งไปขายร้านเจ้เล้งแถวดอนเมือง ซื้อพร้อมกาละแมบ้านตะแพรกลดสิบสามบาท
"บัดซบ! ให้พวกกุหายไปตั้งนาน ไหงจู่ๆมากลายเป็นแบบนี้ฟะ?!" อุซโซโวยวายแบบที่ไม่รู้ว่าอุซโซหายไปจากบอร์ดหรือฟิคนรกนานกว่ากัน
"หรือว่า....นี่คือสัญญาณบอกเหตุถึงการตัดจบ? เรื่องนี้ถูกกองเซ็นเซอร์สั่งตัดจบซะแล้วหรือนี่??? รู้งี้ในภาคคุกกิ้งไม่เขียนฉากเป็ดแก้ผ้าอาบน้ำก็ดี" เสียงชีริวดังมาจากไหนไม่รู้ เอ็งไม่ใช่พวกพระเอกไม่ใช่เรอะ? ...เมื่อรู้ดังนั้นเขาก็ถูกเตะออกนอกไหไป
"ใจเย็นๆก่อนครับทุกท่าน มาช่วยกันนั่งนึกย้อนความกันก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" ซีกูลด์เสนอความเห็นเข้าทีตามลักษณะวัฒนธรรมบอร์ดนี้ที่อายุสมองแปรผกผันกับอายุตัว (มีสมัชชาลุงๆยืนถือป้ายประท้วงว่าข้อความในบรรทัดนี้ไม่เป็นความจริง) "ก่อนหน้านี้ผมกำลังสวดคาถาบูชาท่านโอยาชิรอธอยู่ จู่ๆเมเทโอก็ตกลงมาแล้วรู้สึกตัวอีกทีก็เข้ามาอยู่ในไห" //พอมีแววว่าจะพูดไม่รู้เรื่องซีกูลด์ก็ถูกจับขึงพืดเอาไปตากไว้กับปลาร้า 32 ตัวที่อยู่ในไหเดียวกัน
"เรากำลังเดินทางไปยังจุดนัดพบกับแรทเซลทางตอนใต้ของเกรทไชรน์ ....แล้วจู่ๆท้องฟ้าก็เปลี่ยนสี" เรนนี่เล่าย้อนความได้เข้าท่า "ปีกสีดำขยายขนาดออกมาคลุมท้องฟ้าไว้จนมิด แล้วจู่ๆมิติทั้งหมดก็บิดผันไป"
"จุดที่ปีกนั้นงอกออกมาก็คือคาเลเรีย เมืองที่พวกเราเพิ่งจะเดินออกมา" บิ๊กเล่าต่อ
ซุยโคแอสไลฟ์ทำการ wrap up สรุปประเด็นทันที "สรุปว่าเราควรจัดให้มีห้องทั่วไปร่วมกับบอร์ด tffp นะครับ" ...โดนเอาไปตากรวมกับซีกูลด์ซะ
เมดิอุสช่วยแถลงเรื่องราวตามบทบาทตัวละครที่ใช้ชีวิตอยู่มานาน "ว่ากันว่าวาก้าบอนด์กำลังตามหาจุดจบแห่งห้วงมิติทั้งมวลอยู่.... " เขาเปิดปมเรื่องราวที่ไปตามล่าหาความจริงกับบิ๊กอยู่สองคนจนหายไปจากฟิคตั้งหนึ่งตอน "ว่ากันว่ามันมีทั้งหมดสี่อย่าง รายละเอียดมากกว่านี้ต้องไปเจอกับแรทเซลนั่นแหละถึงจะรู้ แต่ที่แน่ๆพวกมันทำลายเกรทไชรน์และพวกสายเลือดใหม่ ที่จะเป็นจุดจบแห่งห้วงมิติไปสองอย่างแล้ว"
"และปีกสีดำนั้นก็คือปีกของพระผู้ปลดปล่อยทมิฬ Dark Messiah จุดจบแห่งห้วงมิติอย่างที่สามที่จะพามิติแห่งนี้กลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่"
ตอนนี้กลไกของมิติเริ่มสลับซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆจนเมดิต้องตั้งโต๊ะเปิดคอร์สอบรม และสนับสนุนให้เพื่อนๆเล่นภาคสามกันมากขึ้น ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี โหวตสัตว์โลกวันนี้ตัวละครภาคสามจึงตกรอบพร้อมกันถึงสองตัว
"แต่เป้าหมายของวาก้าบอนด์คือทำลายมิติแห่งนี้?" อุซโซกำลังสงสัยว่าศัตรูของพวกเขาจริงๆแล้วเป็นอะไรกันแน่
"ถูกต้อง เพราะงั้นวาก้าบอนด์เลยต้องทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติ เพื่อไม่ให้พวกมันพามิตินี้กลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่ พระเจ้าสีดำคืออะไรไม่มีใครรู้ แต่ตอนนี้พวกวาก้าบอนด์คงกำลังต่อสู้กับมันอยู่"
"ว่าแต่ถ้ามิติถูกรีเซ็ตกลับไปมันจะเป็นยังไงน่ะ? เทียบกับพวกวาก้าบอนด์หรือจักรวรรดิที่ตั้งใจจะทำลายมิติแห่งนี้ทิ้งไปเลย ผมจะเชียร์ใครดีครับ?"
"ไม่ต้องเชียร์ใครทั้งนั้นว้อย!! เราต้องกำจัดพวกมันทั้งคู่! คนที่จะกู้ซุยโคยูนิเวิร์สกลับมาก็มีแต่พวกเรานี่แหละ!" ซุยโคแอสไลฟ์หลุดจากราวตากปลาร้ามาได้ก็เลือกหนทางที่ลำบากกว่าเืพื่อน (แล้วใครสู้น่ะเหรอ? ก็พวกแกไงล่ะ)
ด้านนอกขณะนี้เหล่าผู้คนทั้งหมดในซุยโคยูนิเวิร์สพากันแหงนมองขึ้นบนท้องฟ้า ไม่ว่าจะอาร์คโซลที่กำลังเดินทางไปยังปราสาทจักราศี, แรทเซลที่กำลังคอยพวกอุซโซอยู่ที่จุดนัดพบ, รวมไปถึงโมกุริที่กำลังออกจากที่ซ่องสุมของเรเนอเกดที่เพิ่งจะทำลายมา "พวกวาก้าบอนด์ที่เหลือจะเอาชนะเจ้าสิ่งนั้นได้หรือเปล่า แค่ทำลายพระเจ้าสีดำตนนี้ได้เป้าหมายของเราก็เท่ากับเสร็จสิ้นไปกว่าครึ่งแล้ว แล้วการเดินทางที่ยาวนานก็จะจบลงซะที...." แสงสีดำพาดท้องฟ้าจนดูเหมือนสายรุ้งโบกไหวไปมา นั่นคือปีกของพระเจ้าที่กำเนิดขึ้นด้วยผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดของสกิลรีเบิร์ธ สกิลที่รวบรวมความหวังและความปรารถนาก่อนจะมอบพลังที่ทำให้สมปรารถนาให้แก่เจ้าของสกิลในตอนที่กำเนิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
และเจ้าของสกิลนั้นคือลุค คนพเนจรที่พบที่คาเลเรีย
ลุคผ่านวาระสงครามของมิตินี้มาหลายครั้งจนรู้ว่าไม่มีทางช่วยเหลือทุกคนในโลกนี้ให้พบกับสันติสุขได้ ความปรารถนาแรงกล้าเพียงหนึ่งเดียวของเขาคือการล้างโลกแห่งนี้แล้วสร้างขึ้นมาใหม่ นั่นคือการรีเซ็ตโลกไปยังโลกครั้งที่ห้าของซุยโคยูนิเวิร์ส สกิล rebirth ต้องมอบพลังมหาศาลเพื่อให้เขาสามารถบรรลุเป้าหมายของความปรารถนานั้นได้ และดาร์คแมซีอะห์ก็คือผลลัพธ์
"เสียแรงเปล่าที่คิดจะทำลายมิติแห่งนี้ทิ้ง ...พวกวาก้าบอนด์ช่างโง่เขลานัก" เสียงดังขึ้นจากกองซากศพผู้เล่นนับร้อยที่โมกุริเพิ่งจะฆ่าทิ้งไป แล้วพิงกี้พลอยก็ผุดขึ้นมาจากเงา "จุดจบแห่งห้วงมิติทั้งสี่คือกลไกชั้นยอดที่ปกป้องการดับสูญอย่างถาวรของซุยโคยูนิเวิร์ส ไม่ว่าจะถูกทำลายไปสักกี่ครั้งมันก็จะกลับไปที่จุดเริ่มต้นแล้วดำเนินเรื่องราวครั้งใหม่ อย่างแรกคือเกรทชไรน์ที่บรรจุมาเธอร์คอมพิวเตอร์ เมื่อมิติถึงวาระสิ้นสุดมันจะรีเซ็ตระบบกลับมาเริ่มใหม่ อย่างที่สองคือเหล่าผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่จะบูรณะโลกให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมหลังถูกทำลาย และอย่างที่สามก็คือพระเจ้าสีดำที่เมื่อทุกอย่างถึงจุดเลวร้ายที่สุดจะทำลายทุกอย่างทิ้งก่อนสร้างโลกแห่งใหม่ขึ้นมา ไม่มีมิติไหนจะเป็นนิรันดร์เท่านี้อีกแล้ว"
"เพราะงั้นเราจึงต้องทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติไงล่ะ ไม่มีเรื่องไหนในมิติใดๆของ wire world ที่วาก้าบอนด์จัดการไม่ได้"
"ท่านอาจารย์เครอัสเคยบอกไว้ ว่าสิ่งเดียวที่มนุษย์ไม่มีทางเอาชนะได้ก็คือชะตากรรม ไม่ว่าจะมีกำลังมากมายขนาดไหนก็ไม่มีทางต่อสู้กับชะตากรรมได้" ในฐานะนักพยากรณ์ พิงกี้พลอยมองเห็นอนาคตที่มิติจะต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้งเหมือนที่พวกเรเนอเกดตั้งใจไว้
"แค่มองเห็นอนาคตเหรอ? แต่ฉันเดินทางไปยังโลกทุกแห่งทุกภพภูมิได้ด้วยพลังของ Golden Passport อนาคตที่ฉันเคยเดินทางไปเห็นมันไม่เหมือนที่พวกเธอเคยรู้แน่ๆ"
หลังโมกุริพูดจบปีกสีดำก็ขาดเป็นชิ้นๆ แล้วค่อยๆสลายกระจายไปบนท้องฟ้า
"!!!"
มิติที่บิดเบี้ยวก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม พระเจ้าสีดำได้ถูกพวกวาก้าบอนด์คนอื่นๆทำลายลงได้แล้ว พวกมันสามารถเอาชนะได้แม้แต่ความปรารถนาที่แรงกล้าที่สุดของมิติแห่งนี้
"กลไกปกป้องอะไรกัน? ตอนนี้จุดจบแห่งห้วงมิติเหลือเพียงอันเดียวแล้วนะ"
แต่พิงกี้พลอยรีบหนีกลับไปหาพวกเรเนอเกดไม่ได้อยู่ฟังโมกุริ
"ว่าแต่พวกเรายังปลอดภัยกันดีหรือเปล่านะ?"
ทางด้านพวกอุซโซก็หลุดออกมาจากไห (จริงๆคือหลุมมิติที่เกิดจากปีกสีดำและดูดโลกส่วนหนึ่งเข้าไป) ก็พบกับแรทเซลพอดี
"มากันถึงที่นี่จนได้นะครับทุกท่าน .............ว่าแต่ทำไมผมพวกท่านจึงเป็นสีทอง?"
"ตอนอยู่ในไหหนึ่งปีเวลาบนโลกจะผ่านไปเพียงหนึ่งชม. เราจึงใช้โอกาสนี้ฝึกวิชาและจัดงานประลองยุทธ์ในไหขึ้นจนพวกเราสามารถแปลงเป็นซูเปอร์ไซย่าได้ทุกคนแล้ว" อุซโซอธิบายอย่างละเอียด
"(ปัญญาอ่อนบัดซบ!) เอาเหอะ อย่ามัวเสียเวลาเลย เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ....ตอนนี้เรารู้หมดทุกอย่างแล้ว ทั้งเป้าหมายของวาก้าบอนด์, กลไกของมิตินี้, แล้วก็แผนการสำหรับศึกครั้งสุดท้าย ตั้งใจฟังให้ดีๆล่ะ"
--Shiryu 14:09, 17 ตุลาคม 2008 (ICT)
"นานมาแล้วตอนที่จักรวาลถือกำเนิดขึ้น...." ตุ้บๆๆ โป๊ก ป๋องๆๆ ผัวะๆ ผัวๆ เมียๆ ต๋งหม่งๆ ปิ๋ว~ เจโดนยำข้อหาลากเรื่องออกอวกาศ "มาตื้บผมทำไมล่ะคร้าบ~! ก็มันต้องเกริ่นนำที่มาก่อนเล่ากลไกของมิติไม่ใช่เหรอคร้าบ!"
เออ จริงด้วย - -a พวกอุซโซติดนิสัยยำหลอดมาจากในภาคหลัก พอสำนึกได้ก็พากันขอขมาแรทเซลด้วยการปั๊มกระทู้ SRW เป็นการสักการะพ่อมดแดงผู้ยิ่งใหญ่ (ทำไมทีกระทู้บทสรุปซุยห้าไม่เข้าไปปั๊มกันมั่งฟะ! << เจท้วงมา)
"มิตินี้ถือกำเนิดขึ้นจากการต่อสู้ของโล่และดาบ ที่จริงกำเนิดขึ้นจากอำนาจเงินทุนของกลุ่มโคนาเม้ง กับการกว้านซื้อกิจการเกมออนไลน์อื่นให้ปิดตัวลงทีละเกมๆน่ะ แต่เจ้าของเกมมันบังคับให้ผมเล่าตามบทไม่งั้นโดนไล่ออกครับ ก็จำๆไว้แบบนี้แล้วกันนะ คือโลกเนี้ยนะ มันก็เกิดจากดาบกะโล่มันทะเลาะกันละน่อ..."
เจเล่าไม่ได้อรรถรสแบบสุดๆทั้งที่เป็นคีย์สำคัญที่สุดในเรื่องแล้วแท้ๆ จึงถูกเมดิอุสเข้ามาเม้นท์วิธีการบรรยายเรื่อง ยาว 600 ตัวอักษร คอมเมนท์ฟิคทีนึงยาวกว่าตัวฟิคที่เจ้าของกระทู้มันแปะซะอีก เจจึงต้องเปิดเพลงโหมโรงกระหึ่มเรียกบรรยากาศก่อนเล่า (คนฟังพวกนี้ทำไมเรื่องมากจังครับ กุมาเฉลยความลับไม่ได้มาแสดงเดี่ยวไมโครโฟนนะวะครับ)
"จากหนังสือเรื่อง The World Dismantling (สวทช.เอาไปแปลว่า"โลกของเรา") ที่นักพยากรณ์เครอัสเขียนไว้ เขาบันทึกคำบอกเล่าจากท้องฟ้าและแผ่นดินที่เล่าถึงกำเนิดของมิติและประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่ผ่านมาในทุกกาล รวบรวมเป็นหนังสือหนา 77 ล้านล้านหน้า เล่มใหญ่เท่าดาวเคราะห์ เวลาอ่านต้องขึ้นยานอวกาศไปอ่าน ผมใช้เวลาสองเดือนนั่งแกะข้อมูลระบบ (ด้วยเหตุนี้ช่วงนี้จึงไม่ค่อยตอบกระทู้นะครับ ไม่ใช่มัวไปกบฏ SRW ภาคใหม่อยู่นะครับ <<ไอ้โกหก!) จนพบบทความในหนังสือนั่นที่ถูกซ่อนไว้ชั้นลึกสุดของฐานข้อมูล มันบอกว่าแผ่นดินได้เริ่มต้นประวัติศาสตร์ขึ้นที่เอาท์แลนด์ทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นสงครามการทำลายอาโรเนีย, สงครามทุ่งร้าง หรือแม้แต่สงครามฝนเลือดที่ผ่านมา และทุกครั้งเรื่องราวประวติศาสตร์หนึ่งกาลนั้นๆจะจบลงที่ฮาร์โมเนีย ไม่ว่าจะจบลงยังไง"
จะว่าไปซุยโคแอสไลฟ์ก็พูดชื่อของเครอัสให้อายะฟังตั้งแต่ ep1 (จำไม่ได้ก็กลับไปอ่านเร้ว) ไม่มีใครรู้จักตัวจริงของเขาแต่ว่ากันว่าเครอัสเป็นเพียงคนเดียวที่รู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับโลกแห่งนี้ในฐานะนักพยากรณ์และผู้อ่านฟ้าดิน
แล้วแรทเซลก็เล่าต่อ
"มิตินี้เป็นหนึ่งในโลกนับล้านของ wire world ก็มีบ้างเหมือนกันที่มีการรุกรานจากโลกหนึ่งไปยังอีกโลกหนึ่ง บางสงครามก็ตีโลกอื่นไปเป็นอาณานิคม บางสงครามก็ทำลายทิ้งไปเฉยๆ ซุยโคเวิร์สมีกลไกป้องกันการถูกทำลายของมิติที่สำคัญสี่อย่างที่จะช่วยป้องกันไม่ให้โลกแห่งนี้ถูกทำลาย
หนึ่งคือเกรทไชรน์ที่เป็นที่อยู่ของมาเธอร์คอมพิวเตอร์ มันจะย้อนโลกกลับไปสู่จุดเริ่มต้นหลังถูกทำลายทุกครั้ง
สองคือเหล่าผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่จะมากอบกู้มิติแห่งนี้ทุกครั้งหลังเกิดหายนะครั้งใหญ่แต่ละครั้ง
สามคือดาร์คแมซซีอะห์ที่จะทำลายทุกอย่างที่หมดทางเยียวยาแล้วพาโลกย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นใหม่"
ฟังมาถึงตอนนี้อุซโซก็เริ่มสงสัยว่าผู้เล่นสายเลือดใหม่ไม่น่าจะเป็นกลไกของมิติไปได้ แต่แรทเซลก็อธิบายเพิ่มเติม "ผู้เล่นสายเลือดใหม่คือเหล่าผู้ที่ถูกชะตากรรมบงการให้กอบกู้โลกแห่งนี้ขึ้นมา ถึงจะถูกมอบหมายให้รับภาระด้วยคำที่สวยหรูอย่าง 'เธอคือผู้กล้าที่แท้จริงนะ' 'เธอคือผู้เล่นที่ระบบเป็นผู้เลือกไว้นะ' 'เธอคือคนเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมนะ' แต่ทั้งหมดนั่นก็เป็นแค่สิ่งที่ถูกกำหนดไว้แต่แรกแล้ว ถึงได้บอกไงล่ะว่าไม่มีใครเอาชนะชะตากรรมได้ พวกที่เปลี่ยนแปลงชะตากรรมที่เราเห็นกันตามการ์ตูนโชเน็นทั้งหลายนั่นก็เป็นแค่พวกที่ถูกกำหนดให้ดูเหมือนเปลี่ยนแปลงโชคชะตาตนเองได้ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกเขียนไว้แล้วอยู่ดี และไอ้สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมันไม่ใช่โชคชะตาที่แท้จริง"
พอฟังมาเรื่อยๆทุกคนก็เริ่มสูญเสียความตั้งใจและแรงบันดาลใจไปเกือบหมด คิดๆแล้วพวกเขาก็เป็นแค่ตัวละครตัวหนึ่งในโลกแห่งหนึ่ง ต่อให้กอบกู้โลกแห่งนี้ได้นั่นก็เป็นแค่บทละครที่ถูกเขียนขึ้นมาเท่านั้นเอง ถ้าเป็นแบบนั้นเขาจะแตกต่างกับพวกผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่โดนวาก้าบอนด์กวาดล้างไปหมดแล้วยังไง แล้วแรทเซลก็เล่าต่อเฮือกที่สาม ทั้งที่มีเสียงตะโกนมาแว่วๆว่าพอเถอะคร้าบ~ ไอ้หนังสือของเครอัสที่เขียนแต่ความจริงสุดอัปรีย์ผมไม่อยากฟังแล้วคร้าบ~
"พวกวาก้าบอนด์มีเป้าหมายในการทำลายมิตินี้ แต่การทำลายกองทัพของโลกนี้ทั้งหมดเพื่อทำลายมาเธอร์คอร์นั้นไม่ง่าย พวกนั้นเลยร่วมมือกับจักรวรรดิมิตินับพันที่มีเป้าหมายในการพามิติอื่นๆไปเป็นเมืองขึ้นและทำลายมิติที่แข็งข้อ วาก้าบอนด์เสนอว่าจะร่วมมือกับจักรวรรดิโดยไม่คิดค่าตอบแทน แต่สิ่งที่จักรวรรดิต้องทำคือ 'ทำลายมิตินี้' ไม่ใช่เอาไปเป็นอาณานิคม ซึ่งพวกสาวกสายเลือดแท้เองก็ยินยอม เพราะซุยโคเวิร์สกำลังเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นขวากหนามในการสร้างโลกหนึ่งเดียวของพวกมันได้ หลังทำลายมาเธอร์คอร์ได้แล้ว ถือว่าบรรลุข้อตกลง จักรวรรดิก็กลับไป พอไม่มีทั้งมาเธอร์คอร์และพวก GM แล้วการจะเก็บกวาดจุดจบแห่งห้วงมิติที่เหลือด้วยตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยาก ตอนนี้วาก้าบอนด์ทำลายจุดจบของมิติไปสามอย่างแล้ว พวกมันคงหาทางทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติชิ้นสุดท้ายอยู่ เพื่อให้มิติแห่งนี้ดับสูญไปอย่างสมบูรณ์"
"จุดจบแห่งห้วงมิติอย่างสุดท้ายเหรอ? จะมีอะไรอลังการกว่าเกรทไชรน์ที่พวกจักรวรรดิต้องยกกองทัพมาทำลาย หรือดาร์คแมสซีอะห์ที่เปลี่ยนแปลงโลกได้ทั้งใบอีกเหรอ?"
"ถ้าที่ผมคาดการณ์ไว้ไม่ผิด .....จุดจบแห่งห้วงมิติอย่างที่สี่ก็คือพวกเรา"
!!! O_o
"?! พวกเราเนี่ยนะ?! พวกเราจะทำอะไรได้คร้าบ~! สู้กับจ่าโจยังแพ้เลย!"
"เดาเล่นๆครับ เพราะในหนังสือไม่ได้เขียนเรื่องของจุดจบอันสุดท้ายไว้ แต่ก็เป็นไปได้มากที่จะเป็นพวกเรา ถ้าเรากำจัดวาก้าบอนด์ป้องกันการดับสูญของมิติได้แล้วบูรณะโลกขึ้นมาใหม่มันก็เหมือนกับพวกผู้เล่นสายเลือดใหม่นั่นแหละ"
"เพราะงั้นเป้าหมายต่อไปของวาก้าบอนด์ก็คือกำจัดพวกเรา" อุซโซรู้ดีว่ายังไงสุดท้ายแล้วพวกเขากับวาก้าบอนด์ก็ต้องสู้กันในศึกสุดท้าย "งั้นวาก้าบอนด์ที่ต้องการทำลายซุยโคเวิร์สคงรู้อะไรบางอย่างที่น่ากลัวมากๆในมิตินี้ใช่ไหม?"
"ครับ เป็นเรื่องที่เขียนไว้ในหนังสือเหมือนกัน แต่อย่าไปสนใจเลย เรารู้แค่ที่ผมบอกก็พอแล้วหละ ผมขอเชื่อว่าเครอัสเป็นจอมโกหกที่ร้ายกาจดีกว่าที่จะเชื่อว่าสิ่งที่เขาเขียนไว้ในหน้าสุดท้ายเป็นเรื่องจริง" พอเห็นแรทเซลไม่อยากพูดถึงด้านมืดของซุยโคเวิร์สอย่างสุดใจขาดดิ้นแล้วเพื่อนๆก็ไม่ถามต่อและรอฟังแผนการรับมือวาก้าบอนด์ที่เขาวางไว้ดีกว่า
"เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้สำคัญกับชัยชนะของพวกเรามากแต่ก่อนอื่น....... มาช่วยผมจัดการกาฝากที่แฝงตัวมาในกลุ่มเราก่อนซิ"
"หมายควายว่าไง? ในกลุ่มพวกเรามีแต่คนที่ไว้ใจได้ทั้งนั้น!" ซุยโคแอสไลฟ์ออกตัว คนเดียวที่ไว้ใจไม่ได้ในกลุ่มนี้ก็คงจะเป็นหมอนี่นั่นแหละ
"ไม่ได้หมายถึงพวกท่าน แต่ในกลุ่มพวกท่านมีคนอื่นแฝงตัวเข้ามาอยู่...." ด้วยสกิล sage's eyes ของแรทเซลต่อให้เป็นชีริวปลอมตัวเข้ามาก็ยังดูออก แต่หนนี้ศัตรูแฝงอยู่ในตัวคนใดคนหนึ่ง
"มิโคโตะสินะ" อุซโซเริ่มนึกออกว่าตอนแบล็คเรนสู้กับอาร์คโซลที่คาเลเรียได้เอามิโคโตะมาปล่อยให้เข้ามาเป็นไส้ศึกในกลุ่มพวกเขา แต่ไม่มีใครดูออกว่ามันซ่อนอยู่ในตัวคนไหน เลยปล่อยคามาจนถึงตอนนี้ ไม่ใช่เพราะคนแต่งลืม (จริงๆนะ ปิ๊งๆ)
แล้วแรทเซลก็หยิบดาบซันคันโตขึ้นมา ............ฟาดลงกบาลเมดิอุส "ไม่มีอะไรที่ซันคันโตตัดไม่ขาด"
เคร้ง!!!
"ทำอะไรของแกฟะ? แต่อย่าคิดว่าจะแอบเจี๋ยนคนหล่อกันได้ง่ายๆสิ สิ่งหนึ่งที่ซันคันโตตัดไม่ขาดก็คือดาบ Chronical Crusador ที่เจ้าเมดิอุสสุดยอดนักตีอาวุธของ wire world สร้างขึ้นมานี่แหละ!!" (ส่วนอีกอย่างที่ตัดไม่ขาดก็คือความรักที่ผมมีต่อเซซิลครับ อ๊าง~) แมกนาดิอุสออกมารับซันคันโตได้อย่างง่ายดายสมเป็นนักรบเทพ ...สงสัยจะลืมว่าจริงๆแกตายไปตั้งแต่ตอนระเบิดกับไซเลนท์แล้ว
แรทเซลหัวเราะหนึ่งเฮือก "เห็นกันหรือยังครับเพื่อนๆ"
อุซโซที่ใช้เนตรแห่งความตายมองเห็นจุดดับที่เพิ่มขึ้นมา "ในตัวของแมกนาดิอุสมีคนอยู่สองคน"
ซุยโคแอสไลฟ์ก็มองคอนเนคชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปของแมกนาดิอุสออก "มิโคโตะ... มันแฝงอยู่ในร่างของแมกนาดิอุส ไม่ใช่เมดิอุส ไม่ใช่พวกเราคนอื่น! เพราะงั้นทีแรกเลยไม่มีใครหาเจอ!!"
"เพราะงั้นท่านแรทเซลถึงได้โจมตีเมดิอุสเพื่อให้เปลี่ยนโหมดเป็นแมกนาดิอุสเพื่อรับการโจมตีสินะ นอกจากแมกนาดิอุสแล้วไม่มีใครรับการโจมตีของซันคันโตได้หรอก! ท่านแรทเซลช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก" เรนนี่กล่าวชม
"เปล่าหรอกครับ ผมอยากฟันเมดิมานานแล้วต่างหากครับ ตอนประกวดตัวละครหญิงโปรโมทซะจนเธอคนนั้นเขี่ยเซียร่าตกรอบเลยนะครับ" แรทเซลเฉลยเรื่องมากเกินไปจนถูกกระทืบเอาอีกรอบ
"ทุกท่านครับ ช่วยสนใจผมหน่อยได้ไหมครับ ถึงจะไม่ค่อยมีคนจำได้แต่ผมก็มีหน้าวิกิเป็นของตัวเองนะครับ ไม่เชื่ออ่านซะ >>Mikoto" มิโคโตะถูกจับไต๋ได้ก็กระโดดออกมาจากร่างของแมกนาดิอุสในสภาพของเหลวเตรียมบินกลับไปหาพรรคพวก
...แต่แมกนาดิอุสก็กระโดดไปตบลงมาติดพื้นซะก่อน
"โอ้ววว มาอาศัยร่างคนอื่นหลับนอนอย่างนี้ไม่ฟรีน่อ ที่พวกวาก้าบอนด์รู้ความเคลื่อนไหวของเรา รวมทั้งการที่พวกนั้นรู้ตำแหน่งของพระเจ้าสีดำก็คงเป็นเพราะแกสินะ ไอ้ตัวอันตรายแบบนี้เห็นทีจะต้องถูกพระเอกทั้งเจ็ดคนรุมกระทืบตามสไตล์ซุยแล้วละน่อ"
แล้วพวกอุซโซก็แบ่งออกเป็นสองทีม บิ๊ก, ซีกูลด์, และเรนนี่จัดฟอร์เมชั่น Triangle Ace เข้าสู้กับมิโคโตะ ส่วนซุยโคแอสไลฟ์, แรทเซล, และอุซโซ จัดฟอร์เมชั่น Deserted Dogs รุมกระทืบแมกนาดิอุสโทษฐานปล่อยให้กาฝากเข้ามาเกาะไม่รู้เรื่องรู้ราว ตุ้บ ตั้บ บึ้ก ผัวะๆๆๆ ตุ๋ย~!
