| อ่านหัวข้อก่อนหน้า
:: อ่านหัวข้อถัดไป
|
| ผู้ตั้ง |
ข้อความ |
Shiryu High
Sea Pirate King
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/avartar-jordyhawl.gif)
L: H: R: อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/friendship.gif)
LV.79 Exp 513 597230
Potch เข้าร่วม: 11 Mar 2007
|
ตอบเมื่อ: Sat
Nov 10, 2007 2:04 pm
เรื่อง: (Novel แปล) Humphrey's Short Story |
|
|
แปลนิยายในชุดเรื่องสั้นเกี่ยวกับตัวละคร
ต่อจากลูก้าหนนี้เป็นของฮัมฟรี่ย์กับพวกอัศวินมังกรครับ
กะลงวิกิแต่เอาลงบอร์ดเพราะอยากได้เม้นท์เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง
หรือช่วยเกลาสำนวน หรือหาที่พิมพ์ผิดน่ะครับ
พยายามแก้นิสัยชอบบั่นทอนคำบรรยายตามใจดู
(ปกติตรงไหนเยิ่นเย้อฉันหั่นแหลก แปลเอามันส์เข้าว่า ) ถ้าสำนวนตรงไหนมันไม่ลื่นไหลโปรดอภัยด้วยจ้า
ที่มาครับ Suikosource
------------------------------------------------
มังกรผู้เฝ้าคอยสายลมอันอ่อนโยน
ฮัมฟรี่ย์แม่ทัพกองพันของสการ์เล็ตมูนได้มายังป้อมอัศวินมังกร
อาณาจักรมังกรนี้
ครั้งหนึ่งยังเป็นเพียงเขตหนึ่งของจักรวรรดิสการ์เล็ตมูน
จนกระทั่งผู้คนที่อาศัยในเขตนี้เริ่มทำการเลี้ยงมังกรและกลายเป็นนักรบที่เก่งกาจการทำศึกกลางเวหา
อาณาจักรมังกรนี้อยู่ไกลจากเมืองหลวงมาก
และตอนนี้ได้ปกครองตนเองอย่างอิสระ ที่นี่มีผู้คนไม่มาก
แต่ประชากรก็ล้วนใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในป้อมที่มีเขาสูงและป่าดงดิบรายล้อม
ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองเพียงลำพัง
และแทบไม่ติดต่อกับผู้คนภายนอกเลย
แม้แต่พวกขุนนางของสการ์เล็ตมูนก็ยังไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้ามาในป้อมแห่งนี้ง่ายนัก
ฮัมฟรีย์ได้รับภารกิจสำคัญมาจากจักรวรรดิ
เขาผ่านยามรักษาการณ์ขึ้นมายังห้องโถงบนชั้นสองของป้อมซึ่งมีโต๊ะและเก้าอี้ยาวจัดไว้กลางห้อง
รอบห้องเต็มไปด้วยชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือเล่มหนา
ไม่มีเครื่องประดับตกแต่งให้ดูหรูหรานัก
เช่นเดียวกับทางเดินที่เขาผ่านมา แต่ก็ล้วนสะอาดหมดจด
“ถ้าที่อยู่แสดงถึงนิสัยใจคอผู้อยู่อาศัยแล้วละก็
เจ้าของป้อมนี้คงเป็นคนดีทีเดียวแหละ” ฮัมฟรีย์คิด
ฮัมฟรีย์มาเพื่อเข้าพบโจชัวร์ เจ้าของป้อม
ผู้ปกครองอาณาจักรมังกรและเป็นกัปตันของกลุ่มอัศวินมังกร
จากคำเล่าลือว่ากันว่าเขามีรูนที่ทำให้มังกรเชื่อฟังและยังใช้ชีวิตอยู่มานานกว่าสองร้อยปีแล้ว
“นึกภาพไม่ออกเลยว่าคนที่มีอายุตั้งสองร้อยปีนี่จะหน้าตาเป็นยังไง
แต่ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องให้ความเคารพเขา” ฮัมฟรีย์คิด
ฮัมฟรีย์ยังคงครุ่นคิดเรื่องการเจรจาภารกิจครั้งนี้
เขาเป็นคนพูดไม่เก่งเข้าขั้นแย่เลยทีเดียว
ในทางกลับกันเขาสามารถรับมือข้าศึกนับพันได้สบายๆด้วยดาบในมือเขา
แต่ตอนนี้ทั้งดาบทั้งสัมภาระได้ฝากไว้ที่ยามหน้าประตูแล้ว
ลมเย็นๆโชยเข้าทางหน้าต่างทำให้ผมฮัมฟรีย์โบกสะบัด
สายลมได้พัดเอาเสียงหัวเราะของพวกเด็กๆเข้ามาด้วย
พอเขามองตามต้นเสียงไปก็ได้ยินเสียงคำรามแปลกๆดังลั่น
ฮัมฟรีย์พยายามนึกว่ามันเหมือนเสียงอะไร
มันฟังดูคล้ายๆนกเสียงแหบ
แต่ในเมื่ออยู่ในอาณาจักรมังกรแบบนี้แล้วก็คงจะเป็นเสียงมังกรนั่นแหละ
ฮัมฟรีย์ลุกยืนและมองลงไปทางหน้าต่างก็เห็นลานฝึกของพวกอัศวิน
แต่ไม่มีใครกำลังฝึกอยู่
เขาเห็นแค่เด็กผมบลอนด์เล่นกับเจ้าสัตว์สีแดงเข้มที่สูงพอๆกับเด็ก
มันต่างจากกิ้งก่าขนาดใหญ่ตรงปีกที่เด่นเป็นสง่าทำให้ดูแปลกประหลาดจากสัตว์ทั่วๆไป
กองพันของฮัมฟรี่ย์ดูแลชายแดนตะวันตกของจักรวรรดิติดกับอาณาเขตมังกร
จึงได้เห็นมังกรบินอยู่เหนือหัวบ่อยๆ
ภาพมังกรกระพือปีกสมดุลกับหางที่ยาวเหยียดลอยอยู่บนฟ้านั้นแสนสง่างามนัก
แต่วันนี้พอมองลงไปเห็นมังกรตัวกระจ้อยเล่นกับเด็กแล้วรู้สึกเหมือนกำลังดูลูกไก่เล่นกับแม่ไก่อยู่ก็ไม่ปาน
นี่สินะ ลูกมังกร
“อืม....”
ฮัมฟรีย์ส่งเสียงอืมดังไปนิดจนมังกรแหงนหน้าขึ้นมอง
เด็กที่เล่นอยู่ก็หันขึ้นมาดูด้วย
พอได้มองหน้าชัดๆก็พบว่าเป็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณสิบขวบเท่านั้นเอง
พอเห็นฮัมฟรีย์
เด็กผู้หญิงคนนั้นก็หยุดยืนนิ่งมองมาด้วยตาเบิกโพลง
พอรู้ว่าเด็กๆคงไม่ชอบชายตัวสูงใหญ่หน้าตาเคร่งขรึมแบบเขา
ฮัมฟรีย์ก็เดินหลบมุมจากหน้าต่างไป
เพราะมองออกไปข้างนอกพักหนึ่ง
พอหันหน้ากลับเข้ามาในห้องก็รู้สึกว่าห้องนั้นมืดลง
พอฮัมฟรีย์กลับมานั่งที่เก้าอี้ ประตูก็เปิดออก
มีชายสวมชุดดำทั้งตัวเดินเข้ามา
ฮัมฟรีย์มองชายคนนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบที่เขาชอบทำบ่อยๆตอนเจอคนแปลกหน้า
คนๆนี้ตัวเล็กกว่าเขา หุ่นก็ไม่กำยำพอที่จะใช้การต่อสู้มือเปล่า
แถมดูแล้วไม่น่าจะพกอาวุธอะไรมาด้วย ชายคนนี้ผอม
และเดาอายุได้ยาก เขามีผมและตาสีเงิน
ในตาของเขามีประกายแปลกๆเลยดูยากว่าเขากำลังมองอะไรอยู่
บางทีเขาอาจมองเห็นสิ่งที่ฮัมฟรีย์มองไม่เห็นก็ได้
เพราะแบบนั้นฮัมฟรีย์เลยรู้สึกได้ถึงพลังแกร่งกล้าบางอย่างจากชายคนนี้
เขาดูไม่เหมือนชายอายุมากกว่าสองร้อยปีเลย
แต่ในขณะเดียวกันก็ดูไม่เหมือนคนปกติ
ชายผู้นี้คือผู้ปกครองเขตแดนมังกร ฮัมฟรีย์รู้เรื่องนี้ดี
“ขออภัยที่ให้ท่านคอยนะ”
ชายผู้นี้กล่าวด้วยเสียงอ่อนโยนจนทำให้ฮัมฟรีย์รู้สึกประหลาดใจ
“ข้าคือโจชัวร์ ผู้รักษาการณ์ตำแหน่งกัปตันอัศวินมังกร”
เขายิ้มและยื่นมือขวามา ทั้งคู่จับมือกัน
มือของโจชัวร์ขาวและนุ่มนวลจนฮัมฟรีย์รู้สึกว่ามือของเขามันแห้งหยาบเกินไป
“ข้าคือฮัมฟรีย์ แม่ทัพกองพันของจักรวรรดิสการ์เล็ตมูน”
“เชิญนั่ง”
ฮัมฟรีย์นั่งลงบนเก้าอี้
ปกติเขาไม่เคยประหม่าแม้จะต้องอยู่เบื้องหน้าคนที่มีตำแหน่งสูงกว่า
แต่ชายผู้นี้เป็นเจ้าแห่งดินแดนนี้ทั้งหมดทำให้ฮัมฟรีย์รู้สึกไม่ค่อยสบาย
แม้เก้าอี้ที่อ่อนนุ่มก็ดูจะไม่สบายเสียแล้วสำหรับเขา
แต่เมื่อนั่งไปแล้วจะลุกขึ้นมาอีกก็คงเป็นการไม่สุภาพไปหน่อย
โจชัวร์เหมือนกับมีพลังที่ทำให้คนเชื่อฟังเขา
ฮัมฟรีย์พยายามนึกเรื่องที่จะอธิบายให้โจชัวร์ฟัง
เรื่องที่เขาท่องไว้ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เรื่องเริ่มจากเรื่องเล่าของนายพรานแถบป่าบนภูเขาในพื้นที่ๆกองพันของฮัมฟรีย์ดูแลอยู่ได้เข้ามารายงานว่าวันหนึ่งพวกสัตว์ป่าที่เคยอาศัยอยู่ในแถบที่เขาล่าก็หายไปหมด
เขาจึงได้ลองลุยป่าลึกเข้าไปก็พบสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาในถ้ำบนยอดเขา
ดูจากรูปร่างแล้วมันน่าจะเป็น “มังกร” ที่เขาลือกัน
พวกสัตว์ต่างๆคงพากันอพยพกันไปหมดเพราะหวาดกลัวเจ้ามังกรตัวนี้เอง
ซึ่งทำให้นายพรานเดือดร้อนมาก
แต่พรานป่าเพียงหนึ่งหรือสองคนไม่มีทางสู้มังกรได้แน่นอน
พวกเขาจึงฝากเรื่องมาให้จักรวรรดิจัดการ
นายพลกิลานผู้บังคับบัญชาของฮัมฟรีย์เรียกตัวเขามาก่อนเล่าภารกิจให้ฟังและกำชับว่า
“นี่เป็นภารกิจลับ”
ในห้องของกิลานซึ่งอยู่ด้านในสุดของค่ายทหารนั้นมืดสนิทแม้ยามกลางวัน
หน้าต่างทุกบานมีม่านผืนหนากั้นอยู่
ในห้องมีเพียงแสงเทียนบนเชิงเทียนสีทอง
ฮัมฟรีย์หยุดยืนนิ่งบนผืนพรมขณะฟังกิลานเล่าเรื่องภารกิจครั้งนี้
“หากเราจัดการมังกรได้
หน่วยรบของฉันจะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วจักรวรรดิ
ตราบเท่าทุกวันนี้ยังไม่เคยมีทหารคนไหนจัดการมังกรได้เลย”
กิลานผู้ได้รับตำแหน่งใหญ่โตด้วยเพียงเพราะเกิดในตระกูลขุนนางพูดอย่างลำพอง
ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้จับดาบมานานมากแล้ว
“แต่โชคไม่ดี
พวกทหารที่ฉันส่งไปสำรวจบนภูเขาไม่มีใครได้กลับมาเลย
ถึงยังไงถ้าเราจัดการมันได้ด้วยหน่วยทหารเล็กๆชื่อเสียงเราก็จะดังขึ้นไปอีก
ฉันจะไม่เคลื่อนทัพทั้งหมดไปหรอกนะ ถึงจะไม่อยากเท่าไหร่
แต่ฉันคิดว่าเราน่าจะใช้พวกอัศวินมังกรนะ”
ฟังดูเป็นความคิดที่เข้าท่า
ท่าทางกิลานเองก็ชอบใจความคิดนี้ไม่น้อย
“เรื่องมังกรต้องถามคนเลี้ยงมังกรนี่แหละดีที่สุด
ไปสอพลอพวกนั้นเข้าหน่อยก็คงรู้วิธีจัดการมังกรไม่ยากหรอก
ถ้าแกรอดกลับมาได้ ชื่อเสียงของเราก็จะแผ่ขจรกระจาย ฮัมฟรีย์
หาทางหลอกล่อพวกอัศวินมังกรให้ได้นะ จะทำไงก็เรื่องของแก”
ฮัมฟรีย์รู้สึกอึดอัดกับภารกิจนี้
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาและได้แต่ยอมทำตามคำสั่งของกิลานแต่โดยดี
ส่วนกิลานก็ไม่ได้สนใจว่าฮัมฟรีย์เข้าใจสิ่งที่เขาพูดหรือไม่
“จำไว้นะ นี่คือภารกิจลับ เจ้ามังกรตัวนั้นน่ะ
ต้องเป็นของฉัน...”
กิลานถึงกับเหมาเอาเป็นมังกรของตนเองไปแล้วพลางทำหน้าซีเรียสใส่ฮัมฟรีย์
แม้ตอนนี้จะมีเพียงแค่สองคนในห้องและยากที่เสียงจะเล็ดลอดออกไป
แต่กิลานก็พยายามหรี่เสียงพูดกับฮัมฟรีย์เพราะกลัวใครจะได้ยินเข้า
“ไม่ว่ายังไง ก็ขอให้มันเป็นมังกรจริงๆเถอะนะ....”
พอต้องมาเงี่ยหูคอยฟังคำสั่งของกิลานก็ทำเอาฮัมฟรีย์เครียดหนักเข้าไปอีก
แต่ลมโชยเข้ามาเย็นๆก็ช่วยให้เขาผ่อนคลายลงและพูดเรื่องที่เขาต้องการพูดให้โจชัวร์ฟัง
“ถ้ามีมังกรอยู่ที่นั่นจริงๆจะเป็นอันตรายต่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถวนั้น
ถึงเราปล่อยไว้สักวันมันก็อาจลงจากเขามาก่อความวุ่นวายในเมือง
เพื่อความสงบสุขของราษฎรแล้วเราต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันอยู่ที่นั่นจริงๆ
และหามาตรการรับมือโดยด่วน”
เขาพยายามใช้วิธีพูดที่ไม่ทำให้โจชัวร์ขุ่นเคือง
และเลี่ยงคำพูดแบบกิลาน
เขาเล่าให้โจชัวร์ฟังแค่เรื่องสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่
โจชัวร์เองก็ฟังอย่างตั้งใจ
“เท่าที่ฟังมาก็น่าจะใช่มังกรจริงๆนั่นแหละ”
ฮัมฟรีย์เองก็ไม่รู้จะพูดยังไงเพราะเขาเองก็ยังไม่เคยเห็นมังกรที่ว่าด้วยตาตัวเองเลย
โจชัวร์แหงนเงยหน้าขึ้นแล้วพูดต่อ
“มังกรเกือบทั้งหมดในโลกได้มารวมตัวอยู่ที่ดินแดนมังกรแห่งนี้
ถึงจะมีมังกรไร้เจ้าของอยู่บ้างแต่ก็น้อยเต็มที ที่สำคัญ
มังกรน่ะ ฉลาดกว่าที่พวกมนุษย์คิดกันมากนัก
มันไม่โจมตีผู้คนอย่างไม่มีเหตุผลหรอก
แต่ยังไงที่บอกว่าคณะคนที่ส่งมาตรวจสอบไม่มีใครรอดกลับไปนี่เรื่องจริงใช่ไหม?”
ฮัมฟรีย์เองก็ไม่แน่ใจ
แต่เขายอมเชื่อคำพูดของกิลานแล้วพยักหน้า
“เท่าที่เราคิดออกมันก็อาจเป็นไปได้ว่านั่นคือไวเวิร์น
พวกนั้นคล้ายมังกร แต่พวกมันเกลียดมนุษย์
แต่ถ้าหากเป็นมังกรจริงๆมันก็คงมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่ทำให้มันเห็นมนุษย์เป็นศัตรู
หรือบางทีคณะสำรวจอาจไม่ได้กลับมาเพราะสาเหตุอื่นนอกจากมังกรก็อาจเป็นไปได้”
ถุงมือโชว์นิ้วของโจชัวร์ขนาดพอดีกับมือของเขา
เขากำมือแน่นขณะครุ่นคิดอย่างหนักจนน้ำเสียงฟังดูซีเรียส
“ยังไงเรื่องนี้ก็น่าเป็นห่วง
ทางที่ดีเรารีบส่งคนออกไปที่นั่นเลยดีกว่า”
“ผมว่าเราไปด้วยกันดีไหมครับ?” “ด้วยความยินดี
แต่ด้วยฐานะของเราแล้วเราไม่สามารถออกจากป้อมแห่งนี้ได้ถ้าไม่แจ้งให้คนอื่นทราบก่อน
ไว้รอถึงวันพรุ่งนี้แล้วกันนะ”
น้ำเสียงของโจชัวร์ฟังดูซีเรียสแต่ก็ยังยิ้มให้เห็น
ซึ่งจริงๆเรื่องมันก็ไม่ควรใหญ่โตอะไรแบบที่เขาพยายามทำให้มันดูเป็นแบบนั้น
“เดี๋ยวเราจะเตรียมห้องให้ท่านนะ” โจชัวร์พูดต่อ
ฮัมฟรี่ย์กล่าวขอบคุณ “ท่านฮัมฟรี่ย์
ถ้าเป็นเรื่องของมังกรยังไงมันก็เกี่ยวข้องกับเรา
ฝ่ายเราต่างหากที่ต้องขอบคุณท่านมากที่ช่วยแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบ”
“ท่านโจชัวร์
หากท่านกล่าวถึงขนาดนี้ข้าเองก็ลำบากใจเหมือนกันนะ”
ฮัมฟรีย์ยืนยันหนักแน่นและมองตาโจชัวร์
ดวงตาสีเงินของโจชัวร์ราวกับมองทะลุถึงวิญญาณของฮัมฟรีย์ได้
จนทำเอาเขารู้สึกกลัวว่าโจชัวร์จะรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงที่เขามาที่นี่
แต่ถึงยังงั้นเขาก็รู้ดีว่าคงต้องยอมรับผิดกับโจชัวร์แต่โดยดี
“มีอะไรงั้นเหรอ?” “หากท่านจัดการมังกร, ไวเวิร์น,
หรือตัวอะไรก็ช่างนั่นแล้ว.....โปรดมอบซากมันให้เราได้ไหม?”
ดวงตาโจชัวร์เบิกกว้าง “ซากงั้นเหรอ?”
ฮัมฟรีย์ถึงกับรู้สึกผวาขึ้นมาทันที
แต่ยังไงเขาก็พูดออกไปแล้วจึงยืนยันคำเดิม
“ผมต้องนำซากมันกลับไปเป็นหลักฐานว่าได้จัดการเจ้านี่แล้ว
....เป็นคำขอที่มากเกินไปสินะครับ?”
โจชัวร์มองไปรอบๆเหมือนลังเลอะไรอยู่
“ได้
เราจะยกซากของมันให้ท่าน
แต่ก่อนอื่นคืนนี้ขอให้ท่านพักผ่อนให้สบายเถอะ
พรุ่งนี้จะได้ไม่รู้สึกล้า เราจะส่งคนมาพาท่านไปยังห้องพักนะ”
โจชัวร์ยืนขึ้นแล้วเรียกคนเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ถึงจะเพิ่งรู้จักโจชัวร์ไม่นานแต่ฮัมฟรีย์ก็เข้าใจดีว่าโจชัวร์มีทีท่าแปลกๆ
เขาน่าจะเป็นคนสุขุมแบบที่แสดงให้ฮัมฟรีย์เห็นตอนแรกมากกว่า
หรืออาจเป็นเพราะคำพูดของเขา?
พอคิดแบบนั้นก็ทำให้ฮัมฟรีย์ไม่สบายใจ
แต่เขาก็คิดไม่ออกว่าจะถามโจชัวร์ดีไหมว่าเขาคิดมากเรื่องนั้นหรือเปล่า
แล้วฮัมฟรีย์ก็ออกจากห้องไปพบคนใช้ที่รออยู่ที่ทางเดิน
เมื่อฮัมฟรีย์ตามคนใช้ไปที่ห้องพักแล้วโจชัวร์ก็กลับห้องของเขาไป
ฮัมฟรีย์เดินตามคนใช้มายังชั้นล่าง
และเข้ามาทางเดินด้านตรงข้ามกับทางเข้า
พอถึงหัวมุมเขาได้ยินเสียงก้าวเท้าตามเขามา
เสียงหนึ่งน่าจะเป็นมนุษย์
น่าจะยังเด็กอยู่เพราะเขากะจากระยะก้าวและเสียงย่ำของคนตัวเบา
อีกเสียงฟังเหมือนเท้าเปล่าเหยียบพื้น น่าจะเป็นมังกร
พอถึงห้อง
คนใช้ก็เปิดประตูให้แล้วโค้งให้ฮัมฟรีย์ก่อนเดินออกไป
ก่อนเข้าไปในห้องฮัมฟรีย์หยุดยืนมองไปที่ทางเดินก็เห็นเด็กผู้หญิงกับมังกรสีแดงตัวกระเปี๊ยกที่เขาเห็นที่สนามเมื่อครู่
เด็กผู้หญิงโอบคอมังกรไว้แน่น ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องข้างๆ
ฮัมฟรีย์เข้าห้องของเขาไป
ดาบยักษ์เล่มโปรดและอาวุธต่างๆของเขาที่ถูกริบตอนเข้าป้อมวางอยู่ข้างเตียง
ฮัมฟรีย์ชักดาบออกจากฝักแล้วดึงมาไว้ข้างๆตัว
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจพวกอัศวินมังกร
แต่เป็นปกติที่เขามักจะดูแลดาบเป็นอย่างดีตลอดเวลา
พอเก็บดาบเข้าฝักไปพักหนึ่งก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
พอเดินไปเปิดประตูก็พบเด็กผู้หญิงสูงไม่ถึงหัวไหล่ฮัมฟรีย์คนเดิม
และแน่นอนว่าเธอมาพร้อมเจ้ามังกรน้อย เธอกัดริมฝีปาก
จ้องเขม็งมองมายังฮัมฟรีย์
“ยินดีต้อนรับสู่รังมังกรนะคะท่าน ชั้นชื่อมิเลีย
เป็นอัศวินมังกรฝึกหัด มีอะไรให้รับใช้ไหมคะ?
รับเครื่องดื่มไหม?” เสียงของมิลเลียฟังดูไม่มีชีวิตชีวา
เหมือนกับถูกฝึกให้พูดแบบนี้เป๊ะๆ
“ไม่ต้องลำบากหรอก
ขอบใจมากนะ ฉันชื่อฮัมฟรีย์ จากจักรวรรดิสการ์เล็ตมูน”
“คุณฮัมฟรีย์”
พอได้ยินฮัมฟรีย์ตอบก็ดูเหมือนมิเลียจะผ่อนคลายลงมาก
เธอยิ้มให้ก่อนถาม “มีเรื่องหนึ่งที่ชั้นอยากรู้น่ะ
ขอถามหน่อยได้ไหมคะ?”
พอได้ยินแบบนี้ก็ทำเอาฮัมฟรีย์ตอบไม่ถูก
มิเลียถือว่าไม่ตอบแสดงว่าตกลง “คุณฮัมฟรีย์ คุณมาจากไหนคะ
คนที่อาศัยที่นั่นตัวใหญ่เหมือนคุณทุกคนเลยเหรอ?”
พอได้ยินเธอพูดแบบนั้นฮัมฟรีย์ก็เพิ่งสังเกตว่าคนที่อาศัยในเขตรังมังกรนี้ล้วนตัวเล็กและผอมบาง
บางทีคงเป็นการปรับตัวเพื่อให้เหมาะที่จะขี่มังกรนั่นเอง
แต่ฮัมฟรีย์ก็ตัวใหญ่กว่าคนทั่วไปอยู่ดีนั่นแหละ
“ไม่หรอก ....ฉันตัวใหญ่กว่าชาวบ้านเขาน่ะ”
พอคุยกันนานๆฮัมฟรีย์ชักเมื่อยคอที่ต้องก้มคุย
เลยเดินไปนั่งที่เตียง ทีนี้ทั้งสองก็สูงพอๆกันแล้ว
มิเลียเดินเข้ามาพร้อมจูงเจ้ามังกรมาด้วย
ตาคริสตัลของเจ้ามังกรก็จ้องเขม็งมาทางฮัมฟรีย์
“นั่นมังกรเธอเหรอ?”
มิเลียยิ้มให้พร้อมโอบรอบคอมันไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง
“ค่ะ แทรชเป็นลูกมังกรที่เพิ่งเกิดเพียงตัวเดียวน่ะ
ในพิธีเสี่ยงดวงแทรชเลือกชั้น”
ฮัมฟรีย์พยักหน้าทั้งที่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
แต่คิดว่าคงเป็นพิธีกรรมอะไรสักอย่างที่มังกรจะต้องเลือกคู่หูมนุษย์ที่จะทำงานร่วมกัน
“เธอมีมังกรเป็นของตัวเองแล้วยังอยู่ระดับฝึกหัดอยู่งั้นเหรอ?”
“ค่ะ ปีกของแทรชยังโตไม่เต็มที่เลยบินไม่ได้
เราต้องใช้เวลาฝึกด้วยกันอีกสักพัก
ชั้นก็เลยยังเป็นแค่เด็กฝึกหัดอยู่นี่แหละ” “....แบบนี้เอง”
“ชั้นอยากเป็นอัศวินมังกรเต็มตัวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
นี่คุณฮัมฟรีย์ ท่านแอดดี้เคยไปเมืองที่คุณอยู่หรือเปล่าคะ?”
ฮัมฟรีย์รู้สึกไม่คุ้นชื่อที่ว่า “น่าจะไม่เคยนะ”
“อ้อ สงสัยยังคงไปไม่ถึงที่นั่นมั้งคะ
ท่านแอดดี้เป็นอัศวินมังกรที่เก่งกาจ
ท่านมักออกเดินทางไปยังนอกเขตรังมังกรพร้อมมังกรคู่ใจสเตอร์ลิง
ชั้นว่าสักวันท่านต้องแวะไปเมืองที่คุณฮัมฟรีย์อยู่แน่ๆ”
“ก็คงงั้น” “สเตอร์ลิงเป็นมังกรสีเงินที่งดงาม
ยามท่านแอดดี้ขี่สเตอร์ลิงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจะดูเปล่งประกายสวยมากเลยล่ะค่ะ
แต่ชั้นคิดว่าเจ้าแทรชก็คงทำให้ชั้นเป็นอัศวินมังกรที่ยอดเยี่ยมแบบนั้นได้แน่ๆ”
มิลเลียพูดพลางทำหน้าแดง
ตอนนี้เธอจินตนาการภาพแอดดี้และสเตอร์ลิงเป็นตัวเธอเองในอนาคต
เช้าวันต่อมาอัศวินมังกรและมังกรสิบคู่มารวมตัวกันยังจตุรัสหน้าป้อม
ดูเหมือนโจชัวร์ผู้ควบคุมมังกรทั้งหมดจะเป็นคนเดียวที่ไม่มีมังกรเป็นของตัวเอง
แต่ถึงยังงั้นมังกรที่มีขนาดใหญ่โตกว่ามนุษย์มากนักกลับเข้ามาคลอเคลียโจชัวร์เหมือนเป็นลูกสุนัขตัวเล็กๆ
โจชัวร์สั่งการมังกรทั้งหมดด้วยเสียงเรียบๆ
กระเช้าบรรทุกคนและสัมภาระสำหรับเดินทางถูกมัดไว้กลางหลังของมังกร
ฮัมฟรีย์ที่ขี่ไม่เป็นกระทั่งม้า ค่อยๆปีนขึ้นไปบนหลังมังกร
มันกว้างและดูมั่นคงกว่าหลังม้ามาก
แต่พอคิดว่าจะต้องบินไปบนฟ้าแล้วเขาก็รู้สึกหวั่นนิดๆ
โจชัวร์ขึ้นมาบนกระเช้าเดียวกันก่อนออกคำสั่งบอกทิศทาง
มังกรพร้อมด้วยมังกรอีกเก้าตัวบินขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกัน
นอกจากแรงพยุงตัวขาขึ้นแล้วการบินบนหลังของมังกรนั้นนุ่มนวลมาก
แต่ลมแรงที่เข้าปะทะหน้าก็ทำเอาฮัมฟรี่ย์หายใจลำบาก
พอมองลงไปยังพื้นด้านล่างก็เห็นพื้นหญ้าสีเขียว,
ถนนเป็นเส้นสีขาว ตัวบ้านมองดูเป็นรอยจ้ำๆสีน้ำตาลเล็กๆ
กลุ่มมังกรหลากสีสันบินเป็นหมู่สะท้อนแสงอาทิตย์บนท้องฟ้าดูสวยงามมาก
พอได้เห็นภาพที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้ก็ทำเอาฮัมฟรี่ย์ถึงกับสั่นนิดๆ
พวกอัศวินมังกรคอยกุมบังเหียนเป็นระยะๆ
พอนึกถึงมิเลียที่ชอบโอบรอบคอของแทรชแล้วก็ดูเหมือนการแสดงความรักระหว่างสองเผ่าพันธุ์แบบไม่ต้องใช้คำพูด
พวกเขาเดินทางมาจนถึงที่อยู่ของมังกรป่า....หรืออาจจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ที่ว่า
อัศวินผู้ควบคุมมังกรตัวที่ฮัมฟรี่ย์นั่งอยู่หันมาทางโจชัวร์พร้อมส่งสัญญาณมือเนื่องจากด้วยความเร็วลมขนาดนี้ทำให้สื่อสารด้วยคำพูดไม่สะดวก
พวกเขาจึงใช้สัญญาณมือสื่อสารแทน
สักพักกลุ่มมังกรก็ดิ่งลงยังพื้นราบด้านล่างภูเขาและพับปีกเก็บ
ฮัมฟรี่ย์ลงจากกระเช้าแล้วเดินตามโจชัวร์มา
มังกรส่ายหัวอย่างรุนแรงจนโจชัวร์ต้องเข้าไปดูอาการ
“เกิดอะไรขึ้น ใจเย็นน่า”
เขาเอามือเปล่าปัดจมูกมังกรเบาๆ
ฮัมฟรี่ย์มองไปรอบๆก็เห็นพวกมังกรต่างมีท่าทางแปลกๆไปจนพวกอัศวินมังกรต้องช่วยกันปลอบแต่ก็ไม่เป็นผล
ทำเอาพวกอัศวินพลอยหวาดไปด้วยว่าแถวๆนี้ต้องมีอะไรบางอย่าง
“......ท่านโจชัวร์” แต่โจชัวร์ไม่ได้ยินฮัมฟรี่ย์
เขาโอบเข้ารอบคอของมังกรพลางกระซิบเข้าข้างหู
“ไม่เป็นไรหรอก เราจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเอง”
โจชัวร์หันเข้าหาพวกอัศวินมังกรก่อนออกคำสั่ง
“จากนี้ไป เราจะไปกับฮัมฟรี่ย์สองคน
ขืนปล่อยให้พวกมังกรอยู่ที่นี่ต่อคงไม่ดีแน่
ช่วยพาพวกมังกรกลับไปให้หมดเลยนะเอโนส”
ชายหนุ่มร่างสูงที่สุดในกลุ่มที่ชื่อเอโนสก้าวออกมา
แต่ก่อนที่โจชัวร์จะได้พูดอะไรต่อไปเอโนสก็ตะโกนดังลั่นว่า
“พวกเราจะอยู่ที่นี่!” พอได้ยินแบบนั้นโจชัวร์ก็ยิ้ม
“ได้ งั้นฝากเจ้าช่วยเฝ้าทางนี้ด้วยนะ เอ้า ท่านฮัมฟรี่ย์
เราไปกันเถอะ”
ฮัมฟรี่ย์เดินตามโจชัวร์ไป
พอหันกลับไปมองก็เห็นเอโนสโค้งคำนับให้พร้อมบอกว่า
“ฝากท่านดูแลท่านโจชัวร์ด้วยนะครับ”
ฮัมฟรี่ย์พยักหน้าให้ก่อนเดินต่อไป
ขณะขึ้นไปบนเขาฮัมฟรี่ย์ก็สงสัยว่าโจชัวร์ใช้ดาบเล่มที่เขาสะพายอยู่ได้ดีแค่ไหนกันนะ
แต่ยังไงเขาก็มีหน้าที่ที่ต้องปกป้องทั้งสองคนและกลับไปยังป้อมด้วยกันอยู่แล้ว
“อย่าห่วงเลย ครั้งหนึ่งเราก็เคยสู้ในฐานะอัศวินมังกร
ฝีมือเรายังไม่ตกหรอก
แต่ถึงยังไงเราก็ยังไม่รู้ว่าศัตรูเก่งขนาดไหนจนกว่าจะได้สู้กับมันนั่นแหละนะ
และจะดีมากถ้าภารกิจจบลงโดยไม่มีการนองเลือด.....”
เสียงของโจชัวร์ค่อยๆจางลง
เขานึกถึงเรื่องสำคัญมากๆเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้จึงหันมาบอกกับฮัมฟรี่ย์
“ท่านฮัมฟรี่ย์
หากข้าใกล้ตายให้ท่านหนีออกมาคนเดียวทันทีเลยนะ” “ว่าไงนะ?”
“ข้ามีเรื่องจะวานท่าน”
โจชัวร์กล่าวต่อไปโดยไม่ใส่ใจอาการตกใจของฮัมฟรี่ย์
เขาถอดถุงมือข้างซ้ายออกมีตราสัญลักษณ์สีน้ำเงินเข้มปรากฏบนหลังมือเขา
“สิ่งนี้คือตรามังกร ตราบใดที่เราถือครองสิ่งนี้อยู่
พวกมังกรก็ยังคงเชื่อฟังมนุษย์
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราต้องรักษาตรานี้ไว้ในอาณาเขตมังกรให้ได้
หากเราเป็นอะไรไปขอให้ท่านช่วยนำตรานี้มอบให้กับเอโนสด้วย
ตราบใดที่อัศวินมังกรยังถือครองตรานี้อยู่ต่อให้ไม่มีเรา
อาณาจักรมังกรก็ยังคงอยู่ได้ เอโนสรู้วิธีการควบคุมตรามังกร
และมันจะไม่ทำอันตรายท่านแน่นอน”
“..........อย่าเตรียมใจกันง่ายๆแบบนี้สิท่าน”
พอได้ยินฮัมฟรี่ย์พูดแบบนี้โจชัวร์ก็ยิ้ม
“ยังไงก็คงหลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่พ้น
เราอยู่มานานมากแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็พร้อมที่จะยอมรับ”
“แต่อยู่มานานก็ไม่ใช่ว่าจะ......”
แต่ฮัมฟรี่ย์ก็ไม่รู้จะพูดยังไงต่อ
“ผมไม่ค่อยรู้เรื่องของอาณาจักรมังกรเท่าไหร่
แต่พอได้พบและคุยกับท่านมา
หากท่านต้องจากไปแบบนี้....ผมคงเสียใจมาก” “ท่านฮัมฟรี่ย์”
“ตอนนี้ท่านก็แข็งแรงสมบูรณ์ดี ท่านไม่ตายง่ายๆหรอก
แม้ตำแหน่งของท่านจะเปลี่ยนไปแต่อย่างน้อยท่านก็ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะ”
พอได้พูดความในใจออกมาแล้วฮัมฟรี่ย์ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“อย่างงั้นเองเหรอ?”
โจชัวร์พูดเบาๆ _________________ น่าเกลียดชิบเป๋ง | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
Shiryu High
Sea Pirate King
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/avartar-jordyhawl.gif)
L: H: R: อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/friendship.gif)
LV.79 Exp 513 597230
Potch เข้าร่วม: 11 Mar 2007
|
ตอบเมื่อ: Sat
Nov 10, 2007 2:08 pm
เรื่อง: |
|
|
ทั้งสองคนเดินต่อมาโดยไม่พูดอะไร
สักพักฮัมฟรี่ย์ก็เดินนำ
พอเขาคิดว่าโจชัวร์จะตามไม่ไหวก็เดินให้ช้าลง
เขาหันมาเห็นว่าโจชัวร์ยังคงเดินตามมาไม่ห่างนัก
แต่ก็หอบยืนพิงต้นไม้แทบหมดสติ
ฮัมฟรี่ย์เดินเข้าไปประคองเห็นหน้าโจชัวร์ซีดเผือก
“ท่านโจชัวร์ ท่านไม่สบายเหรอ?” “เราสบายดี
แต่อากาศที่นี่ทำไมเป็นแบบนี้นะ?” “ท่านว่าไงนะ?”
โจชัวร์ยิ้มให้ก่อนพูดต่อ “เราไม่เป็นไรหรอก ไปกันต่อเถอะ
เราต้องไปตรวจสอบอะไรสักหน่อย” “อะไรล่ะที่ท่านว่า?”
แต่โจชัวร์ไม่ตอบ
บนภูเขาไม่มีแม้แต่ร่องรอยของสัตว์เล็ก
ขณะทั้งสองเหยียบย่างขึ้นเขาไปก็ได้ยินเพียงเสียงใบไม้ไหว
จนกระทั่งในที่สุดก็มาถึงปากถ้ำ
ลมกรรโชกออกมาจากปากถ้ำพาเอากลิ่นซากสัตว์เน่าเปื่อยออกมาทำเอาฮัมฟรี่ย์รู้สึกเครียด
โจชัวร์ตอนนี้แค่ยืนก็ยังลำบาก
เขาพยุงตัวค่อยๆเลาะตามผนังถ้ำเข้ามาเรื่อยๆโดยมีฮัมฟรี่ย์ตามเข้ามาติดๆ
ยิ่งเข้าลึกเข้าไปก็ยิ่งรู้สึกว่าผนังถ้ำจะชื้นขึ้นเรื่อยๆ
มีรอยเท้าสัตว์ตัวเล็กๆยาวๆบนผนังถ้ำ
ฮัมฟรี่ย์รู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างคล้ายๆแปรงขนนุ่มๆมาปัดหน้าเขา
กลิ่นเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆจนเขาหายใจลำบาก
ฮัมฟรี่ย์พยายามไม่คิดเพ้อเจ้อ แต่แล้วโจชัวร์ก็หันมาพูดกับเขา
“ท่านฮัมฟรี่ย์ เราคงต้องขอร้องท่านอะไรสักอย่าง”
โจชัวร์พูดเบาๆแต่น้ำเสียงออกเคร่งเครียด
“เจ้าสัตว์ในถ้ำนี้ต้องเป็นมังกรอย่างแน่นอน
แต่ดูเหมือนมันจะตายแล้วหละ
ข้ารู้สึกถึงพลังของพวกวิญญาณที่ล่องลอยอยู่แถวนี้ได้
พวกมันถูกเจ้าสิ่งที่อยู่ในนี้ดึงดูดเข้ามา
โชคดีที่พวกมันไม่มีพลังพอที่จะทำอันตรายคนเป็นได้
แต่ก็อย่าเพิ่งประมาทล่ะ”
นัยน์ตาสีเงินของโจชัวร์จ้องเขม็งมาทางฮัมฟรี่ย์
เขารู้ว่าต่อให้เขาถอนตัวกลับไปตอนนี้โจชัวร์ก็คงเดินเข้าไปในถ้ำต่อคนเดียว
ฮัมฟรี่ย์ชักดาบออกมาแล้วเดินตามเข้าไปต่อ
จนกระทั่งพวกเขาเข้ามายังโถงกว้างแห่งหนึ่ง
ภายในเต็มไปด้วยอากาศเน่าและหมอกสีเหลืองหนาจนพวกเขามองได้ลำบากกว่าจะรู้สึกตัวว่ามีสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาขดตัวอยู่ในนี้
ผิวหนังที่เน่าเปื่อยของมันดูราวกับจะหลุดลอกออกมาได้ทุกขณะ
แต่ร่างกายกลับดูเหมือนยังแข็งแรงดี
มันขยับตัวทำให้พวกฮัมฟรี่ย์แน่ใจว่ามันยังไม่ตาย
“ใช่สเตอร์ลิงจริงด้วย.....” โจชัวร์กล่าวขึ้น
ฮัมฟรี่ย์จำชื่อนี้จากคำบอกเล่าของมิเลียได้
มันคือมังกรสีเงินตัวนั้น
แต่ตอนนี้ต่อให้มันใกล้เน่าเต็มทนแต่โจชัวร์ก็ยังคงจำมันได้
“สเตอร์ลิง ได้ยินเสียงเราไหม?”
โจชัวร์โอบไปหลังหัวของมังกร
นัยน์ตาไร้ชีวิตของมันมองมายังคนทั้งสอง
ฮัมฟรี่ย์คิดว่ามันคงเชื่อฟังโจชัวร์ แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น
มันกัดเข้าที่แขนของโจชัวร์และเหวี่ยงเขากระเด็นออกไป
จากนั้นก็พ่นลมหายใจสีเหลืองขุ่นออกมา
“สเตอร์ลิง!”
ฮัมฟรี่ย์วิ่งเข้าหาเจ้ามังกรและฟันใส่ด้านข้างสุดแรงเกิดแผลเหวอะ
ทำให้มังกรส่งเสียงคำรามดังลั่นด้วยความโกรธ
พอมองดูใกล้ๆก็เห็นมีธนูปักอยู่ตามตัวของมัน
คิดดูแล้วลำตัวที่เปล่งประกายของมันอาจนำเคราะห์มาสู่มันได้เพราะจะทำให้มันตกเป็นเป้าศัตรูได้ง่ายทีเดียว
เจ้ามังกรตวัดมือเข้าใส่แต่ฮัมฟรี่ย์กระโดดหลบออกมาได้
เขาชักดาบตั้งท่าสู้
แต่ก็สูดลมหายใจพิษของมังกรเข้าไปเต็มๆทำให้ปอดแทบละลายใกล้หมดสติเต็มทน
เจ้ามังกรจู่โจมเข้าใส่ฮัมฟรี่ย์อย่างต่อเนื่องเขาได้เพียงตั้งท่าป้องกันสุดความสามารถก่อนฟาดดาบเข้าผ่าอุ้งมือยาวไปจนถึงริมฝีปากของมังกร
แต่มันก็ดูไม่มีทีท่าแสดงความเจ็บปวดแต่อย่างใด
บางทีมันอาจสูญเสียความรู้สึกเจ็บปวดไปแล้วก็ได้
มันปล่อยเมือกเหนียวออกจากลำตัวตรึงให้ฮัมฟรี่ย์ขยับไม่ได้
ก่อนพุ่งเข้าหา
ทำเอาฮัมฟรี่ย์ทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่คิดว่ามันจะมีอาวุธอย่างอื่นอีก
“ท่านฮัมฟรี่ย์!!” ขณะโจชัวร์ตะโกนเรียก
ฮัมฟรี่ย์ก็โดนมังกรฟาดหางใส่เต็มๆจนดาบหลุดออกจากมือ
ในแววตาที่พร่าเลือนเต็มทนเขาเห็นมังกรชูคอขึ้น
ขณะพยายามควานหาดาบที่หลุดมือไป
มังกรก็พุ่งเข้าใส่มองเหมือนเงาดำขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนเข้าหา
โจชัวร์เข้าไปขวางเพื่อปกป้องฮัมฟรี่ย์
พลางชักดาบหันเข้าหาเจ้ามังกร
แต่ดูก็รู้ทันทีว่าโจชัวร์ไม่มีจิตสังหาร และยังสั่นนิดๆด้วย
“สเตอร์ลิง เจ้าจำเราไม่ได้จริงๆเหรอ?
เจ้าลืมพลังแห่งตรามังกรไปแล้วด้วยงั้นเหรอ?”
แต่มังกรก็ไม่ได้ตอบสนองอะไร
ขณะเดียวกันฮัมฟรี่ย์ก็ยังคงหาดาบไม่เจอ
มังกรโจมตีเข้าใส่โจชัวร์แต่เขาก็หลบได้
ฮัมฟรี่ย์รู้ว่าโจชัวร์คงไม่คิดทำอันตรายมังกรตัวนี้แน่ๆเขาทำเพียงเอาดาบปัดป้องการโจมตีของมังกรโดยไม่จู่โจมกลับแม้แต่ครั้งเดียว
แม้จะถูกกงเล็บมังกรโจมตีจนบาดเจ็บแต่เขาก็ยังไม่คิดสู้กับมัน
มังกรฟาดหางเข้าใส่แต่โจชัวร์ก็หลบได้อย่างรวดเร็ว
แล้วเผอิญดาบไปปาดโดนที่คอเจ้ามังกรเข้า
ตอนนี้เลือดไหลออกจากหน้าผากโจชัวร์
ถึงจะบอกได้ยากเพราะเขาสวมชุดดำทั้งตัวแต่ตอนนี้โจชัวร์คงบาดเจ็บไม่น้อยโดยเฉพาะแขนและช่วงไหล่
“ท่านโจชัวร์! โจชัวร์!” ฮัมฟรี่ย์ตะโกน “ผิดแล้ว
เจ้านี่ไม่ใช่สเตอร์ลิงแน่! มันคิดจะฆ่าผู้นำกลุ่มอัศวินมังกร
ไม่สิ.....มันคิดจะฆ่าท่านนะ โจชัวร์!
ตอนนี้มันก็เป็นแค่ศัตรูตัวนึงเท่านั้นเอง!”
“ต....แต่ว่า....”
“ท่านจะปล่อยให้มันเน่าเปื่อยผุพังอยู่แบบนี้งั้นเหรอ?
วันข้างหน้าเรื่องมันอาจบานปลายยิ่งไปอีกนะ!
อย่าลืมสิว่าเรามาที่นี่ทำไม! อย่ายอมแพ้ง่ายๆแบบนั้นสิ
อย่าคิดตายนะท่านโจชัวร์!”
ในตอนนั้นเองแววตาโจชัวร์ก็กลับมามีพลังอีกครั้ง
“สเตอร์ลิง....” โจชัวร์พูดเบาๆ
ก่อนจะหลับตาลงและลืมตาขึ้นอีกครั้ง
“สเตอร์ลิง
จงหยุด!!”
เสียงของโจชัวร์หอบออร่าเข้าปกคลุมบรรยากาศ
ในขณะนั้นเองไม่เพียงแค่สเตอร์ลิง
แต่ฮัมฟรี่ย์ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
โจชัวร์มองไปยังมังกรแล้วถอยไปก้าวหนึ่ง
มันถูกพลังของโจชัวร์ทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้
โจชัวร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนกระโดดฟาดดาบลงกลางหัวมังกรอย่างรวดเร็วกว่าที่ฮัมฟรี่ย์จะมองได้ทัน
ทำเอามันกรีดร้องอย่างเจ็บปวด
ตราบนมือซ้ายของโจชัวร์ก็เปล่งแสงออกมาเหมือนตอบสนองต่อเสียงร้องของมันแล้วแสงก็ออกจากมือหลุดเข้าไปในร่างของเจ้ามังกร
โจชัวร์ปล่อยดาบปักคาหัวมังกรไว้แล้วหลบออกมา
ร่างของมังกรเริ่มสั่น ฮัมฟรี่ย์หยิบดาบขึ้นมาตั้งท่าสู้
แต่ดูเหมือนตอนนี้เจ้ามังกรไม่คิดสู้ต่อแล้ว
สเตอร์ลิงหันมาทางโจชัวร์ก่อนล้มลง
ตอนนี้มันไม่เหลือเรี่ยวแรงจะพยุงตัวลุกยืนอีกแล้วแต่ก็พยายามชูคอขึ้น
มันเกลือกตามองมาทั้งที่ตาคู่นั้นไม่น่าจะมองเห็นอะไรแล้ว
เจ้ามังกรขยับจมูกเหมือนรู้สึกคิดถึงโจชัวร์เต็มที
มันไม่มีความคิดที่จะสู้อีกต่อไปแล้ว
สีหน้าของมันตอนนี้ราวกับเด็กที่โหยหาความรักของพ่อแม่
ที่ผนังถ้ำมีโพรงอยู่โพรงหนึ่งที่ตอนแรกทั้งสองคนมองไม่เห็นเพราะมังกรเอาตัวบังไว้
ในโพรงมีคนนั่งอยู่ด้านใน
ฮัมฟรี่ย์เข้าไปดูก็พบว่าเป็นหญิงสาวที่เสียชีวิตร่างกายเน่าเปื่อยไปแล้วแต่เห็นรอยเลือดบนอกเสื้อชัดเจนคาดว่าคงถูกธนูโจมตีและคงทนทรมานอยู่นานก่อนตาย
ฮัมฟรี่ย์ปลดผ้าคลุมของเขาออกห่อศพแล้วพาร่างของเธอออกจากโพรง
อีกด้านหนึ่งของโพรงน่าจะเชื่อมกับข้างนอกเพราะมีลมโชยเข้ามาพัดพาเอากลิ่นเน่าภายในถ้ำค่อยๆจางลงไป
โจชัวร์ยกมือซ้ายขึ้นปิดตามังกรให้หลับอย่างสงบ
“มีคนเล็งยิงพวกเขา
มันพยายามปกป้องแอดดี้....แม้เธอจะตายไปแล้ว
สเตอร์ลิงพยายามทุกวิถีทางเพื่อพาแอดดี้กลับมายังอาณาจักรมังกร
ทั้งทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส
หรือกระทั่งร่างกายเน่าเปื่อยผุพังไปแล้วขนาดนี้มันก็ยังคงตั้งใจที่จะปกป้องแอดดี้จวบจนวาระสุดท้าย.....”
โจชัวร์ลูบหัวเจ้ามังกร แต่ตอนนี้มันไม่ไหวติงแล้ว
“ทำได้ดีมากสเตอร์ลิง ยกโทษให้ด้วยเถอะนะที่เรามาช้าเกินไป”
โจชัวร์ถอนหายใจก่อนผละมือจากมังกรแล้วเดินออกมา
ฮัมฟรี่ย์นำร่างของแอดดี้มาไว้ข้างศพเจ้ามังกร
“ท่านโจชัวร์ ยกศพมังกรให้ข้าได้ไหม?”
โจชัวร์เงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะพอใจนัก “เอาเถอะ
เราสัญญาไว้แล้วนี่นะ อยากทำอะไรก็ตามใจเจ้า”
ตอนนี้หมอกในถ้ำจางลงหมดแล้ว
ฮัมฟรี่ย์ออกไปรวบรวมหญ้าแห้งจากหน้าถ้ำกลับเข้ามา
ส่วนโจชัวร์ยังคงยืนข้างศพมังกรโดยไม่พูดจาอะไร
ฮัมฟรี่ย์เอาหญ้าแห้งคลุมร่างของมังกรและแอดดี้ไว้
ก่อนหยิบหินจุดไฟออกจากกระเป๋า
พอโจชัวร์เห็นดังนั้นก็เข้าใจทันทีว่าฮัมฟรี่ย์ตั้งใจจะทำอะไร
“ท่านฮัมฟรี่ย์ แล้วเรื่องหลักฐานล่ะ?”
ฮัมฟรี่ย์ไม่ตอบก่อนจุดไฟลงบนหญ้าแห้ง
ถึงในนี้ไม่เหมาะที่จะก่อไฟเท่าไหร่
แต่จะขนร่างมังกรออกไปข้างนอกก็คงลำบาก
เขากลัวว่าจะทำร่างที่เน่าเปื่อยของมังกรหลุดเละไปซะก่อน
เปลวเพลิงลุกโชติช่วงขึ้นก่อนฮัมฟรี่ย์จะพาโจชัวร์ออกไปด้านนอก
“ทำไมถึงเผามันซะล่ะ
แล้วเรื่องหลักฐานที่จะต้องนำกลับไปล่ะ ท่านฮัมฟรี่ย์?”
“หากนั่นขัดต่อวิถีของอาณาจักรมังกรข้าก็ต้องขออภัยด้วย
ข้าไม่อยากให้ใครมาเห็นศพของมันน่ะ
เรื่องหลักฐานอะไรนั่นจริงๆแล้วข้าโกหกท่าน”
พอรู้เข้าแบบนั้นโจชัวร์ก็ตะลึง
“ข้าได้รับคำสั่งให้เอาเนื้อและตับมังกรกลับไป
มันเป็นโอสถชั้นดีขายได้ราคาสูงทีเดียว
นั่นอาจเป็นสาเหตุให้สเตอร์ลิงถูกเล็งยิงก็ได้
เพราะงั้นข้าถึงอยากเอาชิ้นส่วนมังกรกลับไปมากที่สุดเท่าที่จะมากได้
แต่พอได้พบท่าน ...พอได้พบผู้คนในอาณาจักรมังกรนี้แล้ว
ข้าก็เข้าใจ....ว่ามังกรคือเพื่อนของเรา”
ฮัมฟรี่ย์โค้งให้โจชัวร์ “ข้าต้องขอโทษท่านจริงๆ”
ควันโขมงลอยออกจากถ้ำ
โจชัวร์แหงนมองตามทิศทางที่ลมโชยพัดพาควันไป
ควันลอยสูงขึ้นแล้วค่อยๆจางหายไปบนผืนฟ้า
พอหันกลับมาก็เห็นฮัมฟรี่ย์ยังคงโค้งไม่ยอมเงยหน้าขึ้น
โจชัวร์ค่อยๆนำมือซ้ายข้างที่มีตรามังกรสัมผัสเข้าที่ศีรษะของฮัมฟรี่ย์
“ตับของดราก้อนซอมบี้ทำยาไม่ได้เรื่องหรอกนะ”
ฮัมฟรี่ย์เงยหน้าขึ้น
“หากนั่นฟังดูเป็นเหตุผลที่ไม่เข้าท่าเท่าไหร่ก็บอกพวกนั้นก็ได้ว่ามังกรแหลกสลายเป็นผุยผงหลังถูกจัดการ
หรือจะให้ข้าไปเป็นพยานด้วยก็ได้นะ” “ท่านโจชัวร์.....”
พอได้เห็นฮัมฟรี่ย์กลับมาใช้คำพูดสุภาพเหมือนตอนที่พบกันครั้งแรกโจชัวร์ก็ยิ้มออกมานิดๆ
“ข้ายินดี ฮัมฟรี่ย์ ....ขอบใจมากนะ”
รุ่งสางของวันต่อมาฮัมฟรี่ย์ก็เดินทางออกจากอาณาจักรมังกรไป
ขณะมาส่งฮัมฟรี่ย์พอคิดถึงเรื่องที่พวกเขาทั้งสองฟันฝ่ามาถึงตอนนี้แล้วโจชัวร์ก็พูดขึ้น
“อย่าลืมล่ะ ฮัมฟรี่ย์ ท่านเป็นเพื่อนเรานะ
อาณาจักรมังกรพร้อมต้อนรับท่านทุกเมื่อ
หากท่านต้องเผชิญต่อความยากลำบาก
ขอให้เราอัศวินมังกรได้ช่วยเหลือท่านเถอะ
แล้วแวะมาเยี่ยมกันบ้างนะ”
“ขอบคุณท่านมาก
หากอาณาจักรมังกรหรืออัศวินมังกรต้องการความช่วยเหลืออะไรก็เรียกใช้ข้าได้ทุกเมื่อนะ
ข้าจะรีบมาทันทีเลย”
ทั้งสองคนยิ้มก่อนจับมือและกล่าวคำอำลากัน
แล้วฮัมฟรี่ย์ก็ออกเดินทางจากไปใต้ผืนฟ้าสีคราม
-------------------------
เตรง....เตร่ง.....จบแล้วครับ ตาลายไหม ไม่มีรูปเลย
อ่านเจอที่ผิดตรงไหนบอกกันด้วยน่อ
อีก 2-3
วันอัพลงวิกิเดี๋ยวคุณโมะลงรูปให้ครับ วิ้งๆ~  อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/onion011.gif) _________________ น่าเกลียดชิบเป๋ง | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
saris Fort
El-Eal Kooluk 1st Unit Commander
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/947036551479e7e8b311b3.jpg)
L: H:- R: อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/lightning.gif)
LV.48 Exp 785 148977
Potch เข้าร่วม: 24 Aug 2007
|
ตอบเมื่อ: Sat
Nov 10, 2007 4:05 pm
เรื่อง: |
|
|
โอ้โห.....รู้สึกฮัมฟรีย์พูดเยอะกว่าในเกมส์ร้อยเท่าได้มั้งเนี่ย
แต่ก็ดีนะ 555 รักลุงๆขึ้นอีกหลายเท่าเลย ^^
สำนวนการแปลดีแล้วค่ะ ที่อ่านมายังไม่เห็นคำผิดนะคะ
ขอบคุณมากค่าที่แปลให้อ่านกัน _________________
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/fanbk_pre02.jpg) | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
Tuta Muse President of Dunan Republic
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/132103703248428884d1479.gif)
L: H: R: อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/draining.gif)
LV.74 Exp 620 248193
Potch เข้าร่วม: 12 Mar 2007
|
ตอบเมื่อ: Sat
Nov 10, 2007 5:48 pm
เรื่อง: |
|
|
มิตนภาพของลุงๆ 2
คนนี่ช่างงดงามเหลือเกิน ซึ้ง
ไม่น่าจะมีที่ผิดนะเท่าที่อ่านมา _________________
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/tyrantu3.gif) | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
sasarai de ViVa Obel Obel King
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/52647753848397b3ec7a5a.jpg)
L: H: R: อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/motherearth.gif)
LV.62 Exp 603 34253
Potch เข้าร่วม: 11 Mar 2007
|
ตอบเมื่อ: Sat
Nov 10, 2007 6:47 pm
เรื่อง: |
|
|
ลงชื่อไว้ก่อนนะครับ
เดี๋ยวจะมานั่งอ่านดึกๆ
ว่าแต่เปลี่ยนลายเซ็นต์ได้เข้ากับวัยดีจังเลยนะครับ  อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/monkey083.gif) _________________
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/GTM.jpg) | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
scarletmoon L'Renouille Queen of Highland
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/JowyAva03.jpg)
L: H: R: อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/blacksword.gif)
LV.62 Exp 504 103058
Potch เข้าร่วม: 14 Mar 2007
|
ตอบเมื่อ: Sat
Nov 10, 2007 7:43 pm
เรื่อง: |
|
|
มาลงชื่องับ
เดี๋ยวจะมาตามอ่านนะคะลุงขา~
ยาวได้ใจจริงๆ ขอบคุณที่เอามาแปลให้อ่านนะคะ
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/onion030.gif) _________________
http://unluckangel.exteen.com/ | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
Medius Budehuc Castle Flame Champion
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/126477170546645837b8983.jpg)
L: H: R:-
LV.78 Exp 213 761255
Potch เข้าร่วม: 11 Mar 2007
|
ตอบเมื่อ: Sat
Nov 10, 2007 11:14 pm
เรื่อง: |
|
|
ลุง ฮันฟูรี่ เปลี่ยนไป๋
พูดมากเหลือเกิน
ขอบคุณที่นำมาแปลให้ได้อ่านกันนะครับ คุณชิริว
^^ _________________
เราขอสนับสนุนเธอคนนี้เป็นพรีเซ็นเตอร์คาราบาวแดงคนต่อไป  อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/onion002.gif) | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
Zephyr Holy
Kingdom of Harmonia Maximilian Knight
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/574897554647066aa570a.jpg)
L:- H:- R: อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/shield.gif)
LV.30 Exp 646 11940
Potch เข้าร่วม: 24 Mar 2007
|
ตอบเมื่อ: Sat
Nov 10, 2007 11:42 pm
เรื่อง: |
|
|
ไว้จะมาอ่านนะครับ
แต่มาช้าไป ลุงตกรอบประกวดไปแล้วเพราะไม่ยอมพูด  อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/monkey008.gif) _________________
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/Untitled-6.jpg) | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
Shiryu High
Sea Pirate King
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/avartar-jordyhawl.gif)
L: H: R: อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/friendship.gif)
LV.79 Exp 513 597230
Potch เข้าร่วม: 11 Mar 2007
|
ตอบเมื่อ: Sun
Nov 11, 2007 3:39 am
เรื่อง: |
|
|
แหะๆ
ยังไงฮัมฟรี่ย์ก็สู้ฟลิ๊คไม่ได้คร้าบ
(ผมก็โหวตฟลิ๊ค....รอบที่แล้วยังโหวตนาเลโอ้เลย)
แนวเก่งแต่สู้อย่างเดียว ขี่ม้าไม่เป็น คุยไม่เก่ง
ไม่ค่อยมีลูกเล่นนี่นักรบโบราณดั้งเดิมแท้ๆ
แต่กล่อมฟุชจากเด็กเฮ้วจนภาคสามฟุชมีนิสัยลุงนิดๆเลยเนี่ยดูสิ
ว่าแต่สงสัยว่าความสามารถสตาร์แพล็ทตินั่มเดอะเวิร์ลนั่นเป็นพลังของตรามังกรหรือเป็นแสตนด์ของโจชัวร์กันแน่เนี่ย
- -a
| sasarai de ViVa
พิมพ์ว่า: |
ว่าแต่เปลี่ยนลายเซ็นต์ได้เข้ากับวัยดีจังเลยนะครับ
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/monkey083.gif) | อายุสูเจ้าก็คือกันนั่นแล  อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/icon_mad.gif) _________________ น่าเกลียดชิบเป๋ง | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
[Y]uBer Grassland Legendary Warrior
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/1552965012482a1f73e0a25.jpg)
L:- H:- R: อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/falcon.gif)
LV.59 Exp 247 106621
Potch เข้าร่วม: 11 Sep 2007
|
ตอบเมื่อ: Sun
Nov 11, 2007 8:15 pm
เรื่อง: |
|
|
ฮัมฟรีย์
แกพูดมากขนาดนี้ตั้งแต่ม่ะไหร่เนี้ย - -
สงสัยจะไม่อยากคุยกับลิง  อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/monkey071.gif) _________________
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/ellachunkl4if1.jpg) | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
Buffo Dunan
Republic Traveller
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/11433914424821d12ad18e0.gif)
L:- H:-
R:-
LV.8 Exp 645 6624 Potch เข้าร่วม: 12 Jun
2007
|
ตอบเมื่อ: Mon
Nov 12, 2007 2:29 pm
เรื่อง: |
|
|
อ่านจบแล้ว
ฮัมฟรีพูดเยอะจนน่าตกใจ
นึกว่าจะเป็น "........."
ซะส่วนใหญ่ซะอีก
ขอบคุณที่เอามาให้อ่านนะครับ | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
scarletmoon L'Renouille Queen of Highland
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/JowyAva03.jpg)
L: H: R: อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/blacksword.gif)
LV.62 Exp 504 103058
Potch เข้าร่วม: 14 Mar 2007
|
ตอบเมื่อ: Mon
Nov 12, 2007 10:38 pm
เรื่อง: |
|
|
กว่าจะมีเวลามาอ่านจนจบ
ดองไว้หลายวันเลยเรา^^"
อ่านแล้วร้องไห้เลยค่ะ
สงสารสเตอร์ลิงกับแอดดี้ T^T
แปลได้ดีมากๆเลยค่ะลุงชิริว
ปล.ฮัมฟรีพูดได้!!! _________________
http://unluckangel.exteen.com/ | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
sasarai de ViVa Obel Obel King
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/52647753848397b3ec7a5a.jpg)
L: H: R: อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/motherearth.gif)
LV.62 Exp 603 34253
Potch เข้าร่วม: 11 Mar 2007
|
ตอบเมื่อ: Tue
Nov 13, 2007 9:45 pm
เรื่อง: |
|
|
| Shiryu
พิมพ์ว่า: |
| sasarai de ViVa
พิมพ์ว่า: |
ว่าแต่เปลี่ยนลายเซ็นต์ได้เข้ากับวัยดีจังเลยนะครับ
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/monkey083.gif) | อายุสูเจ้าก็คือกันนั่นแล  อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/icon_mad.gif) | อย่าเอ็ดไปสิครับ หุหุ
อ่านจบแล้วละครับ เศร้า ซึ้ง ประทับใจมากเลยครับ  อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/monkey009.gif) _________________
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/GTM.jpg) | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
afternoon_silent Dunan Republic Traveller
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/1455026585467a83522f885.jpg)
L:- H:-
R:-
LV.3 Exp 304 2328 Potch เข้าร่วม: 19 Jun
2007
|
ตอบเมื่อ: Wed
Nov 14, 2007 3:00 am
เรื่อง: |
|
|
ขอบคุณมากค่ะที่แปลมาให้อ่าน
ฮัมฟรี่ย์ ดูมีมิติขึ้นเยอะเลย _________________ LoVe
Jowy Atreides >><< By my body, and by my soul,
as successor of the Blight family lineage, I take you........
Jowy Blight as my husband. | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
arksouls Sol-Falena Queen Knight Captain
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/1459119685484ec3c9873f3.jpg)
L: H: R: อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/shrike.gif)
LV.63 Exp 752 98212
Potch เข้าร่วม: 11 Mar 2007
|
ตอบเมื่อ: Fri
Nov 16, 2007 10:57 pm
เรื่อง: |
|
|
เพิ่งอ่านจบครับ
ประทับใจกับตอนจบมากๆ
จะว่าไปมังกรนี่อ่อนแอขนาดแค่โดนธนูยิงแล้วตายได้ง่ายๆ
สมแล้วที่ตอนรบภาคแรกเรียกมังกรมาเจอธนูนี่ร่วงเป็นสายนํ้าเชียว
มีมิเลียด้วย ตอนเด็กดูนิสัยน่ารักดีจังเลย ^ ^
ขอบคุณลุงมากครับที่มาแปลให้อ่าน _________________
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/sig01sd4.jpg) | |
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 อ่าน - (Novel แปล) Humphrey's Short Story_files/spacer.gif) |
|
|