[กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

-คุยเรื่องทั่วไป- เกี่ยวกับ เกม การ์ตูน หนัง ข่าวสารบ้านเมือง อื่นๆ-

[กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

โพสต์โดย Shiryu » ศุกร์ ส.ค. 28, 2009 6:19 pm

กระทู้โม้เรื่อยเปื่อย....

วันนี้มาเล่าเรื่องสยองขวัญที่เกิดขึ้นจริงๆไม่อิงนิยายจากกระทู้พันทิปครับ
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic ... 10955.html
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic ... 15074.html
(ว่าแต่เรื่องแบบนี้มันเกี่ยวกับหว้ากอตรงไหนฟะเนี่ย?) เครดิตคุณ art_sarawut
ซึ่งแปลจากเว็บภาษาอังกฤษต้นฉบับ
http://www.cracked.com/article_15628_5- ... -true.html
http://www.cracked.com/article_16721_6- ... -true.html

มี 11 เรื่อง มันเยอะแถมย้าวยาวเป็นเทียไครซ์ เลยเลือกมาแค่ 7 เรื่อง เอามาย่อ+ปรับสำนวนนิโหน่ยฮับ
(ใน spoil มีภาพ ถ้าไม่เปรี้ยวก็ไม่ต้องไปเปิดดูนะจ๊ะ)


--------------


1. มัมมี่ในสวนสนุก


เล่ากันว่า

พบว่าหุ่นตัวหนึ่งในสวนสนุกไม่ใช่หุ่นทั่วๆ ไปที่ทำจากกระดาษและโครงเหล็ก แต่เป็นเนื้อหนังกับกระดูกคน หมายควายว่าเด็กๆ ทุกคนที่เข้าไปในบ้านผีสิงหลังนั้นได้เล่นและหัวเราะคิกคักกับศพคนจริงๆ ที่ถูกเอามาทำมัมมี่


เรื่องจริงคือ

ย้อนไปในปี 1976 ทีมงานถ่ายทำหนังตอนหนึ่งของเรื่อง "The Six Million Dollar Man" ได้เข้าไปใช้บ้านผีสิงของสวนสนุก Nu-Pike ที่ลอง บีช, แคลิฟอร์เนีย เป็นสถานที่ถ่ายทำ และระหว่างที่พวกเขากำลังเคลื่อนย้าย "หุ่นผูกคอตาย" อยู่นั้น พวกเขาก็บังเอิญทำแขนหุ่นหลุดลงพื้น และพบว่าข้างในดันเป็นกระดูกคน..
ศพนี้อันที่จริงเป็นศพของโจรคนหนึ่งชื่อ "เอลเมอร์ แม็คเคอร์ดี้" ซึ่งตายระหว่างดวลปืนหลังจากปล้นรถไฟในปี 1911 ลุงเอลเมอร์คนนี้ถูกฆ่าตายเพราะขโมยเงินไปเท่าไหร่น่ะรึ? 46 เหรียญครับ!! (+วิสกี้ที่จิ๊กจากอีป้าที่นั่งข้างๆ 2 แก้ว)

ร่างของแม็คเคอร์ดี้ถูกเข้ากระบวนการรักษาสภาพศพโดยสัปเหร่อท้องถิ่นคนหนึ่ง และตาสัปเหร่อคนนี้ก็เป็นปลื้มสุดๆ กับผลงานของตัวเอง แกเลยทำศพให้เป็นหุ่นแล้วจัดแสดงไว้อย่างดีที่ที่ทำงานเขานั่นแหละ (ค่าดู 5 เซนต์ จ่ายโดยหย่อนเงินลงไปในปากศพ ...แล้วมันจะเอาออกมายังไงฟะ? อย่าไปนึกภาพตามเลย orz...)

หลายปีต่อมาเจ้าของคณะละครสัตว์คนนึงแอบอ้างว่าตัวเองเป็นน้องชายของแม็คเคอดี้แล้วอ้างสิทธิ์ขอศพไป และนำ "มัมมี่แม็คเคอร์ดี้" ออกทัวร์น่าขนหัวลุกไปทั่วอเมริกา กลายเป็นหุ่นในคณะละคนสัตว์ไปทั่วประเทศก่อนที่สุดท้ายจะมาอยู่ที่ ลอง บีช

ปัจจุบัน แม็คเคอร์ดี้ได้รับการฝังที่โอคลาโฮม่า และเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเอาศพลุงแกไปเล่นอะไรขำๆอีกพวกเขาเลยเทปูนทับโลงศพเสียเลย

รูปภาพ รูปภาพ


------------


2. ศพใต้เตียง


เล่ากันว่า

คู่สามี-ภรรยาเช็คอินเข้าโรงแรมแห่งหนึ่ง และระหว่างนอนหลับก็ได้กลิ่นเหม็นซากศพตลอดทั้งคืน พวกเขาจึงโทรฯตามพนักงานโรงแรมและพบว่ากลิ่นลอยออกมาจากใต้เตียง เมื่อก้มลงไปดูก็พบอ้วกที่แขกขี้เมาคนก่อนรากแตกทิ้งไว้ ...แบบนั้นมันใช่เรื่องสยองขวัญซะที่ไหนหละคร้าบ~!! ...พนักงานโรงแรมรื้อที่นอนออกแล้วพบว่าสามี-ภรรยาคู่นี้นอนหลับอยู่บนศพหญิงสาวที่กำลังเริ่มเน่า


เรื่องจริงคือ

เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นจริง! ใน ลาส เวกัส, แคนซัส, มิซซูรี่, แอตแลนติค ซิตี้ และ นิวเจอร์ซี่ย์ (เกิดบ่อยด้วยวุ้ย! พวกศพๆนิยมหนีมาอยู่ใต้เตียงกันนะเนี่ย) แต่ถ้าต้องการซ่อนของในห้องก็คงไม่มีที่ไหนเหมาะเท่าตู้เสื้อผ้าหรือใต้เตียงแล้วนี่เนอะ เช่นเดียวกับบ้านเราซึ่งใต้เตียงเป็นที่ๆหนังสือโป๊นิยมใช้ซ่อนตัว จริงไหมครับต๊ะ?

เรื่องของเรื่องคือมันประหลาดตรงที่ว่า คนแทบทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์พวกนี้ ต่างก็นอนทับศพกันมาแล้วทั้งนั้น แถมสามี-ภรรยาบางคู่ยังโชว์ปะหล่ำปำปั๊มให้ศพที่อยู่ข้างล่างดูฟรีไปเรียบร้อย เย้


--------------


3. หุ่นเหมือนจริง (โคตรๆ)


เล่ากันว่า

บางคนอาจเคยเห็นหุ่นที่ใช้ตกแต่งงานฮัลโลวีนแบบที่เป็นผู้หญิงผูกคอตายจากต้นไม้ แล้ว....ถ้ามันดันกลายเป็นการฆ่าตัวตายจริงๆ ล่ะ?


เรื่องจริงคือ

ในเมืองเฟรดเดอริก้า, รัฐเดลลาแวร์ หญิงวัย 42 ปีคนหนึ่งเกิดจู่ๆนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาเลยผูกคอตายบนต้นไม้ติดกับถนนอันพลุกพล่านเส้นหนึ่งในคืนวันอังคาร ศพห้อยต่องแต่งอยู่อย่างนั้นจนข้ามวันมาอีกวัน มีคนหนึ่งสังเกตจนได้ว่านี่ไม่น่าใช่หุ่นประดับจึงได้โทรฯแจ้งตำรวจ (รู้ตัวกันช้าไปหน่อยรึเปล่า?)

จะว่าไปแล้วก็นึกถึงข่าวบ้านเราที่ศพผูกคอตายห้อยอยู่บนต้นไม้ไร้คนพบเจอ ...จนมันเน่าและท่อนล่างขาดตกลงมาต๊ะเอ๋เอาชายเคราะห์ร้ายที่เดินมาฉี่ในพงแถวนั้นพอดี


------------


4. ฝังทั้งเป็น


เล่ากันว่า

พบว่าหลุมศพบางแห่งมีรอยขีดข่วนเหมือนกับร่างที่ถูกฝังไปนั้นพยายามที่จะออกจากโลง


เรื่องจริงคือ

เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เคยเกิดขึ้นจริง แต่ในสมัยนั้นมัน "เกิดขึ้นเป็นประจำ" ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 วิลเลี่ยม เท็บได้รวบรวมเหตุการณ์ฝังคนทั้งเป็นจากรายงานทางการแพทย์ต่างๆ ที่มีในสมัยนั้น แล้วก็สรุปได้ว่า
- 219 ราย "เกือบ" ถูกฝังทั้งเป็น
- 149 ราย "ถูกฝังทั้งเป็น"
- และอีกราวโหลนึง ที่มีการชำแหละหรือชันสูตรคนที่ยังไม่ตาย owo!!

ก่อนอื่นระลึกไว้ก่อนว่าสมัยนั้นยังเป็นยุคที่พวกหมอไม่ได้เทพเหมือนหมอตุ๊ต๊ะที่เอาหินปากบาลลูก้าตายได้ ถ้าคุณไปหาหมอเพราะเป็นไข้หวัดในสมัยนั้น เขาอาจใช้ปลิงในการวินัจฉัยโรคคุณและสั่งจ่ายเฮโรอีนเพื่อลดอาการไอของคุณ วิธีการเดียวที่พวกเขาใช้ในการพิสูจน์ว่าคนสักคนตายหรือยังคือ ยื่นก้มหน้าลงไปที่หน้าคนๆ นั้น แล้วตะโกนว่า "ตื่น!! ตื่นได้แล้ว!!!" ถ้าไม่ยอมตื่นก็ฝังแ_งเลย (แหม น่าเอาไปใช้ตอนมีทมั่งนะเนี่ย) สมัยนั้นเลยกลัวกันว่าจะถูกฝังทั้งเป็นแบบสุดๆ พวกเศรษฐีเลยต้องมี "โลงศพนิรภัย" ที่คนที่ข้างในสามารถส่งสัญญาณบางอย่างออกมาสู่โลกภายนอกได้ (โดยมากมักเป็นการสั่นกระดิ่งหรือไม่ก็ชักธงอะไรสักอย่าง) ในกรณีที่เขาดันตื่นขึ้นมาตอนอยู่ในโลง

ถึงอย่างนั้นเร็วๆนี้ก็มีเรื่องที่ชายชาวเวเนซุเอล่าชื่อคาลอส คาเมโจ้ วัย 33 ปี เกิดตื่นขึ้นมาบนเตียงผ่าศพขณะที่แพทย์กำลังชันสูตรศพเขาอยู่ เขาถูกประกาศว่าเสียชีวิตเรียบร้อยหลังเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เลยถูกนำไปชันสูตรศพแล้วพบว่ายังไม่ตายนั่นแหละ

"หมอมันมือหนักครับ ผมเลยตื่น" โชคดีมั้ยล่ะนั่น


------------


5. รูปนั้นมันแปลกๆ นะ


เล่ากันว่า

ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินถือของที่เพิ่งซื้อจากร้านขายของชำเข้าไปในบ้านของหญิงชราหน้าตาน่ากลัวคนหนึ่ง แล้วจู่ๆ เขาก็ทำของร่วงหลุดจากมือเมื่อเขาเห็นภาพติดฝาผนังภาพหนึ่งที่ทำให้เขาต้องขนลุกโดยไม่ทราบสาเหตุ รูปภาพนั้นก็ดูปกติดี เป็นรูปภาพของเด็กชายคนหนึ่งที่ดูปกติดีทุกอย่าง แต่ก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่ขาดหายไป เขาเลยตัดสินใจถามหญิงชราถึงภาพนี้

"อ๋อ..." หญิงชราลากเสียงยาว "สวยใช่มั้ยล่ะ? ..เธอแทบดูไม่ออกเลยใช่ไหมว่านั่นเขาตายแล้ว" (แปลว่า..จับคนตายมาถ่ายรูป!!!)


เรื่องจริงคือ

คนส่วนใหญ่ทุกวันนี้คงไม่มีใครคิดแม้แต่จะชำเลืองลงไปมองศพในโลงระหว่างพิธีฝังศพ แต่ถ้าย้อนไปในสมัยช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถ้ามีใครสักคนตายก็แปลว่าถึงเวลาปัดฝุ่นกล้องถ่ายรูปเพื่อเอามาถ่ายรูปครอบครัวกันแล้ว เป็นพิธีที่เรียกกันว่า "Memorial Photography" แม้ว่ามันจะฟังดูเหมือนเป็นแค่เรื่องตลกร้ายที่น่าขนหัวลุกสำหรับบรรดาตากล้องทั้งหลาย แต่ก็ดันมีเหตุผลที่ถูกยกมาใช้เพื่อทำพิธีนี้อย่างจริงๆ จังเสียด้วย เหตุผลก็คือว่า ค่าใช้จ่ายในการถ่ายรูปในสมัยนั้นแพงระยับขนาดที่ว่าอาจจะมีโอกาสได้ถ่ายแค่เพียงครั้งหนึ่งในชีวิต (หรือแป๊บนึงหลังจากเคยมีชีวิต )

จะว่าไปแล้ว การถ่ายรูป (ที่แสนแพง) ก็ยังจำเป็นต้องให้ทุกคนอยู่นิ่งๆ เพื่อให้รูปออกมาสวยที่สุดให้คุ้มกับเงินที่เสียไป ซึ่งก็เหมาะกับคนตายซะจริง ดังนั้น เหล่าศพทั้งหลายก็จะถูกจับแต่งตัวและจัดท่าทางอย่างดี และ... "ถูกถ่างตาให้เปิด" เอาไว้ตลอด และถ้าบรรดาศพๆ ทั้งหลายยังดูไม่มีชีวิตชีวาพอ เขาก็จะตกแต่งหน้าตาของศพในรูปอีกทีในภายหลัง เพื่อให้ดูไม่ให้เหมือน "ศพที่ถูกผูกติดกับเก้าอี้" ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

ปัจจุบันนี้การถ่ายรูปที่ระทึกร่วมกับศพไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไปแล้ว (ไม่แปลกใจครับ) อาจเป็นเพราะการถ่ายรูปมีราคาถูกลงมาก ก็เลยไม่จำเป็นต้องเอาไว้ถ่ายกันเฉพาะในโอกาสพิเศษอย่างเวลามีใครสักคนตายหรือไม่พวกเขาคงจู่ๆ นึกขึ้นได้มาแล้วพูดขึ้นมากระมังว่า "เดี๋ยวก่อน, นี่พวกเรากำลังทำบร้าอะไรกันวะเนี่ย!?!"

รูปภาพ


------------


6. หัวที่รัก


เล่ากันว่า

หญิงท้องคนหนึ่งเดินเข้าไปหาสามีของเธอแล้วบอกว่า "เด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเธอนะ" สามีของเธอจัดการทำสิ่งที่ดูจะสมเหตุสมผลและรอบคอบดีแล้ว โดยการเฉาะหัวของชู้ออกแล้วหิ้วกลับบ้านมาฝากคุณเมียเป็นของรับขวัญลูก ^^


เรื่องจริงคือ

จ่าสตีเฟน แชปพ์ และไดแอน แชปพ์ คู่ทหารสามีภรรยาประจำการอยู่ที่เยอรมนี ในปี 1993 ทั้งคู่คงเกือบจะมีความสุขสุดๆ กับการเป็นพ่อแม่ ถ้าไม่เพียงเพราะติดปัญหาอยู่นิดเดียวตรงที่ว่า.... สตีเฟน ทำหมันไปเมื่อปีก่อน orz เมื่อเหตุการณ์สวมเขานี้บังคับให้ไดแอนต้องสารภาพว่าเธอเกิดไปทำกิจกรรมเข้าจังหวะกับจอร์จ โกลเฟอร์เพื่อนสนิทของสตีเฟน แล้วคุณจ่าแกทำไงกับเพื่อนและภรรยาที่แสนดีน่ะรึ....

ในคืนอันหนาวเหน็บของเดือนธันวาคมคืนเดียวกันนั้นเอง ไดแอนนอนคุยโทรศัพท์กับเกรกอรี่ชู้รักอยู่ที่โรงพยาบาล แต่แล้วจู่ๆ สายก็ขาดไป แต่อีกไม่นานไดแอนก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อครึ่งชม.ถัดมาสามีของเธอกระแทกประตูเข้ามาในห้อง แล้วดึงศรีษะที่ยังอุ่นๆ ของเกรกอรี่ออกมาจากกระเป๋าเป้ยื่นให้ไดแอน

"ดูสิไดแอน ไอ้โกลเฟอร์มันอยู่นี่แล้วไง! ทีนี้มันจะนอนกับเธอได้ทุกคืนแล้ว แต่เธอนั่นแหละที่จะหลับไม่ลงไปตลอดกาล เพราะสิ่งเดียวที่จะติดตาเธอคือไอ้นี่!" แล้วสตีเฟนก็ปล่อยหัวชุ่มเลือดของเกรกอรี่ลงบนโต๊ะข้างๆ เตียง หันหน้าหาภรรยาของเขา

ย้อนความไปนิโหน่ย ผัวเมียคู่นี้คุยกันที่รพ. เมียสารภาพเรื่องชู้ที่รพ. แล้วเห็นว่าคุณผัวดูปกติ ไม่แสดงอาการ แล้วคุณผัวก็กลับไปโดยบอกว่าจะไป "เก็บของ" (ก็ไม่พูดให้เคลียร์ว่าของอาร้ายย) แต่อันที่จริงคุณผัวแกไปตามหาชู้รัก และพบว่ากำลังคุยโทรศัพท์กับเมียตนเองอยู่ที่ฐาน (พวกเขาเป็นทหาร) พยานบอกว่านายแชปพ์แทงชู้ไป 10-15 แผลก่อนจะตัดหัวเอาไปฝากเมียนั่นแหละครับ


------------


7. หัว (เปล่าๆ) ที่มีชีวิต!


เล่ากันว่า

หัวของคุณจะยังมีความรู้สึกอยู่แป็ปนึงแม้ว่ามันจะหลุดจากบ่าไปแล้วก็ตาม ตำนานเล่ากันว่า หัวหลายหัวกระพริบตา, ตอบสนองต่อการกระตุ้น หรือ แม้แต่..พยายามจะพูด


เรื่องจริงคือ

มีหลักฐานหลายอย่างยืนยันว่าสมองของคุณจะยังทำงานได้หลายวินาทีหรือแม้แต่เป็นนาทีหลังจากหัวคุณหลุดจากบ่าไปแล้ว ตัวอย่างใหม่ล่าสุด (แค่ราว 100 ปีเอง) และรู้จักกันมากที่สุดมาจาก Dr.Beaurieux ซึ่งทำการทดลองกับฆาตกรชาวฝรั่งเศสชื่อ Languille โดยหลังจากนักโทษรายนี้ถูกกิโยตินบั่นคอไปเรียบร้อยแล้ว ตาและปากของเขายังขยับอยู่อีกราว 5-6 วินาที แล้วค่อยนิ่งไป แต่พอ Dr.Beaurieux ตะโกนเรียกชื่อเขา ตาของ Languille ก็ลืมขึ้นอีกครั้ง! คุณหมอ Beaurieux เล่าว่า "ตาของ Languille มองมาที่ผมอย่างแน่นอน ตาดำของเขาปรับโฟกัสด้วยตัวมันเอง" และคุณหมอคนนี้ก็ยังคงทดลองต่อไปเรื่อย ซึ่งได้ผลที่คล้ายคลึงกันราวๆ 30 วินาที (เป็นไปได้ว่าตอนนั้น Languille คงเบื่อจะเล่นจ๊ะเอ๋กับคุณหมอแล้วกระมัง)

หลายคนคงเกิดไม่ทันลองกิโยติน งั้นเราเปลี่ยนมาคุยเรื่องปัจจุบันนี้กันดีกว่า มีอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งหนึ่งส่งผลให้ชายคนหนึ่งในรถทำหัวหลุด เพื่อนที่นั่งข้างๆให้การว่า "หัวของเพื่อนผมตกลงมาโดยหันหน้าขึ้นมา และผมก็เห็นว่าปากของเขาขยับอ้าหุบๆไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ความรู้สึกแรกที่เขาแสดงออกมาทางสีหน้าคือช็อคไม่ก็สับสน แล้วก็เสียใจ ลูกตาของเขาขยับจริงๆ แน่นอน เขามองมาที่ผม แล้วก็มองไปที่ร่างของตัวเอง แล้วก็กลับมาที่ผม"

เป็นเรื่องที่ค่อนข้าง.. เอ่ออ.. โหดไปหน่อยว่ามั้ย? งั้นขอทิ้งท้ายด้วยเรื่องเบาๆแล้วกัน

ในแอฟริกา มีอยู่เผ่าหนึ่งที่จะผูกหัวของคุณติดกับต้นไม้ที่ง้างเอาไว้ แล้วก็ตัด (ตัดหัวนะ ไม่ใช่ต้นไม้) หลังจากหัวคุณถูกตัดออกแล้วมันก็จะพุ่งออกไปเหมือนลูกหินพุ่งจากหนังสติ๊กนั่นล่ะครับ ดังนั้น ในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจสุดท้ายของคุณ คุณจะได้ลอยท่ามกลางท้องฟ้าสีครามสดใสกับลมเย็นๆโบกพริ้วผ่านศีรษะของคุณ (เออ น่าลองวุ้ย)


------------


หมดสำหรับ 7 เรื่องสยองขวัญแล้วครับ
อูยยยย... กว่าจะจบ (อะไรนะ? ได้ยินเสียงเอาอีกๆ) ใครอยากอ่านเพิ่มตามลิงค์ด้านบนไปนะ

นอกจากมัมมี่ลุงแม็คเคอดี้กับ Memorial Photography อันอื่นหารูปจริงไม่ได้แฮะ (ดีแล้วหละ)
ต้นฉบับบทความทั้งหมดเขียนอยู่ในเว็บต่างประเทศและอาจมีข้อมูลที่ไม่เป็นจริง หากเรื่องจริงเรื่องไหนทำให้รู้สึกว่าลบหลู่ต่อผู้อยู่ในเหตุการณ์ก็ไปด่าเจ้าของเว็บเอานะจ๊ะ ซึ่งจริงๆถ้าถึงระดับ urban legend แล้วมันก็คล้ายๆเล่าเรื่องสยองขวัญแบบแจ็คเดอะริปเปอร์นั่นแหละขราบ...
ที่จริงถ้าโพสต์ตอนดึกๆจะได้อรรถรสกว่านี้ แต่ข้ากลัวผี :onion029
เปล่าประโยชน์! เปล่าประโยชน์! เปล่าประโยชน์! เปล่าประโยชน์!
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Shiryu
Premier Star
 
  Crazed Rune

LV. 36   EXP 247
Duelist
Na-Nal
โพสต์: 559
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ พ.ค. 09, 2009 4:52 pm
ที่อยู่: มิติแห่งโล่และเป็ด

Re: [กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

โพสต์โดย *~Scarletmoon~* » ศุกร์ ส.ค. 28, 2009 10:12 pm

แง่ะ น่ากลัวจัง

เรื่องอื่นๆก็หลอนนะ ไอ้หุ่นเหมือนจริงนี่ มันแบบว่าจะกลมกลืนไปมั้ย = ="

การแพทย์สมัยก่อนหน้ากลัวจริงๆ ดีจังที่เกิดไม่ทัน (เอ๊ะ!? หรือทันแต่บังคับลืมไปแล้ว 55)

เรื่องสุดท้ายนี่คนทดสอบคิดได้ยังไงน่ะ =[]=
Genso Suikoden
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
*~Scarletmoon~*
Premier Star
 
  Blue Gate Rune

LV. 32   EXP 1
Mage Warrior
Dunan Republic
โพสต์: 484
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ พ.ค. 09, 2009 4:57 pm

Re: [กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

โพสต์โดย botbot » ศุกร์ ส.ค. 28, 2009 10:26 pm

เรื่องสุดท้ายคิดถึงเบจิต้าตอนโดนยิงทะลุหัวใจแล้วยังพูดต่อกับฟรีเซอร์ได้...

อืม ภาพถ่ายนั่นแสดงให้เห็นชัดว่าศพจะได้ภาพที่คมชัด

นึกไงเนี่ยชิริว เดี๋ยวคนอ่านเขากลัวไม่กล้าเข้าบอร์ด แล้วบอร์ดร้างจนมีเรื่องเล่าแปลกๆ แบบว่าบอร์ดซุยมีผีสิงหรอก

ระหว่างที่พิมพ์อยู่ฟังข่าวผีจากข่าวข้นคนข่าวพอดี ขนลุก :o
ภาพประจำตัวสมาชิก
botbot
Glow Star
 
LV. 9   EXP 383
Traveller
Dunan Republic
โพสต์: 107
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ มิ.ย. 19, 2009 2:52 pm

Re: [กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

โพสต์โดย DZ » ศุกร์ ส.ค. 28, 2009 11:23 pm

ที่เกี่ยวกับหว้ากอเพราะว่ามันเป็น เรื่องลึกลับ+วิทยาศาสตร์ด้วยไง
ผี - ลึกลับ
ตัดคอคนแล้วยังคิดต่อได้อีกสักแปบ - วิทยาศาสตร์ชีวะ

ปล ดีเลจากหว้ากอนานเหมือนกันนะเนี่ย หุๆๆ
รูปภาพ
รูปภาพ
แว่วเสียงแมวน้ำ.............ต้องบอกด้วยเรอะว่าเชียร์ฝั่งไหน เห็นๆกันอยู่
ภาพประจำตัวสมาชิก
DZ
Alev Seeker
 
  Blinking Rune

LV. 28   EXP 760
Wizard
Toran Republic
โพสต์: 370
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 11, 2009 9:43 am

Re: [กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

โพสต์โดย FLOW » ศุกร์ ส.ค. 28, 2009 11:45 pm

ลุงเล่าแบบบรรยาย+ปล่อยมุขเลยไม่ค่อยสยิว ต้องบิ้วด้วยสิครับถึงจะได้อารมณ์ 8-)

เคยดูรายสารคดีประเภทนี้ของต่างประเทศใน ubc เหมือนกัน เปิดกลางวันแสกๆยังขนลุกเกรียวเลย ไม่รู้ตอนนี้ยังมีฉายอยู่หรือเปล่า



ปอริ่ง เป็นนักวิทยาศาสตร์กลัวผีได้งาย อย่างงี้ต้องริบใบปริญญาคืน :twisted:
ภาพประจำตัวสมาชิก
FLOW
Ancient Star
 
  Champion's Rune

LV. 47   EXP 898
Godwin Commander
Stormfist
โพสต์: 701
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ พ.ค. 09, 2009 4:56 pm

Re: [กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

โพสต์โดย SuikoAsLife » เสาร์ ส.ค. 29, 2009 12:03 am

ไม่โพสต์ตอนดึกเพราะกลัวผี ....แต่คนเข้ามาอ่านดึกๆก็กลัวผีได้นะครับ :onion011

รีบอ่านแล้วกรอกสายตาไปมาอย่าวรวดเร็ว ...ไม่กล้าเปิดสปอย...กลัวเจออะไรโผล่มา...


...

เห้อ มาอ่านต่ออตอนกลางวันเห๊อะ!!!
รูปภาพ

"THE STORY NEVER ENDs ... SUIKOFRIEND NEVER DIE ..."
TAG : Genso Suikoden Rhapsodia Tierkreis Suikogaiden Card Tactic เก็นโซ ซุยโคเด็น ซุยโคเฟรน ราฟโซเดีย แทคติค
ภาพประจำตัวสมาชิก
SuikoAsLife
Site Admin
 
  Lightning Rune

LV. 19   EXP 459
Dragon Breeder
Dragon Knights Domain
โพสต์: 267
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ พ.ค. 09, 2009 2:06 pm
ที่อยู่: Toran

Re: [กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

โพสต์โดย Lord Riou » เสาร์ ส.ค. 29, 2009 12:44 am

8. "มือปริศนา"

เล่ากันว่า

กลางดึกคืนหนึ่ง ในยามที่ผู้คนหลับไหล ไร้สัญญาณของสิ่งมีชีวิต ณ บ้านหลังหนึ่งในประเทศเกาะมังกร8หัว มักจะมีเสียงกระแทกลิ้นชักที่โต๊ะของเด็กหนุ่มในห้องของเขา
ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างพยายามจะออกมาจากข้างในนั้น ซึ่งเด็กหนุ่มคนนั้นก็ไม่กล้าพอจะเดินเข้าไปเปิดท้าพิสูจน์ เดอะ เรียลริตี้ช็อก ได้แต่นอนคลุมโปงตัวสั่นเป็นไข้ต่อไป
จนกระทั่งลิ้นชักมันเลื่อนเปิดออกมาจากแรงกระแทกนั้นเองนั่นแหละ เด็กหนุ่มถึงได้เผยอริมผ้าห่มที่ใช้คลุมโปงออกมามอง แล้วเขาก็ได้เห็น...
มือกลมๆปริศนาสีขาวซีด ค่อยๆผุดออกมาจากลิ้นชักอย่างไร้เรี่ยวแรง!

ก่อนที่เด็กหนุ่มจะหมดสติไปเพราะความหวาดกลัว

เรื่องจริงคือ

โดเรม่อนลาโนบิตะไปเช็กสภาพหุ่นที่โลกอนาคต กว่าจะเช็กสภาพตัวเองเสร็จก็ปาดึกเข้าไปละ เมื่อหุ่นยนต์แมวสีฟ้าของเราเช็กสภาพเสร็จก็นั่งไทม์แมชชีนกลับมาโลกปัจจุบันที่โนบิตะอยู่ แต่ปรากฏว่าโดเรม่อนเปิดลิ้นชักไม่ออกเพราะโนบิตะเจือกล็อกลิ้นชักเอาไว้ โดเรม่อนถึงต้องกระแทกลิ้นชักจนกลอนล็อกมันหลุดเจ๊งไปเอง ถึงจะเปิดออกมาได้
น่ากลัวขิงๆo_O!

ปล. ยังมีคนจำได้ไหมหว่า^^
Forever is over.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Lord Riou
รองอันดับ1 SF#1.5
 
  Wind Rune

LV. 8   EXP 825
Youth Bridget Soldier
Tenzan Pass
โพสต์: 93
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 12, 2009 11:28 pm

Re: [กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

โพสต์โดย tsukasa » เสาร์ ส.ค. 29, 2009 10:13 am

^
^
จำได้.. เห็นหลายรอบแล้ว

บางอันคุ้นๆแะ แต่เรื่องแพทย์สมัยก่อนนี่ชินแล้ว เคยอ่าน XD~

คิดอะไรมาก ตอนสงครามโลก มีเรื่องเล่ามาว่า ทหารคนหนึ่งไปโดนกับระเบิดเข้าให้ หมอพยายามเลื่อยขาเขาออก แต่เลื่อยไปได้ครึ่งทาง ไม่รู้เหนื่อยรึอะไร พี่แกจัดการเอากรรไกร (กรรไกรอันใหญ่ๆน่ะ ไม่ใช่กรรไกรตัดกระดาษนะจ๊ะ) ตัดขาส่วนที่เหลือออกซะงั้น OAO!!!
รูปภาพ
Draw a circle~ There's Earth~ Draw a circle~ There's Earth~ Let's have a toast with our boots!
Genso Suikoden
ภาพประจำตัวสมาชิก
tsukasa
Elite Star
 
  Wind Rune

LV. 20   EXP 517
Dragon horse rider
Gordius Village
โพสต์: 261
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ พ.ค. 09, 2009 4:58 pm

Re: [กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

โพสต์โดย Siegfried » เสาร์ ส.ค. 29, 2009 11:49 am

^
^
^
เรื่องของคุณลอรืดนี่มันตอนผมเข้าบอร์ดใหม่ๆนี่นะ


ปลายศตวรรษที่ 19 นี่มันก็ ช่วงสงครามโลกครั้งที่2ไม่ใช่เหรอครับ ทำไมมันกันดารล้าหลังได้ขนาดนี้เนี่ย!

เรื่องที่6นี่อ่านแล้วนึกถึงสคูลเดย์แฮะ
รูปภาพ
ช่วยกันอุดหนุน Sub - KOTAKU หน่อยเน้อ =w=//
ผมเพิ่งทำ Dog Days S1 จบไป ตอน S2 ออกใหม่ๆ
แล้วก็ทำเรื่อง Hyouga อยู่
รับรองการสะกดคำและภาษาโดยผมเอง =w=b
ภาพประจำตัวสมาชิก
Siegfried
Elite Star
 
  Unicorn Rune

LV. 21   EXP 375
Maximilian Knight
Grassland
โพสต์: 242
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 11, 2009 4:45 pm

Re: [กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

โพสต์โดย FLOW » เสาร์ ส.ค. 29, 2009 1:57 pm

ไอ้มือโดเรม่องเนี่ยผมรู้สึกว่าจะเห็นมาตั้งกะอนุบาลหมีน้อยแล้วนะครับ :?
ภาพประจำตัวสมาชิก
FLOW
Ancient Star
 
  Champion's Rune

LV. 47   EXP 898
Godwin Commander
Stormfist
โพสต์: 701
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ พ.ค. 09, 2009 4:56 pm

Re: [กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

โพสต์โดย Pedeang » เสาร์ ส.ค. 29, 2009 2:39 pm

/\
/\
/\
ยังจะกล้าเล่นนะหลอด! ลุงๆเค้าจำได้หมดหละ! 555+

ไอเรื่องดึงหัวเนี่ย จริงหรือเนี่ย แรงมันเยอะได้ใจจริงๆ คงโหดน่าดู

โหลุงเรื่องแรกศพอยู่ไหนเนี่ย จะไปเอาตัง 55+ แหมแต่ไอคนเจอยังจะเก็บตังอีกร้ายจริงๆ(จะคุ้มค่าเครื่องบินไหมเนี่ยย!)
สมัยก่อนถ่ายรูปแบบนั้นหรือเนี่ยย! ไม่ธรรมดาจริงๆ ใครเรียนโฟโต้สมัยนั้นนี่ ฮึยย ค่ากล้องเทาไหร่หละนั้น!

ยังไงผีแดงก็น่ากลัวกว่า :onion018 :onion019
แก้ไขล่าสุดโดย Pedeang เมื่อ อาทิตย์ ส.ค. 30, 2009 12:27 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Pedeang
Glow Star
 
  Earth Rune

LV. 8   EXP 35
City Guard
Antei
โพสต์: 101
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ พ.ค. 31, 2009 11:48 am

Re: [กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

โพสต์โดย Mysh » อาทิตย์ ส.ค. 30, 2009 12:03 pm

อ่านเรื่องผีที่ปรับเนื้อหาเป็นแนวลุงแล้วมัน... ไม่ค่อยน่ากลัวเลยแฮะ หรือเป็นเพราะผมอ่านตอนกลางวันหว่า

ถ้าเรื่องที่หัวขาดแล้วยังอยู่ต่อได้ ของไทยก็มีนะครับ

ศีรษะมารไง ใครเกิดทันบ้าง :P

เทพกว่าของฝรั่งอีก ตรงที่ว่าแม้คอจะขาดก็ไม่ตาย
รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mysh
Premier Star
 
  Fire Sealing Rune

LV. 30   EXP 296
Chef of Black Dragon Group
Black Dragon Island
โพสต์: 424
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 11, 2009 2:59 pm
ที่อยู่: Pilika Palace

Re: [กระทู้เพ้อเจ้อ] 7 เรื่องสยองขวัญ ที่ดันเป็นเรื่องจริง =v=

โพสต์โดย Siegfried » พุธ ก.ย. 02, 2009 1:20 am

เคยอ่านเจอในหนังสือรวมเรื่องสยองขวัญ...

ว่า ที่ประเทศแถบๆบ้านเรานีแหละ อยู่ในเอเชีย(จำชื่อไม่ได้) มีครอบครัวนึงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านริมป่า คนแม่ท้อง แล้วมีลูก 13 คน แต่เนื่องจากเลข13เป็นเลขที่ไม่ดี ทำให้ลูกคนสุดท้ายที่เกิดมา คนที่13 มีแต่หัว หูที่ใหญ่จนเป็นปีก แล้วก็เขี้ยวขาวโง้ง ซึ่งมันก็เริ่มอาหารมื้อแรกของมันด้วยเลือดเนื้อของพี่ๆทั้ง12คนและแม่ของมัน (คนอะไรฟะมีลูกทีเดียว12คน) แล้วเสร็จ มันก็ใช้หูเป็นปีกบินหนีเข้าป่าหายไป... ที่น่ากลัวก็คือตอนที่ผมอ่านเรื่องนี้(หรือตอนที่เรื่องนี้พิมพ์) ยังมีคนเล่าว่าเห็นมันบินออกหากินอยู่ในป่าอยู่.... :lol:
รูปภาพ
ช่วยกันอุดหนุน Sub - KOTAKU หน่อยเน้อ =w=//
ผมเพิ่งทำ Dog Days S1 จบไป ตอน S2 ออกใหม่ๆ
แล้วก็ทำเรื่อง Hyouga อยู่
รับรองการสะกดคำและภาษาโดยผมเอง =w=b
ภาพประจำตัวสมาชิก
Siegfried
Elite Star
 
  Unicorn Rune

LV. 21   EXP 375
Maximilian Knight
Grassland
โพสต์: 242
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 11, 2009 4:45 pm


ย้อนกลับไปยัง =o= Other Talk=o=

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน