The End of GM's Trial ep1
จาก SuikoFriendWiki, สารานุกรมฟรี
| Revision as of 06:52, 1 สิงหาคม 2008 FLOW (พูดคุย | contribs) ← Previous diff |
Revision as of 06:57, 1 สิงหาคม 2008 FLOW (พูดคุย | contribs) Next diff → |
||
| Line 1: | Line 1: | ||
| --[[ผู้ใช้:FLOW|FLOW]] 01:11, 3 กรกฎาคม 2008 (ICT) | --[[ผู้ใช้:FLOW|FLOW]] 01:11, 3 กรกฎาคม 2008 (ICT) | ||
| + | |||
| + | :ณ ดาดฟ้าบนเรือก๊อดเบริ์ด | ||
| [[ป๊อปปุริ]]เดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นทุกทีๆๆ ยิ่งเข้ามาใกล้เท่าไหร่ซาริสกับซึคาสะก็ยิ่งกอด<strike>รัดฟัดเหวี่ยง</strike>กันแนบชิดขึ้นเท่านั้น | [[ป๊อปปุริ]]เดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นทุกทีๆๆ ยิ่งเข้ามาใกล้เท่าไหร่ซาริสกับซึคาสะก็ยิ่งกอด<strike>รัดฟัดเหวี่ยง</strike>กันแนบชิดขึ้นเท่านั้น | ||
Revision as of 06:57, 1 สิงหาคม 2008
--FLOW 01:11, 3 กรกฎาคม 2008 (ICT)
- ณ ดาดฟ้าบนเรือก๊อดเบริ์ด
ป๊อปปุริเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นทุกทีๆๆ ยิ่งเข้ามาใกล้เท่าไหร่ซาริสกับซึคาสะก็ยิ่งกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันแนบชิดขึ้นเท่านั้น
"มี๊ ริสจัง =w=" ซึคาสะส่งภาษาให้ซาริส
"มุๆ ซือจัง >w<" << ซาริส learned tsukasa's linguistic โดยอัตโนรัด
"อย่าเข้ามาน๊าาา ไม่งั้นเราสองคนจะฆ่าตัวตายพร้อมกัน TwT" << คิดไรไม่ออกขู่ได้น้ำเน่าสุดๆ
"อ๊ะ อย่านะ! เสียของหมด" ป๊อปปุริชะงักฝีเท้าทันที! << ดันได้ผลซะงั้น - -a
\\^w^//\\^w^// ทั้งคู่ยกมือดีใจ
"ซะที่ไหนล่ะ! จงออกมากระบวนท่าค่ายกลเชือกแปดทิศขย้ำพรมจรรย์เป้าหมาย"
เชือกปรากฎขึ้นทุกทิศทุกทางทั่วบริเวณเหมือนใยแมงมุมจับเหยื่อได้เป็นไก่กับปลาอย่างละตัว....
pTwTq pTwTq <<ไก่กับปลาร้องไห้
"ทีนี้ก็ขยับตัวไม่ได้แล้วสินะคะ" ป๊อปปุริเดินเข้ามาใกล้ๆทั่งคู่ที่โดนมัดรอถูกเขมือบอยู่
"โทษฐานที่เมื่อครู่ขู่เราดีนักต้องโดนลงโทษค่ะ" จากนั้นป๊อปปุริหยิบลูกอมออกมาจากกระเป๋าสองเม็ด "แบบนี้ต้องลงโทษให้เล่นแลกลูกอมกันสามคน"
"ม่าาาาย~อาาาาว มุๆๆๆๆ =w= ....อุ่กๆๆ" ซึคาสะอ้าปากโวยทันที เลยโดนป๊อปปุริจับลูกอมยัดเข้าปาก
"เชอะของแค่นี้กลืนลงหลุมดำท้องก็ได้" ซึคาสะคิดในใจแล้วเม้มปากเพื่อกลืมลูกอมลงท้อง แต่ว่า.....
"อุ๊ อุ่ก กลืนไม่ลงอ่า มุๆ >w<"
"ฉันรู้จุดอ่อนซือจังดีค่ะ ลูกอมที่ให้ไปนั่นคือแฮคส์รสขิง กลืนผักไม่ลงล่ะซี่ถึงจะเป็นแค่ลูกอมรสผักก็เถอะ อิอิ"
"งุๆๆ ทำไงดีล่ะเนี่ย แง้ว" ร่างกายซึคาสะที่มีภูมิต่อต้านผักสุดชีวิตกำลังพยายามขับลูกอมออกจากปาก แต่ป๊อปปุริกำลังอ้าปากรออยู่แล้ว..
"มี๊ๆๆ เฟิสคิสของเราต้องเป็นริสจังเท่านั้น >w<" ซึคาสะจึงขมิบปากสุดชีวิต พลันส่งสายตาหวานซึ้งไปทางซาริส...แปลได้ใจความว่า
"หนูจะทนไม่ไหวแล้วมี๊ =w= รสขิงละลายผสมกับน้ำลายในปากเป็นน้ำขิงจนอ้วกจะแตกอยู่แล้ว!!!"
ซาริสเห็นคนรักโดนรังแกแล้วทนไม่ได้ตะโกนออกมา "อย่าแกล้งซือจังของเค้านะ อยากทำอะไรก็มาทำกับช้าาน!!!"
"อ๋อ ได้เลยค่ะ" ป๊อปปุริเอาลุกอมยัดปากซาริสไปอีกคน
"อุ่ก ลืมตัว..." ซาริสเจอลูกอมเข้าไปบ้างก็พยายามกลืนเข้าปากเหมือกันอีกคน แต่....อีกแล้ว
"กลืนไม่ลง ร่างกายไม่ยอมฟังคำสั่ง!!"
"ตอนที่สู้กันครั้งแรกหนูก็รู้จุดอ่อนของพี่แล้วค่ะ ที่ให้อมนั่นเป็นโกปีโก้รสมะม่วงน้ำปลาหวาน"
"อะไรกัน เราออกจะชอบกินผลไม้ จะเกิดรีแอคชั่นแบบนี้ได้ยังไงกัน" ซาริสนึกในใจ
ป๊อปปุริเห็นซาริสเม้มปากเหงื่อแตกพลั่กๆเลยเฉลยให้ฟัง "น้ำปลาที่ใช้ปรุงรสทำจากปลาตัวนี้ค่ะ"
^
^
^
"โอ้กกกกกกก" ซาริสหมดแรงขัดขืนทันที
"ฮือๆ เราทนไม่ไหวแล้วจ้า ซือจัง"
"มุัๆ ทางนี้ก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกันอ่ะริสจัง"
.....จากนั้นก็เกิดภาพตามนี้
........................................
.........................................
.......ให้เวลาจินตนาการ..........
.........................................
.........................................
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ร้องไห้ซิกๆ น้ำตาไหลพราก น้ำออกจากร่างมากเกินไป+จิตใจห่อเหี่ยวทำให้HPลดไป1/3
"เอาล่ะมาต่อกันนะคะ เมื่อกี้ออเดิฟต่อไปก็....จานหลัำก" เล่นทำเอาน้ำลายป๊อปปุริไหลเยิ้ม... (ซิกฟรีดที่ไม่ได้สติก็ยังอุตส่าห์กลิ้งมาชิมน้ำลายที่หกบนพื้น)
"ปล่อยพวกเราไปเถอนะ ฮือๆๆ" ซาริสพยายามต่อรองอีกครั้ง
"เรื่องอะไรล่ะคะ อ้อยเข้าปากช้าง เอ๊ยเข้าปากป๊อปแบบนี้แล้วปล่อยไปก็โง่แล้วล่ะค่ะ"
"งั้นเอาคนอื่นไปแทนแล้วปล่อยพวกเราไปเถอะนะ มุๆ"
ว่าแล้วซือจังก็รีบอบเค้กขึ้นมาทันที3กิโลกรัม แป๊ปเดียวสการ์เล็ทมูนที่ไม่มีบทเลยแอบนอนกลางวันอยู่แถวนั้นก็บินมาติดกับทันที
มูนนนนนนนนน~ งั่มๆๆๆๆๆ....เธอเขมือบเค้กทั้งๆที่ยังหลับอยู่จนหมดก้อน (เด็กดีอย่าเลียนแบบตาม)
"อ๊ะ ที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย มูน~" กว่าจะงัวเงียรู้สึกตัวก็ติดกับดักใยแมงมุมล่าสวาทของป๊อปปุริเรียบร้อย
"เอาเล็ตจังไปแทนแล้วปล่อยพวกเราไปเถอะนะ มิ้ว^w^" เพื่อความรักแล้วซึคาสะขายเพื่อนให้ป๊อปปุริได้อย่างเลือดเย็น!
"กรี๊ด ซือจังทำไมเธอเป็นคนแบบนี้" สการ์เล็ทมูนหันมาโวยใส่ซึคาสะ
"โทษทีนะเล็ตจัง แต่ริสจังสำคัญกว่าอ่ะ มิ้ว ^w^"
"แหม่ ไม่ต้องโทษกันหรอกค่ะ เพิ่มมาอีกคนเกมก็ยิ่งสนุกขึ้นค่ะ"
"อ้าว!!!" << แล้วทั้งสามคนก็หลั่งน้ำตา TwT
"สี่คนครบขาแบบนี้ต้องเล่นเกมถนัดของค่ายภูตพรายค่ะ" ป๊อปปุริหยิบไพ่นกกระจอกออกมา "กติกาคนอ่านรู้ดีอยู่แล้วสินะคะขี้เกียจอธิบายค่ะ"
"ส่วนใครแพ้ก็คงรู้ๆกันอยู่สินะคะว่าจะโดนอะไร ^ ^"
"เล่นการพนันผิดกฎหมายมาตราที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้นะ!!(ลืมท่องมา)" ซาริสขู่ป๊อปปุริทันที
"อ้าวเหรอคะ งั้นไม่เล่นก็ได้ใช้สูตรโกงเลยก็แล้วกัน ^^" ป๊อปปุริหยิบเชือกขึ้นมาใช้ต่างแส้ จากนั้นก็...
เพียะๆๆๆๆ เพียะ....แล้วเสื้อผ้าทั้งสามคนก็ขาดกระจายตามแพทเทินร์เกม เหลือแต่อันเดอร์แวร์กัน
"กรี๊ดดดดด หยุด(เขียน)เดี๋ยวนี้น๊าาาาา" ซาริสกรีดร้องลั่นไปทั่วสนามรบ จนทุกคนหยุดสู้กันหมดหันมาดูเห็นของดี....เลยพักรบกันชั่วคราว (รวมทั้งเจ้าลูก้ากับมิชด้วย)
"ซวยกว่าเดิมอีก T-T มูน~"
"มิ้วๆๆ มิๆๆ มุๆๆๆ แง้วๆๆๆ =w= >w< TwT" << น่าจะแปลว่าคนเขียนเมิงตาย
"จำคุกๆๆๆๆ พวกแกต้องไปนอนในซังเตกันให้หมด" .....ซาริสเพ้อเจ้อไปแล้ว
"เอาล่ะ ต่อไปก็ได้เวลาเผ็ดจศึกแล้วสินะ....." ว่าแล้วเธอก็รวบเชือกเป็นเก้าเส้นทำเป็นแส้เก้าหาง.... "ใครจะประเดิมเป็นคนแรกดีน๊าาา ~"
ซาริส กับ ซึคาสะ พร้อมใจกันชี้ไปที่สการ์เล็ทมูนทันที
"แหม่ๆ มันไม่ยุติธรรมนะคะ ฉันว่าเราเปิดให้ผู้อ่านทางบ้านโหวตเ้ข้ามากันดีกว่าค่ะ ^^" ป๊อปปุริพูดเสียงเซ็กซี่ ยิ่งทำเอาสามสาวเสียวสันหลังวาบ...
--FLOW 19:55, 5 กรกฎาคม 2008 (ICT)
"นี่ๆเลิกเล่นได้แล้วป๊อปปุริ รีบๆจัดการเจ้าดีแซดให้จบๆซะที" เร้ดเมจิกเชี่ยนโผล่เข้ามาขัดจังหวะ
"ทราบแล้วค่า ทราบแล้วจะจัดการเดี๋ยวนี้แหละ" จากนั้นก็ปลุกดีแซดตื่นขึ้นมาจากการXYZเอลวาน่า
"ฝากด้วยนะ(ฮา)" แล้วเจก็กลับไปเล่นSRWต่อ ก่อนโดนคนอ่านเอากระป๋องโค้กเขวี้ยงใส่ไล่กลับคอนโดโทษฐานขัดจังหวะมหรสพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ฟิคนรกฉายมา
ตัดมาทางด้านดีแซดที่รู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง
"อา...นี่ข้าทำอะไรลงไปเนี่ย" ดีแซดสำรวจตัวเองแล้วก็หน้าซีด....มีเอลวาน่าอยู่แนบชิดกายร้องไห้เป็นน้ำตาเลือดหนึ่งลิตรอยู่ข้างๆ T_T
"เอาล่ะ ดีแซดเวลา(ขาดใจ)ตายของแกมาถึงแล้ว!!"
ระหว่างที่ดีแซดกำลังงๆอยู่ จู่ๆการมองเห็นของดีแซดก็เปลี่ยนไปด้วยการโจมตีทางจิตด้วยภาพมายาของป๊อปปุริ
"อ๊าาาาก ตาข้า....ถ้าจะให้ดูไอ้พวกนี้@#$%^กัน ข้าขอชิงตายก่อนดีกว่า" ดีแซดจึงพยายามกัดลิ้นฆ่าตัวตายแบบหนังจีน...
แต่ด้วยสปิริตกุนซืออันแรงกล้า ตอนนี้กองทัพขึ้นอยู่กับชีวิตของเขาแล้ว ดังนั้นจะฆ่าตัวตายแบบไม่รับผิดชอบไม่ได้ จึงจำต้องยอมดูโชว์นรก(สำหรับเขาคนเดียว)ที่จะต้องเกิดขึ้นต่อไป...
(พลังชีวิตดีแซดหลังจาก#$%^กับเอลวาน่าไปตอนนี้เหลือ 60%)
"ไม่ยอมฆ่าตัวตายงั้นรึ! ใจแข็งดีนี่ งั้นก็เริ่มกัีนเลยดีกว่า ^^" ป๊อปปุริเปิดอ่านผลโหวตจากทางบ้านที่ส่งเข้ามาว่าสาวคนไหนจะเป็นผู้โชคดี!
"ซาริสๆๆๆๆๆๆ" มีเสียงเชียร์มาจากแรงงานต่างด้าวแถวจีนแดง
"เล็ตมูนๆๆๆๆๆๆๆ" ส่วนอันนี้เสียงเชียร์มาจากซาลารี่แมนแถวหนามแดง
"ซึคาสะๆๆๆๆๆๆ" อันนี้จากคนแต่งฟิคซกมกแถวดินแดง
"โอเคค่ะๆ หยุดเผยสันดานดิบได้แล้วค่ะ ผลโหวตออกมาแล้ว ผู้โชคดีคนแรกคือ....."
ป๊อปปุริเอาสปอทไลท์ฉายไปทางด้านผู้โชคดีคนแรกได้แก่....
"มี๊ ทำไมเป็นหนูล่ะ >w<" ซึคาสะโวย ผลโหวตมันอยู่ตรงไหน! ไม่เห็นมีเลย!
"ที่จริงจะปู้ยี่ปู้ยำใครมันก็แล้วแต่คนแต่งมันใช่ม๊าาาาย >w<" ซึคาสะดิ้นประท้วงแหม่บๆหาความยุติธรรม(ที่ยังไม่เคยมีใครในเรื่องได้รับ)
"หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้นะ ดิ้นเป็นปลาแซลมอนถูกน้ำร้อนลวกแบบนี้แล้วจะจับลอกคราบได้ยังไง" ป๊อปปุริเลยเอาตัวช่วยออกมา
แอ่น แอน แอ๊น ....ถังใส่น้ำแข็งเย็นเจี๊ยบ!"
จากนั้นป๊อปปุริก็กระโดดขี่หลังซึคาสะ เอาน้ำแข็งถูแผ่นหลังซือจังแบบหนังเรื่องจันดารา...
"มู่ๆๆๆ มุๆๆๆ มี๊~" ซึคาสะโดนน้ำแข็งลูบจนตัวแข็งทื่อ ติดสภาวะผิดปกติ แซลมอนแช่แข็ง
ขยับเขยื้อนตัวไปไหนไม่ได้ เหมือนแซลมอนที่กำลังรอโดนแม่ครัวป๊อปปุริชำแหละเรือนร่างให้กลายเป็นอาหารอันโอชะ...
"อืม~จะเผด็จศึกยังไงดีน๊าาา" ป๊อปปุริล้วงเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงหาอุปกรณ์แล้วก็ได้....ไวท์แจม ออกมา
"หืมม์ หยิบผิดค่ะโทษที" แล้วเธอก็สาดแยมสีขาวไปทางดีแซดกับเอลวาน่า (แล้วก็ได้ยินเสียงร้องจ๊าาาก พร้อมกับHP ดีแซดลดลงเหลือ 50%)
"คราวนี้แหละถูกแล้ว โลชั่นทาตัว ทาถู ทาถู เดี๋ยวหนูจะทาให้แบบตัวต่อตัวเลยค่า ^^"
"มิ้ว TwT" หลังจากเห็นป๊อปปุริละเลงครีมออกมาจากขวดซึคาสะก็ร้องไห้รอรับชะตากรรม.....
........แล้วซึคาสะก็ถูกทาถูๆๆ นวดๆๆๆๆ..........
............................................................
...............ภาพปลาแซลมอนกรอบ...............
............"อ๊าาาาาาาาาาก" ดีแซดร้องลั่น............
.......พลังชีวิตของดีแซดเหลืออีก35%..........
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงซึคาสะนอนตัวแข็งทื่อร้องไห้กระซิกๆ ส่วนป๊อปปุริหลังจากดูดบุหรี่เสร็จก็เตรียมจัดการคนต่อไป ได้แก่....
--FLOW 22:26, 5 กรกฎาคม 2008 (ICT)
หวยที่ออกคนต่อไปคือ "สการ์เล็ทมูน!!"
"มูนนนนนนนนน~" สการ์เล็ทมูนสะดุ้งเฮือก! หน้าซีดเหมือนทำถุงขนมเค้กหายไว้บนรถตู้
"คราวนี้จะเอาอะไรดีน้าาา~" ป๊อปปุริสุ่มไอเทมอีกครั้ง
"มูนนน หิวอ่ะ ขอบินไปกินยามาโกยะก่อนนะจ้ะ" สการ์เล็ทมูนหาทางเอาตัวรอดได้แบบสิ้นคิดที่สุด....แน่นอนโดนป๊อปปุริจับขึงผืดไม่ให้ไปไหน
"หิวเหรอค่ะ แล้วไม่รีบบอกงั้นมากินด้วยกันก็ได้" แล้วป๊อปปุริก็หยิบของทีเด็ดออกมา....วิปครีม
"มาผลัดกันกินนะคะ ^^" ป๊อปปุริพูดไปก็น้ำลายไหลยืด
"โอยแย่ล่ะ เล่นวิปครีมกันเลยเรอะ!! นี่มันเรต20+ แดงทะลุจุดเมเทโอแล้ว!!"
ดีแซดหน้าซีดเผือกเพราะถ้าต้องดูไอ้ภาพแบบนี้ต่อไปอีกแค่ตอนเดียวล่ะก็มีหวังขาดใจตายแน่
ด้านสการ์เล็ทมูนหน้าซีดยิ่งกว่าดีแซดอีก เหงื่อแตกผลั่กๆๆยังกะเพิ่งเสร็จพิธีสาปแช่งจิลเลีย
"แย่แล้วๆๆๆ ทำไงดีล่ะมูนนน" ขืนโดนถอดลูมิมิที่ใส่อยู่นี่ออกล่ะก็..........มีหวัง
ความลับหุ่นผอมเพรียวแสลนเดอร์ของเรา.....
ก็ถูกเปิดเผยน่ะสิ!!!!
...
...
...
...
...
...
...
...
...
ว่าที่จริงแล้วช้าาานหนัก 200 ปอนด์!!!!!!
"กรี๊ดดด!!! แบบนี้ขืนวี่มาเห็นเป็นถูกถอนหมั้นแหงๆ!!!!!! ช่วยด้วยยยย"
"บัดซบจะให้เรื่องมันมาอวสานแบบแดงฉานอย่างนี้ไม่ได้" ดีแซดรีบคิดหนักหาทางทำอะไรสักอย่าง
"ฮึ่ม! ตอนนี้ความหวังของพวกเรามีเพียงหนึ่งเดียวคือเจ้าซิกฟรีดที่นอนกำหำอยู่นี่เท่านั้น" ว่าแล้วดีแซดก็ตะโกนบอกซาริสกับสการ์เล็ทมูน
"ปลุกซิกฟรีดขึ้นมา มีแต่พวกเธอเท่านั้นที่ทำได้"
"ทำไมถึงต้องเป็นพวกชั้นด้วยล่ะ?" ซาริสถามด้วยความสงสัย
"ภาพลวงตาเธอเคยทำลายมันได้ทีนึงแล้ว....เธอได้สติด้วยเสียงเรียกของพวกพ้องของเธอในภาพมายาใช่ไหมล่ะ..."
"ดังนั้นถ้ามันได้ยินเสียงสาวๆร้องขอความช่วยเหลือมัน มันอาจจะเกิดเหตุการ์ณแบบเดียวกับเธอก็ได้ซาริส"
"เข้าใจแล้ว!" เพื่อความบริสุทธิ์ของตัวเอง ทั้งสองคนจึงหน้าด้านทำในสิ่งที่ไม่อยากทำที่สุด....
"ช่วยด้วยจ้าซิกฟรีดจ๋า!!!" สองสาวหน้าด้านร้องเสียงสุดดัดจาริ๊ตดัดจาริต ขอความช่วยเหลือซิกฟรีด
- ......แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ฉันเกลียดแกไอ้ม้ายูริ!!!" พอไม่ได้ผลทั้งคู่ก็เผยความรู้สึกทีแท้จริงออกมาทันที.....
"เฮ้ยๆ อดทนหน่อยซี่ อีกทีนึงน่า" ดีแซดสั่งให้ลองใหม่อีกครั้ง
"จะตายอยู่แล้วยังดิ้นรนอีก" ป๊อปปุริเลยเพิ่มดีกรีความโหดของภาพมายาขึ้น....ดีแซดทนไม่ไหววิญญาณหลุดออกจากร่างไปบินเล่นที่เอนรีเชี่ยนชั่วคราว
ขณะเดียวกันทางซาริสกับสการ์เล็ทมูนก็ลองปลุกม้าอีกครั้ง....
(เสียงซาริส) "ม้าจ๋า ฉันรักเธอจ้า รีบมาช่วยริสที ริสกำลังจะถูกทำมิดีมิร้ายแล้ววววว"
สการ์เล็ทมูนใช้พลังมูนรูนดัดเสียงเป็นซาริส ตะโกนไปทางซิกฟรีดทันที
- ฮี้ ว่าไงนะครับ?
!!!!!!!!!! ได้ผล ซิกฟรีดเริ่มชะงัก และมีอาการตอบสนองต่อคำพูด
"เล็ตจังนี่เธอ!!!" ซาริส(ตัวจริง)โวย
สการ์เล็ทมูนเลยส่งสายตาให้แปลได้ว่า "ถ้าอยากรอดก็อดทนหน่อยเถอะน่า"
"กรอด....เข้าใจแล้ว" ซาริสนิ่งเงียบยอมร่วมมือด้วย
สการ์เล็ทมูนจึงดัดเสียงแล้วพูดต่อ "ถ้าปกป้องชั้นได้ ชั้นจะแต่งงานกับม้าจ้า!!!!"
"พร่วดดด!!!" ซาริสตัวจริงฟังแล้วถึงกับสำลัก
สกิลมาเฟียแทงหลังเพื่อนของสการ์เล็ทมูนแผลงฤิทธิ์แล้ว ซาริสกว่าจะรู้ตัวว่าโดนสการ์เล็ทมูนแทงหลังก็สายไปเสียแล้ว....
"จะ....จริงเหรอครับ ไม่ได้โกหกใช่ไหมครับคุณซาริส?" ซิกฟรีดเริ่มได้สติหันมาถาม
"จะ...จริงจ้ะ ที่รัก" ซาริสฝืนยิ้มหวานสุดชีวิตตอบกลับไป มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องเลยตามเลยไว้เดี๋ยวหาทางชิ่งเอาทีหลัง (กรอดฝากไว้ก่อนเถอะ!!!)
ฮี้รรรรร์์ ฮี้ห่อๆๆๆ ซิกฟรีดได้ยินแล้วเกิดแรงฮึดขึ้นมาทันที ภาพมายาของป๊อปปุริถูกทำลายลงอีกครั้ง
"โกหกน่า ภาพมายาของเราสมบูรณ์แบบ!!" ป๊อปปุริรีบใช้ใช้ภาพมายาโจมตีใส่สมองซิกฟรีดอีกครั้ง
แต่คราวนี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะในสมองของม้าตอนนี้มีแต่เรื่องแต่งงานกับซาริสเท่านั้น!!!
"ผมจะปกป้องคุณเองครับ" ซิกฟรีดเรียกอาวุธออกมา
"แม้จะต้องสังหารบร๊ะเจ้าป๊อปที่ผมชอบสโตรคบูชาผมก็ทำได้เพื่อรักแท้คร้าาบ"
แล้วความจริงก็ถูกเฉลยที่แท้ซิกฟรีดแกล้งยอมโดนป๊อปปุริเล่นงานไปงั้น เหตุผลเพราะไม่อยากสู้กับป๊อปปุรินั่นเอง.....
--FLOW 05:50, 11 กรกฎาคม 2008 (ICT)
"ตายซะเถอะครับคุณป๊อป ผมสโตรคอย่างโจ่งแจ้งอยู่เป็นเิดือนก็ไม่ยอมหันมาสนใจซักที อย่ามาขวางทางรักของผมกับคุณซาริสเลย"
"สู้เค้าค่าที่รัก" ซาริสเชียร์อยู่ข้างๆน้ำตาไหลพรากๆ T_T
"โอ้ววว เสียงจากสวรรค์ พลังใจเพิ่มขึ้นหนึ่งพันแรงม้า! ฮี้ห่อ" ซิกฟรีดเรียกดาบคู่ออกมา จากนั้นก็ใช้ Solution 9 ไม้ตายประจำตัวเผด็จศึกทันที...
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว แต่การโจมตีทั้งหมดขึ้น miss! ปราณดาบทั้ง9สลายไปก่อนจะสัมผัสถูกเป้าหมาย!!
"ฮี้??? เป็นไปได้ยังกัน การโจมตีที่ผสมทั้งกายภาพและเวทมนต์เข้าด้วยกันไม่น่าจะมีอะไรที่ป้องกันหรือลบล้างได้นี่หว่า !!"
"ไอ้โง่เอ๊ย!! นั่นคือพลังของตราที่ป๊อปปุริถือครองยังไงเล่า" เอลวาน่าที่กำลังคลอเคลียอยู่กับดีแซดตะโกนลงมาจากด้านบน
"ตราพิสุทธิ์สามารถชำระทุกสิ่งให้สะอาดได้ จิตสังหารและการโจมตีใดๆเมื่ออยู่ต่อหน้าตรานี้ก็เท่ากับไร้ผล มีแต่จะถูกลบหายไปไม่อาจสัมผัสตัวเราได้" เมื่อถูกจับได้แล้วป๊อปปุริจึงเฉลยความสามารถของตราให้ฟังทั้งหมด
"....และในขณะที่การโจมตีนั้นถูกลบไป ผู้ใช้ก็จะเกิดช่องว่างขึ้น" ระหว่างที่ป๊อปปุริพูดถึงประโยคนี้ ซิกฟรีดก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองถูกเชือกมัดเป็นหนอนดักแด้ไปเสียแล้ว
"ท่าไรฟะโกงชิบ! ยิ่งท่าไม้ตายต่อเนื่องและทรงอานุภาพเท่าไหร่เมื่อถูกลบ ก็จะยิ่งเกิดช่องว่างระหว่างที่ใช้มากขึ้นเท่านั้น"
"แต่มันก็มีข้อเสียอยู่บ้างเหมือนกัน ตรงที่เราเองก็ไม่อาจฆ่าหรือทำร้ายใครด้วยอาวุธได้เหมือนกัน" ป๊อปปุริบอกจุดอ่อนของตนเองให้ทราบเป็นของขวัญก่อนตายให้ซิกฟรีด
"เมื่อเข้าคู่กับวิชาโจมตีด้วยภาพมายา จึงเป็นตราที่น่ากลัวที่สุด FFDF เข้าใจสรรหาคนที่จะมาใช้ตรานี้จริงๆ" ดีแซด(สติคืนมานิดหน่อย)กล่าวชมเชย "เพราะแบบนี้ตูเลยต้องตายด้วยวิธีที่คลื่นไส้ที่สุด บัดซบๆๆๆๆๆ!!!!"
"ลาขาดล่ะไอ้โสตรคเกอร์ ดิ่งพสุธาลงไปจากเรือเหาะลำนี้ซะเถอะ!!!" ป๊อปปุริกระทืบพื้นเรือจนเอียง ซิกฟรีดที่โดนมัดเป็นหนอนชาเขียวขยับไม่ได้ก็กลิ้งกุกๆไหลตกลงจากเรือเหาะไป....
"อ๊าาาาา ไม่นะคร้าาาบ" ซิกฟรีดที่กำลังดิ่งพสุธาอยู่ดิ้นสุดชีวิตพยายามออกแรงกระชากเชือกให้ขาด
"เปล่าประโยชน์น่ะไอ้โสตรคเกอร์! เชือก RoR ทำจากเส้นหมี่หยกไลฟ์สตรีม มีพลังในการรียูเนี่ยนสูงไม่มีอะไรตัดมันขาดได้" ป๊อปปุริยื่นหน้าออกไปโบกมือบ้ายบาย
"โว้ยยย คำก็สโตรคเกอร์ สองคำก็โสตรคเกอร์ ชักยั๊วะแล้วนะว้อยยย!!!" ซิกฟรีดที่สุดจะทนในที่สุดนิสัยสุดเถื่อนเผยออกมา
ซิกฟรีดเปิดLV99เอฟเฟคออร่าขึ้น เร่งเร้าพลังเวทมหาศาลออกมาในพริบตาปรากฎเป็นเวทดาบดำขนาดมหึมาออกจากร่าง เชือกหมี่หยกที่มัดร่างขาดวิ่นเป็นเส้นหมี่น้ำไม่งอก หรือ Hungry Friend ขนาด 100 เท่านั่นเอง!
"Eดอก กุจะกลับไปสั่งสอนแกเดี๋ยวนี้แหละ" ซิกฟรีดเรียกก๊อดเบริ์ดลดเพดานบินลงมารับตัวเองทันที เขายืนเผชิญหน้ากับป๊อปปุริอีกครั้ง!
"ไหวแน่! ถ้าเป็นเจ้าม้าตอนกำลังเถื่อนแบบนี้ชนะชัวร์!!" ทุกคนมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
- ......2 วินาทีผ่านไป ไวเหมือนมีตติ้ง......
"คุณป๊อปคร้าาบ ผมกลับมาแล้วครับ ฮี้ๆๆ" แต่ซิกฟรีดตอบรับความหวังของทุกคนได้ทุเรศที่สุด!!! ความโฉดทั้งหมดโดนตราชำระหายไปกลายเป็นม้ายูริตามปกติ
"โฮะๆ ไม่มีใครทำร้ายเราได้หรอกค่ะ ถึงคนๆนั้นจะเก่งแค่ไหนแต่เมื่ออยู่ต่อหน้ารูนก็จะไม่สามารถทำร้าาา....อุ่ก อ่อก"
ระหว่างที่ป๊อปปุริกำลังพูดอยู่เลือกก็พุ่งกระฉูดออกทางปาก
เมื่อดวงตาที่เบิกโพลงของเธอมองสำรวจลงไปที่ลำตัวก็พบดาบยักษ์สองเล่มของซิกฟรีดเสียบไขว้กันอยู่ที่ท้อง....
"ปะ...เป็นไปไม่ได้" ป๊อปปุริตะลึงกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้น
"แต่มันก็เป็นไปแล้วครับ.....ลาก่อนคุณป๊อป ไว้ผมจะสืบหาที่อยู่ใหม่แล้วตามไปแอบดูนะคร้าบ ฮ๊้" สิ้นคำอำลาซิกฟรีดก็สะบัดดาบปลิดชีพ เลือดสาวบริสุทธิ์(ใช้เรอะ)สาดกระจายไปทั่ว
"ชนะแล้ว.....งั้นรึ?" ทุกคนที่กำลังโดนมัดมองหน้ากันด้วยความงุนงงกับสิ่งที่เิกิดขึ้น....คนแต่งเลยต้องอธิบายให้ฟังแทน
เหมือนกับที่ยอดนักดาบอย่างจอร์จ ไพรม์ทำได้ ตอนนี้ซิกฟรีดเองก็สามารถโจมตีได้เองอัตโนมัติโดยไม่ต้องให้สมองหรือผู้เล่นสั่งการ นี่เป็นการโจมตีที่เรียบง่ายที่สุดและป้องกันได้ยากที่สุด ด้วยทักษะดาบที่ถูกลับจนเพิ่มพูนถึงขีดสุดนี่เอง ทำให้ร่างกายตอบสนองเองโดยสัญชาติญาณ ดังนั้นแม้รูนพิสุทธิ์จะลบความคิดที่จะโจมตีได้ แต่ดาบที่ปราศจากความนึกคิดนี้ย่อมไม่มีวันลบได้ (ถ้าเป็นในมังกรหยกก็คือบรรลุถึงขึ้นลืมกระบี่แล้วนั่นเอง)
"ไม่! ยังหรอก! เชือกที่มัดอยู่ยังไม่คลายหายไป ป๊อปปุริยังไม่ตาย!!" ดีแซดเตือนทุกคน
"กรี๊ดดดดดดด" ไม่ทันไรก็มีเสียงร้องมาจากด้านซาริส
"ฉันก็เป็นผู้เล่นเหมือนกัน จิโซก็มียาเติมเลือดก็มี ใครจะยอมตายง่ายๆแบบนี้กันล่ะ" ป๊อปปุริยืนอยู่ข้างๆซาริสพร้อมกับมีดในมือซ้ายจ่อคอเธอเอาไว้
"ปล่อยฉันไปซะถ้าไม่อยากให้นังนี่ตาย!!" ว่าแล้วก็ถือโอกาสกอดให้ชื่นใจซักหน่อย....
"ด้วยพลังของรูนเธอฆ่าคนไม่ได้ฉันไม่กลัวหรอก (กลัวโดนเธอปล้ำมากกว่า)" ซาริสพูดอย่างมั่นใจ
แต่เมื่อเธอมองไปที่ป๊อปปุริก็ถึงกับซีด....มือขวาไม่สิ ตอนนี้เหลือแต่แขนแล้ว!!!
"เมื่อมันใช้กับซิกฟรีดไม่ได้ผลตราก็เป็นแค่จุดอ่อน ตอนที่ดาบสะบัดฉันก็ยื่นมือขวาไปให้ดาบตัดขาดเพื่อให้พ้นจากสถานะการติดตั้งรูนกับตัว" ป๊อปปุริใจเด็ดจริงๆ
"กรอด...ทำไงดีล่ะเนี่ย ฮี้ๆ" << ม้าติดสถานะ คอนฟิวชั่น
"ฉันมีข้อเสนอ เรามายื่นหมูยื่นแมวกันดีกว่า" ป๊อปปุริเสนอขึ้นมา
"ฉันจะยกซาริสให้ แล้วพวกแกสองคนไปแต่งงานกันให้พ้นๆจากชีวิตชั้น เป็นไง" ป๊อปปุริยอมกำขี้ดีกว่ากำตด มักน้อยปล่อยซาริสให้ม้าไป เอาแค่ซึคาสะกับสการ์เล็ทมูนก็ได้
"ม่าาาาาย T_T" สการ์เล็ทมูนกับซาริสร้องเหวอ อ้าปากหวอ
"ข้อเสนอนี้ยอดเยี่ยมไปเลยครับคุณป๊อป b" ซิกฟรีดที่ไม่อยากสู้กับป๊อปปุริอยู่แล้ว รับข้อเสนอนี้ทันที
"ฮี้ เราสองคนไปแต่งงานกันเถอะครับคุณซาริส ^^" ซิกฟรีดหิ้วซาริสที่โดนมัดเป็นข้าวต้มมัดไว้บนหลังเตรียมยกไปโบสถ์ทำพิธี
"ส่วนเล็ตจังคะ....ที่เรื่องมันเป็นแบบนี้เพราะเล็ตจังแท้ๆ ดังนั้นเตรียมใจรับโทษไว้ให้ดีเถิดค่ะ" ป๊อปปุริเทอุปกรณ์ทั้งหมดออกมาจากกระเป๋ากะใช้กะสการ์เล็ทมูนทังหมดรวดเดียว!!!!
"ม่ายน๊าาาาT_T" พอเห็นเข้าสการ์เล็ทมูนก็อาศัยจะหวะนี้ที่ป๊อปปุริกำลังเตรียมเครื่องเล่นอยู่หาวิธีเอาตัวรอด....ด้วยการกินเชือกหมี่หยกที่มัดตัวเองอยู่นี่แหละ!!! ..แหวะไม่อรอ่ยเลย เอาไป 1 SMP << ยังมีว่างให้คะแนนเชือกที่ตัวเองกินเข้าไปด้วยอีกแน่ะ!
พอเชือกหลุดแล้วก็กางปีกบินเตรียมหนีไปฆ่าคนแต่ง ....แต่๊ป๊อปปุริหันกลับมาเห็นพอดี!
"จะหนีไปหนาาาย ห๊าาาา" ป๊อปปุริโดดเอามือคว้าสการ์เล็ทมูนไว้
แต่มูนๆที่หลบสุดชีวิตเลยวืดไป....เลยคว้าโดนชั้นในแทน!!
"มูนนนนน ลูมีมี่....มันขาาาดแย้ว!!!" สการ์เล็ทมูนร้องโหยหวนเพราะกำลังจะกลับคืนสู่ร่างเดิม
และนี่คือเหตุการ์ณสยองขวัญที่พวกเขาและเธอได้พบเห็น...ร่างที่แท้จริงของสการ์เล็ทมูน
ป๊อปปุริ : กรี๊ดดดดดด!!!
ซิกฟรีด / ดีแซด / เอลวาน่า : ....แข็งเป็นหินไปแล้ว.....(ดีแซดพลังลดทันทีจนเหลือ HP 0.01%)
สการ์เล็ทมูน : มูนนนน T_T ท่าไม้ตาย(ที่ไม่อยากใช้) ตะปู 1000 เล่ม!!!
^
^
(ที่จริงแล้วก็คือตะปูที่เก็บไว้ในชั้นไขมัน 200 ปอนด์หลุดออกมา)
"อ๊าาาาาาาาาา" ป๊อปปุริโดนโจมตีด้วยท่าไม้ตายของสการ์เล็ทมูนทั้งร่างกายและจิตใจ.....จนเสียชีวิตเพราะอึ้งจนลืมเติมเลือดและใช้จิโซ ป๊อปปุริ Dead!! เสียงจากระบบดังขึ้น!
ผู้เล่นสการ์เล็ทมูนระดับเลเวล(และจิตใจ)ดำดิ่งลงพสุธา
ผู้เล่นซึคาสะได้รับโบนัสค่าประสบการ์ณ ระดับเพิ่มขึ้นเป็น 66
ผู้เล่นซาริสได้รับโบนัสค่าประสบการ์ณ ระดับเพิ่มขึ้นเป็น 80
แล้วเสียงระบบก็จบรายงานลง
..................
....................
................
.....................
...............
.....................
......................
ทุกคนอยู่ในความเงียบ
"ทุกคนคะ เล็ตมีเรื่องจะมัดมือชกขอร้องค่ะ ^^"
....สแกร์เล็ทมูนซื้อลูมีมี่ใหม่มาใส่เสร็จแล้วก็เริ่มพูดขึ้น ด้วยเสียงเย็นยะเยือกเหมือนไอติมฮาเก้นดาซ....
"จงลืมสองภาพที่เห็นข้างบนนั่นภายใน0.1วิซะ......"
"....เอ้านี่ค่ะ....ค้อนค่ะ" สแกร์เล็ทมูนแจกค้อนใส่มือให้ทุกคน
จงลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นเมื่อกี๊ทั้งหมดเข้าใจม๊าาาาย ไม่งั้นตาย!!!!
"คร้าาาาาบ / ค่าาาา"
ทุกคนพยักหน้าหงึกๆๆ เอาค้อนเคาะหัวตัวเองเพื่อให้ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง....ซาริส กับ ซึคาสะ เอาค้อนฟาดหัวให้กันและกันสุดจะหวานซึ้งปนสยดสยอง ทั้งคู่ตีกันจนเพลินเลยลืิมไปหมดแม้กระทั่งความรักของทั้งสองคน ส่วนเอลวาน่ากับดีแซดเคาะหัวตัวเองสุดแรงเกิดแบบเจ็บกบาลแทบแยกก็ยอม หวังจะให้ลืมกระทั่งเรื่องที่ตัวเองYกันอยู่บนเสา....แต่ไม่สำเร็จ T-T ด้านซิกฟรีดที่ช็อคกับภาพที่เห็นก็ตีหัวเต็มแรงจนลืมเรื่องแต่งงานไปด้วย
"อืม ดีมากค่ะทุกคน(รวมทั้งคนอ่านด้วย) ลืมๆกันให้หมดนะคะ แล้วหันไปเอาใจช่วยฝั่งลูก้ากันเถอะค่ะ ^^" สการ์เล็ทมูนตัดจบ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.....เอวัง
--FLOW 15:52, 27 กรกฎาคม 2008 (ICT)
ด้านลูก้ากับมิช หลังจากที่ลืมเรื่องสการ์เล็ทมูนพุงปลิ้นออกมาจนเสื้อกระจายแล้วก็เริ่มสู้ยกสองกันอีกครั้ง
"ฮะๆ เมื่อกี๊เสียท่าให้ข้าไป ดังนั้นตอนนี้ผลการต่อสู้ของเราเป็น ชนะ 11 เสมอ 30 แพ้ 10 แล้วนะ" มิชกล่าว
"ถุยส์ บรู๊ฟมั่วแล้วเอ็ง! ผลการต่อสู้น่ะมีแค่สองอย่างชนะไม่ก็ตายเท่านั้น!!" ลูก้าเริ่มยกสองด้วยการใส่แอร์เกียร์เหาะขึ้นไปเตะใส่มิชกลางเวหา
แต่ก็ยังทำอะไรมิชไม่ได้ ร่างกายดุจเกล็ดมังกรสะท้อนพลังโจมตีทั้งหมดกลับไปหาลูก้า จากนั้นก็พ่นไฟซ้ำจนร่วงลงไปบนเรือเหาะอีกรอบ
"หนอย!!" ลูก้าเลือดกลบปากสบถด้วยความฉุน หักเสากระโดงเรือมาเหวี่ยงใส่มิช
"โมโหจนเลือดขึ้นหน้าแล้วรึ" มิชหลบได้สบายๆ แต่ไม่ทันสังเกตลูก้าที่วิ่งตามขึ้นมา
"ย๊าาาาาก!!" ลูก้าวิ่งไต่เสากระโดงเพื่อเข้าประชิดมิชพร้อมกับปืนเดธพีนัลตี้ในมือ "ตายซะ!!!" เมื่อลั่นไกลำแสงระดับปืนเวพพอนก็ยิงใส่มิชในระยะเผาขนไม่ทันตั้งตัว
"กรอดดด ของแค่นี้น่ะ...." มิชเริ่มใช้สกิลดราก้อนเบรธระดับสูงตอบโต้กลับ "ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!!!!"
ด้านลูก้าที่กำลังยิ้มอย่างมั่นใจถึงกับตะลึง เมื่อการโจมตีของตัวเองค่อยๆหายไป "เกิดอะไรขึ้น!"
คลื่นมังกรดำ ดราก้อนเบรธระดับสุดยอดชนิดที่สองซึ่งต๊ะปล่อยออกมา กลืนทั้งลำแสงจากปืนของลูก้าและเจ้าของหายไปในเปลวไฟสีดำจนมองไม่เห็นอะไร มีแต่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของลูก้าที่ถูกไฟสีดำคลอกไปทั้งร่างเหมือนโดนเทวีสุริยา
"ระยำ...อาวุธของเราทั้งหมดใช้กับมันไม่ได้ผลเลย" ลูก้าจ้องมองมิชที่หัวเราะอยู่กลางอากาศด้วยความแค้นก่อนจะร่วงลงไป....
"แม้แต่ลูก้าก็ยังสู้มันไม่ได้เหรอเนี่ย" ทุกคนที่เฝ้าดูผลการต่อสู้ครั้งนี้อยู่ถอนหายใจ
โครม! ทางลูก้าตกลงมาตรงจุดที่พวกซาซาไรกับซาก้ารบกับพวกข้างล่างพอดี ทำให้คู่แค้นทั้งสามคนมาเผชิญหน้ากันด้วยความบังเอิญ
"............." ไม่มีคำพูดใดๆจากลูก้า
"............." ซาซาไรก็เช่นกัน (ไม่ได้จืดจางนะ เจ้าตัวเถียง)
เพราะความแค้นกาลก่อนแต่มาตอนนี้กลับอยู่ในสถานะที่ต้องจับมือกัน ทำให้บรรยากาศอึมครึมเป็นที่สุด
"น้องวี(นามรองของลูก้า)" ซาก้าเป็นผู้ทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ลง
"ข้าทิ้งชื่อนั้นไปแล้ว" ลูก้าตอบ
"พี่ใหญ่! นี่ืท่านยังนับคนทรยศอย่างมันเป็นพี่น้องอยู่อีกงั้นรึ!" ซาซาไรกล่าวด้วยความโมโห ชี้ไปที่หน้าลูก้าที่เต็มไปด้วยบาดแผลสาหัส "มันทำอะไรไว้กับพวกเราและเหล่าพี่น้องทุกคนท่านลืมแล้วหรืออย่างไรกัน!!!"
"หึ ก็อย่างที่เจ้าเน็ก(นามรองของซาซาไร)มันพูดนั่นแหละ ตอนนี้เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว" ลูก้าพูดตัดจบห้วนๆ
"ข้าไม่ใช่ชาวเดอวีว่าอีกต่อไปแล้ว"
ว่าไงนะ!!!! คำพูดของลูก้าทำให้ทุกคนตกใจมาก "ลูก้าเป็นชาวเดอวีว่ายังงั้นรึ!?"
--FLOW 17:46, 27 กรกฎาคม 2008 (ICT)
"นี่มันเรื่องอะไรกัน" ทุกคนชักสนใจ
ซาซาไรเห็นเสียงตอบรับดีจึงเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง พร้อมเกากีต้าร์เพลง16ปีแห่งความหลังประกอบเรื่องราวอันแสนขื่นขม....
- กาลครั้งหนึ่งจืดจางมานานแล้ว(ซาซาไรหมายถึงตอนเพิ่งเปิดโอเพ่นเบต้า)....มีคาราวานเล็กๆเร่ร่อนไปทั่วแดนไร้นาม ณ ตอนเหนือของเซ็กเซน พวกเขาต่างจากกองกำลังทั่วไป รักในเสียงเพลงและบทประพันธ์ ไม่ปราถนาในการต่อสู้ ไม่คิดชิงดีชิงเด่นเหมือนกับกองกำลังอื่นๆในซุยโคเดนยูนิเวริ์ส พวกเขามีจุดมุ่งหมายเพื่อแบ่งปันเสียงดนตรีไปทั่วทุกที่ๆพวกเขาผ่านไป ชื่อของพวเขาคือกลุ่มเดอวีว่ามีซาก้าที่อาวุโสที่สุดในกลุ่มเป็นผู้นำ
ทว่าด้วยความจืดจางโดยกำเนิด(T_T) ดูเหมือนว่าจุดประสงค์ของพวกเขาจะไม่ค่อยสัมฤิทธิ์ผลเท่าไหร่นัก ตอนเปิดแสดงเพลงคลาสสิคในกระทู้ก็มียอดคนเข้าชมไม่มากนักราวกับว่าไม่มีคนเห็นกระทู้ของพวกเขา แต่ชาวเดอวีว่าก็ไม่ย่อท้อออกเผยแพร่เสียงเพลงและคอมมิคเทลส์ออฟเดสตินี่แอนโธซุยต่อไป....
- แต่ถึงแม้พวกเขาจะมีสปิริทแรงกล้าแต่เกมนี้ก็ช่างโหดร้ายกับคนดีนัก ตลอดการเดินทางพวกเขาต้องพบเจอมอนสเตอร์ดุร้าย และกองกำลังของผู้เล่นคนอื่นที่คอยไล่ฆ่าชาวบ้านชาวช่อง แม้ความจืดจางจะช่วยให้พวกเขารอดมาได้แต่ก็ไม่ได้ทุกครั้งเสมอไป พี่น้องทั้งหลายจึงค่อยๆเริ่มล้มหายไปทีละคนสองคน บ้างก็ไปเล่นตัวใหม่เป็นนักรบละทิ้งอุดมการ์ณเดิมไปจนหมดสิ้น....
ต่อมาพวกเขาก็ได้พี่น้องร่วมทางคนใหม่นามว่าลูก้า แม้จะมีอาชีพสายนักเดินทางพเนจร แต่ลูก้ากลับมีพลังในการต่อสู้ไม่แพ้อาชีพนักรบเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ลูก้าจึงเป็นสมือนผู้คุ้มกันประจำกลุ่มทำให้การเดินทางในโลกกว้างสดใสขึ้น....
"ตอนนั้นตัวข้ารวมทั้งพี่ใหญ่ต่างคิดว่าเจ้าลูก้าคือความหวังของพวกเรา" ซาซาไรเล่าไปน้ำตาหมื่นลิตรก็ไหลพรากไป T_T
"ความหวังอะไรงั้นรึ?" ทุกคนสงสัยว่าไอ้กลุ่มจืดจางนี่ยังมีความหวังหลงเหลืออยู่อีกงั้นหรือ?
"ความหวังที่จะมีฐานทัพและตั้งถิ่นฐานรกรากของตัวเองยังไงล่ะ!!" ซาก้ากล่าวด้วยจิตวิญญาณอันเร่าร้อน
หลังจากนั้นก็เปลี่ยนคนบรรยายเป็นซาก้าแทน แล้วก็รัวกลองทำนองนเรศวรมหาราชบิทว์อารมณ์เพราะกำลังจะถึงตอนตื่นเต้น(แต่คนอ่านหลับหมดแล้ว)
- ในช่วงเริ่มโอเพ่นเบต้านั้นสงครามช่วงชิงดินแดนกำลังลุกเป็นไฟอย่างยิ่ง ตอนใต้ของทวีปตั้งแต่กูลุค โทรัน ดูนัน กลาสแลนด์ มีแต่กองกำลังต่างๆทำสงครามกันเพื่อจับจองดินแดนสร้างฐานทัพเพื่อความเป็นใหญและอุดมการ์ณของตน (เพราะด้านเหนือฮาร์โมเนียเป็นเขตผู้เล่นระดับสูงที่ยังไม่สามารถเข้าไปได้)
พวกเราเองก็หวังว่าสักวันหนึ่งจะมีฐานเป็นของตนเองเช่นกัน เพื่อสร้างดินแดนในอุดมคติที่ไม่มีการฆ่าฟัน ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขด้วยเสียงดนตรีจรรโลงใจ แต่ด้วยความกระจอกงอกง่อยของพวกเรา....ขืนเข้าร่วมสงครามชิงดินแดนทางใต้ด้วยล่ะก็มีหวังเละเป็นโจ๊กไข่เยี่ยวม้าแน่ ดังนั้นพวกเราจึงออกพเนจรขึ้นเหนือไปเรื่อยๆเพื่อไปยังดินแดนที่ไฟสงครามยังลามมาไม่ถึง จนในที่สุด เราก็พบสถานที่ในฝันที่จะลงหลักปักฐาน พวกเราเร่ร่อนในแดนไร้นามผ่านมาถึงสถานที่ๆเรียกว่าทุ่งเอาท์แลนด์ จนพบเส้นทางลับที่สามารถเข้าไปในฮาร์โมเนียดินแดนที่ยังไม่มีใครเข้าไปบุกเบิกได้!
- แต่การจะฝ่าเส้นทางหฤโหดนี้ได้จำเป็นต้องมีปัจจัยอยู่สามอย่างไม่อาจขาดได้สิ่งแรกนั่นก็คือความจืดจางเส้นทางลับนี้ตัดผ่านแดนหฤโหดเอาท์แลนด์ที่ว่ากันว่าเคยเกิดสงครามน้อยใหญ่นักต่อนัก เต็มไปด้วยมอนสเตอร์วิญญาณนักรบที่มีสถานะเป็น immortal ฆ่าไม่ตายทำอะไรไม่ได้ แต่ด้วยความจืดจางยิ่งกว่าวิญญาณของเราชาวเดอวีว่าจึงสามารถผ่านทุ่งเอาท์แลนด์มาได้(ช่างน่าภูมิใจเสียนี่กระไร)
เมื่อผ่านมาแล้วถัดมาคือดันเจี้ยนอินดีเพนเดนท์เฮาส์ที่อยู่ใจกลางทุ่งเอาท์แลนด์ เป็นดันเจี้ยนที่เชื่อมต่อกับเกาะลอยฟ้าที่ลอยอยู่เหนือก้อนเมฆ ชั้นบนสุดของที่นี่มีบล็อคลอยโผล่ๆหายๆเพื่อใช้ในการไต่ขึ้นไป จากจารึก(คำด่าที่ขีดไว้ตามฝากำแพง)ทำให้รู้ว่าไม่เคยมีใครใช้มันผ่านขึ้นไปได้เลย เพราะยากชิบหายยิ่งกว่าร็อคแมน2ด่านแอร์แมน แต่ชาวเดอวีว่ามีดนตรีอยู่ในหัวใจ ดังนั้นทักษะในการฟังเสียงและจับจังหวะจึงอยู่ในระดับSS สามารถมองจังหวะโผล่และหายของบล็อคแล้วกระโดดผ่านขึ้นไปจนถึงเกาะลอยฟ้าได้
- เมื่อขึ้นมาถึงเกาะลอยฟ้าแล้ว พวกเราก็ตรวจสอบดูรอบๆ พบเอกสารบันทึกโบราณเกี่ยวกับฮาร์โมเนียและเส้นทางวาร์ป ซึ่งเขียนโดยคนชื่อเยอร์โน่แห่งกลุ่มวาก้าบาวน์ หลังจากพวกเราเดินสำรวจรอบเกาะลอยฟ้าในที่สุดพวกเราก็ได้พบประตูมิติตามที่เขียนไว้จริงๆ แต่เราก็พบอุปสรรคสุดท้ายด้วยนั่นก็คือ...BOSS เฝ้าทางเข้า มอนสเตอร์ตัวนี้แข็งแกร่งมากมีนามว่า Sword Dancer รู้สึกว่าหัวหน้าของวาก้าบาวน์จะนำเข้ามาจากมิตินิทานอะไรซักภาคเนี่ยแหละ เอามาเฝ้าไม่ให้มีใครตามเข้าไป
ดังนั้นพลังต่อสู้ของพวกเราทั้งกลุ่มที่รวมกันแล้วเก่งกว่าโนบิตะนิดหน่อยจึงไม่อาจผ่านเข้าประตูมิติไปได้ พวกเราจึงตายห่าเกมโอเวอร์กัีนหมดยกกลุ่มจนต้องตัดใจจากมาอย่างน่าเสียดาย....
--FLOW 18:36, 27 กรกฎาคม 2008 (ICT)
- แต่เมื่อมีลูก้าอยู่ด้วย ความหวังจึงบังเกิดขึ้นอีกครั้ง! พวกเราชาวเดอวีว่าเสี่ยงตายฝ่าทุ่งเอาท์แลนด์ขึ้นไปยังเกาะลอยฟ้าอีกรอบ ในที่สุดด้วยพลังการต่อสู้ของลูก้า+กับศาตร์ดนตรีลับที่พวกเราชาวเดอวีว่าคิดค้นขึ้นเพื่อเพิ่มอานุภาพให้กับผู้ฟัง ลูก้าก็สามารถล้มSword Dancerลงได้ และแล้วในที่สุดพวกเราก็ใช้ประตูมิติเข้ามาถึงเขตจำกัดระดับสูงฮาร์โมเนียได้เป็นกลุ่มแรกในเกม....ณ ซากโบราณสถานเกรทไชร์น
หลังจากที่พวกเราเข้ามายังสถานที่ๆชื่อเกรทไชรน์ได้แล้วก็ตกลงกันว่าจะยึดที่นี่เป็นฐานทัพ แล้วก็เริ่มก่อร่างสร้างหมู่บ้านเดอวีว่าขึ้นมาในที่สุด......ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกทำลายด้วยน้ำมือของเจ้าลูก้า!!
"สุดยอด นี่พวกคุณเคยเข้ามาถึงดินแดนแห่งนี้ได้ตั้งแต่เริ่มเกมได้ไม่ถึงเดือนงั้นหรือนี่" ทุกคนทึ่งกับเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นก็ลองคิดทบทวนดู ถึงซาซาไรจะจืดจางก็จริง แต่ก็ทำเรื่องน่าทึ่งต่างๆไว้มากมายไม่แพ้หลอด ริโอวเลย ทั้งๆที่เป็นแค่นักกวีพเนจรเท่านั้น ที่เป็นแบบนั้นเพราะเคยเดินทางมาทั่วทวีปและผ่านประสบการ์ณเหนือคนอื่นมาแล้วมากมายนี่เอง
"เฮ้ย เลิกเล่านิทานได้แล้ว มันมาแล้ว!!" เสียงของลูก้าปลุกทุกคนตื่นขึ้นมาจากการสัปหงกที่ขอบโต๊ะ...มิชที่พิสูจน์อักษรเสร็จแล้วบินตามลงมาโจมด้านล่างแล้ว
"อยากตายก็บินลงมาเลย!!!" ลูก้าเปิด99เอฟเฟคออร่าเพื่อใช้สกิลท่าไม้ตาย Symphony of Weapons เรียกอาวุธออกมาเกือบหมดคลังแสง เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นคือ มิช
"เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์" อาวุธนับแสนนับพันทำอันตรายมิชไม่ได้เลย!!
"ถึงเวลาตายของแกแล้วลูก้า! สุดยอดแห่งดราก้อนเบรธ ลมหายใจวิญญาณมังกร" คลื่นมังกรขนาดมหึมาเล็งมาที่ลูก้า ระหว่างทางก็ทำลายอาวุธของลูก้าที่ขวางหน้าอยู่จนหมด
ลูก้าได้แต่เอาสองมือขึ้นยันไว้ แผลไฟลวกที่ยังรักษาไม่ได้ก็คอยแผดเผาร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล จนต้านพลังของมิชไว้ไม่อยู่!
"เจ็บใจนัก!" พลังมหาศาลของเบรธทำให้ลูก้าที่บาดเจ็บต้องเอาเข่ายันพื้น "ทำไมๆๆๆ ข้าที่ระดับสูงกว่ามันถึงมีสารรูปแบบนี้!!"
"อยากรู้นักเหรอ? งั้นข้าจะบอกให้ฟังเป็นของขวัญก่อนตายก็ได้ สกิลweapon masteryนั่นแหละ คือจุดอ่อนของแก!!"
"เมิงโกหก มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง!!!"
"รูน สกิล อาวุธ และค่าพลัง เป็นสี่เหลี่ยมความสามารถในการต่อสู้ของเกม ต่อให้มีรูนเทพแต่ค่าพลังห่วยแตกก็เหมือนหลอดได้กินกุ้ง กลับกันถึงอาวุธจะด้อยชั้นกว่าแต่ถ้าสกิลสัมพันธ์กันผลลัพธ์ก็อาจสามารถชนะศัตรูที่เหนือกว่าได้!!"
"แกกำลังเพ้อเจ้ออะไรอยู่ฟะ!!" ลูก้าตวาด
"นั่นก็คือต่อให้ระดับค่าพลังของข้าด้อยกว่าแก แต่ด้วยการใช้ทรูรูนส่งเสริมกับสกิลของตัวเองและอาวุธ ข้าจึงสามารถเหนือกว่าแกได้ไงล่ะ!"
"ลูก้าเอ๋ย เจ้ามันพึ่งพาแต่อาวุธที่ตัวเองเรียกออกมาเท่านั้น ตอนแรกมันอาจจะทำให้แกร้ายกาจยิ่งกว่าใคร ทว่าต่อให้แกสามารถใช้อาวุธและไม้ตายพวกนั้นได้ชำนาญแค่ไหนแต่มันก็มีขีดจำกัด ไม่อาจสร้างสรรค์ความสามารถในการต่อสู้ที่ร้ายกาจยิ่งกว่านี้ขึ้นมาได้ เมื่อถึงปลายทางแล้วมันจึงกลับเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการยกระดับฝีมือของแกให้ทะลุขีดจำกัด!!!"
"น่าสมเพชยิ่งนัก แต่แกในตอนนี้น่ะมันกระจอกยิ่งกว่าซิกฟรีดเสียอีก..."
"หุบปาก! หยุดซุยได้แล้ว อุปสรรคการพัฒนาอะไรกัน ข้าจะเอาชนะแกให้ดู!!" ลูก้าคว้าอาวุธมาสิบๆชิ้นโจมตีใส่มิช แต่ก็โดนลมหายใจแห่งลมพัดกระจายลงไปกองกับพื้น หมดสภาพโซลเยอร์ที่อหังการที่สุดในเกมไปแล้วเรียบร้อย
"ยังยอมรับไม่ได้อีก งั้นคงมีแต่ความตายเท่านั้นที่ทำให้แกยอมรับความจริงได้" มิชชาร์จเบรธออฟดราก้อนโซลยิงใส่ลูก้าอีกครั้ง
"ว๊าาาาาก ข้าคือนักรบที่แข็งแกร่งที่สุด" ลูก้าคำรามทั้งหมดสภาพ ได้แต่รอพบจุดจบจากลูกพลังของมิช
"หึ หึ หึ ช่างน่าตลกยิ่งนัก แกมาถึงจุดนี้ได้ด้วยสกิล weapon mastery ที่ได้มาจากการทรยศพวกพ้อง แต่สุดท้ายแกก็ต้องพบจุดจบด้วยสกิลนี้" มิชหัวเราะในชัยชนะของตนเองเหนือคู่ปรับของเขา
"มันคงเป็นคำสาปของพวกเดอวีว่าที่ต้องตายเพราะแกเป็นแน่!!"
เหตุการ์ณทั้งหมดอยู่ในสายตาของซาซาไรและซาก้าที่ยืนจืดจางอยู่ไม่ไกลนัก....
"มันจะตายแล้ว เจ้าวี ไอ้คนทรยศนั่นกำลังจะตายแล้ว ไม่ต้องไปช่วยมันหรอก!" ซาซาไรยืนดูด้วยความอัดอั้น การมองดูคนที่สู้ไม่ได้ตายไปต่อหน้าตา มันขัดต่อคุณธรรมบู๊ลิ้มในตัวเขาเป็นที่สุด
"เจ้าจะปล่อยให้เขาตายไปทั้งแบบนี้จริงๆงั้นหรือ ตรงนี้มีแต่เจ้าเท่านั้นนะที่สามารถช่วยหมอนั่นได้" ซาก้าถามซาซาไรอีกครั้ง
"ฮึ่ม....ตอนนี้ข้าเกลียดตัวเองยิ่งนัก" ซาซาไรหลับตาลง...
--FLOW 05:25, 1 สิงหาคม 2008 (ICT)
ลูก้าที่มองเห็นลูกพลังค่อยๆเคลื่อนเข้ามาก็นึกถึงอดีต เหมือนกำลังจะรู้ตัว่าตัวเองคงจะไม่รอดแล้ว
ลูก้านึกถึงสมัยที่ตัวเองเพิ่งเข้าเกมมา เขาประทับใจลูก้าในซุย2เป็นอย่างยิ่งจึงตั้งชื่อเลียนแบบตาม หวังจะเป็นนักรบที่อหังการที่สุดเหมือนกับลูก้าที่เขาชื่นชม แต่ว่า.....เกมนั้นก็แสนจะใจร้าย ลูก้าฝันสลายเพราะได้รับคลาสนักเดินทางพเนจรแทนที่จะเป็นคลาสนักรบอย่างที่เขาฝันไว้
- แถมระบบซุยโคเดนยูนิเวริส์ก็แสนจะใจดำ ไม่สามารถใช้ชื่อที่เคยตั้งไปแล้วได้อีก! ถึงจะเป็นเจ้าของไอดีลบทิ้งแล้วสร้างใหม่ก็ตาม เพราะทางโคนาเม้งเล็งเห็นว่าเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในเรื่องชื่อและนำไปสร้างความวุ่นวาย
ดังนั้นลูก้าจึงจำต้องยอมสวมบทบาทนักเดินทางพเนจรทั้งที่เขาเกลียด เพราะเขาอยากใช้ชื่อตัวละครในดวงใจของเขาไม่อยากใช้ชื่ออื่น...
ต่อมาลูก้าก็นึกถึงวันที่เดินทางฝึกฝนตามลำพังก่อนจะพบกับวงเดอวีว่า ลูก้าสู้เก็บเลเวลคนเดียวมาตลอดเนื่องจากไม่มีใครอยากร่วมปาร์ตี้กับนักเดินทางที่ไร้สกิลซัพพอร์ทมีแต่พลังต่อสู้อันแสนน้อยนิด แต่ลูก้าก็ทำให้คลาสนักเดินทางที่ไม่เหมาะกับการต่อสู้เก่งกาจไม่แพ้นักรบในที่สุด เรียกได้ว่าถ้าไม่อัจฉริยะก็เป็นพวกบ้าดื้อสุดขั้วเลยทีเดียว...
จนกระทั่งวันหนึ่ง ความฝันของเขาก็เป็นจริงได้! ณ หมู่บ้านเดอวีว่าที่เกรทไชน์ ในขณะที่ลูก้ากำลังบุกเบิกเกรทไชน์ให้พวกซาก้าตามลำพัง เขาก็พบกับผนึกอันหนึ่งอยู่ลึกลงไปในใต้ดิน... เมื่อลูก้าสัมผัสมันเสียงจากระบบก็ดังขึ้นในหัวของเขา
ผู้นำพาแห่งความยุ่งเหยิง อยากได้พลังใช่ใหม? หากแสวงหาพลังก็จงรับภารกิจนี้
"ข้าต้องการ ข้าต้องการเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ภารกิจอะไรข้าก็ทำได้ทั้งนั้น!!"
สิ่งที่เจ้าเห็นอยู่นี้คือคลังแสงโบราณเป็นที่เก็บรวบรวมอาวุธนับหมื่นพันของผู้นักรบในอดีต
"ถ้าข้าได้ครอบครองอาวุธพวกนี้ข้าจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น...และเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดใช่ไหม!?"
รางวัลที่เจ้าจะได้รับจากภารกิจนี้คือพลังที่เจ้าปราถนาแต่..... เจ้าจะต้องแบกรับฐานะของ Chaos Bringer ผู้เริ่มต้นชนวนแห่งความยุ่งเหยิงทั้งมวลเอาไว้ โปรดตัดสินใจอีกครั้ง Y/N
ลูก้าตอบได้ทันทีแบบไม่ต้องคิด....
"ความยุ่งเหยิงงั้นเหรอ ดีสิ! เพราะนั่นคือสถานที่ๆจะทำให้ข้าได้ชื่อว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุด!!!"
ระหว่างที่ลูก้ากำลังย้อนความหลังระหว่างรอความตายอยู่นั่นเอง จู่ๆลูกพลังที่มิชปล่อยมาก็หายไป
"ตราแห่งความดับสูญ" ซาซาไรลบพลังทิ้งช่วยลูก้าไว้เส้นยาแดงผ่าแปด
"น้องวีรับนี่ไปซะ ซาก้ามอบดาบราชันย์มังกรให้กับลูก้า "ตรากษัตริย์จะช่วยล้างคำสาปคลื่นมังกรดำที่ไหม้ตัวเจ้าอยู่ได้"
"ถ้าเป็นดาบนี่ล่ะก็ต้องสูสีกับมิชที่มีดราก้อนรูนแน่"
"นี่พวกแก..." ลูก้ารับดาบมา ทันใดนั้นไฟสีดำบนร่างก็โดนอำนาจของรูนลบหายไป
"เราชาวเดอวีว่ามาช่วยกันล้มเจ้ามิชกันเถอะ เหมือนครั้งที่พวกเราเคยร่วมใจกันปราบ sword dancer ตนนั้น" ซาก้ายิ้มให้
"ไม่จำเป็น" ลูก้ากล่าวปฎิเสธ "นี่เป็นการต่อสู้ของข้า พวกแกอย่าเข้ามาสอดให้เส้นทางสู่ความแข็งแกร่งของข้าต้องแปดเปื้อน!"
"มีแต่การล้มเจ้านั่นให้ได้ด้วยตัวเองเท่านั้น ถึงเป็นการพิสูจน์ว่าเส้นทางที่ข้าเลือกเดินถูกต้อง!!!" ลูก้ากำดาบแน่นโดดขึ้นไปหามิช
"เชอะ นึกว่าจะตาสว่างขึ้นมาบ้าง ถ้าพวกแกช่วยกันบางทีอาจจะสูสีขึ้นก็ได้" มิชกล่าวถากถางด้วยความผิดหวัง
"หุบปาก!! ข้าคือนักรบที่อหังการที่สุด ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาช่วย!!!"
ด้วยสกิลweapon masteryลูก้าสามารถดึงพลังจากดาบออกมาได้อย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้ เขาเรียกมังกรทองสามเศียรออกมาจากดาบพุ่งเข้าขย้ำมิช
"อุ๊บส์ พลังอันน่ากลัว....ประมาทไม่ได้แล้ว" มิชใช้พลังดราก้อนรูนเต็มพิกัดเพื่อสลายมังกรของลูก้า
"ถึงจะร้ายกาจแค่ไหน แต่มังกรอวตารก็คือมังกรยังไงก็ต้องสยบให้ข้า เปล่าประโชยน์น่าลูก้า!!"
"เฮอะ นั่นมันแค่ทดสอบพลังเท่านั้น" ลูก้าแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ ชูดาบขึ้นขนานลำตัว พร้อมปลดปล่อยความสามารถพิเศษที่ได้รับจากการเพิ่มค่าพลังหลังระดับ99แล้วออกมา...
--FLOW 06:19, 1 สิงหาคม 2008 (ICT)
ลูก้าเรียกใช้งานสกิลพิเศษ Regalia Mastery หลังจากนั้นบรรยากาศรอบๆตัวลูก้าก็เกิดการบิดผัน
"เกิดอะไรขึ้น!!" ด้วยสัมผัสอันเฉียบคมของมังกรทำให้มิชรู้สึกเกรงกลัว...
"นี่คือสกิลที่ข้าได้รับมาจากการทุ่มคะแนนพิเศษให้กับค่า Technique ทั้งหมด!"
"ว่าไงนะ ทั้งหมด!!" มิชฟังแล้วถึงกับอึ้ง
เพราะปกติแล้วคะแนนพิเศษมักจะถูกนำไปเพิ่มค่าพลังที่เป็นจุดอ่อน หรือเพิ่มจุดเด่นให้ตัวเอง แต่การนำมาลงที่ค่าTECซึ่งเชื่อมโยงกับสกิลอย่างเดียวจนหมด เป็นอะไรที่ไม่เคยมีมาก่อนเพราะถ้าสกิลใหม่ที่เกิดขึ้นมาไม่ดีพอ ก็จะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย และยิ่งถ้าไม่เกิดสกิลใหม่ขึ้นมาที่ทำไปก็จะสูญเิปล่าไร้ค่าที่สุด
....แต่เหตุผลนี้ใช้กับลูก้าไม่ได้ แต่เดิมเขาเป็นนักเดินทางพเนจรที่มีค่าพลังต่ำยากแก่การแก้ไขอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงเชื่อมั่นในสกิลแห่งโชคชะตาที่ได้รับมาและทุ่มแต้มทั้งหมดเพิ่มพลังให้weapon masteryแบบหมดหน้าตัก
มีวัตถุลางๆปรากฎขึ้นในมือของลูก้าที่ถือดาบราชันย์มังกรอยู่!!
"คิดว่าจะไม่สามารถเรียกมันออกมาได้เสียแล้ว... แต่นี่สินะที่มันเรียกว่าชะตากรรม ฮะ ฮ่าๆๆ"
ตรากษัตริย์เปล่งแสงจ้า ทันใดนั้นดาบก็หายไปกลายเป็นอาวุธอย่างอื่นแทน...
ตัดมาทางเจที่กำลังเล่น PSP อยู่ในส้วม พอสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าเกรงขามที่เคยพบก็หนาวไปถึงอุจจาระ รีบพังประตูออกมาดูทันที (กางเกงก็ยังไม่ได้ใส่)
"เฮ้ยไม่จริง! หมี่หยก(ไลฟ์สตรีม)ออร่าแห่งการต่อสู้ขั้นสุดยอดของพวกชาวไกอาเลือดแท้ !!!!
ลูก้ายืนโชว์พาวถือธนูอยู่ในมือ มีหมี่หยกแผ่พุ่งออกมาน่ากิน
ธนูนภาโลหิต cielo carmesi
"เป็นไปไม่ได้!!! แกเรียกออกมาได้ยังไง อาวุธพวกนั้นน่ะไม่สามารถมีคงสภาพวัตถุอยู่บนโลกได้เพราะคำสาป....อ๊ะ!" พอนึกขึ้นได้เจถึงกับผงะจนเผลอทำPSPตกส้วม
"ลืมไปเสียสนิทว่ามีวิธีแบบนี้ด้วย"
"ฮะๆด้วยสกิล Regalia Mastery สามารถเรียกอาวุธระดับ 16 ออกมาใช้ได้ แม้แต่อาวุธที่ถูกผนึกไว้อยู่ในส่วนลึกสุดของระบบก็ไม่มีข้อยกเว้น!" ลูก้ายิ้มอย่างพอใจ
"แต่ที่ผ่านมาข้าไม่สามารถใช้อาวุธผนึกพวกนี้ได้เพราะมีคำสาปฝังอยู่ แต่เมื่อข้ารวมมันเป็นหนึ่งกับดาบพลังของตรากษัตริย์ก็จะทำให้คำสาปหายไป!!"
"ก็แค่อาวุธดีขึ้นเท่านั้นแหละน่า!" มิชพูดเพื่อเรียกขวัญกำลังใจตนเอง
"อ๋องั้นหรือ? งั้นข้าจะให้แกได้ทดสอบด้วยตัวเองว่าพลังของมันร้ายกาจแค่ไหน!" ลูก้าง้างธนูปรากฎเป็นศรลำแสงอัดแน่นไว้ด้วยพลังที่สามารถทำลายดาวเคราะห์ดวงหนึ่งได้สบายๆ






