The Outlanders ep7

จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี

(Difference between revisions)
Jump to: navigation, search
Revision as of 14:48, 14 พฤศจิกายน 2008
Shiryu (พูดคุย | contribs)

← Previous diff
Current revision
Shiryu (พูดคุย | contribs)

Line 446: Line 446:
---- ----
 +--[[ผู้ใช้:Shiryu|Shiryu]] 15:16, 1 ธันวาคม 2008 (ICT)
 +
 +
 +ตัดฉากไปดื้อๆ ทางด้าน[[Vagabond|วาก้าบอนด์]]ที่เพิ่งจบศึกหนักกับพระเจ้าสีดำก็พากันหอบสังขารออกมาจากกราสแลนด์
 +
 +"ไม่มีสัญญาณจาก[[มิโคโตะ]]เลยสินะ" อัลคาเชลถามขึ้น
 +
 +"ฮื่อ จับโทรจิตจากหมอนั่นไม่ได้แล้ว ก่อนตายมิโคโตะบอกมาว่าอายะกลับมารวมกลุ่มกับพวกนั้นด้วย" [[ชีริว]]ที่มีโทรจิตเป็นหนึ่งในสกิลร้อยชนิดเล่าสาส์นสุดท้ายของมิโคโตะให้คนอื่นๆฟัง
 +
 +"เราเจองานหนักของจริงแล้วหละ แล้วไหนยังต้องทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติอย่างที่สี่อีก" [[แบล็คเรน]]บ่นพลางไล่ปั๊มเลเวลในบอร์ดใหม่แข่งกับมหาเมพ
 +
 +
 +ครูเซเดอเรอร์ นักแปรธาตุชุดดำผู้มีผ้าขาวปิดตาอยู่ หนึ่งในสมาชิก[[renegade|เรเนอเกด]] ปรากฏตัวยืนอยู่บนยอดเขาเบื้องหน้าพวกวาก้าบอนด์ทั้งสามคน
 +
 +"เรเนอเกดก็เป็นศัตรูพวกเราเหมือนกันสินะ" แบล็คเรนเริ่มดื่มด่ำความรู้สึกของลูก้าตอนโดนหมาหมู่รุมกระทืบ ส่วนชีริวชินแล้วเพราะตอนเล่นมินิเกมโดนรุมฆ่าบ่อย
 +
 +"น่ารำคาญ!" อัลคาเชลตัดห้วงเวลาออกไปแล้วไปปรากฏตัวบนยอดเขาเบื้องหน้าของครูเซเดอเรอร์ในชั่วพริบตาพร้อมจะลงหมัดอัดหมอนี่ให้เละในเสี้ยววินาที
 +
 +
 +"เรเนอเกดรอต้อนรับวาก้าบอนด์อยู่ทางตะวันออกไกลของฮาร์โมเนีย...."
 +
 +
 +...อัลคาเชลหยุดมือทันทีเมื่อได้ยินครูเซเดอเรอร์พูดถึงเงื่อนไขการต่อสู้ที่ปราสาทจักราศีที่กำลังจะมีขึ้น...
 +
 +"ปืนอาร์คาน่าอาวุธสุดยอดของพวกเราเล็งเป้าไว้ที่ตำแหน่งที่อยู่ของจุดจบแห่งห้วงมิติสุดท้าย หากวาก้าบอนด์เข้าไปทำลายจุดจบฯ เราจะยิงทำลายพวกท่านทั้งหมดทันที"
 +
 +"แล้วแกมาบอกเราทำไม?"
 +
 +"ถ้าปืนอาร์คาน่าถูกยิงจุดจบแห่งหว้งมิติอย่างที่สี่ก็จะสลายไปด้วย แล้วโลกนี้ก็จะถึงจุดดับสูญ คณะกรรมการ wire world จะตัดเงินค่าหัวที่เราได้จากพวกท่าน ดังนั้นข้อเสนอที่ดีที่สุดของเราคือขอเชิญพวกท่านมาสู้ตัดสินกันที่ปราสาทจักราศีซะ ผู้ชนะได้ทั้งหมด และพวกท่านไม่มีทางเลือก"
 +
 +แล้วครูเซเดอเรอร์ก็หายตัวไปปล่อยพวกวาก้าบอนด์ทั้งสามสุมหัวปรึกษากัน
 +
 +
 +"ต้องจัดการพวกเรเนอเกดด้วยสินะ"
 +
 +"เราไม่มีเวลาเหลือแล้ว ก่อนที่จุดจบแห่งห้วงมิติอันที่สี่จะทำงาน ต้องรีบไปจัดการมันซะก่อน"
 +
 +"แต่ถ้าตรงไปกำจัดจุดจบฯนั่นพวกเรเนอเกดจะตลบหลังเล่นงานเราได้ง่ายๆ"
 +
 +"งั้นแบ่งเป็นสองทีมให้กำลังเท่ากัน โมะซังรับงานจัดการจุดจบแห่งห้วงมิติเพราะเธอคนเดียวที่จะกำจัดหมอนั่นได้ แล้วพวกเราสามคนเข้าไปถล่มเรเนอเกดให้ยับ"
 +
 +"อืม.........."
 +
 +".........."
 +
 +
 +
 +
 +ทางด้านอุซโซมีสมาชิกจากเรเนอเกดมาสมทบอีกสองคน
 +
 +"ดีจ้ะ [[กระเทยแดง]]เองค่ะ ที่มั่นสาขากราสแลนด์โดนอีนังโมกุริถล่มซะวอดวายมลายป่วงไปแล้วค่ะ เรเนอเกดตัวจริงอย่างมายด์คุงกับพิงกี้พลอยก็โดนเจี๋ยนไปเรียบร้อยโรงเรียนชรูนีย์" กระเทยแดงเล่าเรื่องเป็นภาษากระเทยพลางทำมือชูวับๆประกอบจังหวะ
 +
 +"หนีออกมาได้ด้วยเรอะแกน่ะ คิดว่าตายห่ะกองกับซากศพเรเนอเกดอีกร้อยศพนั่นไปแล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องใช้หนี้" อุซโซเริ่มหนาวตูดเมื่อเจ้าหนี้เก่ามาโผล่ตรงหน้าอีกครั้ง
 +
 +"อย่างเดี๊ยนนี่นะจะตาย ต๊ายยยยยยยยยย (กรีดเสียงสุดหลอดลม) คิดว่าเดี๊ยนเป็นใครกันยะ เดี๊ยนน่ะ ....เป็นกระเทยเชียวนะคะ! กระเทย!"
 +
 +[[กระเทยแดง]]โดนโชอุนสมาชิกที่ตามมาอีกคนถีบคว่ำลงไป "เรามาเพิ่มกำลังให้ทางนี้ เท่านี้ก็กำจัดโมกุริได้แน่ๆละ" พูดจบเขาก็โชว์ลีลาควงดาบไฟถล่มหมู่บ้านใกล้เคียงไปหลายหลังคาเรือนเพื่อแสดงให้เห็นว่าเก่ง เหล่าเจ้าของบ้านที่ถูกเผาจึงกรูกันออกมากระทืบโชอุนไส้แตกตามกระเทยแดงไปอีกคน
 +
 +
 +"ทุกอย่างเข้าตามแผนของเราหมดแล้วครับ" แรทเซลเปิดผังแผนการให้ทุกคนดู ว่าแล้วก็เริ่มเล่าแผนการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่รอกันมานานซะที
 +
 +"วาก้าบอนด์แข็งแกร่งกว่าพวกเราทั้งหมดที่เหลืออยู่ในโลกแห่งนี้ การกำจัดพวกมันทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ ทางเดียวที่จะเอาชนะวาก้าบอนด์ได้คือการกำจัด[[โมกุริ]] เมื่อเสียพลังในการเดินทางข้ามมิติได้ พวกมันก็จบสิ้น แต่ถ้าพวกมันยังเกาะกลุ่มกันแบบนั้นเราก็ไม่มีทางกำจัดโมกุริได้ มีทางเดียวคือต้องแยกโมกุริออกมาเดี่ยวๆ พวกเรเนอเกดเองก็ต้องการค่าหัวของวาก้าบอนด์ โมกุริเป็นคนเดียวที่ไม่มีค่าหัว ถ้าแยกโมกุริออกไปได้การกำจัดคนที่เหลืออยู่ก็ง่ายขึ้นเยอะ"
 +
 +"เพราะงั้นต้องแบ่งกับเรเนอเกดสู้สินะ"
 +
 +"ถูกต้อง เรเนอเกดทั้งจำนวนคนและฝีมือมากกว่าพวกเรามากมายมหาศาล วาก้าบอนด์เองก็ไม่รู้ว่าที่ปราสาทจักราศีเก็บอาวุธไว้หลายสิบชิ้น แล้วยังมีอาวุธลับที่อาร์คโซลซ่อนไว้ใต้ปราสาทอีก ต่อให้สู้กับพวกวาก้าบอนด์ที่เหลือทั้งหมดก็ไม่มีทางแพ้ ทีนี้ที่ต้องห่วงก็คือทางเราที่ต้องรับมือโมกุริ"
 +
 +"โมกุริจะมาทำไมทางนี้คนเดียวล่ะ?"
 +
 +"เรเนอเกดส่งคนไปเจรจาเงื่อนไขกับวาก้าบอนด์เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นผมจะเข้าไปแฮ็คระบบอีกรอบเพื่อเร่งกาลเวลาให้จุดจบแห่งห้วงมิติชิ้นที่สี่ทำงาน เพื่อบีบให้วาก้าบอนด์จำเป็นต้องรีบเข้ามาด้านนี้ เรเนอเกดสร้างข่าวปลอมเรื่องอาวุธที่จะทำลายวาก้าบอนด์หากเข้ามาในโซนของจุดจบฯ เพื่อให้พวกมันแบ่งกำลังไปสู้กับเรเนอเกดทางปราสาทจักราศี ส่วนโมกุริมีสกิล golden passport ที่จะต้องใช้เดินทางข้ามไปดูอนาคตของมิติแห่งนี้หลังงานทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติจบสิ้นแล้ว เพราะฉะนั้นพวกมันจะนึกว่าหน้าที่ตรงนี้ตกเป็นของโมกุริคนเดียวก็เกินพอ แต่หารู้ไม่ว่าพวกเราหมาหมู่คอยดักรุมกระทืบโมกุริอยู่ทางนี้ หึหึหึ....." พอพูดคำว่าหมาหมู่แรทเซลก็ทำท่าภาคภูมิใจกับแผนการของตัวเองขึ้นมา "พวกเราทั้งหมด บวกกับเรเนอเกดกำลังเสริมจะเข้าถล่มโมกุริให้ยับก่อนที่ยัยนั่นจะได้ลงมือทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติชิ้นสุดท้าย เป็นศึกที่แพ้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะงั้นเราเลยทุ่มกำลังมาทางนี้เกือบหมด"
 +
 +อ่านไม่รู้เรื่องก็ข้ามๆไปเถอะ พอแผนซ้อนกันหลายๆชั้นคนแต่งก็ชักมึนๆมั่วๆ
 +
 +
 +ซุยโคแอสไลฟ์มองดูแต่ละคนในทีมฝั่งนี้แล้วก็ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าจะเอาชนะโมกุริหัวหน้าพวกเด็กนรกได้อยู่ดี
 +
 +"สิ่งที่เพิ่มพลังของเราได้อย่างมากก็คือยอดอาวุธ ตัวละครซุยน่ะ ต่อให้เก่งมหาเมพขนาดไหนถ้าถือดาบเลเวลหนึ่งยังไงก็ตายคาปราสาทสุดท้าย กลับกันถึงจะกากอย่างตุ๊ต๊ะถ้าตีอาวุธเทพๆก็เอาหินปากบาลลูก้าม่องได้"
 +
 +เมดิอุสเสนอตัวเล่าความสำคัญของอาวุธเพื่อเชิญชวนเพื่อนๆมาเล่นแรงค์ Blacksmith เลเวลในบอร์ดแปดสิบกว่าแต่ stat เท่าคนอื่นเลเวลหกสิบ ส่วนค่า SP ได้มาจนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร วะฮ่าๆ
 +
 +"ถ้าพูดถึงยอดอาวุธของ wire world ใครๆก็ต้องนึกถึงดาบสองเล่มนั้นสินะ" ซีกูลด์ในฐานะเด็กเก่าจากโลกไกอาเอ่ยขึ้น "จักรวรรดิมิตินับพันที่ประกอบด้วยโลกกว่าพันแห่ง แกนของมันมีดาบ ULTIMAWEAPON ที่ปักยึดโลกในโซนไกอาและเทอร่าทั้งหมดเข้าด้วยกัน อีกฟากหนึ่งมีดาบ Mastermune ปักยึดโลกทั้งหมดในโซนสปีร่าและอิวาลิซเข้าด้วยกัน สมดุลจากพลังของอาวุธทั้งสองทำให้จักรวรรดิที่รวมโลกที่มีความแตกต่างเข้าไว้ด้วยกันยึดกันอยู่ได้โดยไม่แตกสลาย"
 +
 +"โอ้ววววววว ภาคนี้เราจะได้ใช้อาวุธเทพขนาดนั้นเลยเหรอ ^o^"
 +
 +"จะไปเอามาได้ยังไงล่ะคุณ อีดาบสองอันนั้น[[ลาสต์วอลซ์]]ยังยกไม่ขึ้นเลย" แล้วจะเล่ามาทำไมตั้งยืดยาวฟะ โดนกระทืบอีกรอบซะ ตุ้บๆๆปุ้ยแหน่วๆ ปั่งปั๊ง ตุ๊บๆตุ๋ย~ "ช้าก่อน!(โดนกระทืบไปแล้วเพ่) ยังไงข้าก็ตีเทพอาวุธที่ทัดเทียมกับดาบสองเล่มนั้นสำเร็จแล้วล่ะน่อ"
 +
 +เมดิอุสหยิบอาวุธที่เขาทุ่มสุดฝีมือเสียเวลาไปเดือนกว่าๆสร้างขึ้นมา
 +
 +
 +"นี่สินะ อาวุธที่ท่านเมดิอุสใช้เวลาเดินทางมาหลายภพภูมิและสร้างขึ้นมาได้สำเร็จในที่สุด"
 +
 +"ใช่ เดือนก่อนฉันแท็กทีมกับเมดิ ฉันออกลุยตามหาวัตถุดิบทั่วโลก แล้วเอามาให้เมดิสร้างเป็นเทพอาวุธ กว่าจะได้วัตถุดิบมาแต่ละชิ้นทำเอาเลเวลขึ้นเป็นสิบๆ" บิ๊กเล่าถึงประสบการณ์ฝึกช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
 +
 +
 +
 +"นี่คือ '''หนึ่งกระบี่แปรสามแจ้ง''' กระบี่ที่ได้จากการรวบรวมวัตถุดิบจากสามมิติแล้วอัญเชิญพลังเวทจากมิติสุริยะทมิฬเข้ามาสถิต เป็นอาวุธสุดท้ายที่สามารถทำลายได้แม้แต่สรวงสวรรค์!"
 +
 +
 +
 +ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ต่างสัมผัสได้ถึงออร่าที่พวยพุ่งออกมาจากกระบี่มากมายมหาศาลแบบที่ไม่เคยพบจากอาวุธชนิดไหนมาก่อน แม้แต่อาวุธของพวกสาวกสายเลือดแท้
 +
 +"จิตนี้มัน!!!" [[เรนนี่]]ที่เชี่ยวชาญอาวุธที่สุดในกลุ่มรองจากเมดิอุสตะลึงกับปราญมหาศาลที่แผ่พุ่งออกจากกระบี่นี้ O_o
 +
 +"มันคือสำนึกกระบี่"
 +
 +"รูตรูดนี้มัน!!" [[กระเทยแดง]]จับกระบี่ยัดเข้ารูตรูดตัวเองแล้วชักเข้าชักออกพลางทำเสียงกระเส่า -o-
 +
 +"มันคือฝักกระบี่ ......ซะที่ไหนกันล่ะโว้ย!!" เมดิอุสเอาดาบตบกระเทยแดงขึ้นไปโครจรแข่งกับดาวเสาร์ก่อนเอาหนึ่งกระบี่ฯไปเช็ดแอลกอฮอล์ ความน่าใช้สอยของเทพอาวุธตกลง 68%
 +
 +
 +"แล้วจะให้ใครใช้ล่ะ ยอดกระบี่ขนาดนี้คงไม่ใช่ใครที่ไหนจะมาใช้ก็ได้แหงๆ"
 +
 +"แม่น ในโลกของซุยโคเด็นมีสิ่งที่ช่วยเกื้อหนุนบารมีของตัวละครด้วยดารา ผู้ครอบครองดาวจ้าวสวรรค์ที่เป็นผู้นำแห่งดาราทั้ง 108 บนฟากฟ้าจะรับพรที่ทำให้สามารถใช้เทพอาวุธได้"
 +
 +"เท็นไคงั้นเหรอ?! ซุยโคยูนิเวิร์สมีดาวเท็นไคด้วยเหรอ?!!" [[อุซโซ]]เล่นมาตั้งนานเพิ่งรู้ว่าทุกตัวละครถูกกำหนดให้ประจำ 108 ดาราอยู่ แล้วก็ยังไม่รู้ว่าใครอยู่ดาวไหนเพราะหาแผ่นหินแห่งคำสาบานไม่เจอ กะจะรอดูเครดิตตอนจบเกมเอา
 +
 +"อ๋อ ถ้าเป็นแผ่นหินแห่งคำสัญญาน่ะเรามีอันนึงนะ" [[อายะ]]ควัก pocket PC ขึ้นมาเปิดดูชื่อ 108 ดารา
 +
 +"คว่ำโต๊ะโว้ย!!! ทำไมแผ่นหินภาคนี้มันทุเรศแบบนี้เจ๊?!"
 +
 +"ไม่มีเวลาทำอ่ะค่ะ อยากได้ดีๆก็ไป mod เอาใหม่ในโลกยุคต่อไปละกัน" อายะเลื่อนรายชื่อลงมาเรื่อยๆเพื่อหาดาวเท็นไค
 +
 +
 +"โอ้ววววว มีชื่อผมแล้ววว ^o^"
 +
 +
 +*'''usso''' Tenyu Star
 +
 +
 +-___- อุซโซทำ[[หน้าแบบบายน]] จำตัวละครในดาวนี้ไม่ได้ซักตัว
 +
 +
 +
 +"เอ้า ลองดูคนต่อๆไปซิ"
 +
 +"ขอดูของข้ามั่งน่อ ช่างตีดาบปกติจะเป็น Chiko แต่ภาคนี้เราจับกราดิอุสลงชิโคไปแล้วดังนั้นเมดิอุสคนนี้อาจจะได้เป็นเท็นไคก็ได้น่อ ^^" (โลจิคโลกไหนครับท่านเทพ)
 +
 +
 +*'''Medius''' Tentai Star
 +
 +
 +...เมดิอุสสลด....
 +
 +
 +
 +เรนนี่ขอส่องดูมั่ง "แหม เท็นไคภาคนี้อาจจะเป็นผู้หญิงก็ได้นะคะ ^^ เอ้า ดูชื่อเราหน่อยเร็ว มิ้วๆ"
 +
 +
 +*'''Rainny''' Chiretsu Star
 +
 +
 +"บัดซบ!! ทำไมกรูเป็นคนทำห้องน้ำวระ!!!" เรนนี่คว่ำโต๊ะกระจุย แต่พอรู้สึกตัวก็กลับเข้าโหมดซือจังเหมือนเดิม "มิ ไม่ชอบดาวคนทำห้องน้ำอ่า มู่~ =w="
 +
 +
 +แล้วก็เลื่อนไปจนถึงดาวเท็นไคในที่สุด
 +
 +* '''(ยังไม่ได้ชวนเป็นพวก)''' Tenkai Star
 +
 +
 +"ลืมชวนเท็นไคเป็นพวก!!! สิ้นหวังแล้ว!! สิ้นหวังกับไอ้พวกพระเอกในภาคนี้แล้ว!!!"
 +
 +เมดิอุสเอาสันดาบตีกบาลให้อุซโซสงบสติอารมณ์ "ถึงจะน่าเสียดายแต่ถ้าออกมารูปการณ์นี้ก็คงไม่มีใครได้ใช้หนึ่งกระบี่ละน่อ..."
 +
 +
 +
 +
 +แต่[[ซุยโคแอสไลฟ์]]ก็หยิบหนึ่งกระบี่ไปกวัดแกว่งอย่างง่ายดาย
 +
 +
 +'''!!!'''
 +
 +
 +"เท็นคงเท็นไคอะไรไร้สาระ ก็แค่ของที่ถูกบันทึกไว้ตามลิขิตแบบที่[[เครอัส]]บอก ขอแค่มีพลังพอที่จะบงการดาราก็พอที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการได้"
 +
 +"ดาวประจำตัวของซุยโคแอสไลฟ์คือ Tengou ดาวที่ส่องสว่างใกล้เคียงกับดาวจ้าวสวรรค์มากที่สุด..... ด้วยพลังของดาวนี้บวกกับความสามารถในการควบคุมชะตากรรมของคนๆนี้ก็เป็นพลังพอที่จะใช้เทพอาวุธได้เหมือนกัน" เมดิอุสนั่งเทียนทฤษฎีขึ้นมาซะยังงั้น
 +
 +"ตอนนี้บนท้องฟ้ามีดาราส่องสว่างอยู่ 18 ดวง...."
 +
 +อุซโซลองใช้เนตรมองขึ้นไปก็นับ SoD ได้ 18 ดวงจริงๆ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าซุยโคแอสไลฟ์รู้ได้ยังไง
 +
 +"พวกเราจะช่วยกันเริ่มต้นเรื่องราวที่จะเปิดทางไปสู่อรุณรุ่งของซุยโคเด็น แม้วันที่ดาราเต็มฟากฟ้า ดาว 18 ดวงแรกอาจอ่อนแสงลงแต่ก็ขอให้จดจำสิ่งที่พวกเราช่วยกันสร้างไว้ตลอดไป"
 +
 +".............."
 +
 +".......อืม..."
 +
 +"แมนมากค่า~!! เท่สุดสวิงริงโก้ปานนี้อกอิชั้นจักกะแหล่นจะบรรลัย~ แมนแบบนี้ซิถึงจะน่าเอามาทำผัว~!!!" [[กระเทยแดง]]พุ่งเข้าหา[[ซุยโคแอสไลฟ์]] แต่ถูก[[เมดิอุส]]เอาสันดาบตบสลบเหมือดไปซะก่อนเพื่อไม่ให้ทำลายบรรยากาศ
 +
 +
 +
 +"แล้วผมล่ะครับ มีอะไรให้พระเอกอัพเกรดตัวเองมั่งฮะ ^^ หลังจากสู้กับ[[บิ๊ก]]ตอนนู้นพ้มไม่ชนะใครมาครึ่งปีแล้วนะฮะ" [[อุซโซ]]เรียกร้องขอความเห็นใจ
 +
 +"อย่าห่วงเลย สุดยอดอาวุธนั่นสำหรับ[[ซุยโคแอสไลฟ์]] ส่วนท่านข้าได้เตรียมสุดยอดเกราะไว้ให้แล้ว..."
 +
 +[[เมดิอุส]]ควักไอเท็มเสื้อกล้ามสีเขียวออกมา
 +
 +"น....นี่มัน!!"
 +
 +"เสื้อกล้ามของฮีโร่ ยูอิ พระเอกกันดั้มวิง ...ใส่ออกนอกอวกาศ, ทิ้งดิ่งผ่านชั้นบรรยากาศ, กระโดดระเบิดตัวเองกับ MS ก็ไม่เป็นไร!"
 +
 +แคว่ก~!!
 +
 +อุซโซทำลายความหวังดีของเมดิอุสสลายไปกับตา T^T
 +
 +
 +"ตอนนั้นเธอมองเห็นจุดดับของดวงดาวแล้วใช่รึเปล่า?" [[Ex-GM|แรทเซล]]ถาม[[อุซโซ]]ถึงตอนที่ตั้งใจจะทำลายดวงดาวที่[[ลาสต์วอลซ์]]เรียกลงมาเพื่อหยุดการเรียกคาออส
 +
 +"เห็นสิ เห็นชัดมากเลยด้วย"
 +
 +"เนตรแห่งความตายมองเห็นเฉพาะจุดดับของสิ่งมีชีวิต แต่พลังที่แท้จริงของเธอเกินขีดจำกัดนั้นไปแล้ว ไม่ต้องห่วงไปหรอก ถ้าพลังเนตรขั้นสูงสุดของ wire world ตื่นขึ้นมาละก็ ...ไม่มีใครเอาชนะเธอได้เด็ดขาด"
 +
 +"พลังเนตรสูงสุดงั้นรึ?!!?"
 +
 +"ถูกต้อง! มันคือเนตรเลเซอร์ไงล่ะ ตาของเธอจะยิงแสงเลเซอร์ได้!!"
 +
 +ปิ๊ด~ ตูม! อุซโซปล่อยเลเซอร์จากตาเผาแรทเซลมอดไหม้ไปทันใด
 +
 +"ใช่ซี้ คนอื่นเก่งผิดหูผิดตากันหมดก็พอแล้วครับ ไม่ต้องมาสนใจผมหรอกครับ ไม่ต้องมาสนใจผม~" แล้วพระเอกของเราก็หลบไปนั่งซดเก็กฮวยอยู่มุมห้องคนเดียว.... แต่ก็ไม่มีใครสนใจจริงๆ
 +
 +
 +----
 +
 +[[The Outlanders ep8|TO BE CONTINUED>>]]

Current revision

ความเดิมตอนที่แล้ว


--Shiryu 00:08, 20 กันยายน 2008 (ICT)


หลังจากดองฟิคได้ที่ พวกอุซโซก็ถูกบรรจุลงไหส่งไปขายร้านเจ้เล้งแถวดอนเมือง ซื้อพร้อมกาละแมบ้านตะแพรกลดสิบสามบาท

"บัดซบ! ให้พวกกุหายไปตั้งนาน ไหงจู่ๆมากลายเป็นแบบนี้ฟะ?!" อุซโซโวยวายแบบที่ไม่รู้ว่าอุซโซหายไปจากบอร์ดหรือฟิคนรกนานกว่ากัน

"หรือว่า....นี่คือสัญญาณบอกเหตุถึงการตัดจบ? เรื่องนี้ถูกกองเซ็นเซอร์สั่งตัดจบซะแล้วหรือนี่??? รู้งี้ในภาคคุกกิ้งไม่เขียนฉากเป็ดแก้ผ้าอาบน้ำก็ดี" เสียงชีริวดังมาจากไหนไม่รู้ เอ็งไม่ใช่พวกพระเอกไม่ใช่เรอะ? ...เมื่อรู้ดังนั้นเขาก็ถูกเตะออกนอกไหไป

"ใจเย็นๆก่อนครับทุกท่าน มาช่วยกันนั่งนึกย้อนความกันก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" ซีกูลด์เสนอความเห็นเข้าทีตามลักษณะวัฒนธรรมบอร์ดนี้ที่อายุสมองแปรผกผันกับอายุตัว (มีสมัชชาลุงๆยืนถือป้ายประท้วงว่าข้อความในบรรทัดนี้ไม่เป็นความจริง) "ก่อนหน้านี้ผมกำลังสวดคาถาบูชาท่านโอยาชิรอธอยู่ จู่ๆเมเทโอก็ตกลงมาแล้วรู้สึกตัวอีกทีก็เข้ามาอยู่ในไห" //พอมีแววว่าจะพูดไม่รู้เรื่องซีกูลด์ก็ถูกจับขึงพืดเอาไปตากไว้กับปลาร้า 32 ตัวที่อยู่ในไหเดียวกัน

"เรากำลังเดินทางไปยังจุดนัดพบกับแรทเซลทางตอนใต้ของเกรทไชรน์ ....แล้วจู่ๆท้องฟ้าก็เปลี่ยนสี" เรนนี่เล่าย้อนความได้เข้าท่า "ปีกสีดำขยายขนาดออกมาคลุมท้องฟ้าไว้จนมิด แล้วจู่ๆมิติทั้งหมดก็บิดผันไป"

"จุดที่ปีกนั้นงอกออกมาก็คือคาเลเรีย เมืองที่พวกเราเพิ่งจะเดินออกมา" บิ๊กเล่าต่อ


ซุยโคแอสไลฟ์ทำการ wrap up สรุปประเด็นทันที "สรุปว่าเราควรจัดให้มีห้องทั่วไปร่วมกับบอร์ด tffp นะครับ" ...โดนเอาไปตากรวมกับซีกูลด์ซะ

เมดิอุสช่วยแถลงเรื่องราวตามบทบาทตัวละครที่ใช้ชีวิตอยู่มานาน "ว่ากันว่าวาก้าบอนด์กำลังตามหาจุดจบแห่งห้วงมิติทั้งมวลอยู่.... " เขาเปิดปมเรื่องราวที่ไปตามล่าหาความจริงกับบิ๊กอยู่สองคนจนหายไปจากฟิคตั้งหนึ่งตอน "ว่ากันว่ามันมีทั้งหมดสี่อย่าง รายละเอียดมากกว่านี้ต้องไปเจอกับแรทเซลนั่นแหละถึงจะรู้ แต่ที่แน่ๆพวกมันทำลายเกรทไชรน์และพวกสายเลือดใหม่ ที่จะเป็นจุดจบแห่งห้วงมิติไปสองอย่างแล้ว"

"และปีกสีดำนั้นก็คือปีกของพระผู้ปลดปล่อยทมิฬ Dark Messiah จุดจบแห่งห้วงมิติอย่างที่สามที่จะพามิติแห่งนี้กลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่"

ตอนนี้กลไกของมิติเริ่มสลับซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆจนเมดิต้องตั้งโต๊ะเปิดคอร์สอบรม และสนับสนุนให้เพื่อนๆเล่นภาคสามกันมากขึ้น ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี โหวตสัตว์โลกวันนี้ตัวละครภาคสามจึงตกรอบพร้อมกันถึงสองตัว


"แต่เป้าหมายของวาก้าบอนด์คือทำลายมิติแห่งนี้?" อุซโซกำลังสงสัยว่าศัตรูของพวกเขาจริงๆแล้วเป็นอะไรกันแน่

"ถูกต้อง เพราะงั้นวาก้าบอนด์เลยต้องทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติ เพื่อไม่ให้พวกมันพามิตินี้กลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่ พระเจ้าสีดำคืออะไรไม่มีใครรู้ แต่ตอนนี้พวกวาก้าบอนด์คงกำลังต่อสู้กับมันอยู่"

"ว่าแต่ถ้ามิติถูกรีเซ็ตกลับไปมันจะเป็นยังไงน่ะ? เทียบกับพวกวาก้าบอนด์หรือจักรวรรดิที่ตั้งใจจะทำลายมิติแห่งนี้ทิ้งไปเลย ผมจะเชียร์ใครดีครับ?"

"ไม่ต้องเชียร์ใครทั้งนั้นว้อย!! เราต้องกำจัดพวกมันทั้งคู่! คนที่จะกู้ซุยโคยูนิเวิร์สกลับมาก็มีแต่พวกเรานี่แหละ!" ซุยโคแอสไลฟ์หลุดจากราวตากปลาร้ามาได้ก็เลือกหนทางที่ลำบากกว่าเืพื่อน (แล้วใครสู้น่ะเหรอ? ก็พวกแกไงล่ะ)


ด้านนอกขณะนี้เหล่าผู้คนทั้งหมดในซุยโคยูนิเวิร์สพากันแหงนมองขึ้นบนท้องฟ้า ไม่ว่าจะอาร์คโซลที่กำลังเดินทางไปยังปราสาทจักราศี, แรทเซลที่กำลังคอยพวกอุซโซอยู่ที่จุดนัดพบ, รวมไปถึงโมกุริที่กำลังออกจากที่ซ่องสุมของเรเนอเกดที่เพิ่งจะทำลายมา "พวกวาก้าบอนด์ที่เหลือจะเอาชนะเจ้าสิ่งนั้นได้หรือเปล่า แค่ทำลายพระเจ้าสีดำตนนี้ได้เป้าหมายของเราก็เท่ากับเสร็จสิ้นไปกว่าครึ่งแล้ว แล้วการเดินทางที่ยาวนานก็จะจบลงซะที...." แสงสีดำพาดท้องฟ้าจนดูเหมือนสายรุ้งโบกไหวไปมา นั่นคือปีกของพระเจ้าที่กำเนิดขึ้นด้วยผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดของสกิลรีเบิร์ธ สกิลที่รวบรวมความหวังและความปรารถนาก่อนจะมอบพลังที่ทำให้สมปรารถนาให้แก่เจ้าของสกิลในตอนที่กำเนิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง


และเจ้าของสกิลนั้นคือลุค คนพเนจรที่พบที่คาเลเรีย


ลุคผ่านวาระสงครามของมิตินี้มาหลายครั้งจนรู้ว่าไม่มีทางช่วยเหลือทุกคนในโลกนี้ให้พบกับสันติสุขได้ ความปรารถนาแรงกล้าเพียงหนึ่งเดียวของเขาคือการล้างโลกแห่งนี้แล้วสร้างขึ้นมาใหม่ นั่นคือการรีเซ็ตโลกไปยังโลกครั้งที่ห้าของซุยโคยูนิเวิร์ส สกิล rebirth ต้องมอบพลังมหาศาลเพื่อให้เขาสามารถบรรลุเป้าหมายของความปรารถนานั้นได้ และดาร์คแมซีอะห์ก็คือผลลัพธ์

"เสียแรงเปล่าที่คิดจะทำลายมิติแห่งนี้ทิ้ง ...พวกวาก้าบอนด์ช่างโง่เขลานัก" เสียงดังขึ้นจากกองซากศพผู้เล่นนับร้อยที่โมกุริเพิ่งจะฆ่าทิ้งไป แล้วพิงกี้พลอยก็ผุดขึ้นมาจากเงา "จุดจบแห่งห้วงมิติทั้งสี่คือกลไกชั้นยอดที่ปกป้องการดับสูญอย่างถาวรของซุยโคยูนิเวิร์ส ไม่ว่าจะถูกทำลายไปสักกี่ครั้งมันก็จะกลับไปที่จุดเริ่มต้นแล้วดำเนินเรื่องราวครั้งใหม่ อย่างแรกคือเกรทชไรน์ที่บรรจุมาเธอร์คอมพิวเตอร์ เมื่อมิติถึงวาระสิ้นสุดมันจะรีเซ็ตระบบกลับมาเริ่มใหม่ อย่างที่สองคือเหล่าผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่จะบูรณะโลกให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมหลังถูกทำลาย และอย่างที่สามก็คือพระเจ้าสีดำที่เมื่อทุกอย่างถึงจุดเลวร้ายที่สุดจะทำลายทุกอย่างทิ้งก่อนสร้างโลกแห่งใหม่ขึ้นมา ไม่มีมิติไหนจะเป็นนิรันดร์เท่านี้อีกแล้ว"

"เพราะงั้นเราจึงต้องทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติไงล่ะ ไม่มีเรื่องไหนในมิติใดๆของ wire world ที่วาก้าบอนด์จัดการไม่ได้"

"ท่านอาจารย์เครอัสเคยบอกไว้ ว่าสิ่งเดียวที่มนุษย์ไม่มีทางเอาชนะได้ก็คือชะตากรรม ไม่ว่าจะมีกำลังมากมายขนาดไหนก็ไม่มีทางต่อสู้กับชะตากรรมได้" ในฐานะนักพยากรณ์ พิงกี้พลอยมองเห็นอนาคตที่มิติจะต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้งเหมือนที่พวกเรเนอเกดตั้งใจไว้

"แค่มองเห็นอนาคตเหรอ? แต่ฉันเดินทางไปยังโลกทุกแห่งทุกภพภูมิได้ด้วยพลังของ Golden Passport อนาคตที่ฉันเคยเดินทางไปเห็นมันไม่เหมือนที่พวกเธอเคยรู้แน่ๆ"


หลังโมกุริพูดจบปีกสีดำก็ขาดเป็นชิ้นๆ แล้วค่อยๆสลายกระจายไปบนท้องฟ้า

"!!!"

มิติที่บิดเบี้ยวก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม พระเจ้าสีดำได้ถูกพวกวาก้าบอนด์คนอื่นๆทำลายลงได้แล้ว พวกมันสามารถเอาชนะได้แม้แต่ความปรารถนาที่แรงกล้าที่สุดของมิติแห่งนี้

"กลไกปกป้องอะไรกัน? ตอนนี้จุดจบแห่งห้วงมิติเหลือเพียงอันเดียวแล้วนะ"

แต่พิงกี้พลอยรีบหนีกลับไปหาพวกเรเนอเกดไม่ได้อยู่ฟังโมกุริ

"ว่าแต่พวกเรายังปลอดภัยกันดีหรือเปล่านะ?"


ทางด้านพวกอุซโซก็หลุดออกมาจากไห (จริงๆคือหลุมมิติที่เกิดจากปีกสีดำและดูดโลกส่วนหนึ่งเข้าไป) ก็พบกับแรทเซลพอดี

"มากันถึงที่นี่จนได้นะครับทุกท่าน .............ว่าแต่ทำไมผมพวกท่านจึงเป็นสีทอง?"

"ตอนอยู่ในไหหนึ่งปีเวลาบนโลกจะผ่านไปเพียงหนึ่งชม. เราจึงใช้โอกาสนี้ฝึกวิชาและจัดงานประลองยุทธ์ในไหขึ้นจนพวกเราสามารถแปลงเป็นซูเปอร์ไซย่าได้ทุกคนแล้ว" อุซโซอธิบายอย่างละเอียด

"(ปัญญาอ่อนบัดซบ!) เอาเหอะ อย่ามัวเสียเวลาเลย เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ....ตอนนี้เรารู้หมดทุกอย่างแล้ว ทั้งเป้าหมายของวาก้าบอนด์, กลไกของมิตินี้, แล้วก็แผนการสำหรับศึกครั้งสุดท้าย ตั้งใจฟังให้ดีๆล่ะ"


--Shiryu 14:09, 17 ตุลาคม 2008 (ICT)


"นานมาแล้วตอนที่จักรวาลถือกำเนิดขึ้น...." ตุ้บๆๆ โป๊ก ป๋องๆๆ ผัวะๆ ผัวๆ เมียๆ ต๋งหม่งๆ ปิ๋ว~ เจโดนยำข้อหาลากเรื่องออกอวกาศ "มาตื้บผมทำไมล่ะคร้าบ~! ก็มันต้องเกริ่นนำที่มาก่อนเล่ากลไกของมิติไม่ใช่เหรอคร้าบ!"

เออ จริงด้วย - -a พวกอุซโซติดนิสัยยำหลอดมาจากในภาคหลัก พอสำนึกได้ก็พากันขอขมาแรทเซลด้วยการปั๊มกระทู้ SRW เป็นการสักการะพ่อมดแดงผู้ยิ่งใหญ่ (ทำไมทีกระทู้บทสรุปซุยห้าไม่เข้าไปปั๊มกันมั่งฟะ! << เจท้วงมา)


"มิตินี้ถือกำเนิดขึ้นจากการต่อสู้ของโล่และดาบ ที่จริงกำเนิดขึ้นจากอำนาจเงินทุนของกลุ่มโคนาเม้ง กับการกว้านซื้อกิจการเกมออนไลน์อื่นให้ปิดตัวลงทีละเกมๆน่ะ แต่เจ้าของเกมมันบังคับให้ผมเล่าตามบทไม่งั้นโดนไล่ออกครับ ก็จำๆไว้แบบนี้แล้วกันนะ คือโลกเนี้ยนะ มันก็เกิดจากดาบกะโล่มันทะเลาะกันละน่อ..."

เจเล่าไม่ได้อรรถรสแบบสุดๆทั้งที่เป็นคีย์สำคัญที่สุดในเรื่องแล้วแท้ๆ จึงถูกเมดิอุสเข้ามาเม้นท์วิธีการบรรยายเรื่อง ยาว 600 ตัวอักษร คอมเมนท์ฟิคทีนึงยาวกว่าตัวฟิคที่เจ้าของกระทู้มันแปะซะอีก เจจึงต้องเปิดเพลงโหมโรงกระหึ่มเรียกบรรยากาศก่อนเล่า (คนฟังพวกนี้ทำไมเรื่องมากจังครับ กุมาเฉลยความลับไม่ได้มาแสดงเดี่ยวไมโครโฟนนะวะครับ)


"จากหนังสือเรื่อง The World Dismantling (สวทช.เอาไปแปลว่า"โลกของเรา") ที่นักพยากรณ์เครอัสเขียนไว้ เขาบันทึกคำบอกเล่าจากท้องฟ้าและแผ่นดินที่เล่าถึงกำเนิดของมิติและประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่ผ่านมาในทุกกาล รวบรวมเป็นหนังสือหนา 77 ล้านล้านหน้า เล่มใหญ่เท่าดาวเคราะห์ เวลาอ่านต้องขึ้นยานอวกาศไปอ่าน ผมใช้เวลาหนึ่งเดือนนั่งแกะข้อมูลระบบ (ด้วยเหตุนี้ช่วงนี้จึงไม่ค่อยตอบกระทู้นะครับ ไม่ใช่มัวไปกบฏ SRW ภาคใหม่อยู่นะครับ <<ไอ้โกหก!) จนพบบทความในหนังสือนั่นที่ถูกซ่อนไว้ในชั้นลึกสุดของฐานข้อมูล มันบอกว่าแผ่นดินได้เริ่มต้นประวัติศาสตร์ขึ้นที่เอาท์แลนด์ทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นสงครามการทำลายอาโรเนีย, สงครามทุ่งร้าง หรือแม้แต่สงครามฝนเลือดที่ผ่านมา และทุกครั้งเรื่องราวประวติศาสตร์หนึ่งกาลนั้นๆจะจบลงที่ฮาร์โมเนีย ไม่ว่าจะจบลงยังไง"


จะว่าไปซุยโคแอสไลฟ์ก็พูดชื่อของเครอัสให้อายะฟังตั้งแต่ ep1 (จำไม่ได้ก็กลับไปอ่านเร้ว) ไม่มีใครรู้จักตัวจริงของเขาแต่ว่ากันว่าเครอัสเป็นเพียงคนเดียวที่รู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับโลกแห่งนี้ในฐานะนักพยากรณ์และผู้อ่านฟ้าดิน

แล้วแรทเซลก็เล่าต่อ

"มิตินี้เป็นหนึ่งในโลกนับล้านของ wire world ก็มีบ้างเหมือนกันที่มีการรุกรานจากโลกหนึ่งไปยังอีกโลกหนึ่ง บางสงครามก็ตีโลกอื่นไปเป็นอาณานิคม บางสงครามก็ทำลายทิ้งไปเฉยๆ ซุยโคเวิร์สมีกลไกป้องกันการถูกทำลายของมิติที่สำคัญสี่อย่างที่จะช่วยป้องกันไม่ให้โลกแห่งนี้ถูกทำลาย
หนึ่งคือเกรทไชรน์ที่เป็นที่อยู่ของมาเธอร์คอมพิวเตอร์ มันจะย้อนโลกกลับไปสู่จุดเริ่มต้นหลังถูกทำลายทุกครั้ง
สองคือเหล่าผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่จะมากอบกู้มิติแห่งนี้ทุกครั้งหลังเกิดหายนะครั้งใหญ่แต่ละครั้ง
สามคือดาร์คแมซซีอะห์ที่จะทำลายทุกอย่างที่หมดทางเยียวยาแล้วพาโลกย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นใหม่"

ฟังมาถึงตอนนี้อุซโซก็เริ่มสงสัยว่าผู้เล่นสายเลือดใหม่ไม่น่าจะเป็นกลไกของมิติไปได้ แต่แรทเซลก็อธิบายเพิ่มเติม "ผู้เล่นสายเลือดใหม่คือเหล่าผู้ที่ถูกชะตากรรมบงการให้กอบกู้โลกแห่งนี้ขึ้นมา ถึงจะถูกมอบหมายให้รับภาระด้วยคำที่สวยหรูอย่าง 'เธอคือผู้กล้าที่แท้จริงนะ' 'เธอคือผู้เล่นที่ระบบเป็นผู้เลือกไว้นะ' 'เธอคือคนเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้นะ' แต่ทั้งหมดนั่นก็เป็นแค่สิ่งที่ถูกกำหนดไว้แต่แรกแล้ว ถึงได้บอกไงล่ะว่าไม่มีใครเอาชนะชะตากรรมได้ พวกที่เปลี่ยนแปลงชะตากรรมที่เราเห็นกันตามการ์ตูนโชเน็นทั้งหลายนั่นก็เป็นแค่พวกที่ถูกกำหนดให้ดูเหมือนเปลี่ยนแปลงโชคชะตาตนเองได้ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกเขียนไว้แล้วอยู่ดี และไอ้สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมันไม่ใช่โชคชะตาที่แท้จริง"

พอฟังมาเรื่อยๆทุกคนก็เริ่มสูญเสียความตั้งใจและแรงบันดาลใจไปเกือบหมด คิดๆแล้วพวกเขาก็เป็นแค่ตัวละครตัวหนึ่งในโลกแห่งหนึ่ง ต่อให้กอบกู้โลกแห่งนี้ได้นั่นก็เป็นแค่บทละครที่ถูกเขียนขึ้นมาเท่านั้นเอง ถ้าเป็นแบบนั้นเขาจะแตกต่างกับพวกผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่โดนวาก้าบอนด์กวาดล้างไปหมดแล้วยังไง แล้วแรทเซลก็เล่าต่อเฮือกที่สาม ทั้งที่มีเสียงตะโกนมาแว่วๆว่าพอเถอะคร้าบ~ ไอ้หนังสือของเครอัสที่เขียนแต่ความจริงสุดอัปรีย์ผมไม่อยากฟังแล้วคร้าบ~


"พวกวาก้าบอนด์มีเป้าหมายในการทำลายมิตินี้ แต่การทำลายกองทัพของโลกนี้ทั้งหมดเพื่อบุกไปทำลายมาเธอร์คอร์นั้นไม่ง่าย พวกนั้นเลยร่วมมือกับจักรวรรดิมิตินับพันที่มีเป้าหมายในการพามิติอื่นๆไปเป็นเมืองขึ้นและทำลายมิติที่แข็งข้อ วาก้าบอนด์เสนอว่าจะร่วมมือกับจักรวรรดิโดยไม่คิดค่าตอบแทน แต่สิ่งที่จักรวรรดิต้องทำคือ 'ทำลายมิตินี้' ไม่ใช่เอาไปเป็นอาณานิคม ซึ่งพวกสาวกสายเลือดแท้เองก็ยินยอม เพราะซุยโคเวิร์สกำลังเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นขวากหนามในการสร้างโลกหนึ่งเดียวของพวกมันได้ หลังทำลายมาเธอร์คอร์ได้แล้ว ถือว่าบรรลุข้อตกลง จักรวรรดิก็กลับไป พอไม่มีทั้งมาเธอร์คอร์และพวก GM แล้วการจะเก็บกวาดจุดจบแห่งห้วงมิติที่เหลือด้วยตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยาก ตอนนี้วาก้าบอนด์ทำลายจุดจบของมิติไปสามอย่างแล้ว พวกมันคงหาทางทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติชิ้นสุดท้ายอยู่ เพื่อให้มิติแห่งนี้ดับสูญไปอย่างสมบูรณ์"


"จุดจบแห่งห้วงมิติอย่างสุดท้ายเหรอ? จะมีอะไรอลังการกว่าเกรทไชรน์ที่พวกจักรวรรดิต้องยกกองทัพมาทำลาย หรือดาร์คแมสซีอะห์ที่เปลี่ยนแปลงโลกได้ทั้งใบอีกเหรอ?"

"ถ้าที่ผมคาดการณ์ไว้ไม่ผิด .....จุดจบแห่งห้วงมิติอย่างที่สี่ก็คือพวกเรา"


!!! O_o

"?! พวกเราเนี่ยนะ?! พวกเราจะทำอะไรได้คร้าบ~! สู้กับจ่าโจยังแพ้เลย!" อุซโซโวยวายพร้อมเล่าถึงประสบการณ์ขุนเลเวลสุดอนาถ

"เดาเล่นๆครับ เพราะในหนังสือไม่ได้เขียนเรื่องของจุดจบอันสุดท้ายไว้ แต่ก็เป็นไปได้มากที่จะเป็นพวกเรา ถ้าเรากำจัดวาก้าบอนด์ป้องกันการดับสูญของมิติได้แล้วบูรณะโลกขึ้นมาใหม่มันก็เหมือนกับพวกผู้เล่นสายเลือดใหม่นั่นแหละ"

"เพราะงั้นเป้าหมายต่อไปของวาก้าบอนด์ก็คือกำจัดพวกเรา" ซุยโคแอสไลฟ์รู้ดีว่ายังไงสุดท้ายแล้วพวกเขากับวาก้าบอนด์ก็ต้องสู้กันในศึกตัดสิน "งั้นวาก้าบอนด์ที่ต้องการทำลายซุยโคเวิร์สคงรู้อะไรบางอย่างที่น่ากลัวมากๆในมิตินี้ใช่ไหม?"

"ครับ เป็นเรื่องที่เขียนไว้ในหนังสือเหมือนกัน แต่อย่าไปสนใจเลย เรารู้แค่ที่ผมบอกก็พอแล้วหละ ผมขอเชื่อว่าเครอัสเป็นจอมโกหกที่ร้ายกาจดีกว่าที่จะเชื่อว่าสิ่งที่เขาเขียนไว้ในหน้าสุดท้ายเป็นเรื่องจริง" พอเห็นแรทเซลไม่อยากพูดถึงด้านมืดของซุยโคเวิร์สอย่างสุดใจขาดดิ้นแล้วเพื่อนๆก็ไม่ถามต่อและรอฟังแผนการรับมือวาก้าบอนด์ที่เขาวางไว้ดีกว่า


"เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้สำคัญกับชัยชนะของพวกเรามากแต่ก่อนอื่น....... มาช่วยผมจัดการกาฝากที่แฝงตัวมาในกลุ่มเราก่อนซิ"

"หมายควายว่าไง? ในกลุ่มพวกเรามีแต่คนที่ไว้ใจได้ทั้งนั้น!" ซุยโคแอสไลฟ์ออกตัว คนเดียวที่ไว้ใจไม่ได้ในกลุ่มนี้ก็คงจะเป็นหมอนี่นั่นแหละ

"ไม่ได้หมายถึงพวกท่าน แต่ในกลุ่มพวกท่านมีคนอื่นแฝงตัวเข้ามาอยู่...." ด้วยสกิล sage's eyes ของแรทเซลต่อให้เป็นชีริวปลอมตัวเข้ามาก็ยังดูออก แต่หนนี้ศัตรูแฝงอยู่ในตัวคนใดคนหนึ่ง


"มิโคโตะสินะ" อุซโซเริ่มนึกออกว่าตอนแบล็คเรนสู้กับอาร์คโซลที่คาเลเรียได้เอามิโคโตะมาปล่อยให้เข้ามาเป็นไส้ศึกในกลุ่มพวกเขา แต่ไม่มีใครดูออกว่ามันซ่อนอยู่ในตัวคนไหน เลยปล่อยคามาจนถึงตอนนี้ ไม่ใช่เพราะคนแต่งลืม (จริงๆนะ ปิ๊งๆ)


แล้วแรทเซลก็หยิบดาบซันคันโตขึ้นมา ............ฟาดลงกบาลเมดิอุส "ไม่มีอะไรที่ซันคันโตตัดไม่ขาด"


เคร้ง!!!

"ทำอะไรของแกฟะ? แต่อย่าคิดว่าจะแอบเจี๋ยนคนหล่อกันได้ง่ายๆสิ สิ่งหนึ่งที่ซันคันโตตัดไม่ขาดก็คือดาบ Chronical Crusador ที่เจ้าเมดิอุสสุดยอดนักตีอาวุธของ wire world สร้างขึ้นมานี่แหละ!!" (ส่วนอีกอย่างที่ตัดไม่ขาดก็คือความรักที่ผมมีต่อเซซิลครับ อ๊าง~) เมดิอุสเปลี่ยนโหมดเป็นแมกนาดิอุสเอาดาบออกมาตั้งรับซันคันโตได้อย่างง่ายดายสมเป็นนักรบเทพ (ไหนเอ็งบอกว่าตายไปตั้งแต่ตอนระเบิดกับไซเลนท์แล้วไงฟะ)

แรทเซลหัวเราะหนึ่งเฮือก "เห็นกันหรือยังครับเพื่อนๆ"

อุซโซที่ใช้เนตรแห่งความตายมองเห็นจุดดับที่เพิ่มขึ้นมา "ในตัวของแมกนาดิอุสมีคนอยู่สองคน"

ซุยโคแอสไลฟ์ก็มองคอนเนคชั่นที่เปลี่ยนแปลงไปของแมกนาดิอุสออก "มิโคโตะ... มันแฝงอยู่ในร่างของแมกนาดิอุส ไม่ใช่เมดิอุส ไม่ใช่พวกเราคนอื่น! เพราะงั้นทีแรกเลยไม่มีใครหาเจอ!!"

"เพราะงั้นท่านแรทเซลถึงได้โจมตีเมดิอุสเพื่อให้เปลี่ยนโหมดเป็นแมกนาดิอุสเพื่อรับการโจมตีสินะ เพื่อจะได้เห็นเจ้ามิโคโตะที่ซ่อนตัวอยู่! ท่านแรทเซลช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก" เรนนี่กล่าวชม

"เปล่าหรอกครับ ผมอยากฟันเมดิมานานแล้วต่างหากครับ ตอนประกวดตัวละครหญิงโปรโมทซะจนเธอคนนั้นเขี่ยเซียร่าตกรอบเลยนะครับ" แรทเซลพูดความจริงมากเกินไปจนถูกกระทืบเอาอีกรอบ

"ทุกท่านครับ ช่วยสนใจผมหน่อยได้ไหมครับ ถึงจะไม่ค่อยมีคนจำได้แต่ผมก็มีหน้าวิกิเป็นของตัวเองนะครับ ไม่เชื่ออ่านซะ >>Mikoto" มิโคโตะถูกจับไต๋ได้ก็กระโดดออกมาจากร่างของแมกนาดิอุสในสภาพของเหลวเตรียมบินกลับไปหาพรรคพวก


...แต่แมกนาดิอุสก็กระโดดไปตบลงมาติดพื้นซะก่อน

"โอ้ววว มาอาศัยร่างคนอื่นหลับนอนอย่างนี้ไม่ฟรีน่อ ที่พวกวาก้าบอนด์รู้ความเคลื่อนไหวของเรา รวมทั้งการที่พวกนั้นรู้ตำแหน่งของพระเจ้าสีดำก็คงเป็นเพราะแกสินะ ไอ้ตัวอันตรายแบบนี้เห็นทีจะต้องถูกพระเอกทั้งเจ็ดคนรุมกระทืบตามสไตล์ซุยแล้วละน่อ"

แล้วพวกอุซโซก็แบ่งออกเป็นสองทีม บิ๊ก, ซีกูลด์, และเรนนี่จัดฟอร์เมชั่น Triangle Ace เข้าสู้กับมิโคโตะ ส่วนซุยโคแอสไลฟ์, แรทเซล, และอุซโซ จัดฟอร์เมชั่น Deserted Dogs รุมกระทืบแมกนาดิอุสโทษฐานปล่อยให้กาฝากเข้ามาเกาะไม่รู้เรื่องรู้ราว ตุ้บ ตั้บ บึ้ก ผัวะๆๆๆ ตุ๋ย~!


--Shiryu 16:44, 17 ตุลาคม 2008 (ICT)


มิโคโตะก่อรูปร่างขึ้นจนเกือบเป็นตัวคน บิ๊กรีบฟาดก้อนเนื้อขาดเป็นสองท่อน แต่มันก็กลับมารวมกันใหม่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "หะ?!"

"Shadow Flare!!" ซีกูลด์ร่ายเวทเพลิงแห่งความมืดเผาทำลายมิโคโตะจนกลายเป็นจุลแต่มันก็กลับสภาพเดิมได้ในพริบตา

"หมอนี่มีสกิล Immortal ฆ่ายังไงก็ไม่ตาย"

"ถ้าฆ่าไม่ตายก็ดูดมันให้หายไปเลยสิ!" เรนนี่อัญเชิญอาโตมอสออกมาดูดมิโคโตะเข้าไป แต่เนื่องด้วยรสชาติระดับต๊ะไม่รับประทาน อาโตมอสจึงคายมันออกมา

"ไม่ได้เรื่องหรอก Immortal ทำให้ทุกๆส่วนแม้แต่เซลล์ในร่างกายทั้งหมดมีชีวิต ต่อให้เหลืออยู่แค่เซลล์เดียวมันก็สั่งให้เซลล์อื่นๆคืนสภาพกลับมาได้ในพริบตา ถ้าไม่โจมตีให้เซลล์ทั้งหมดของมันแหลกเหลวไปพร้อมๆกันยังไงก็ไม่มีทางฆ่ามันได้!"


"งั้นมาโจมตีประสานด้วยท่าที่แรงที่สุดกัน!!" บิ๊กเสนอแล้วก็ฟันพหุศาสตราวินาศออกมา มันหายไปฝึกวิชาตั้งนานไม่ได้ท่าใหม่เพิ่มมั่งเลยเรอะ???

มิโคโตะเละกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย "นับได้ทั้งสิ้น 4096 ชิ้นครับ!" แรทเซลตะโกนบอกข้อมูลอย่างแม่นยำพลางกระทืบแมกนาดิอุสต่อไป

บิ๊กใช้วิธีฟันแบบตั้งฉาก แนวการฟันแนวตั้งและแนวการฟันแนวนอนเท่ากัน และวัตถุที่ถูกฟันจะขาดออกเป็นชิ้นๆตามแนวการฟัน เช่นหากฟันแนวตั้ง 2 ครั้ง แนวนอน 2 ครั้ง รวมทั้งสิ้นฟันไป 4 ครั้ง วัตถุจะขาดออกเป็น 9 ชิ้น (หากงงให้วาดรูปตาราง OX ประกอบ)
คำถามครับ!! (บิ๊กทำเสียงแบบคุณปัญญา) ...มิโคโตะกลายเป็น 4096 ชิ้น ถามว่า บิ๊กฟันไปทั้งหมดกี่ครั้ง?
รู้คำตอบแล้วส่งมาได้ที่ biggreat2000@ฮอทแมว.กลม ติดต่อขอรับรางวัลได้ที่เสี่ยบิ๊กตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันย้ายโฮสต์


"ไอ้บทบรรยายข้างบนมันอะไรฟะ? ตูไม่มีรางวัลอะไรจะให้เฟ้ย! แต่ถ้าเป็นป็อบจังหรือเอ๋ ไม่ว่าอะไรผมก็มอบให้ได้ ^^~" บิ๊กม่อจริงๆ

"รักนั้นดังยาขม ที่ตรอมตรมเพราะรักเขา รักแท้หมดใจเรา ไฉนเล่ามิแคร์กัน" จีนีไอม่อเล่นๆ แต่เสี่ยวจริงๆ ...ว่าแต่แกโผล่มาภาคนี้ได้ไงฟะ?

เรนนี่โจมตีซ้ำแบบไม่อยากเสียเวลาไปสนใจบทปังยาอ่อน "ทัณฑ์บร๊ะเจ้าจอร์จ องก์ที่สาม วรรคที่หก สมาชิกที่สาบสูญจากบอร์ดไปนานเกิน 4 เดือนจะต้องถูกลดชั้นเป็น non-active member ขาดสิทธิ์ในการโหวตตัวละครสัตว์ โดยเฉพาะถ้ามาโหวตตรงข้ามกับตัวที่กรรมการเชียร์จะไม่นับคะแนนให้ ....วิชานินจาสายฟูจินเมียวไร Whirlwind!!!" ร่ายคาถายาวเรื่อยเปื่อยจบก็มีลมพายุพัดมาหอบเรนนี่ลอยหายไป เพราะตัวเองก็ไม่ยอมโพสต์เหมือนกัน (กำ) ส่วนมิโคโตะที่กลายเป็นสี่พันชิ้น ("4096 ชิ้นครับ" <<แรทเซลระบุตัวเลขที่แม่นยำอีกรอบ...แล้วก็กระทืบแมกนาดิอุสต่อไป) ก็ถูกลมหอบมารวมกันเพื่อให้ซีกูลด์เล็งเล่นงานได้สะดวกๆ


"Extinction!!!"

ซีกูลด์ร่ายเวททำลายที่รุนแรงที่สุดในสตาร์โอเชี่ยนสองออกมา ถ้าไม่ตะบี้ตะบันขุนเลเวลเลออนคงไม่รู้หรอกว่าหมอนี่เก่งกว่าเซเรนุ แล้วเศษเนื้อมิโคโตะก็ถูกยอดคาถาพัดทำลายจนแหลกเหลว


........

"จบแล้วสินะ แฮ่ก แฮ่ก"

"ช่างเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานจริงๆ"

อุซโซและซุยโคแอสไลฟ์แข่งกันเก็กท่าชนะ ....ยืนเหยียบอยู่บนแมกนาดิอุสที่โดนสกัมลงไปนอนกองอยู่นั่นเอง~

"อย่ามัวมาอู้งานอยู่ครับ ไปช่วยสามคนนั้นสู้ดีกว่า - -" แรทเซลสัมผัสได้ว่ามิโคโตะยังมีชีวิตอยู่ (ว่าแต่เพ่ก็มารุมกระทืบแมกนาดิอุสกับเค้าไม่ใช่เรอะ?!)

แล้วก็จริงอย่างที่แรทเซลบอก เซลล์ของมิโคโตะยังไม่ตายทั้งหมด มันค่อยๆฟื้นตัวแล้วกลับมาเปรี้ยวอีกครั้ง

"เฮ้ย!!!"

"แล้วแบบนี้พวกเราจะมีทางฆ่ามันได้มั้ยเนี่ย?"

"สวะเอ๊ย! ทำลายคอนเนคชั่นมันซะก็สิ้นเรื่อง!!" ซุยโคแอสไลฟ์เข้าโหมดสู้(ซะที)กระโจนเข้าไปฟันคอนเนคชั่นทิ้งนับพันเส้น แต่คอนเนคชั่นของมิโคโตะพุ่งออกมาจากทุกเซลล์ ฟันให้ตายก็ไม่มีทางหมด "บัดซบ! แม้แต่การทำลายคอนเนคชั่นยังฆ่ามันไม่ได้!!"

อุซโซตะโกนบอกคนอื่น "หลบ! ปล่อยพระเอกเองคร้าบ!!" แล้วก็ขว้างลูกพลังงานความหนาแน่นสูงเข้าไปยังจุดดับที่มองเห็นด้วยเนตรแห่งความตายทันที!!!

"ต่อให้แยกกลายเป็นกี่พันร่าง ต่อให้ทุกเซลล์มีชีวิต มีคอนเนคชั่นนับพันนับหมื่น แต่ความเป็นตัวตนของแกก็ยังคงมีเพียงหนึ่งเดียว!! ไม่มีอะไรใน wire world ที่ข้าทำลายไม่ได้!!" คราวนี้ถึงตาอุซโซมั่ง ....ซวยละสิ คนแต่งนึกไม่ออกว่าจะให้มิโคโตะรอดจากการโจมตีเข้าจุดดับยังไง


ตู้ม!!!

ลูกพลังของอุซโซโดนเข้าจังๆ ....โดนคนที่จู่ๆก็มุดมิติออกมาโผล่หน้ามิโคโตะเข้าจังๆ

"เจ็บ =w=........"

ตอนนี้ทุกคน(โดยเฉพาะอุซโซ) ต่างพากันอ้าปากค้างเพราะไม่คิดว่าจะได้พบกับคนๆนี้อีก แล้วก็มีผู้หญิงอีกคนมุดช่องว่างมิติตามออกมา เป็นอีกคนที่ใครๆก็พากันคิดว่าหายสาบสูญจากมิตินี้ไปแล้ว

เมื่อคนที่ต้องการให้มาพบกับพวกอุซโซที่นี่มาถึงในที่สุด แรทเซลก็พูดขึ้น "มาถึงกันเร็วกว่าที่คิดไว้นะครับ คุณอายะ ขอเวลาอีกสักแป๊บนะ พวกเรายังกำจัดปรสิตตัวนี้ไม่สำเร็จเลย"


"อย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่เลย ชั้นจัดการเอง" อายะกระโดดเข้ามาในปาร์ตี้แบบคนอื่นไม่ทันตั้งตัว แล้วผลักมิโคโตะกระเด็นออกไปนอกอวกาศหลุดออกจากวงโครจรของระบบสุริยะไปไกลหกพันเก้าร้อยล้านปีแสง ก่อนสร้างวงเวทขนาดมหึมา ขึ้นซ้อนกันแปดพันวงล้อมมิโคโตะไว้

"ระเบิดออกมาซะ มหาเวท END OF LOVE"





-------------------------วาบ--------------------------





ระเบิดลำแสงปะทุขึ้นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน เกิดระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นในจักรวาลมีพลังทำลายมากกว่าพลังงานของพระอาทิตย์นับแสนล้านเท่า ขนาดทำให้ดวงดาวที่อยู่ใกล้ๆถูกแรงดึงดูดหอบลงไปป่นเป็นผุยผง วงโครจรของกาแล็กซี่รอบข้างปั่นป่วนไปหมด โชคดีที่วาร์ปพลังทำลายที่ว่าออกไปห่างๆโลกแล้ว


....ส่วนมิโคโตะไม่เหลือแม้แต่เซลล์เดียวอย่างไม่ต้องสงสัย ....เหลือซักอะตอมมั้ยยังไม่รู้เลย....

=A=""""

-_____-

- -"

ทุกคนพากันไว้อาลัยให้มิโคโตะ จะว่าไปลากมาเจ็ดตอนเพิ่งจะได้เห็นพลังต่อสู้ของอายะนี่แหละ

"ว่าแต่เจ๊อายะกลับมาได้ไงฮะเนี่ย? ถูกขังอยู่ในคุกเหล็กใต้จักรวรรดิไม่ใช่เหรอ จ้างทนายโฟลวนิกซ์ ไวรท์ไปขออุทธรณ์มาเหรอฮะ?"

"ต้องขอบใจพลังของแม่หนูคนนี้...." อายะหลบฉากให้สปอร์ตไลท์ฉายไปที่สาวน้อยคนนึง (คนที่ตกลงมาก่อนแล้วโดนลูกพลังของอุซโซเข้านั่นแหละ)


.........

"ซึคาสะ!!"

ทุกคนพากันแปลกใจเพราะคิดว่าซึคาสะสละชีวิตหายไปกับพวกจักรวรรดิตามที่หลอดริโอวเรียกร้องแล้ว แต่ถึงยังไงซึคาสะที่อยู่ตรงหน้ากลับดูผิดไปจากเดิม "มู~ มุมุ มู้ววววว หงุด....... =.= หงุ. เหมียว - -~"

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?"

อายะหันมาตั้งโต๊ะเล่าเรื่องให้ฟัง "อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ งั้นเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนะ ตั้งแต่ตอนที่ซึคาสะหลุดเข้าไปในมิติประหลาด การเดินทางจากโลกไกอากลับมาที่นี่ รวมทั้งแผนการที่เราวางไว้ แล้วก็เรื่องคีย์ของสงครามเอาท์แลนด์ที่ผ่านมาด้วย ว่าแต่ อยากรู้จริงเหรอ อยากรู้จริงๆเหรอ อยากรู้จริงๆน่ะเหรอ อยากรู้จริงๆแน่นะเหรอ......."

พอเปลี่ยนจากคิวแรทเซลเล่าเรื่องต่อมาก็ถึงคิวของอายะ แต่หนนี้ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "กุไม่อยากรู้"

"แหม ถ้าอยากรู้ขนาดนั้นก็ช่วยไม่ได้นะ เอาละ เราจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังเอง" (บังคับกันชัดๆ)


--Shiryu 13:54, 14 พฤศจิกายน 2008 (ICT)


"จำที่เราบอกว่าซึคาสะคือคีย์ของสงครามเอาท์แลนด์ได้ใช่ไหม?" อายะพาทุกคนหวนระลึกถึงความหลัง ทั้งที่เพิ่งจะผ่านมาเพียงสองตอนแต่ยาวถึงครึ่งปีเพราะคนเขียนอู้มัวแต่ไปทำงานให้ปตท. ฟิคนรกไม่ยอมแต่ง

"จำได้ซิ พวกเราคิดว่ามันคือการเรียกคาออสลงมาจัดการพวกจักรวรรดิ แต่สุดท้ายแล้วก็คือการใช้มหาเวทประตูสุดท้ายปิดผนึกพวกนั้นกลับไปที่เดิม" อุซโซตอบได้อย่างละเอียดราวกับเพิ่งพลิกกลับไปอ่านมา

"จริงๆแล้วเวทย์ประตูสุดท้ายก็ยังไม่ใช่เวทที่เราตั้งใจให้ซึคาสะใช้อยู่ดีแหละ" พอได้ยินอายะบอก อุซโซก็พลิกกลับไปอ่านอีกรอบ เออ อายะไม่เคยบอกว่าท่าที่จะให้ใช้มันคืออะไรจริงๆด้วยเว้ย


"ตอนนั้นเราไม่คิดจะยอมแพ้อยู่แล้ว ก่อนยอมถูกจักรวรรดิจับตัวไปเราบอกให้แรทเซลช่วยรวมกำลังคนไว้รับมือพวกวาก้าบอนด์ที่ยังคงอยู่ในมิตินี้ แล้วก็ขอให้ซึคาสะช่วยใช้พลังประตูเดินทางข้ามมิติไปยังโลกไกอาเพื่อพาเราออกจากคุกใต้จักรวรรดิมา"

"สกิล eternal gate มีพลังมากขนาดนั้นเลยเรอะ?!!! O_o " ทุกคนพากันตะลึงที่สกิลของซึคาสะมีพลังขนาดอนุญาตการเดินทางข้ามมิติได้ นอกจากความสามารถบัตรผ่านตลอดของโมกุริแล้วก็มี eternal gate ที่ใช้พลังต่อต้านกฎของ wire world ได้


"เอ้า เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ มีคำถามอะไรมั้ยเด็กๆ?" ^o^

ทุกคนที่ฟังอยู่พากันยกมือให้พรึ่บ มีหลายประเด็นไม่เคลียร์อย่างแรงงงงงงง แต่งฟิคแบบนี้มันไม่เคลียร์อย่างแรงงงงงง

"โง่บัดซบ! คนอุตส่าห์ตั้งใจอธิบาย จะสงสัยอะไรนักหนาวะ..." อายะโดนแรทเซลเอารองเท้ายัดปากก่อนเปิดโอกาสให้เพื่อนๆได้ถามข้อสงสัยทีละคน


อุซโซถามคนแรก "เวทประตูสุดท้ายต้องสละชีวิตในการร่ายเวท ตอนนั้นเราก็คิดว่าซึคาสะตายแน่ๆแล้ว......ตกลงรอดมาได้ไงล่ะนั่น?"

"เวทที่ว่าต้องสละชีวิตคนหนึ่งคน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ร่าย ตอนนั้นก่อนที่ประตูจะปิดผนึกพร้อมดูดชีวิตของซึคาสะไปก็มีเสียง "ซือจัง T-T" ดังขึ้นมา"

อุซโซเริ่มนึกถึงโดเรียผู้มีความสามารถที่ร้ายกาจ "โผล่ได้ทุกที่ๆมีซือจัง" เป็นความสามารถที่ร้ายกาจขนาดไปโผล่ได้กลางวงมหาเวทย์ เมพไหม?

"ซึคาสะเลยใช้จังหวะเสี้ยววินาทีเหวี่ยงโดเรียลงหลุมมิติสังเวยชีวิตแทน ก่อนประตูมิติจะปิดลง ดูดพวกจักรวรรดิหายไป...."


=v=

=v=

=v=

ทุกคนพากันยืนไว้อาลัยให้โดเรียผู้กลายเป็นคีย์ของสงครามเอาท์แลนด์อย่างแท้จริง ด้วยผลบุญครั้งนี้ทำให้ในยุคต่อมาเขาได้เกิดเป็นถึงเทพปีศาจ....


ซุยโคแอสไลฟ์ถามคนที่สอง "แล้วจักรวรรดิเก็บเจ๊ไว้ทำไม? เหตุใดจึงไม่ถูกพวกเวอดาเดโร่กระทืบตาย? แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ข้าจะได้เป็นแอดมินของโลกนี้ซะที?"

"จะเป็นแอดมินก็ไปฝึกโธสัมให้บรรลุก่อนย่ะ -*- คืองี้ สาวกสายเลือดแท้เดินทางออกจากจักรวรรดิไปคนนึง พวกนั้นเห็นว่าเรามีคุณสมบัติพอจะขึ้นมาเติมตำแหน่งของเจ้านั่นให้มันครบ 18 คนเหมือนเดิมก็เลยเลี้ยงเราไว้ดูเล่นก่อน"

"สาวกสายเลือดแท้ได้สิทธิพลังรบที่ไร้ขอบเขตกับความเป็นอมตะนะเจ๊ อยู่ที่นั่นไปซะเลยไม่ดีกว่าเหรอ?"

"ก่อนได้เป็นต้องถูกบังคับให้เล่นไฟนอลวันละ 25ชม.ย่ะ เกมไม่มีหนุ่มหล่อบาดใจอย่างทีลพรรค์นั้นเราเล่นไม่ลง!"

ข้างบนคือเหตุผลที่แท้จริง แต่ไม่ได้พูดออกมาเพื่อรักษาภาพพจน์ แล้วอายะก็กลั่นกรองคำพูดก่อนตอแหลตอบ

"เราเกิดที่โลกแห่งนี้ จะตายที่นี่ก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน ที่โลกไกอาต่อให้ได้เอกสิทธิ์เหนือใครในล้านมิติยังไงที่นั่นก็ไม่ใช่บ้านของเรา เตรง...เตร่ง...~" นี่คือตอแหลสด สกิลประจำตัวของแอดมินซุยโคเด็นทุกคน


บิ๊กถามเป็นคนถัดมา "อาการประหลาดๆของซือจังนั่นอะไรน่ะ?"

"ถึงจะไม่ต้องสละชีวิตในการผนึกประตูสุดท้าย แต่ซึคาสะก็หลุดเข้าไปในมิติประหลาดหลังปิดประตูบานนั้น...."

อายะเล่าถึงมิติประหลาดอื่นๆที่ซึคาสะหลุดเข้าไป ...มิติแรก มิติแห่งความสิ้นหวัง (มาอันแรกก็เจองานหนักเลยเนอะ)



ซึคาสะเดินเข้ามาในมิติที่ว่างเปล่า ได้ยินแต่เสียงผู้คนโอดโอยด้วยอาการสิ้นหวังต่างๆนานา

"สิ้นหวังแล้ว! FFXIII เลิก exclusive ....สิ้นหวังแล้ว!"

"สิ้นหวังแล้ว! สิ้นหวังกับพวกชอบเข้ามาแอบดูซ่อนแล้วไม่ยอมอีดิตแล้ว!"

"สิ้นหวังแล้ว! เซียวฮื่อยี้ทะลุร้อยเล่มแล้ว สิ้นหวังแล้ว!"

"สิ้นหวังแล้ว! กทม.มีม็อบพันธมิตร เลยย้ายไปประชุมอาเซียนที่เชียงใหม่ อดหยุดงานสิบวัน สิ้นหวังแล้ว!"


ซึคาสะฟังแล้วแทนที่จะเกิดสภาวะสิ้นหวังกลับติดความรู้สึกสมเพช "เรื่องพรรค์นี้มาโวยวายทำแพะเมืองผีอะไร เดี๋ยวปั๊ดจับเมเทโอกรอกปาก" แล้วซึคาสะก็เดินเข้าไปยังชั้นที่สองของมิติ เสียงแห่งความสิ้นหวังก็ยังดังมาไม่ขาดสาย

"สิ้นหวังแล้ว! เป็นนางเอก Kingdom Hearts แต่บทน้อยกว่าโนบอดี้ของตัวเอง สิ้นหวังแล้ว!"

"สิ้นหวังแล้ว! อัลบาฟิก้าโผล่มาเหมือนจะเทพ สุดท้ายราศีปลาก็กากสุดในหมู่โกลด์เซนต์อยู่ดี สิ้นหวังแล้ว!"

"สิ้นหวังแล้ว! กะด่าโจวี่แซวมูนๆ ดันโดนหมูถุยใส่! สิ้นหวังแล้ว!"

"สิ้นหวังแล้ว! ภาคไทรอัลไม่ยอมแต่งต่อซะที สิ้นหวังแล้ว!"

"สิ้นหวังแล้ว! POT ที่ผ่านมา 40 กว่าเล่มเป็นแค่การโหมโรง สิ้นหวังแล้ว!"


ซึคาสะเริ่มจิตตก เกิดสภาวะมืดมดหดหู่ เกจลิมิตขึ้นช้ากว่าเดิมครึ่งหนึ่ง แต่ก็ยังฝืนเดินต่อจนเข้ามาในชั้นสุดท้ายของมิติแล้วก็ยังคงได้ยินเสียงร่ำร้องสุดขั้วแห่งความสิ้นหวัง

"สิ้นหวังแล้ว! เข้ากระทู้บวชชีกะมาอนุโมทนา ดันโดนอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล สิ้นหวังแล้ว!"

"สิ้นหวังแล้ว! สิ้นหวังกับไอ้คนที่เอาโกเต๊กไปวางฐานพระรูปแล้ว! สิ้นหวังแล้ว!"

"สิ้นหวังแล้ว! เข้ามาชิงตำแหน่งชาแมนคิง สุดท้ายเสือกได้เป็นเจ้าหญิง สิ้นหวังแล้ว!"

"สิ้นหวังแล้ว! สิ้นหวังกับแอดมินที่ทำควิซได้แค่ 13 คะแนนแล้วยังมาอ้างว่าไม่ได้อ่านฟิคนรกแล้ว! ถึงอ่านมันก็ได้แค่15 สิ้นหวังแล้ว!"

"สิ้นหวังแล้ว! สิ้นหวังกับไอ้คนที่เก็ททุกมุกใน rep นี้แล้ว! สิ้นหวังแล้ว! สิ้นหวังสุดๆแล้ว!!"



ด้วยเหตุนี้ซึคาสะเลยติดสภาวะสิ้นหวัง...สิ้นหวังแล้ว... อยู่ในตอนนี้ ส่งผลให้ร่ายเวทไม่ได้ เกจลิมิตไม่ขึ้น ATB ช้าลงครึ่งหนึ่ง ไม่รับเวทสนับสนุนทุกชนิด เจตจำนงค์เสรีอะไรที่เคยมีก็หายเกลี้ยงหมด

แล้วซึคาสะก็หลุดจากมิติแห่งความสิ้นหวังมายังมิติที่สอง.... มิติแห่งอาร์ตตัวแม่

"เอ่อ ...ขอขัดนิดฮะเจ๊ มันต้องเดินข้ามกี่มิติกว่าจะถึงโลกไกอาน่ะ?" - -//

"eternal gate ไม่เทพขนาด golden passport เทเลพอร์ททีละเฮือกๆก็ต้องผ่านประมาณสามร้อยสี่สิบหกมิติจ้ะ แต่ละแห่งถ้าไม่ใช่คนของมิตินั้นเจอเข้าไปก็จะติดสภาวะแปลกๆมาแบบนี้หละ"

"'งั้นไม่ต้องเล่าต่อแล้วฮะ สรุปง่ายๆก็คือเพราะซึมซับพิษของมิติบัดซบแบบนั้นมาก็เลยกลายเป็นแบบนี้สินะ" บิ๊กหิ้วซึคาสะที่ละลายยืดเป็นตังเมขึ้นมา

เรนนี่กระโดดลงมาหยิบซือจังไปเลี้ยงเล่นแทนฟุตบอล "ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ ฮ้า ฮ่าๆๆๆๆๆ ...เนี่ยเรอะ ซึคาสะ!! คนที่ท่านอาร์คโซลต้องการให้ชั้นเป็นคือแบบเนี้ยนะ?"

"เรนนี่?!"

"หา??!! ตกลงเรนนี่รู้เรื่องที่ตัวเองถูกใส่ความทรงจำปลอมเข้ามาด้วยเรอะ?!"

"รู้สิยะ! ท่านอาร์คโซลใช้สกิลแปลงความทรงจำใส่ความเป็นซึคาสะเข้ามาในตัวชั้นเพื่อให้มีพลังพอที่จะอัญเชิญยอดอสูรไปต่อสู้กับวาก้าบอนด์"

"แล้วเธอ......"

"ไม่สนใจหรอกว่าชั้นต้องกลายเป็นใคร ขอแค่มีพลังพอจะทำเป้าหมายให้บรรลุเพื่อท่านอาร์คโซลได้ชั้นก็พอใจแล้วหละ"

เรนนี่หยิบผืนผ้าใบวาดรูปสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มีแขนจำนวนมากออกมา

"นี่คือการ์เดี้ยนโซดิแอค มนต์อสูรลำดับที่ 26 ที่ถูกเก็บซ่อนอยู่ที่ใดที่หนึ่งในโลกนี้ พลังของมันเป็นรองเพียงคาออส แล้วก็มากพอที่จะกำจัดวาก้าบอนด์ได้"

"มิ้ว~ =w= -- =m= -- =w= -- =m=" (กลิ้งเป็นลูกฟุตบอลอยู่)

"มาแข่งกันซึคาสะ! ว่าใครจะเรียกเจ้านี่ออกมาได้ก่อนกัน ชั้นจะแสดงให้เห็นว่าชั้นนี่แหละมีความเป็นซึคาสะมากกว่าเธอเสียอีก มิ้ว มิ้ว ^w^//" (น่าภูมิใจมั้ยนั่น???)

"มุมุ มิ้ว เมี้ยวๆๆ =w="

"ชั้นคือซึคาสะเจ้าค่า เด็กเกษตร เป็นเพื่อนจิจัง ชอบอุลชอบอาร์คแต่ชอบองค์ชายมากกว่า งานอดิเรกคือคอสและวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ถูกหัวหอมเชิญเข้ามาที่โลกนี้ รับแรงค์ซัมมอนเนอร์ สอบผ่าน GM แต่ดันโดนดองเข้าหลุมมิติไปซะก่อน ปัจจุบันเลเวลแหงกอยู่ที่ 44 มิ~"

"หมุๆๆๆ =w=""" มู่~~ หมุ หมุย~"

"มิ มิ้วๆๆ เมี้ยวๆ หงุดหงู่~ Q^w^Q ชูล้า มิ้ว~!"


"เฮ้ย รำคาญ!! //+-A-//" อุซโซคว่ำโต๊ะกระเด็นไปทั้งซึคาสะและเรนนี่

"ว่าแต่ขากลับอายะซังเดินทางมาด้วยกันทำไมไม่เป็นไรล่ะฮะ?"

"เพราะเราเข้มแข็ง"

อายะตอบส่งเดช plot hole ....นี่มัน plot hole ชัดๆ!

"เรื่องมันก็เป็นงี้แหละ ช่วยดูแลซึคาสะจนกว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมด้วยนะ"

ทุกคนรับคำของอายะ ส่วนซุยโคแอสไลฟ์เสนอให้นำซึคาสะไปทำลูกชิ้นแล้วใช้เรนนี่แทน ซึ่งเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมากจนคนเสนอถูกตบเกรียนแตกตาย


--Shiryu 15:16, 1 ธันวาคม 2008 (ICT)


ตัดฉากไปดื้อๆ ทางด้านวาก้าบอนด์ที่เพิ่งจบศึกหนักกับพระเจ้าสีดำก็พากันหอบสังขารออกมาจากกราสแลนด์

"ไม่มีสัญญาณจากมิโคโตะเลยสินะ" อัลคาเชลถามขึ้น

"ฮื่อ จับโทรจิตจากหมอนั่นไม่ได้แล้ว ก่อนตายมิโคโตะบอกมาว่าอายะกลับมารวมกลุ่มกับพวกนั้นด้วย" ชีริวที่มีโทรจิตเป็นหนึ่งในสกิลร้อยชนิดเล่าสาส์นสุดท้ายของมิโคโตะให้คนอื่นๆฟัง

"เราเจองานหนักของจริงแล้วหละ แล้วไหนยังต้องทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติอย่างที่สี่อีก" แบล็คเรนบ่นพลางไล่ปั๊มเลเวลในบอร์ดใหม่แข่งกับมหาเมพ


ครูเซเดอเรอร์ นักแปรธาตุชุดดำผู้มีผ้าขาวปิดตาอยู่ หนึ่งในสมาชิกเรเนอเกด ปรากฏตัวยืนอยู่บนยอดเขาเบื้องหน้าพวกวาก้าบอนด์ทั้งสามคน

"เรเนอเกดก็เป็นศัตรูพวกเราเหมือนกันสินะ" แบล็คเรนเริ่มดื่มด่ำความรู้สึกของลูก้าตอนโดนหมาหมู่รุมกระทืบ ส่วนชีริวชินแล้วเพราะตอนเล่นมินิเกมโดนรุมฆ่าบ่อย

"น่ารำคาญ!" อัลคาเชลตัดห้วงเวลาออกไปแล้วไปปรากฏตัวบนยอดเขาเบื้องหน้าของครูเซเดอเรอร์ในชั่วพริบตาพร้อมจะลงหมัดอัดหมอนี่ให้เละในเสี้ยววินาที


"เรเนอเกดรอต้อนรับวาก้าบอนด์อยู่ทางตะวันออกไกลของฮาร์โมเนีย...."


...อัลคาเชลหยุดมือทันทีเมื่อได้ยินครูเซเดอเรอร์พูดถึงเงื่อนไขการต่อสู้ที่ปราสาทจักราศีที่กำลังจะมีขึ้น...

"ปืนอาร์คาน่าอาวุธสุดยอดของพวกเราเล็งเป้าไว้ที่ตำแหน่งที่อยู่ของจุดจบแห่งห้วงมิติสุดท้าย หากวาก้าบอนด์เข้าไปทำลายจุดจบฯ เราจะยิงทำลายพวกท่านทั้งหมดทันที"

"แล้วแกมาบอกเราทำไม?"

"ถ้าปืนอาร์คาน่าถูกยิงจุดจบแห่งหว้งมิติอย่างที่สี่ก็จะสลายไปด้วย แล้วโลกนี้ก็จะถึงจุดดับสูญ คณะกรรมการ wire world จะตัดเงินค่าหัวที่เราได้จากพวกท่าน ดังนั้นข้อเสนอที่ดีที่สุดของเราคือขอเชิญพวกท่านมาสู้ตัดสินกันที่ปราสาทจักราศีซะ ผู้ชนะได้ทั้งหมด และพวกท่านไม่มีทางเลือก"

แล้วครูเซเดอเรอร์ก็หายตัวไปปล่อยพวกวาก้าบอนด์ทั้งสามสุมหัวปรึกษากัน


"ต้องจัดการพวกเรเนอเกดด้วยสินะ"

"เราไม่มีเวลาเหลือแล้ว ก่อนที่จุดจบแห่งห้วงมิติอันที่สี่จะทำงาน ต้องรีบไปจัดการมันซะก่อน"

"แต่ถ้าตรงไปกำจัดจุดจบฯนั่นพวกเรเนอเกดจะตลบหลังเล่นงานเราได้ง่ายๆ"

"งั้นแบ่งเป็นสองทีมให้กำลังเท่ากัน โมะซังรับงานจัดการจุดจบแห่งห้วงมิติเพราะเธอคนเดียวที่จะกำจัดหมอนั่นได้ แล้วพวกเราสามคนเข้าไปถล่มเรเนอเกดให้ยับ"

"อืม.........."

".........."



ทางด้านอุซโซมีสมาชิกจากเรเนอเกดมาสมทบอีกสองคน

"ดีจ้ะ กระเทยแดงเองค่ะ ที่มั่นสาขากราสแลนด์โดนอีนังโมกุริถล่มซะวอดวายมลายป่วงไปแล้วค่ะ เรเนอเกดตัวจริงอย่างมายด์คุงกับพิงกี้พลอยก็โดนเจี๋ยนไปเรียบร้อยโรงเรียนชรูนีย์" กระเทยแดงเล่าเรื่องเป็นภาษากระเทยพลางทำมือชูวับๆประกอบจังหวะ

"หนีออกมาได้ด้วยเรอะแกน่ะ คิดว่าตายห่ะกองกับซากศพเรเนอเกดอีกร้อยศพนั่นไปแล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องใช้หนี้" อุซโซเริ่มหนาวตูดเมื่อเจ้าหนี้เก่ามาโผล่ตรงหน้าอีกครั้ง

"อย่างเดี๊ยนนี่นะจะตาย ต๊ายยยยยยยยยย (กรีดเสียงสุดหลอดลม) คิดว่าเดี๊ยนเป็นใครกันยะ เดี๊ยนน่ะ ....เป็นกระเทยเชียวนะคะ! กระเทย!"

กระเทยแดงโดนโชอุนสมาชิกที่ตามมาอีกคนถีบคว่ำลงไป "เรามาเพิ่มกำลังให้ทางนี้ เท่านี้ก็กำจัดโมกุริได้แน่ๆละ" พูดจบเขาก็โชว์ลีลาควงดาบไฟถล่มหมู่บ้านใกล้เคียงไปหลายหลังคาเรือนเพื่อแสดงให้เห็นว่าเก่ง เหล่าเจ้าของบ้านที่ถูกเผาจึงกรูกันออกมากระทืบโชอุนไส้แตกตามกระเทยแดงไปอีกคน


"ทุกอย่างเข้าตามแผนของเราหมดแล้วครับ" แรทเซลเปิดผังแผนการให้ทุกคนดู ว่าแล้วก็เริ่มเล่าแผนการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่รอกันมานานซะที

"วาก้าบอนด์แข็งแกร่งกว่าพวกเราทั้งหมดที่เหลืออยู่ในโลกแห่งนี้ การกำจัดพวกมันทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ ทางเดียวที่จะเอาชนะวาก้าบอนด์ได้คือการกำจัดโมกุริ เมื่อเสียพลังในการเดินทางข้ามมิติได้ พวกมันก็จบสิ้น แต่ถ้าพวกมันยังเกาะกลุ่มกันแบบนั้นเราก็ไม่มีทางกำจัดโมกุริได้ มีทางเดียวคือต้องแยกโมกุริออกมาเดี่ยวๆ พวกเรเนอเกดเองก็ต้องการค่าหัวของวาก้าบอนด์ โมกุริเป็นคนเดียวที่ไม่มีค่าหัว ถ้าแยกโมกุริออกไปได้การกำจัดคนที่เหลืออยู่ก็ง่ายขึ้นเยอะ"

"เพราะงั้นต้องแบ่งกับเรเนอเกดสู้สินะ"

"ถูกต้อง เรเนอเกดทั้งจำนวนคนและฝีมือมากกว่าพวกเรามากมายมหาศาล วาก้าบอนด์เองก็ไม่รู้ว่าที่ปราสาทจักราศีเก็บอาวุธไว้หลายสิบชิ้น แล้วยังมีอาวุธลับที่อาร์คโซลซ่อนไว้ใต้ปราสาทอีก ต่อให้สู้กับพวกวาก้าบอนด์ที่เหลือทั้งหมดก็ไม่มีทางแพ้ ทีนี้ที่ต้องห่วงก็คือทางเราที่ต้องรับมือโมกุริ"

"โมกุริจะมาทำไมทางนี้คนเดียวล่ะ?"

"เรเนอเกดส่งคนไปเจรจาเงื่อนไขกับวาก้าบอนด์เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นผมจะเข้าไปแฮ็คระบบอีกรอบเพื่อเร่งกาลเวลาให้จุดจบแห่งห้วงมิติชิ้นที่สี่ทำงาน เพื่อบีบให้วาก้าบอนด์จำเป็นต้องรีบเข้ามาด้านนี้ เรเนอเกดสร้างข่าวปลอมเรื่องอาวุธที่จะทำลายวาก้าบอนด์หากเข้ามาในโซนของจุดจบฯ เพื่อให้พวกมันแบ่งกำลังไปสู้กับเรเนอเกดทางปราสาทจักราศี ส่วนโมกุริมีสกิล golden passport ที่จะต้องใช้เดินทางข้ามไปดูอนาคตของมิติแห่งนี้หลังงานทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติจบสิ้นแล้ว เพราะฉะนั้นพวกมันจะนึกว่าหน้าที่ตรงนี้ตกเป็นของโมกุริคนเดียวก็เกินพอ แต่หารู้ไม่ว่าพวกเราหมาหมู่คอยดักรุมกระทืบโมกุริอยู่ทางนี้ หึหึหึ....." พอพูดคำว่าหมาหมู่แรทเซลก็ทำท่าภาคภูมิใจกับแผนการของตัวเองขึ้นมา "พวกเราทั้งหมด บวกกับเรเนอเกดกำลังเสริมจะเข้าถล่มโมกุริให้ยับก่อนที่ยัยนั่นจะได้ลงมือทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติชิ้นสุดท้าย เป็นศึกที่แพ้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะงั้นเราเลยทุ่มกำลังมาทางนี้เกือบหมด"

อ่านไม่รู้เรื่องก็ข้ามๆไปเถอะ พอแผนซ้อนกันหลายๆชั้นคนแต่งก็ชักมึนๆมั่วๆ


ซุยโคแอสไลฟ์มองดูแต่ละคนในทีมฝั่งนี้แล้วก็ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าจะเอาชนะโมกุริหัวหน้าพวกเด็กนรกได้อยู่ดี

"สิ่งที่เพิ่มพลังของเราได้อย่างมากก็คือยอดอาวุธ ตัวละครซุยน่ะ ต่อให้เก่งมหาเมพขนาดไหนถ้าถือดาบเลเวลหนึ่งยังไงก็ตายคาปราสาทสุดท้าย กลับกันถึงจะกากอย่างตุ๊ต๊ะถ้าตีอาวุธเทพๆก็เอาหินปากบาลลูก้าม่องได้"

เมดิอุสเสนอตัวเล่าความสำคัญของอาวุธเพื่อเชิญชวนเพื่อนๆมาเล่นแรงค์ Blacksmith เลเวลในบอร์ดแปดสิบกว่าแต่ stat เท่าคนอื่นเลเวลหกสิบ ส่วนค่า SP ได้มาจนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร วะฮ่าๆ

"ถ้าพูดถึงยอดอาวุธของ wire world ใครๆก็ต้องนึกถึงดาบสองเล่มนั้นสินะ" ซีกูลด์ในฐานะเด็กเก่าจากโลกไกอาเอ่ยขึ้น "จักรวรรดิมิตินับพันที่ประกอบด้วยโลกกว่าพันแห่ง แกนของมันมีดาบ ULTIMAWEAPON ที่ปักยึดโลกในโซนไกอาและเทอร่าทั้งหมดเข้าด้วยกัน อีกฟากหนึ่งมีดาบ Mastermune ปักยึดโลกทั้งหมดในโซนสปีร่าและอิวาลิซเข้าด้วยกัน สมดุลจากพลังของอาวุธทั้งสองทำให้จักรวรรดิที่รวมโลกที่มีความแตกต่างเข้าไว้ด้วยกันยึดกันอยู่ได้โดยไม่แตกสลาย"

"โอ้ววววววว ภาคนี้เราจะได้ใช้อาวุธเทพขนาดนั้นเลยเหรอ ^o^"

"จะไปเอามาได้ยังไงล่ะคุณ อีดาบสองอันนั้นลาสต์วอลซ์ยังยกไม่ขึ้นเลย" แล้วจะเล่ามาทำไมตั้งยืดยาวฟะ โดนกระทืบอีกรอบซะ ตุ้บๆๆปุ้ยแหน่วๆ ปั่งปั๊ง ตุ๊บๆตุ๋ย~ "ช้าก่อน!(โดนกระทืบไปแล้วเพ่) ยังไงข้าก็ตีเทพอาวุธที่ทัดเทียมกับดาบสองเล่มนั้นสำเร็จแล้วล่ะน่อ"

เมดิอุสหยิบอาวุธที่เขาทุ่มสุดฝีมือเสียเวลาไปเดือนกว่าๆสร้างขึ้นมา


"นี่สินะ อาวุธที่ท่านเมดิอุสใช้เวลาเดินทางมาหลายภพภูมิและสร้างขึ้นมาได้สำเร็จในที่สุด"

"ใช่ เดือนก่อนฉันแท็กทีมกับเมดิ ฉันออกลุยตามหาวัตถุดิบทั่วโลก แล้วเอามาให้เมดิสร้างเป็นเทพอาวุธ กว่าจะได้วัตถุดิบมาแต่ละชิ้นทำเอาเลเวลขึ้นเป็นสิบๆ" บิ๊กเล่าถึงประสบการณ์ฝึกช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา


"นี่คือ หนึ่งกระบี่แปรสามแจ้ง กระบี่ที่ได้จากการรวบรวมวัตถุดิบจากสามมิติแล้วอัญเชิญพลังเวทจากมิติสุริยะทมิฬเข้ามาสถิต เป็นอาวุธสุดท้ายที่สามารถทำลายได้แม้แต่สรวงสวรรค์!"


ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ต่างสัมผัสได้ถึงออร่าที่พวยพุ่งออกมาจากกระบี่มากมายมหาศาลแบบที่ไม่เคยพบจากอาวุธชนิดไหนมาก่อน แม้แต่อาวุธของพวกสาวกสายเลือดแท้

"จิตนี้มัน!!!" เรนนี่ที่เชี่ยวชาญอาวุธที่สุดในกลุ่มรองจากเมดิอุสตะลึงกับปราญมหาศาลที่แผ่พุ่งออกจากกระบี่นี้ O_o

"มันคือสำนึกกระบี่"

"รูตรูดนี้มัน!!" กระเทยแดงจับกระบี่ยัดเข้ารูตรูดตัวเองแล้วชักเข้าชักออกพลางทำเสียงกระเส่า -o-

"มันคือฝักกระบี่ ......ซะที่ไหนกันล่ะโว้ย!!" เมดิอุสเอาดาบตบกระเทยแดงขึ้นไปโครจรแข่งกับดาวเสาร์ก่อนเอาหนึ่งกระบี่ฯไปเช็ดแอลกอฮอล์ ความน่าใช้สอยของเทพอาวุธตกลง 68%


"แล้วจะให้ใครใช้ล่ะ ยอดกระบี่ขนาดนี้คงไม่ใช่ใครที่ไหนจะมาใช้ก็ได้แหงๆ"

"แม่น ในโลกของซุยโคเด็นมีสิ่งที่ช่วยเกื้อหนุนบารมีของตัวละครด้วยดารา ผู้ครอบครองดาวจ้าวสวรรค์ที่เป็นผู้นำแห่งดาราทั้ง 108 บนฟากฟ้าจะรับพรที่ทำให้สามารถใช้เทพอาวุธได้"

"เท็นไคงั้นเหรอ?! ซุยโคยูนิเวิร์สมีดาวเท็นไคด้วยเหรอ?!!" อุซโซเล่นมาตั้งนานเพิ่งรู้ว่าทุกตัวละครถูกกำหนดให้ประจำ 108 ดาราอยู่ แล้วก็ยังไม่รู้ว่าใครอยู่ดาวไหนเพราะหาแผ่นหินแห่งคำสาบานไม่เจอ กะจะรอดูเครดิตตอนจบเกมเอา

"อ๋อ ถ้าเป็นแผ่นหินแห่งคำสัญญาน่ะเรามีอันนึงนะ" อายะควัก pocket PC ขึ้นมาเปิดดูชื่อ 108 ดารา

"คว่ำโต๊ะโว้ย!!! ทำไมแผ่นหินภาคนี้มันทุเรศแบบนี้เจ๊?!"

"ไม่มีเวลาทำอ่ะค่ะ อยากได้ดีๆก็ไป mod เอาใหม่ในโลกยุคต่อไปละกัน" อายะเลื่อนรายชื่อลงมาเรื่อยๆเพื่อหาดาวเท็นไค


"โอ้ววววว มีชื่อผมแล้ววว ^o^"


  • usso Tenyu Star


-___- อุซโซทำหน้าแบบบายน จำตัวละครในดาวนี้ไม่ได้ซักตัว


"เอ้า ลองดูคนต่อๆไปซิ"

"ขอดูของข้ามั่งน่อ ช่างตีดาบปกติจะเป็น Chiko แต่ภาคนี้เราจับกราดิอุสลงชิโคไปแล้วดังนั้นเมดิอุสคนนี้อาจจะได้เป็นเท็นไคก็ได้น่อ ^^" (โลจิคโลกไหนครับท่านเทพ)


  • Medius Tentai Star


...เมดิอุสสลด....


เรนนี่ขอส่องดูมั่ง "แหม เท็นไคภาคนี้อาจจะเป็นผู้หญิงก็ได้นะคะ ^^ เอ้า ดูชื่อเราหน่อยเร็ว มิ้วๆ"


  • Rainny Chiretsu Star


"บัดซบ!! ทำไมกรูเป็นคนทำห้องน้ำวระ!!!" เรนนี่คว่ำโต๊ะกระจุย แต่พอรู้สึกตัวก็กลับเข้าโหมดซือจังเหมือนเดิม "มิ ไม่ชอบดาวคนทำห้องน้ำอ่า มู่~ =w="


แล้วก็เลื่อนไปจนถึงดาวเท็นไคในที่สุด

  • (ยังไม่ได้ชวนเป็นพวก) Tenkai Star


"ลืมชวนเท็นไคเป็นพวก!!! สิ้นหวังแล้ว!! สิ้นหวังกับไอ้พวกพระเอกในภาคนี้แล้ว!!!"

เมดิอุสเอาสันดาบตีกบาลให้อุซโซสงบสติอารมณ์ "ถึงจะน่าเสียดายแต่ถ้าออกมารูปการณ์นี้ก็คงไม่มีใครได้ใช้หนึ่งกระบี่ละน่อ..."



แต่ซุยโคแอสไลฟ์ก็หยิบหนึ่งกระบี่ไปกวัดแกว่งอย่างง่ายดาย


!!!


"เท็นคงเท็นไคอะไรไร้สาระ ก็แค่ของที่ถูกบันทึกไว้ตามลิขิตแบบที่เครอัสบอก ขอแค่มีพลังพอที่จะบงการดาราก็พอที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการได้"

"ดาวประจำตัวของซุยโคแอสไลฟ์คือ Tengou ดาวที่ส่องสว่างใกล้เคียงกับดาวจ้าวสวรรค์มากที่สุด..... ด้วยพลังของดาวนี้บวกกับความสามารถในการควบคุมชะตากรรมของคนๆนี้ก็เป็นพลังพอที่จะใช้เทพอาวุธได้เหมือนกัน" เมดิอุสนั่งเทียนทฤษฎีขึ้นมาซะยังงั้น

"ตอนนี้บนท้องฟ้ามีดาราส่องสว่างอยู่ 18 ดวง...."

อุซโซลองใช้เนตรมองขึ้นไปก็นับ SoD ได้ 18 ดวงจริงๆ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าซุยโคแอสไลฟ์รู้ได้ยังไง

"พวกเราจะช่วยกันเริ่มต้นเรื่องราวที่จะเปิดทางไปสู่อรุณรุ่งของซุยโคเด็น แม้วันที่ดาราเต็มฟากฟ้า ดาว 18 ดวงแรกอาจอ่อนแสงลงแต่ก็ขอให้จดจำสิ่งที่พวกเราช่วยกันสร้างไว้ตลอดไป"

".............."

".......อืม..."

"แมนมากค่า~!! เท่สุดสวิงริงโก้ปานนี้อกอิชั้นจักกะแหล่นจะบรรลัย~ แมนแบบนี้ซิถึงจะน่าเอามาทำผัว~!!!" กระเทยแดงพุ่งเข้าหาซุยโคแอสไลฟ์ แต่ถูกเมดิอุสเอาสันดาบตบสลบเหมือดไปซะก่อนเพื่อไม่ให้ทำลายบรรยากาศ


"แล้วผมล่ะครับ มีอะไรให้พระเอกอัพเกรดตัวเองมั่งฮะ ^^ หลังจากสู้กับบิ๊กตอนนู้นพ้มไม่ชนะใครมาครึ่งปีแล้วนะฮะ" อุซโซเรียกร้องขอความเห็นใจ

"อย่าห่วงเลย สุดยอดอาวุธนั่นสำหรับซุยโคแอสไลฟ์ ส่วนท่านข้าได้เตรียมสุดยอดเกราะไว้ให้แล้ว..."

เมดิอุสควักไอเท็มเสื้อกล้ามสีเขียวออกมา

"น....นี่มัน!!"

"เสื้อกล้ามของฮีโร่ ยูอิ พระเอกกันดั้มวิง ...ใส่ออกนอกอวกาศ, ทิ้งดิ่งผ่านชั้นบรรยากาศ, กระโดดระเบิดตัวเองกับ MS ก็ไม่เป็นไร!"

แคว่ก~!!

อุซโซทำลายความหวังดีของเมดิอุสสลายไปกับตา T^T


"ตอนนั้นเธอมองเห็นจุดดับของดวงดาวแล้วใช่รึเปล่า?" แรทเซลถามอุซโซถึงตอนที่ตั้งใจจะทำลายดวงดาวที่ลาสต์วอลซ์เรียกลงมาเพื่อหยุดการเรียกคาออส

"เห็นสิ เห็นชัดมากเลยด้วย"

"เนตรแห่งความตายมองเห็นเฉพาะจุดดับของสิ่งมีชีวิต แต่พลังที่แท้จริงของเธอเกินขีดจำกัดนั้นไปแล้ว ไม่ต้องห่วงไปหรอก ถ้าพลังเนตรขั้นสูงสุดของ wire world ตื่นขึ้นมาละก็ ...ไม่มีใครเอาชนะเธอได้เด็ดขาด"

"พลังเนตรสูงสุดงั้นรึ?!!?"

"ถูกต้อง! มันคือเนตรเลเซอร์ไงล่ะ ตาของเธอจะยิงแสงเลเซอร์ได้!!"

ปิ๊ด~ ตูม! อุซโซปล่อยเลเซอร์จากตาเผาแรทเซลมอดไหม้ไปทันใด

"ใช่ซี้ คนอื่นเก่งผิดหูผิดตากันหมดก็พอแล้วครับ ไม่ต้องมาสนใจผมหรอกครับ ไม่ต้องมาสนใจผม~" แล้วพระเอกของเราก็หลบไปนั่งซดเก็กฮวยอยู่มุมห้องคนเดียว.... แต่ก็ไม่มีใครสนใจจริงๆ



TO BE CONTINUED>>

Personal tools