The Outlanders ep7
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
| Revision as of 00:08, 20 กันยายน 2008 Shiryu (พูดคุย | contribs) ← Previous diff |
Revision as of 22:28, 20 กันยายน 2008 Shiryu (พูดคุย | contribs) Next diff → |
||
| Line 35: | Line 35: | ||
| - | ทันใดนั้น คนแต่งก็ไปนอนเพราะดึกแล้ว | + | ด้านนอกขณะนี้เหล่าผู้คนทั้งหมดในซุยโคยูนิเวิร์สพากันแหงนมองขึ้นบนท้องฟ้า ไม่ว่าจะ[[อาร์คโซล]]ที่กำลังเดินทางไปยังปราสาทจักราศี, [[Ex-GM|แรทเซล]]ที่กำลังคอยพวกอุซโซอยู่ที่จุดนัดพบ, รวมไปถึง[[โมกุริ]]ที่กำลังออกจากที่ซ่องสุมของเรเนอเกดที่เพิ่งจะทำลายมา "พวกวาก้าบอนด์ที่เหลือจะเอาชนะเจ้าสิ่งนั้นได้หรือเปล่า แค่ทำลายพระเจ้าสีดำตนนี้ได้เป้าหมายของเราก็เท่ากับเสร็จสิ้นไปกว่าครึ่งแล้ว แล้วการเดินทางที่ยาวนานก็จะจบลงซะที...." แสงสีดำพาดท้องฟ้าจนดูเหมือนสายรุ้งโบกไหวไปมา นั่นคือปีกของพระเจ้าที่กำเนิดขึ้นด้วยผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดของสกิลรีเบิร์ธ สกิลที่รวบรวมความหวังและความปรารถนาก่อนจะมอบพลังที่ทำให้สมปรารถนาให้แก่เจ้าของสกิลในตอนที่กำเนิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง |
| + | |||
| + | |||
| + | '''และเจ้าของสกิลนั้นคือ[[ลุค]] คนพเนจรที่พบที่คาเลเรีย''' | ||
| + | |||
| + | |||
| + | ลุคผ่านวาระสงครามของมิตินี้มาหลายครั้งจนรู้ว่าไม่มีทางช่วยเหลือทุกคนในโลกนี้ให้พบกับสันติสุขได้ ความปรารถนาแรงกล้าเพียงหนึ่งเดียวของเขาคือการล้างโลกแห่งนี้แล้วสร้างขึ้นมาใหม่ นั่นคือการรีเซ็ตโลกไปยังโลกครั้งที่ห้าของซุยโคยูนิเวิร์ส สกิล rebirth ต้องมอบพลังมหาศาลเพื่อให้เขาสามารถบรรลุเป้าหมายของความปรารถนานั้นได้ และดาร์คแมซีอะห์ก็คือผลลัพธ์ | ||
| + | |||
| + | "เสียแรงเปล่าที่คิดจะทำลายมิติแห่งนี้ทิ้ง ...พวกวาก้าบอนด์ช่างโง่เขลานัก" เสียงดังขึ้นจากกองซากศพผู้เล่นนับร้อยที่โมกุริเพิ่งจะฆ่าทิ้งไป แล้ว[[renegade|พิงกี้พลอย]]ก็ผุดขึ้นมาจากเงา "จุดจบแห่งห้วงมิติทั้งสี่คือกลไกชั้นยอดที่ปกป้องการดับสูญอย่างถาวรของซุยโคยูนิเวิร์ส ไม่ว่าจะถูกทำลายไปสักกี่ครั้งมันก็จะกลับไปที่จุดเริ่มต้นแล้วดำเนินเรื่องราวครั้งใหม่ อย่างแรกคือเกรทชไรน์ที่บรรจุมาเธอร์คอมพิวเตอร์ เมื่อมิติถึงวาระสิ้นสุดมันจะรีเซ็ตระบบกลับมาเริ่มใหม่ อย่างที่สองคือเหล่าผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่จะบูรณะโลกให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมหลังถูกทำลาย และอย่างที่สามก็คือพระเจ้าสีดำที่เมื่อทุกอย่างถึงจุดเลวร้ายที่สุดจะทำลายทุกอย่างทิ้งก่อนสร้างโลกแห่งใหม่ขึ้นมา ไม่มีมิติไหนจะเป็นนิรันดร์เท่านี้อีกแล้ว" | ||
| + | |||
| + | "เพราะงั้นเราจึงต้องทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติไงล่ะ ไม่มีเรื่องไหนในมิติใดๆของ wire world ที่วาก้าบอนด์จัดการไม่ได้" | ||
| + | |||
| + | "ท่านอาจารย์เครอัสเคยบอกไว้ ว่าสิ่งเดียวที่มนุษย์ไม่มีทางเอาชนะได้ก็คือชะตากรรม ไม่ว่าจะมีกำลังมากมายขนาดไหนก็ไม่มีทางต่อสู้กับชะตากรรมได้" ในฐานะนักพยากรณ์ พิงกี้พลอยมองเห็นอนาคตที่มิติจะต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้งเหมือนที่พวกเรเนอเกดตั้งใจไว้ | ||
| + | |||
| + | "แค่มองเห็นอนาคตเหรอ? แต่ฉันเดินทางไปยังโลกทุกแห่งทุกภพภูมิได้ด้วยพลังของ Golden Passport อนาคตที่ฉันเคยเดินทางไปเห็นมันไม่เหมือนที่พวกเธอเคยรู้แน่ๆ" | ||
| + | |||
| + | |||
| + | หลังโมกุริพูดจบปีกสีดำก็ขาดเป็นชิ้นๆ แล้วค่อยๆสลายกระจายไปบนท้องฟ้า | ||
| + | |||
| + | "!!!" | ||
| + | |||
| + | มิติที่บิดเบี้ยวก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม พระเจ้าสีดำได้ถูกพวกวาก้าบอนด์คนอื่นๆทำลายลงได้แล้ว พวกมันสามารถเอาชนะได้แม้แต่ความปรารถนาที่แรงกล้าที่สุดของมิติแห่งนี้ | ||
| + | |||
| + | "กลไกปกป้องอะไรกัน? ตอนนี้จุดจบแห่งห้วงมิติเหลือเพียงอันเดียวแล้วนะ" | ||
| + | |||
| + | แต่พิงกี้พลอยรีบหนีกลับไปหาพวกเรเนอเกดไม่ได้อยู่ฟังโมกุริ | ||
| + | |||
| + | "ว่าแต่พวกเรายังปลอดภัยกันดีหรือเปล่านะ?" | ||
| + | |||
| + | |||
| + | |||
| + | ทางด้านพวกอุซโซก็หลุดออกมาจากไห (จริงๆคือหลุมมิติที่เกิดจากปีกสีดำและดูดโลกส่วนหนึ่งเข้าไป) ก็พบกับแรทเซลพอดี | ||
| + | |||
| + | "มากันถึงที่นี่จนได้นะครับทุกท่าน .............ว่าแต่ทำไมผมพวกท่านจึงเป็นสีทอง?" | ||
| + | |||
| + | "ตอนอยู่ในไหหนึ่งปีเวลาบนโลกจะผ่านไปเพียงหนึ่งชม. เราจึงใช้โอกาสนี้ฝึกวิชาและจัดงานประลองยุทธ์ในไหขึ้นจนพวกเราสามารถแปลงเป็นซูเปอร์ไซย่าได้ทุกคนแล้ว" อุซโซอธิบายอย่างละเอียด | ||
| + | |||
| + | "(ปัญญาอ่อนบัดซบ!) เอาเหอะ อย่ามัวเสียเวลาเลย เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ....ตอนนี้เรารู้หมดทุกอย่างแล้ว ทั้งเป้าหมายของวาก้าบอนด์, กลไกของมิตินี้, แล้วก็แผนการสำหรับศึกครั้งสุดท้าย ตั้งใจฟังให้ดีๆล่ะ" | ||
| + | |||
| + | ---- | ||
Revision as of 22:28, 20 กันยายน 2008
--Shiryu 00:08, 20 กันยายน 2008 (ICT)
หลังจากดองฟิคได้ที่ พวกอุซโซก็ถูกบรรจุลงไหส่งไปขายร้านเจ้เล้งแถวดอนเมือง ซื้อพร้อมกาละแมบ้านตะแพรกลดสิบสามบาท
"บัดซบ! ให้พวกกุหายไปตั้งนาน ไหงจู่ๆมากลายเป็นแบบนี้ฟะ?!" อุซโซโวยวายแบบที่ไม่รู้ว่าอุซโซหายไปจากบอร์ดหรือฟิคนรกนานกว่ากัน
"หรือว่า....นี่คือสัญญาณบอกเหตุถึงการตัดจบ? เรื่องนี้ถูกกองเซ็นเซอร์สั่งตัดจบซะแล้วหรือนี่??? รู้งี้ในภาคคุกกิ้งไม่เขียนฉากเป็ดแก้ผ้าอาบน้ำก็ดี" เสียงชีริวดังมาจากไหนไม่รู้ เอ็งไม่ใช่พวกพระเอกไม่ใช่เรอะ? ...เมื่อรู้ดังนั้นเขาก็ถูกเตะออกนอกไหไป
"ใจเย็นๆก่อนครับทุกท่าน มาช่วยกันนั่งนึกย้อนความกันก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" ซีกูลด์เสนอความเห็นเข้าทีตามลักษณะวัฒนธรรมบอร์ดนี้ที่อายุสมองแปรผกผันกับอายุตัว (มีสมัชชาลุงๆยืนถือป้ายประท้วงว่าข้อความในบรรทัดนี้ไม่เป็นความจริง) "ก่อนหน้านี้ผมกำลังสวดคาถาบูชาท่านโอยาชิรอธอยู่ จู่ๆเมเทโอก็ตกลงมาแล้วรู้สึกตัวอีกทีก็เข้ามาอยู่ในไห" //พอมีแววว่าจะพูดไม่รู้เรื่องซีกูลด์ก็ถูกจับขึงพืดเอาไปตากไว้กับปลาร้า 32 ตัวที่อยู่ในไหเดียวกัน
"เรากำลังเดินทางไปยังจุดนัดพบกับแรทเซลทางตอนใต้ของเกรทไชรน์ ....แล้วจู่ๆท้องฟ้าก็เปลี่ยนสี" เรนนี่เล่าย้อนความได้เข้าท่า "ปีกสีดำขยายขนาดออกมาคลุมท้องฟ้าไว้จนมิด แล้วจู่ๆมิติทั้งหมดก็บิดผันไป"
"จุดที่ปีกนั้นงอกออกมาก็คือคาเลเรีย เมืองที่พวกเราเพิ่งจะเดินออกมา" บิ๊กเล่าต่อ
ซุยโคแอสไลฟ์ทำการ wrap up สรุปประเด็นทันที "สรุปว่าเราควรจัดให้มีห้องทั่วไปร่วมกับบอร์ด tffp นะครับ" ...โดนเอาไปตากรวมกับซีกูลด์ซะ
เมดิอุสช่วยแถลงเรื่องราวตามบทบาทตัวละครที่ใช้ชีวิตอยู่มานาน "ว่ากันว่าวาก้าบอนด์กำลังตามหาจุดจบแห่งห้วงมิติทั้งมวลอยู่.... " เขาเปิดปมเรื่องราวที่ไปตามล่าหาความจริงกับบิ๊กอยู่สองคนจนหายไปจากฟิคตั้งหนึ่งตอน "ว่ากันว่ามันมีทั้งหมดสี่อย่าง รายละเอียดมากกว่านี้ต้องไปเจอกับแรทเซลนั่นแหละถึงจะรู้ แต่ที่แน่ๆพวกมันทำลายเกรทไชรน์และพวกสายเลือดใหม่ ที่จะเป็นจุดจบแห่งห้วงมิติไปสองอย่างแล้ว"
"และปีกสีดำนั้นก็คือปีกของพระผู้ปลดปล่อยทมิฬ Dark Messiah จุดจบแห่งห้วงมิติอย่างที่สามที่จะพามิติแห่งนี้กลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่"
ตอนนี้กลไกของมิติเริ่มสลับซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆจนเมดิต้องตั้งโต๊ะเปิดคอร์สอบรม และสนับสนุนให้เพื่อนๆเล่นภาคสามกันมากขึ้น ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี โหวตสัตว์โลกวันนี้ตัวละครภาคสามจึงตกรอบพร้อมกันถึงสองตัว
"แต่เป้าหมายของวาก้าบอนด์คือทำลายมิติแห่งนี้?" อุซโซกำลังสงสัยว่าศัตรูของพวกเขาจริงๆแล้วเป็นอะไรกันแน่
"ถูกต้อง เพราะงั้นวาก้าบอนด์เลยต้องทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติ เพื่อไม่ให้พวกมันพามิตินี้กลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่ พระเจ้าสีดำคืออะไรไม่มีใครรู้ แต่ตอนนี้พวกวาก้าบอนด์คงกำลังต่อสู้กับมันอยู่"
"ว่าแต่ถ้ามิติถูกรีเซ็ตกลับไปมันจะเป็นยังไงน่ะ? เทียบกับพวกวาก้าบอนด์หรือจักรวรรดิที่ตั้งใจจะทำลายมิติแห่งนี้ทิ้งไปเลย ผมจะเชียร์ใครดีครับ?"
"ไม่ต้องเชียร์ใครทั้งนั้นว้อย!! เราต้องกำจัดพวกมันทั้งคู่! คนที่จะกู้ซุยโคยูนิเวิร์สกลับมาก็มีแต่พวกเรานี่แหละ!" ซุยโคแอสไลฟ์หลุดจากราวตากปลาร้ามาได้ก็เลือกหนทางที่ลำบากกว่าเืพื่อน (แล้วใครสู้น่ะเหรอ? ก็พวกแกไงล่ะ)
ด้านนอกขณะนี้เหล่าผู้คนทั้งหมดในซุยโคยูนิเวิร์สพากันแหงนมองขึ้นบนท้องฟ้า ไม่ว่าจะอาร์คโซลที่กำลังเดินทางไปยังปราสาทจักราศี, แรทเซลที่กำลังคอยพวกอุซโซอยู่ที่จุดนัดพบ, รวมไปถึงโมกุริที่กำลังออกจากที่ซ่องสุมของเรเนอเกดที่เพิ่งจะทำลายมา "พวกวาก้าบอนด์ที่เหลือจะเอาชนะเจ้าสิ่งนั้นได้หรือเปล่า แค่ทำลายพระเจ้าสีดำตนนี้ได้เป้าหมายของเราก็เท่ากับเสร็จสิ้นไปกว่าครึ่งแล้ว แล้วการเดินทางที่ยาวนานก็จะจบลงซะที...." แสงสีดำพาดท้องฟ้าจนดูเหมือนสายรุ้งโบกไหวไปมา นั่นคือปีกของพระเจ้าที่กำเนิดขึ้นด้วยผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดของสกิลรีเบิร์ธ สกิลที่รวบรวมความหวังและความปรารถนาก่อนจะมอบพลังที่ทำให้สมปรารถนาให้แก่เจ้าของสกิลในตอนที่กำเนิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
และเจ้าของสกิลนั้นคือลุค คนพเนจรที่พบที่คาเลเรีย
ลุคผ่านวาระสงครามของมิตินี้มาหลายครั้งจนรู้ว่าไม่มีทางช่วยเหลือทุกคนในโลกนี้ให้พบกับสันติสุขได้ ความปรารถนาแรงกล้าเพียงหนึ่งเดียวของเขาคือการล้างโลกแห่งนี้แล้วสร้างขึ้นมาใหม่ นั่นคือการรีเซ็ตโลกไปยังโลกครั้งที่ห้าของซุยโคยูนิเวิร์ส สกิล rebirth ต้องมอบพลังมหาศาลเพื่อให้เขาสามารถบรรลุเป้าหมายของความปรารถนานั้นได้ และดาร์คแมซีอะห์ก็คือผลลัพธ์
"เสียแรงเปล่าที่คิดจะทำลายมิติแห่งนี้ทิ้ง ...พวกวาก้าบอนด์ช่างโง่เขลานัก" เสียงดังขึ้นจากกองซากศพผู้เล่นนับร้อยที่โมกุริเพิ่งจะฆ่าทิ้งไป แล้วพิงกี้พลอยก็ผุดขึ้นมาจากเงา "จุดจบแห่งห้วงมิติทั้งสี่คือกลไกชั้นยอดที่ปกป้องการดับสูญอย่างถาวรของซุยโคยูนิเวิร์ส ไม่ว่าจะถูกทำลายไปสักกี่ครั้งมันก็จะกลับไปที่จุดเริ่มต้นแล้วดำเนินเรื่องราวครั้งใหม่ อย่างแรกคือเกรทชไรน์ที่บรรจุมาเธอร์คอมพิวเตอร์ เมื่อมิติถึงวาระสิ้นสุดมันจะรีเซ็ตระบบกลับมาเริ่มใหม่ อย่างที่สองคือเหล่าผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่จะบูรณะโลกให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมหลังถูกทำลาย และอย่างที่สามก็คือพระเจ้าสีดำที่เมื่อทุกอย่างถึงจุดเลวร้ายที่สุดจะทำลายทุกอย่างทิ้งก่อนสร้างโลกแห่งใหม่ขึ้นมา ไม่มีมิติไหนจะเป็นนิรันดร์เท่านี้อีกแล้ว"
"เพราะงั้นเราจึงต้องทำลายจุดจบแห่งห้วงมิติไงล่ะ ไม่มีเรื่องไหนในมิติใดๆของ wire world ที่วาก้าบอนด์จัดการไม่ได้"
"ท่านอาจารย์เครอัสเคยบอกไว้ ว่าสิ่งเดียวที่มนุษย์ไม่มีทางเอาชนะได้ก็คือชะตากรรม ไม่ว่าจะมีกำลังมากมายขนาดไหนก็ไม่มีทางต่อสู้กับชะตากรรมได้" ในฐานะนักพยากรณ์ พิงกี้พลอยมองเห็นอนาคตที่มิติจะต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้งเหมือนที่พวกเรเนอเกดตั้งใจไว้
"แค่มองเห็นอนาคตเหรอ? แต่ฉันเดินทางไปยังโลกทุกแห่งทุกภพภูมิได้ด้วยพลังของ Golden Passport อนาคตที่ฉันเคยเดินทางไปเห็นมันไม่เหมือนที่พวกเธอเคยรู้แน่ๆ"
หลังโมกุริพูดจบปีกสีดำก็ขาดเป็นชิ้นๆ แล้วค่อยๆสลายกระจายไปบนท้องฟ้า
"!!!"
มิติที่บิดเบี้ยวก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม พระเจ้าสีดำได้ถูกพวกวาก้าบอนด์คนอื่นๆทำลายลงได้แล้ว พวกมันสามารถเอาชนะได้แม้แต่ความปรารถนาที่แรงกล้าที่สุดของมิติแห่งนี้
"กลไกปกป้องอะไรกัน? ตอนนี้จุดจบแห่งห้วงมิติเหลือเพียงอันเดียวแล้วนะ"
แต่พิงกี้พลอยรีบหนีกลับไปหาพวกเรเนอเกดไม่ได้อยู่ฟังโมกุริ
"ว่าแต่พวกเรายังปลอดภัยกันดีหรือเปล่านะ?"
ทางด้านพวกอุซโซก็หลุดออกมาจากไห (จริงๆคือหลุมมิติที่เกิดจากปีกสีดำและดูดโลกส่วนหนึ่งเข้าไป) ก็พบกับแรทเซลพอดี
"มากันถึงที่นี่จนได้นะครับทุกท่าน .............ว่าแต่ทำไมผมพวกท่านจึงเป็นสีทอง?"
"ตอนอยู่ในไหหนึ่งปีเวลาบนโลกจะผ่านไปเพียงหนึ่งชม. เราจึงใช้โอกาสนี้ฝึกวิชาและจัดงานประลองยุทธ์ในไหขึ้นจนพวกเราสามารถแปลงเป็นซูเปอร์ไซย่าได้ทุกคนแล้ว" อุซโซอธิบายอย่างละเอียด
"(ปัญญาอ่อนบัดซบ!) เอาเหอะ อย่ามัวเสียเวลาเลย เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ....ตอนนี้เรารู้หมดทุกอย่างแล้ว ทั้งเป้าหมายของวาก้าบอนด์, กลไกของมิตินี้, แล้วก็แผนการสำหรับศึกครั้งสุดท้าย ตั้งใจฟังให้ดีๆล่ะ"
