SuikoFriend : Thai Suikoden Fansite (Beta Test) SuikoFriend : Thai Suikoden Fansite (Beta Test)
... SuikoFriend : Join to Gather 108 Stars of Destiny ...
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้  วิกิพีเดีย     สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register) 
  สถานะ    ปราสาท    ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่ออ่านข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่ออ่านข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

(Novel แปล) Humphrey's Short Story
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    SuikoFriend : Thai Suikoden Fansite (Beta Test) -> =o= SuikoFriend General Talk =o=
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
Shiryu
High Sea
Pirate King



L:-   H:-   R:-

LV.79 Exp 513
597230 Potch
เข้าร่วม: 11 Mar 2007

ตอบตอบเมื่อ: Sat Nov 10, 2007 2:04 pm    เรื่อง: (Novel แปล) Humphrey's Short Story ตอบโดยอ้างข้อความ

แปลนิยายในชุดเรื่องสั้นเกี่ยวกับตัวละคร ต่อจากลูก้าหนนี้เป็นของฮัมฟรี่ย์กับพวกอัศวินมังกรครับ
กะลงวิกิแต่เอาลงบอร์ดเพราะอยากได้เม้นท์เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง หรือช่วยเกลาสำนวน หรือหาที่พิมพ์ผิดน่ะครับ
พยายามแก้นิสัยชอบบั่นทอนคำบรรยายตามใจดู (ปกติตรงไหนเยิ่นเย้อฉันหั่นแหลก แปลเอามันส์เข้าว่า Laughing) ถ้าสำนวนตรงไหนมันไม่ลื่นไหลโปรดอภัยด้วยจ้า
ที่มาครับ Suikosource

------------------------------------------------

มังกรผู้เฝ้าคอยสายลมอันอ่อนโยน

ฮัมฟรี่ย์แม่ทัพกองพันของสการ์เล็ตมูนได้มายังป้อมอัศวินมังกร อาณาจักรมังกรนี้ ครั้งหนึ่งยังเป็นเพียงเขตหนึ่งของจักรวรรดิสการ์เล็ตมูน จนกระทั่งผู้คนที่อาศัยในเขตนี้เริ่มทำการเลี้ยงมังกรและกลายเป็นนักรบที่เก่งกาจการทำศึกกลางเวหา อาณาจักรมังกรนี้อยู่ไกลจากเมืองหลวงมาก และตอนนี้ได้ปกครองตนเองอย่างอิสระ ที่นี่มีผู้คนไม่มาก แต่ประชากรก็ล้วนใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในป้อมที่มีเขาสูงและป่าดงดิบรายล้อม ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองเพียงลำพัง และแทบไม่ติดต่อกับผู้คนภายนอกเลย แม้แต่พวกขุนนางของสการ์เล็ตมูนก็ยังไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้ามาในป้อมแห่งนี้ง่ายนัก

ฮัมฟรีย์ได้รับภารกิจสำคัญมาจากจักรวรรดิ เขาผ่านยามรักษาการณ์ขึ้นมายังห้องโถงบนชั้นสองของป้อมซึ่งมีโต๊ะและเก้าอี้ยาวจัดไว้กลางห้อง รอบห้องเต็มไปด้วยชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือเล่มหนา ไม่มีเครื่องประดับตกแต่งให้ดูหรูหรานัก เช่นเดียวกับทางเดินที่เขาผ่านมา แต่ก็ล้วนสะอาดหมดจด “ถ้าที่อยู่แสดงถึงนิสัยใจคอผู้อยู่อาศัยแล้วละก็ เจ้าของป้อมนี้คงเป็นคนดีทีเดียวแหละ” ฮัมฟรีย์คิด

ฮัมฟรีย์มาเพื่อเข้าพบโจชัวร์ เจ้าของป้อม ผู้ปกครองอาณาจักรมังกรและเป็นกัปตันของกลุ่มอัศวินมังกร จากคำเล่าลือว่ากันว่าเขามีรูนที่ทำให้มังกรเชื่อฟังและยังใช้ชีวิตอยู่มานานกว่าสองร้อยปีแล้ว

“นึกภาพไม่ออกเลยว่าคนที่มีอายุตั้งสองร้อยปีนี่จะหน้าตาเป็นยังไง แต่ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องให้ความเคารพเขา” ฮัมฟรีย์คิด

ฮัมฟรีย์ยังคงครุ่นคิดเรื่องการเจรจาภารกิจครั้งนี้ เขาเป็นคนพูดไม่เก่งเข้าขั้นแย่เลยทีเดียว ในทางกลับกันเขาสามารถรับมือข้าศึกนับพันได้สบายๆด้วยดาบในมือเขา แต่ตอนนี้ทั้งดาบทั้งสัมภาระได้ฝากไว้ที่ยามหน้าประตูแล้ว

ลมเย็นๆโชยเข้าทางหน้าต่างทำให้ผมฮัมฟรีย์โบกสะบัด สายลมได้พัดเอาเสียงหัวเราะของพวกเด็กๆเข้ามาด้วย พอเขามองตามต้นเสียงไปก็ได้ยินเสียงคำรามแปลกๆดังลั่น ฮัมฟรีย์พยายามนึกว่ามันเหมือนเสียงอะไร มันฟังดูคล้ายๆนกเสียงแหบ แต่ในเมื่ออยู่ในอาณาจักรมังกรแบบนี้แล้วก็คงจะเป็นเสียงมังกรนั่นแหละ

ฮัมฟรีย์ลุกยืนและมองลงไปทางหน้าต่างก็เห็นลานฝึกของพวกอัศวิน แต่ไม่มีใครกำลังฝึกอยู่ เขาเห็นแค่เด็กผมบลอนด์เล่นกับเจ้าสัตว์สีแดงเข้มที่สูงพอๆกับเด็ก มันต่างจากกิ้งก่าขนาดใหญ่ตรงปีกที่เด่นเป็นสง่าทำให้ดูแปลกประหลาดจากสัตว์ทั่วๆไป

กองพันของฮัมฟรี่ย์ดูแลชายแดนตะวันตกของจักรวรรดิติดกับอาณาเขตมังกร จึงได้เห็นมังกรบินอยู่เหนือหัวบ่อยๆ ภาพมังกรกระพือปีกสมดุลกับหางที่ยาวเหยียดลอยอยู่บนฟ้านั้นแสนสง่างามนัก แต่วันนี้พอมองลงไปเห็นมังกรตัวกระจ้อยเล่นกับเด็กแล้วรู้สึกเหมือนกำลังดูลูกไก่เล่นกับแม่ไก่อยู่ก็ไม่ปาน

นี่สินะ ลูกมังกร

“อืม....”

ฮัมฟรีย์ส่งเสียงอืมดังไปนิดจนมังกรแหงนหน้าขึ้นมอง เด็กที่เล่นอยู่ก็หันขึ้นมาดูด้วย พอได้มองหน้าชัดๆก็พบว่าเป็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณสิบขวบเท่านั้นเอง พอเห็นฮัมฟรีย์ เด็กผู้หญิงคนนั้นก็หยุดยืนนิ่งมองมาด้วยตาเบิกโพลง พอรู้ว่าเด็กๆคงไม่ชอบชายตัวสูงใหญ่หน้าตาเคร่งขรึมแบบเขา ฮัมฟรีย์ก็เดินหลบมุมจากหน้าต่างไป

เพราะมองออกไปข้างนอกพักหนึ่ง พอหันหน้ากลับเข้ามาในห้องก็รู้สึกว่าห้องนั้นมืดลง พอฮัมฟรีย์กลับมานั่งที่เก้าอี้ ประตูก็เปิดออก มีชายสวมชุดดำทั้งตัวเดินเข้ามา ฮัมฟรีย์มองชายคนนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบที่เขาชอบทำบ่อยๆตอนเจอคนแปลกหน้า คนๆนี้ตัวเล็กกว่าเขา หุ่นก็ไม่กำยำพอที่จะใช้การต่อสู้มือเปล่า แถมดูแล้วไม่น่าจะพกอาวุธอะไรมาด้วย ชายคนนี้ผอม และเดาอายุได้ยาก เขามีผมและตาสีเงิน ในตาของเขามีประกายแปลกๆเลยดูยากว่าเขากำลังมองอะไรอยู่

บางทีเขาอาจมองเห็นสิ่งที่ฮัมฟรีย์มองไม่เห็นก็ได้ เพราะแบบนั้นฮัมฟรีย์เลยรู้สึกได้ถึงพลังแกร่งกล้าบางอย่างจากชายคนนี้ เขาดูไม่เหมือนชายอายุมากกว่าสองร้อยปีเลย แต่ในขณะเดียวกันก็ดูไม่เหมือนคนปกติ ชายผู้นี้คือผู้ปกครองเขตแดนมังกร ฮัมฟรีย์รู้เรื่องนี้ดี

“ขออภัยที่ให้ท่านคอยนะ”
ชายผู้นี้กล่าวด้วยเสียงอ่อนโยนจนทำให้ฮัมฟรีย์รู้สึกประหลาดใจ

“ข้าคือโจชัวร์ ผู้รักษาการณ์ตำแหน่งกัปตันอัศวินมังกร”
เขายิ้มและยื่นมือขวามา ทั้งคู่จับมือกัน มือของโจชัวร์ขาวและนุ่มนวลจนฮัมฟรีย์รู้สึกว่ามือของเขามันแห้งหยาบเกินไป

“ข้าคือฮัมฟรีย์ แม่ทัพกองพันของจักรวรรดิสการ์เล็ตมูน”
“เชิญนั่ง”

ฮัมฟรีย์นั่งลงบนเก้าอี้ ปกติเขาไม่เคยประหม่าแม้จะต้องอยู่เบื้องหน้าคนที่มีตำแหน่งสูงกว่า แต่ชายผู้นี้เป็นเจ้าแห่งดินแดนนี้ทั้งหมดทำให้ฮัมฟรีย์รู้สึกไม่ค่อยสบาย แม้เก้าอี้ที่อ่อนนุ่มก็ดูจะไม่สบายเสียแล้วสำหรับเขา แต่เมื่อนั่งไปแล้วจะลุกขึ้นมาอีกก็คงเป็นการไม่สุภาพไปหน่อย

โจชัวร์เหมือนกับมีพลังที่ทำให้คนเชื่อฟังเขา ฮัมฟรีย์พยายามนึกเรื่องที่จะอธิบายให้โจชัวร์ฟัง เรื่องที่เขาท่องไว้ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เรื่องเริ่มจากเรื่องเล่าของนายพรานแถบป่าบนภูเขาในพื้นที่ๆกองพันของฮัมฟรีย์ดูแลอยู่ได้เข้ามารายงานว่าวันหนึ่งพวกสัตว์ป่าที่เคยอาศัยอยู่ในแถบที่เขาล่าก็หายไปหมด เขาจึงได้ลองลุยป่าลึกเข้าไปก็พบสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาในถ้ำบนยอดเขา ดูจากรูปร่างแล้วมันน่าจะเป็น “มังกร” ที่เขาลือกัน พวกสัตว์ต่างๆคงพากันอพยพกันไปหมดเพราะหวาดกลัวเจ้ามังกรตัวนี้เอง ซึ่งทำให้นายพรานเดือดร้อนมาก แต่พรานป่าเพียงหนึ่งหรือสองคนไม่มีทางสู้มังกรได้แน่นอน พวกเขาจึงฝากเรื่องมาให้จักรวรรดิจัดการ

นายพลกิลานผู้บังคับบัญชาของฮัมฟรีย์เรียกตัวเขามาก่อนเล่าภารกิจให้ฟังและกำชับว่า “นี่เป็นภารกิจลับ”

ในห้องของกิลานซึ่งอยู่ด้านในสุดของค่ายทหารนั้นมืดสนิทแม้ยามกลางวัน หน้าต่างทุกบานมีม่านผืนหนากั้นอยู่ ในห้องมีเพียงแสงเทียนบนเชิงเทียนสีทอง ฮัมฟรีย์หยุดยืนนิ่งบนผืนพรมขณะฟังกิลานเล่าเรื่องภารกิจครั้งนี้

“หากเราจัดการมังกรได้ หน่วยรบของฉันจะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วจักรวรรดิ ตราบเท่าทุกวันนี้ยังไม่เคยมีทหารคนไหนจัดการมังกรได้เลย”

กิลานผู้ได้รับตำแหน่งใหญ่โตด้วยเพียงเพราะเกิดในตระกูลขุนนางพูดอย่างลำพอง ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้จับดาบมานานมากแล้ว

“แต่โชคไม่ดี พวกทหารที่ฉันส่งไปสำรวจบนภูเขาไม่มีใครได้กลับมาเลย ถึงยังไงถ้าเราจัดการมันได้ด้วยหน่วยทหารเล็กๆชื่อเสียงเราก็จะดังขึ้นไปอีก ฉันจะไม่เคลื่อนทัพทั้งหมดไปหรอกนะ ถึงจะไม่อยากเท่าไหร่ แต่ฉันคิดว่าเราน่าจะใช้พวกอัศวินมังกรนะ”
ฟังดูเป็นความคิดที่เข้าท่า ท่าทางกิลานเองก็ชอบใจความคิดนี้ไม่น้อย

“เรื่องมังกรต้องถามคนเลี้ยงมังกรนี่แหละดีที่สุด ไปสอพลอพวกนั้นเข้าหน่อยก็คงรู้วิธีจัดการมังกรไม่ยากหรอก ถ้าแกรอดกลับมาได้ ชื่อเสียงของเราก็จะแผ่ขจรกระจาย ฮัมฟรีย์ หาทางหลอกล่อพวกอัศวินมังกรให้ได้นะ จะทำไงก็เรื่องของแก”

ฮัมฟรีย์รู้สึกอึดอัดกับภารกิจนี้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาและได้แต่ยอมทำตามคำสั่งของกิลานแต่โดยดี ส่วนกิลานก็ไม่ได้สนใจว่าฮัมฟรีย์เข้าใจสิ่งที่เขาพูดหรือไม่

“จำไว้นะ นี่คือภารกิจลับ เจ้ามังกรตัวนั้นน่ะ ต้องเป็นของฉัน...”
กิลานถึงกับเหมาเอาเป็นมังกรของตนเองไปแล้วพลางทำหน้าซีเรียสใส่ฮัมฟรีย์ แม้ตอนนี้จะมีเพียงแค่สองคนในห้องและยากที่เสียงจะเล็ดลอดออกไป แต่กิลานก็พยายามหรี่เสียงพูดกับฮัมฟรีย์เพราะกลัวใครจะได้ยินเข้า

“ไม่ว่ายังไง ก็ขอให้มันเป็นมังกรจริงๆเถอะนะ....”
พอต้องมาเงี่ยหูคอยฟังคำสั่งของกิลานก็ทำเอาฮัมฟรีย์เครียดหนักเข้าไปอีก


แต่ลมโชยเข้ามาเย็นๆก็ช่วยให้เขาผ่อนคลายลงและพูดเรื่องที่เขาต้องการพูดให้โจชัวร์ฟัง

“ถ้ามีมังกรอยู่ที่นั่นจริงๆจะเป็นอันตรายต่อชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถวนั้น ถึงเราปล่อยไว้สักวันมันก็อาจลงจากเขามาก่อความวุ่นวายในเมือง เพื่อความสงบสุขของราษฎรแล้วเราต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันอยู่ที่นั่นจริงๆ และหามาตรการรับมือโดยด่วน”

เขาพยายามใช้วิธีพูดที่ไม่ทำให้โจชัวร์ขุ่นเคือง และเลี่ยงคำพูดแบบกิลาน เขาเล่าให้โจชัวร์ฟังแค่เรื่องสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ โจชัวร์เองก็ฟังอย่างตั้งใจ

“เท่าที่ฟังมาก็น่าจะใช่มังกรจริงๆนั่นแหละ”
ฮัมฟรีย์เองก็ไม่รู้จะพูดยังไงเพราะเขาเองก็ยังไม่เคยเห็นมังกรที่ว่าด้วยตาตัวเองเลย โจชัวร์แหงนเงยหน้าขึ้นแล้วพูดต่อ

“มังกรเกือบทั้งหมดในโลกได้มารวมตัวอยู่ที่ดินแดนมังกรแห่งนี้ ถึงจะมีมังกรไร้เจ้าของอยู่บ้างแต่ก็น้อยเต็มที ที่สำคัญ มังกรน่ะ ฉลาดกว่าที่พวกมนุษย์คิดกันมากนัก มันไม่โจมตีผู้คนอย่างไม่มีเหตุผลหรอก แต่ยังไงที่บอกว่าคณะคนที่ส่งมาตรวจสอบไม่มีใครรอดกลับไปนี่เรื่องจริงใช่ไหม?”
ฮัมฟรีย์เองก็ไม่แน่ใจ แต่เขายอมเชื่อคำพูดของกิลานแล้วพยักหน้า

“เท่าที่เราคิดออกมันก็อาจเป็นไปได้ว่านั่นคือไวเวิร์น พวกนั้นคล้ายมังกร แต่พวกมันเกลียดมนุษย์ แต่ถ้าหากเป็นมังกรจริงๆมันก็คงมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่ทำให้มันเห็นมนุษย์เป็นศัตรู หรือบางทีคณะสำรวจอาจไม่ได้กลับมาเพราะสาเหตุอื่นนอกจากมังกรก็อาจเป็นไปได้”

ถุงมือโชว์นิ้วของโจชัวร์ขนาดพอดีกับมือของเขา เขากำมือแน่นขณะครุ่นคิดอย่างหนักจนน้ำเสียงฟังดูซีเรียส
“ยังไงเรื่องนี้ก็น่าเป็นห่วง ทางที่ดีเรารีบส่งคนออกไปที่นั่นเลยดีกว่า”
“ผมว่าเราไปด้วยกันดีไหมครับ?”
“ด้วยความยินดี แต่ด้วยฐานะของเราแล้วเราไม่สามารถออกจากป้อมแห่งนี้ได้ถ้าไม่แจ้งให้คนอื่นทราบก่อน ไว้รอถึงวันพรุ่งนี้แล้วกันนะ”

น้ำเสียงของโจชัวร์ฟังดูซีเรียสแต่ก็ยังยิ้มให้เห็น ซึ่งจริงๆเรื่องมันก็ไม่ควรใหญ่โตอะไรแบบที่เขาพยายามทำให้มันดูเป็นแบบนั้น
“เดี๋ยวเราจะเตรียมห้องให้ท่านนะ” โจชัวร์พูดต่อ ฮัมฟรี่ย์กล่าวขอบคุณ
“ท่านฮัมฟรี่ย์ ถ้าเป็นเรื่องของมังกรยังไงมันก็เกี่ยวข้องกับเรา ฝ่ายเราต่างหากที่ต้องขอบคุณท่านมากที่ช่วยแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบ”
“ท่านโจชัวร์ หากท่านกล่าวถึงขนาดนี้ข้าเองก็ลำบากใจเหมือนกันนะ” ฮัมฟรีย์ยืนยันหนักแน่นและมองตาโจชัวร์ ดวงตาสีเงินของโจชัวร์ราวกับมองทะลุถึงวิญญาณของฮัมฟรีย์ได้ จนทำเอาเขารู้สึกกลัวว่าโจชัวร์จะรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงที่เขามาที่นี่ แต่ถึงยังงั้นเขาก็รู้ดีว่าคงต้องยอมรับผิดกับโจชัวร์แต่โดยดี

“มีอะไรงั้นเหรอ?”
“หากท่านจัดการมังกร, ไวเวิร์น, หรือตัวอะไรก็ช่างนั่นแล้ว.....โปรดมอบซากมันให้เราได้ไหม?”
ดวงตาโจชัวร์เบิกกว้าง
“ซากงั้นเหรอ?”

ฮัมฟรีย์ถึงกับรู้สึกผวาขึ้นมาทันที แต่ยังไงเขาก็พูดออกไปแล้วจึงยืนยันคำเดิม

“ผมต้องนำซากมันกลับไปเป็นหลักฐานว่าได้จัดการเจ้านี่แล้ว ....เป็นคำขอที่มากเกินไปสินะครับ?”

โจชัวร์มองไปรอบๆเหมือนลังเลอะไรอยู่

“ได้ เราจะยกซากของมันให้ท่าน แต่ก่อนอื่นคืนนี้ขอให้ท่านพักผ่อนให้สบายเถอะ พรุ่งนี้จะได้ไม่รู้สึกล้า เราจะส่งคนมาพาท่านไปยังห้องพักนะ”

โจชัวร์ยืนขึ้นแล้วเรียกคนเข้ามาอย่างรวดเร็ว ถึงจะเพิ่งรู้จักโจชัวร์ไม่นานแต่ฮัมฟรีย์ก็เข้าใจดีว่าโจชัวร์มีทีท่าแปลกๆ เขาน่าจะเป็นคนสุขุมแบบที่แสดงให้ฮัมฟรีย์เห็นตอนแรกมากกว่า หรืออาจเป็นเพราะคำพูดของเขา? พอคิดแบบนั้นก็ทำให้ฮัมฟรีย์ไม่สบายใจ แต่เขาก็คิดไม่ออกว่าจะถามโจชัวร์ดีไหมว่าเขาคิดมากเรื่องนั้นหรือเปล่า แล้วฮัมฟรีย์ก็ออกจากห้องไปพบคนใช้ที่รออยู่ที่ทางเดิน เมื่อฮัมฟรีย์ตามคนใช้ไปที่ห้องพักแล้วโจชัวร์ก็กลับห้องของเขาไป

ฮัมฟรีย์เดินตามคนใช้มายังชั้นล่าง และเข้ามาทางเดินด้านตรงข้ามกับทางเข้า พอถึงหัวมุมเขาได้ยินเสียงก้าวเท้าตามเขามา เสียงหนึ่งน่าจะเป็นมนุษย์ น่าจะยังเด็กอยู่เพราะเขากะจากระยะก้าวและเสียงย่ำของคนตัวเบา อีกเสียงฟังเหมือนเท้าเปล่าเหยียบพื้น น่าจะเป็นมังกร

พอถึงห้อง คนใช้ก็เปิดประตูให้แล้วโค้งให้ฮัมฟรีย์ก่อนเดินออกไป ก่อนเข้าไปในห้องฮัมฟรีย์หยุดยืนมองไปที่ทางเดินก็เห็นเด็กผู้หญิงกับมังกรสีแดงตัวกระเปี๊ยกที่เขาเห็นที่สนามเมื่อครู่ เด็กผู้หญิงโอบคอมังกรไว้แน่น ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องข้างๆ ฮัมฟรีย์เข้าห้องของเขาไป

ดาบยักษ์เล่มโปรดและอาวุธต่างๆของเขาที่ถูกริบตอนเข้าป้อมวางอยู่ข้างเตียง ฮัมฟรีย์ชักดาบออกจากฝักแล้วดึงมาไว้ข้างๆตัว ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจพวกอัศวินมังกร แต่เป็นปกติที่เขามักจะดูแลดาบเป็นอย่างดีตลอดเวลา พอเก็บดาบเข้าฝักไปพักหนึ่งก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

พอเดินไปเปิดประตูก็พบเด็กผู้หญิงสูงไม่ถึงหัวไหล่ฮัมฟรีย์คนเดิม และแน่นอนว่าเธอมาพร้อมเจ้ามังกรน้อย เธอกัดริมฝีปาก จ้องเขม็งมองมายังฮัมฟรีย์

“ยินดีต้อนรับสู่รังมังกรนะคะท่าน ชั้นชื่อมิเลีย เป็นอัศวินมังกรฝึกหัด มีอะไรให้รับใช้ไหมคะ? รับเครื่องดื่มไหม?”
เสียงของมิลเลียฟังดูไม่มีชีวิตชีวา เหมือนกับถูกฝึกให้พูดแบบนี้เป๊ะๆ

“ไม่ต้องลำบากหรอก ขอบใจมากนะ ฉันชื่อฮัมฟรีย์ จากจักรวรรดิสการ์เล็ตมูน”
“คุณฮัมฟรีย์”

พอได้ยินฮัมฟรีย์ตอบก็ดูเหมือนมิเลียจะผ่อนคลายลงมาก เธอยิ้มให้ก่อนถาม
“มีเรื่องหนึ่งที่ชั้นอยากรู้น่ะ ขอถามหน่อยได้ไหมคะ?”
พอได้ยินแบบนี้ก็ทำเอาฮัมฟรีย์ตอบไม่ถูก มิเลียถือว่าไม่ตอบแสดงว่าตกลง
“คุณฮัมฟรีย์ คุณมาจากไหนคะ คนที่อาศัยที่นั่นตัวใหญ่เหมือนคุณทุกคนเลยเหรอ?”

พอได้ยินเธอพูดแบบนั้นฮัมฟรีย์ก็เพิ่งสังเกตว่าคนที่อาศัยในเขตรังมังกรนี้ล้วนตัวเล็กและผอมบาง บางทีคงเป็นการปรับตัวเพื่อให้เหมาะที่จะขี่มังกรนั่นเอง แต่ฮัมฟรีย์ก็ตัวใหญ่กว่าคนทั่วไปอยู่ดีนั่นแหละ

“ไม่หรอก ....ฉันตัวใหญ่กว่าชาวบ้านเขาน่ะ”

พอคุยกันนานๆฮัมฟรีย์ชักเมื่อยคอที่ต้องก้มคุย เลยเดินไปนั่งที่เตียง ทีนี้ทั้งสองก็สูงพอๆกันแล้ว มิเลียเดินเข้ามาพร้อมจูงเจ้ามังกรมาด้วย ตาคริสตัลของเจ้ามังกรก็จ้องเขม็งมาทางฮัมฟรีย์
“นั่นมังกรเธอเหรอ?”
มิเลียยิ้มให้พร้อมโอบรอบคอมันไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง

“ค่ะ แทรชเป็นลูกมังกรที่เพิ่งเกิดเพียงตัวเดียวน่ะ ในพิธีเสี่ยงดวงแทรชเลือกชั้น”

ฮัมฟรีย์พยักหน้าทั้งที่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่คิดว่าคงเป็นพิธีกรรมอะไรสักอย่างที่มังกรจะต้องเลือกคู่หูมนุษย์ที่จะทำงานร่วมกัน
“เธอมีมังกรเป็นของตัวเองแล้วยังอยู่ระดับฝึกหัดอยู่งั้นเหรอ?”
“ค่ะ ปีกของแทรชยังโตไม่เต็มที่เลยบินไม่ได้ เราต้องใช้เวลาฝึกด้วยกันอีกสักพัก ชั้นก็เลยยังเป็นแค่เด็กฝึกหัดอยู่นี่แหละ”
“....แบบนี้เอง”
“ชั้นอยากเป็นอัศวินมังกรเต็มตัวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่คุณฮัมฟรีย์ ท่านแอดดี้เคยไปเมืองที่คุณอยู่หรือเปล่าคะ?”

ฮัมฟรีย์รู้สึกไม่คุ้นชื่อที่ว่า
“น่าจะไม่เคยนะ”
“อ้อ สงสัยยังคงไปไม่ถึงที่นั่นมั้งคะ ท่านแอดดี้เป็นอัศวินมังกรที่เก่งกาจ ท่านมักออกเดินทางไปยังนอกเขตรังมังกรพร้อมมังกรคู่ใจสเตอร์ลิง ชั้นว่าสักวันท่านต้องแวะไปเมืองที่คุณฮัมฟรีย์อยู่แน่ๆ”
“ก็คงงั้น”
“สเตอร์ลิงเป็นมังกรสีเงินที่งดงาม ยามท่านแอดดี้ขี่สเตอร์ลิงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจะดูเปล่งประกายสวยมากเลยล่ะค่ะ แต่ชั้นคิดว่าเจ้าแทรชก็คงทำให้ชั้นเป็นอัศวินมังกรที่ยอดเยี่ยมแบบนั้นได้แน่ๆ”

มิลเลียพูดพลางทำหน้าแดง ตอนนี้เธอจินตนาการภาพแอดดี้และสเตอร์ลิงเป็นตัวเธอเองในอนาคต

เช้าวันต่อมาอัศวินมังกรและมังกรสิบคู่มารวมตัวกันยังจตุรัสหน้าป้อม ดูเหมือนโจชัวร์ผู้ควบคุมมังกรทั้งหมดจะเป็นคนเดียวที่ไม่มีมังกรเป็นของตัวเอง แต่ถึงยังงั้นมังกรที่มีขนาดใหญ่โตกว่ามนุษย์มากนักกลับเข้ามาคลอเคลียโจชัวร์เหมือนเป็นลูกสุนัขตัวเล็กๆ โจชัวร์สั่งการมังกรทั้งหมดด้วยเสียงเรียบๆ กระเช้าบรรทุกคนและสัมภาระสำหรับเดินทางถูกมัดไว้กลางหลังของมังกร ฮัมฟรีย์ที่ขี่ไม่เป็นกระทั่งม้า ค่อยๆปีนขึ้นไปบนหลังมังกร มันกว้างและดูมั่นคงกว่าหลังม้ามาก แต่พอคิดว่าจะต้องบินไปบนฟ้าแล้วเขาก็รู้สึกหวั่นนิดๆ โจชัวร์ขึ้นมาบนกระเช้าเดียวกันก่อนออกคำสั่งบอกทิศทาง มังกรพร้อมด้วยมังกรอีกเก้าตัวบินขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกัน นอกจากแรงพยุงตัวขาขึ้นแล้วการบินบนหลังของมังกรนั้นนุ่มนวลมาก แต่ลมแรงที่เข้าปะทะหน้าก็ทำเอาฮัมฟรี่ย์หายใจลำบาก

พอมองลงไปยังพื้นด้านล่างก็เห็นพื้นหญ้าสีเขียว, ถนนเป็นเส้นสีขาว ตัวบ้านมองดูเป็นรอยจ้ำๆสีน้ำตาลเล็กๆ กลุ่มมังกรหลากสีสันบินเป็นหมู่สะท้อนแสงอาทิตย์บนท้องฟ้าดูสวยงามมาก พอได้เห็นภาพที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้ก็ทำเอาฮัมฟรี่ย์ถึงกับสั่นนิดๆ พวกอัศวินมังกรคอยกุมบังเหียนเป็นระยะๆ พอนึกถึงมิเลียที่ชอบโอบรอบคอของแทรชแล้วก็ดูเหมือนการแสดงความรักระหว่างสองเผ่าพันธุ์แบบไม่ต้องใช้คำพูด

พวกเขาเดินทางมาจนถึงที่อยู่ของมังกรป่า....หรืออาจจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ที่ว่า
อัศวินผู้ควบคุมมังกรตัวที่ฮัมฟรี่ย์นั่งอยู่หันมาทางโจชัวร์พร้อมส่งสัญญาณมือเนื่องจากด้วยความเร็วลมขนาดนี้ทำให้สื่อสารด้วยคำพูดไม่สะดวก พวกเขาจึงใช้สัญญาณมือสื่อสารแทน สักพักกลุ่มมังกรก็ดิ่งลงยังพื้นราบด้านล่างภูเขาและพับปีกเก็บ

ฮัมฟรี่ย์ลงจากกระเช้าแล้วเดินตามโจชัวร์มา มังกรส่ายหัวอย่างรุนแรงจนโจชัวร์ต้องเข้าไปดูอาการ

“เกิดอะไรขึ้น ใจเย็นน่า”
เขาเอามือเปล่าปัดจมูกมังกรเบาๆ ฮัมฟรี่ย์มองไปรอบๆก็เห็นพวกมังกรต่างมีท่าทางแปลกๆไปจนพวกอัศวินมังกรต้องช่วยกันปลอบแต่ก็ไม่เป็นผล ทำเอาพวกอัศวินพลอยหวาดไปด้วยว่าแถวๆนี้ต้องมีอะไรบางอย่าง

“......ท่านโจชัวร์”
แต่โจชัวร์ไม่ได้ยินฮัมฟรี่ย์ เขาโอบเข้ารอบคอของมังกรพลางกระซิบเข้าข้างหู

“ไม่เป็นไรหรอก เราจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเอง”

โจชัวร์หันเข้าหาพวกอัศวินมังกรก่อนออกคำสั่ง
“จากนี้ไป เราจะไปกับฮัมฟรี่ย์สองคน ขืนปล่อยให้พวกมังกรอยู่ที่นี่ต่อคงไม่ดีแน่ ช่วยพาพวกมังกรกลับไปให้หมดเลยนะเอโนส”
ชายหนุ่มร่างสูงที่สุดในกลุ่มที่ชื่อเอโนสก้าวออกมา แต่ก่อนที่โจชัวร์จะได้พูดอะไรต่อไปเอโนสก็ตะโกนดังลั่นว่า “พวกเราจะอยู่ที่นี่!”
พอได้ยินแบบนั้นโจชัวร์ก็ยิ้ม
“ได้ งั้นฝากเจ้าช่วยเฝ้าทางนี้ด้วยนะ เอ้า ท่านฮัมฟรี่ย์ เราไปกันเถอะ”

ฮัมฟรี่ย์เดินตามโจชัวร์ไป พอหันกลับไปมองก็เห็นเอโนสโค้งคำนับให้พร้อมบอกว่า “ฝากท่านดูแลท่านโจชัวร์ด้วยนะครับ” ฮัมฟรี่ย์พยักหน้าให้ก่อนเดินต่อไป ขณะขึ้นไปบนเขาฮัมฟรี่ย์ก็สงสัยว่าโจชัวร์ใช้ดาบเล่มที่เขาสะพายอยู่ได้ดีแค่ไหนกันนะ แต่ยังไงเขาก็มีหน้าที่ที่ต้องปกป้องทั้งสองคนและกลับไปยังป้อมด้วยกันอยู่แล้ว

“อย่าห่วงเลย ครั้งหนึ่งเราก็เคยสู้ในฐานะอัศวินมังกร ฝีมือเรายังไม่ตกหรอก แต่ถึงยังไงเราก็ยังไม่รู้ว่าศัตรูเก่งขนาดไหนจนกว่าจะได้สู้กับมันนั่นแหละนะ และจะดีมากถ้าภารกิจจบลงโดยไม่มีการนองเลือด.....”

เสียงของโจชัวร์ค่อยๆจางลง เขานึกถึงเรื่องสำคัญมากๆเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้จึงหันมาบอกกับฮัมฟรี่ย์
“ท่านฮัมฟรี่ย์ หากข้าใกล้ตายให้ท่านหนีออกมาคนเดียวทันทีเลยนะ”
“ว่าไงนะ?”
“ข้ามีเรื่องจะวานท่าน” โจชัวร์กล่าวต่อไปโดยไม่ใส่ใจอาการตกใจของฮัมฟรี่ย์ เขาถอดถุงมือข้างซ้ายออกมีตราสัญลักษณ์สีน้ำเงินเข้มปรากฏบนหลังมือเขา

“สิ่งนี้คือตรามังกร ตราบใดที่เราถือครองสิ่งนี้อยู่ พวกมังกรก็ยังคงเชื่อฟังมนุษย์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราต้องรักษาตรานี้ไว้ในอาณาเขตมังกรให้ได้ หากเราเป็นอะไรไปขอให้ท่านช่วยนำตรานี้มอบให้กับเอโนสด้วย ตราบใดที่อัศวินมังกรยังถือครองตรานี้อยู่ต่อให้ไม่มีเรา อาณาจักรมังกรก็ยังคงอยู่ได้ เอโนสรู้วิธีการควบคุมตรามังกร และมันจะไม่ทำอันตรายท่านแน่นอน”
“..........อย่าเตรียมใจกันง่ายๆแบบนี้สิท่าน”

พอได้ยินฮัมฟรี่ย์พูดแบบนี้โจชัวร์ก็ยิ้ม

“ยังไงก็คงหลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่พ้น เราอยู่มานานมากแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็พร้อมที่จะยอมรับ”
“แต่อยู่มานานก็ไม่ใช่ว่าจะ......”
แต่ฮัมฟรี่ย์ก็ไม่รู้จะพูดยังไงต่อ

“ผมไม่ค่อยรู้เรื่องของอาณาจักรมังกรเท่าไหร่ แต่พอได้พบและคุยกับท่านมา หากท่านต้องจากไปแบบนี้....ผมคงเสียใจมาก”
“ท่านฮัมฟรี่ย์”
“ตอนนี้ท่านก็แข็งแรงสมบูรณ์ดี ท่านไม่ตายง่ายๆหรอก แม้ตำแหน่งของท่านจะเปลี่ยนไปแต่อย่างน้อยท่านก็ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะ”
พอได้พูดความในใจออกมาแล้วฮัมฟรี่ย์ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“อย่างงั้นเองเหรอ?” โจชัวร์พูดเบาๆ
_________________
น่าเกลียดชิบเป๋ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
Shiryu
High Sea
Pirate King



L:-   H:-   R:-

LV.79 Exp 513
597230 Potch
เข้าร่วม: 11 Mar 2007

ตอบตอบเมื่อ: Sat Nov 10, 2007 2:08 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ทั้งสองคนเดินต่อมาโดยไม่พูดอะไร สักพักฮัมฟรี่ย์ก็เดินนำ พอเขาคิดว่าโจชัวร์จะตามไม่ไหวก็เดินให้ช้าลง เขาหันมาเห็นว่าโจชัวร์ยังคงเดินตามมาไม่ห่างนัก แต่ก็หอบยืนพิงต้นไม้แทบหมดสติ ฮัมฟรี่ย์เดินเข้าไปประคองเห็นหน้าโจชัวร์ซีดเผือก
“ท่านโจชัวร์ ท่านไม่สบายเหรอ?”
“เราสบายดี แต่อากาศที่นี่ทำไมเป็นแบบนี้นะ?”
“ท่านว่าไงนะ?”
โจชัวร์ยิ้มให้ก่อนพูดต่อ “เราไม่เป็นไรหรอก ไปกันต่อเถอะ เราต้องไปตรวจสอบอะไรสักหน่อย”
“อะไรล่ะที่ท่านว่า?”
แต่โจชัวร์ไม่ตอบ

บนภูเขาไม่มีแม้แต่ร่องรอยของสัตว์เล็ก ขณะทั้งสองเหยียบย่างขึ้นเขาไปก็ได้ยินเพียงเสียงใบไม้ไหว จนกระทั่งในที่สุดก็มาถึงปากถ้ำ ลมกรรโชกออกมาจากปากถ้ำพาเอากลิ่นซากสัตว์เน่าเปื่อยออกมาทำเอาฮัมฟรี่ย์รู้สึกเครียด โจชัวร์ตอนนี้แค่ยืนก็ยังลำบาก เขาพยุงตัวค่อยๆเลาะตามผนังถ้ำเข้ามาเรื่อยๆโดยมีฮัมฟรี่ย์ตามเข้ามาติดๆ ยิ่งเข้าลึกเข้าไปก็ยิ่งรู้สึกว่าผนังถ้ำจะชื้นขึ้นเรื่อยๆ มีรอยเท้าสัตว์ตัวเล็กๆยาวๆบนผนังถ้ำ ฮัมฟรี่ย์รู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างคล้ายๆแปรงขนนุ่มๆมาปัดหน้าเขา กลิ่นเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆจนเขาหายใจลำบาก ฮัมฟรี่ย์พยายามไม่คิดเพ้อเจ้อ แต่แล้วโจชัวร์ก็หันมาพูดกับเขา

“ท่านฮัมฟรี่ย์ เราคงต้องขอร้องท่านอะไรสักอย่าง”
โจชัวร์พูดเบาๆแต่น้ำเสียงออกเคร่งเครียด

“เจ้าสัตว์ในถ้ำนี้ต้องเป็นมังกรอย่างแน่นอน แต่ดูเหมือนมันจะตายแล้วหละ ข้ารู้สึกถึงพลังของพวกวิญญาณที่ล่องลอยอยู่แถวนี้ได้ พวกมันถูกเจ้าสิ่งที่อยู่ในนี้ดึงดูดเข้ามา โชคดีที่พวกมันไม่มีพลังพอที่จะทำอันตรายคนเป็นได้ แต่ก็อย่าเพิ่งประมาทล่ะ”

นัยน์ตาสีเงินของโจชัวร์จ้องเขม็งมาทางฮัมฟรี่ย์ เขารู้ว่าต่อให้เขาถอนตัวกลับไปตอนนี้โจชัวร์ก็คงเดินเข้าไปในถ้ำต่อคนเดียว ฮัมฟรี่ย์ชักดาบออกมาแล้วเดินตามเข้าไปต่อ จนกระทั่งพวกเขาเข้ามายังโถงกว้างแห่งหนึ่ง ภายในเต็มไปด้วยอากาศเน่าและหมอกสีเหลืองหนาจนพวกเขามองได้ลำบากกว่าจะรู้สึกตัวว่ามีสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาขดตัวอยู่ในนี้ ผิวหนังที่เน่าเปื่อยของมันดูราวกับจะหลุดลอกออกมาได้ทุกขณะ แต่ร่างกายกลับดูเหมือนยังแข็งแรงดี มันขยับตัวทำให้พวกฮัมฟรี่ย์แน่ใจว่ามันยังไม่ตาย

“ใช่สเตอร์ลิงจริงด้วย.....” โจชัวร์กล่าวขึ้น ฮัมฟรี่ย์จำชื่อนี้จากคำบอกเล่าของมิเลียได้ มันคือมังกรสีเงินตัวนั้น แต่ตอนนี้ต่อให้มันใกล้เน่าเต็มทนแต่โจชัวร์ก็ยังคงจำมันได้

“สเตอร์ลิง ได้ยินเสียงเราไหม?”

โจชัวร์โอบไปหลังหัวของมังกร นัยน์ตาไร้ชีวิตของมันมองมายังคนทั้งสอง ฮัมฟรี่ย์คิดว่ามันคงเชื่อฟังโจชัวร์ แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น มันกัดเข้าที่แขนของโจชัวร์และเหวี่ยงเขากระเด็นออกไป จากนั้นก็พ่นลมหายใจสีเหลืองขุ่นออกมา

“สเตอร์ลิง!”

ฮัมฟรี่ย์วิ่งเข้าหาเจ้ามังกรและฟันใส่ด้านข้างสุดแรงเกิดแผลเหวอะ ทำให้มังกรส่งเสียงคำรามดังลั่นด้วยความโกรธ พอมองดูใกล้ๆก็เห็นมีธนูปักอยู่ตามตัวของมัน คิดดูแล้วลำตัวที่เปล่งประกายของมันอาจนำเคราะห์มาสู่มันได้เพราะจะทำให้มันตกเป็นเป้าศัตรูได้ง่ายทีเดียว

เจ้ามังกรตวัดมือเข้าใส่แต่ฮัมฟรี่ย์กระโดดหลบออกมาได้ เขาชักดาบตั้งท่าสู้ แต่ก็สูดลมหายใจพิษของมังกรเข้าไปเต็มๆทำให้ปอดแทบละลายใกล้หมดสติเต็มทน เจ้ามังกรจู่โจมเข้าใส่ฮัมฟรี่ย์อย่างต่อเนื่องเขาได้เพียงตั้งท่าป้องกันสุดความสามารถก่อนฟาดดาบเข้าผ่าอุ้งมือยาวไปจนถึงริมฝีปากของมังกร แต่มันก็ดูไม่มีทีท่าแสดงความเจ็บปวดแต่อย่างใด บางทีมันอาจสูญเสียความรู้สึกเจ็บปวดไปแล้วก็ได้

มันปล่อยเมือกเหนียวออกจากลำตัวตรึงให้ฮัมฟรี่ย์ขยับไม่ได้ ก่อนพุ่งเข้าหา ทำเอาฮัมฟรี่ย์ทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่คิดว่ามันจะมีอาวุธอย่างอื่นอีก

“ท่านฮัมฟรี่ย์!!”
ขณะโจชัวร์ตะโกนเรียก ฮัมฟรี่ย์ก็โดนมังกรฟาดหางใส่เต็มๆจนดาบหลุดออกจากมือ ในแววตาที่พร่าเลือนเต็มทนเขาเห็นมังกรชูคอขึ้น ขณะพยายามควานหาดาบที่หลุดมือไป มังกรก็พุ่งเข้าใส่มองเหมือนเงาดำขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนเข้าหา

โจชัวร์เข้าไปขวางเพื่อปกป้องฮัมฟรี่ย์ พลางชักดาบหันเข้าหาเจ้ามังกร แต่ดูก็รู้ทันทีว่าโจชัวร์ไม่มีจิตสังหาร และยังสั่นนิดๆด้วย

“สเตอร์ลิง เจ้าจำเราไม่ได้จริงๆเหรอ? เจ้าลืมพลังแห่งตรามังกรไปแล้วด้วยงั้นเหรอ?”
แต่มังกรก็ไม่ได้ตอบสนองอะไร ขณะเดียวกันฮัมฟรี่ย์ก็ยังคงหาดาบไม่เจอ มังกรโจมตีเข้าใส่โจชัวร์แต่เขาก็หลบได้ ฮัมฟรี่ย์รู้ว่าโจชัวร์คงไม่คิดทำอันตรายมังกรตัวนี้แน่ๆเขาทำเพียงเอาดาบปัดป้องการโจมตีของมังกรโดยไม่จู่โจมกลับแม้แต่ครั้งเดียว แม้จะถูกกงเล็บมังกรโจมตีจนบาดเจ็บแต่เขาก็ยังไม่คิดสู้กับมัน

มังกรฟาดหางเข้าใส่แต่โจชัวร์ก็หลบได้อย่างรวดเร็ว แล้วเผอิญดาบไปปาดโดนที่คอเจ้ามังกรเข้า ตอนนี้เลือดไหลออกจากหน้าผากโจชัวร์ ถึงจะบอกได้ยากเพราะเขาสวมชุดดำทั้งตัวแต่ตอนนี้โจชัวร์คงบาดเจ็บไม่น้อยโดยเฉพาะแขนและช่วงไหล่

“ท่านโจชัวร์! โจชัวร์!” ฮัมฟรี่ย์ตะโกน
“ผิดแล้ว เจ้านี่ไม่ใช่สเตอร์ลิงแน่! มันคิดจะฆ่าผู้นำกลุ่มอัศวินมังกร ไม่สิ.....มันคิดจะฆ่าท่านนะ โจชัวร์! ตอนนี้มันก็เป็นแค่ศัตรูตัวนึงเท่านั้นเอง!”

“ต....แต่ว่า....”

“ท่านจะปล่อยให้มันเน่าเปื่อยผุพังอยู่แบบนี้งั้นเหรอ? วันข้างหน้าเรื่องมันอาจบานปลายยิ่งไปอีกนะ! อย่าลืมสิว่าเรามาที่นี่ทำไม! อย่ายอมแพ้ง่ายๆแบบนั้นสิ อย่าคิดตายนะท่านโจชัวร์!”

ในตอนนั้นเองแววตาโจชัวร์ก็กลับมามีพลังอีกครั้ง
“สเตอร์ลิง....” โจชัวร์พูดเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงและลืมตาขึ้นอีกครั้ง

“สเตอร์ลิง จงหยุด!!”

เสียงของโจชัวร์หอบออร่าเข้าปกคลุมบรรยากาศ ในขณะนั้นเองไม่เพียงแค่สเตอร์ลิง แต่ฮัมฟรี่ย์ก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ โจชัวร์มองไปยังมังกรแล้วถอยไปก้าวหนึ่ง มันถูกพลังของโจชัวร์ทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้

โจชัวร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนกระโดดฟาดดาบลงกลางหัวมังกรอย่างรวดเร็วกว่าที่ฮัมฟรี่ย์จะมองได้ทัน ทำเอามันกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ตราบนมือซ้ายของโจชัวร์ก็เปล่งแสงออกมาเหมือนตอบสนองต่อเสียงร้องของมันแล้วแสงก็ออกจากมือหลุดเข้าไปในร่างของเจ้ามังกร โจชัวร์ปล่อยดาบปักคาหัวมังกรไว้แล้วหลบออกมา ร่างของมังกรเริ่มสั่น ฮัมฟรี่ย์หยิบดาบขึ้นมาตั้งท่าสู้ แต่ดูเหมือนตอนนี้เจ้ามังกรไม่คิดสู้ต่อแล้ว สเตอร์ลิงหันมาทางโจชัวร์ก่อนล้มลง

ตอนนี้มันไม่เหลือเรี่ยวแรงจะพยุงตัวลุกยืนอีกแล้วแต่ก็พยายามชูคอขึ้น มันเกลือกตามองมาทั้งที่ตาคู่นั้นไม่น่าจะมองเห็นอะไรแล้ว เจ้ามังกรขยับจมูกเหมือนรู้สึกคิดถึงโจชัวร์เต็มที มันไม่มีความคิดที่จะสู้อีกต่อไปแล้ว สีหน้าของมันตอนนี้ราวกับเด็กที่โหยหาความรักของพ่อแม่

ที่ผนังถ้ำมีโพรงอยู่โพรงหนึ่งที่ตอนแรกทั้งสองคนมองไม่เห็นเพราะมังกรเอาตัวบังไว้ ในโพรงมีคนนั่งอยู่ด้านใน ฮัมฟรี่ย์เข้าไปดูก็พบว่าเป็นหญิงสาวที่เสียชีวิตร่างกายเน่าเปื่อยไปแล้วแต่เห็นรอยเลือดบนอกเสื้อชัดเจนคาดว่าคงถูกธนูโจมตีและคงทนทรมานอยู่นานก่อนตาย ฮัมฟรี่ย์ปลดผ้าคลุมของเขาออกห่อศพแล้วพาร่างของเธอออกจากโพรง อีกด้านหนึ่งของโพรงน่าจะเชื่อมกับข้างนอกเพราะมีลมโชยเข้ามาพัดพาเอากลิ่นเน่าภายในถ้ำค่อยๆจางลงไป

โจชัวร์ยกมือซ้ายขึ้นปิดตามังกรให้หลับอย่างสงบ
“มีคนเล็งยิงพวกเขา มันพยายามปกป้องแอดดี้....แม้เธอจะตายไปแล้ว สเตอร์ลิงพยายามทุกวิถีทางเพื่อพาแอดดี้กลับมายังอาณาจักรมังกร ทั้งทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส หรือกระทั่งร่างกายเน่าเปื่อยผุพังไปแล้วขนาดนี้มันก็ยังคงตั้งใจที่จะปกป้องแอดดี้จวบจนวาระสุดท้าย.....”

โจชัวร์ลูบหัวเจ้ามังกร แต่ตอนนี้มันไม่ไหวติงแล้ว
“ทำได้ดีมากสเตอร์ลิง ยกโทษให้ด้วยเถอะนะที่เรามาช้าเกินไป”

โจชัวร์ถอนหายใจก่อนผละมือจากมังกรแล้วเดินออกมา ฮัมฟรี่ย์นำร่างของแอดดี้มาไว้ข้างศพเจ้ามังกร

“ท่านโจชัวร์ ยกศพมังกรให้ข้าได้ไหม?”

โจชัวร์เงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะพอใจนัก “เอาเถอะ เราสัญญาไว้แล้วนี่นะ อยากทำอะไรก็ตามใจเจ้า”
ตอนนี้หมอกในถ้ำจางลงหมดแล้ว ฮัมฟรี่ย์ออกไปรวบรวมหญ้าแห้งจากหน้าถ้ำกลับเข้ามา ส่วนโจชัวร์ยังคงยืนข้างศพมังกรโดยไม่พูดจาอะไร ฮัมฟรี่ย์เอาหญ้าแห้งคลุมร่างของมังกรและแอดดี้ไว้ ก่อนหยิบหินจุดไฟออกจากกระเป๋า พอโจชัวร์เห็นดังนั้นก็เข้าใจทันทีว่าฮัมฟรี่ย์ตั้งใจจะทำอะไร

“ท่านฮัมฟรี่ย์ แล้วเรื่องหลักฐานล่ะ?”
ฮัมฟรี่ย์ไม่ตอบก่อนจุดไฟลงบนหญ้าแห้ง ถึงในนี้ไม่เหมาะที่จะก่อไฟเท่าไหร่ แต่จะขนร่างมังกรออกไปข้างนอกก็คงลำบาก เขากลัวว่าจะทำร่างที่เน่าเปื่อยของมังกรหลุดเละไปซะก่อน

เปลวเพลิงลุกโชติช่วงขึ้นก่อนฮัมฟรี่ย์จะพาโจชัวร์ออกไปด้านนอก

“ทำไมถึงเผามันซะล่ะ แล้วเรื่องหลักฐานที่จะต้องนำกลับไปล่ะ ท่านฮัมฟรี่ย์?”
“หากนั่นขัดต่อวิถีของอาณาจักรมังกรข้าก็ต้องขออภัยด้วย ข้าไม่อยากให้ใครมาเห็นศพของมันน่ะ เรื่องหลักฐานอะไรนั่นจริงๆแล้วข้าโกหกท่าน”
พอรู้เข้าแบบนั้นโจชัวร์ก็ตะลึง

“ข้าได้รับคำสั่งให้เอาเนื้อและตับมังกรกลับไป มันเป็นโอสถชั้นดีขายได้ราคาสูงทีเดียว นั่นอาจเป็นสาเหตุให้สเตอร์ลิงถูกเล็งยิงก็ได้ เพราะงั้นข้าถึงอยากเอาชิ้นส่วนมังกรกลับไปมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่พอได้พบท่าน ...พอได้พบผู้คนในอาณาจักรมังกรนี้แล้ว ข้าก็เข้าใจ....ว่ามังกรคือเพื่อนของเรา”

ฮัมฟรี่ย์โค้งให้โจชัวร์
“ข้าต้องขอโทษท่านจริงๆ”

ควันโขมงลอยออกจากถ้ำ โจชัวร์แหงนมองตามทิศทางที่ลมโชยพัดพาควันไป ควันลอยสูงขึ้นแล้วค่อยๆจางหายไปบนผืนฟ้า พอหันกลับมาก็เห็นฮัมฟรี่ย์ยังคงโค้งไม่ยอมเงยหน้าขึ้น โจชัวร์ค่อยๆนำมือซ้ายข้างที่มีตรามังกรสัมผัสเข้าที่ศีรษะของฮัมฟรี่ย์

“ตับของดราก้อนซอมบี้ทำยาไม่ได้เรื่องหรอกนะ”

ฮัมฟรี่ย์เงยหน้าขึ้น

“หากนั่นฟังดูเป็นเหตุผลที่ไม่เข้าท่าเท่าไหร่ก็บอกพวกนั้นก็ได้ว่ามังกรแหลกสลายเป็นผุยผงหลังถูกจัดการ หรือจะให้ข้าไปเป็นพยานด้วยก็ได้นะ”
“ท่านโจชัวร์.....”
พอได้เห็นฮัมฟรี่ย์กลับมาใช้คำพูดสุภาพเหมือนตอนที่พบกันครั้งแรกโจชัวร์ก็ยิ้มออกมานิดๆ

“ข้ายินดี ฮัมฟรี่ย์ ....ขอบใจมากนะ”


รุ่งสางของวันต่อมาฮัมฟรี่ย์ก็เดินทางออกจากอาณาจักรมังกรไป ขณะมาส่งฮัมฟรี่ย์พอคิดถึงเรื่องที่พวกเขาทั้งสองฟันฝ่ามาถึงตอนนี้แล้วโจชัวร์ก็พูดขึ้น

“อย่าลืมล่ะ ฮัมฟรี่ย์ ท่านเป็นเพื่อนเรานะ อาณาจักรมังกรพร้อมต้อนรับท่านทุกเมื่อ หากท่านต้องเผชิญต่อความยากลำบาก ขอให้เราอัศวินมังกรได้ช่วยเหลือท่านเถอะ แล้วแวะมาเยี่ยมกันบ้างนะ”

“ขอบคุณท่านมาก หากอาณาจักรมังกรหรืออัศวินมังกรต้องการความช่วยเหลืออะไรก็เรียกใช้ข้าได้ทุกเมื่อนะ ข้าจะรีบมาทันทีเลย”

ทั้งสองคนยิ้มก่อนจับมือและกล่าวคำอำลากัน แล้วฮัมฟรี่ย์ก็ออกเดินทางจากไปใต้ผืนฟ้าสีคราม


-------------------------

เตรง....เตร่ง.....จบแล้วครับ
ตาลายไหม ไม่มีรูปเลย Laughing
อ่านเจอที่ผิดตรงไหนบอกกันด้วยน่อ

อีก 2-3 วันอัพลงวิกิเดี๋ยวคุณโมะลงรูปให้ครับ วิ้งๆ~ onion011
_________________
น่าเกลียดชิบเป๋ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
saris
Fort El-Eal
Kooluk 1st Unit Commander



L:-   H:-   R:-

LV.48 Exp 785
148977 Potch
เข้าร่วม: 24 Aug 2007

ตอบตอบเมื่อ: Sat Nov 10, 2007 4:05 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

โอ้โห.....รู้สึกฮัมฟรีย์พูดเยอะกว่าในเกมส์ร้อยเท่าได้มั้งเนี่ย แต่ก็ดีนะ 555 รักลุงๆขึ้นอีกหลายเท่าเลย ^^

สำนวนการแปลดีแล้วค่ะ ที่อ่านมายังไม่เห็นคำผิดนะคะ ขอบคุณมากค่าที่แปลให้อ่านกัน
_________________
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Tuta
Muse
President of Dunan Republic



L:-   H:-   R:-

LV.74 Exp 620
248193 Potch
เข้าร่วม: 12 Mar 2007

ตอบตอบเมื่อ: Sat Nov 10, 2007 5:48 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

มิตนภาพของลุงๆ 2 คนนี่ช่างงดงามเหลือเกิน onion035 ซึ้ง

ไม่น่าจะมีที่ผิดนะเท่าที่อ่านมา
_________________

ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
sasarai de ViVa
Obel
Obel King



L:-   H:-   R:-

LV.62 Exp 603
34253 Potch
เข้าร่วม: 11 Mar 2007

ตอบตอบเมื่อ: Sat Nov 10, 2007 6:47 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ลงชื่อไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะมานั่งอ่านดึกๆ

ว่าแต่เปลี่ยนลายเซ็นต์ได้เข้ากับวัยดีจังเลยนะครับ monkey083
_________________
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
scarletmoon
L'Renouille
Queen of Highland



L:-   H:-   R:-

LV.62 Exp 504
103058 Potch
เข้าร่วม: 14 Mar 2007

ตอบตอบเมื่อ: Sat Nov 10, 2007 7:43 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

มาลงชื่องับ เดี๋ยวจะมาตามอ่านนะคะลุงขา~ onion005

ยาวได้ใจจริงๆ ขอบคุณที่เอามาแปลให้อ่านนะคะ onion030
_________________

http://unluckangel.exteen.com/
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
Medius
Budehuc Castle
Flame Champion



L:-   H:-   R:-

LV.78 Exp 213
761255 Potch
เข้าร่วม: 11 Mar 2007

ตอบตอบเมื่อ: Sat Nov 10, 2007 11:14 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ลุง ฮันฟูรี่ เปลี่ยนไป๋ พูดมากเหลือเกิน onion033

ขอบคุณที่นำมาแปลให้ได้อ่านกันนะครับ คุณชิริว ^^
_________________
เราขอสนับสนุนเธอคนนี้เป็นพรีเซ็นเตอร์คาราบาวแดงคนต่อไป onion002
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
Zephyr
Holy Kingdom of Harmonia
Maximilian Knight



L:-   H:-   R:-

LV.30 Exp 646
11940 Potch
เข้าร่วม: 24 Mar 2007

ตอบตอบเมื่อ: Sat Nov 10, 2007 11:42 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ไว้จะมาอ่านนะครับ

แต่มาช้าไป ลุงตกรอบประกวดไปแล้วเพราะไม่ยอมพูด monkey008
_________________
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
Shiryu
High Sea
Pirate King



L:-   H:-   R:-

LV.79 Exp 513
597230 Potch
เข้าร่วม: 11 Mar 2007

ตอบตอบเมื่อ: Sun Nov 11, 2007 3:39 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

แหะๆ ยังไงฮัมฟรี่ย์ก็สู้ฟลิ๊คไม่ได้คร้าบ (ผมก็โหวตฟลิ๊ค....รอบที่แล้วยังโหวตนาเลโอ้เลย)
แนวเก่งแต่สู้อย่างเดียว ขี่ม้าไม่เป็น คุยไม่เก่ง ไม่ค่อยมีลูกเล่นนี่นักรบโบราณดั้งเดิมแท้ๆ
แต่กล่อมฟุชจากเด็กเฮ้วจนภาคสามฟุชมีนิสัยลุงนิดๆเลยเนี่ยดูสิ Cool

ว่าแต่สงสัยว่าความสามารถสตาร์แพล็ทตินั่มเดอะเวิร์ลนั่นเป็นพลังของตรามังกรหรือเป็นแสตนด์ของโจชัวร์กันแน่เนี่ย - -a

sasarai de ViVa พิมพ์ว่า:
ว่าแต่เปลี่ยนลายเซ็นต์ได้เข้ากับวัยดีจังเลยนะครับ monkey083

อายุสูเจ้าก็คือกันนั่นแล Mad
_________________
น่าเกลียดชิบเป๋ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
[Y]uBer
Grassland
Legendary Warrior



L:-   H:-   R:-

LV.59 Exp 247
106621 Potch
เข้าร่วม: 11 Sep 2007

ตอบตอบเมื่อ: Sun Nov 11, 2007 8:15 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ฮัมฟรีย์ แกพูดมากขนาดนี้ตั้งแต่ม่ะไหร่เนี้ย - -

สงสัยจะไม่อยากคุยกับลิง monkey071
_________________
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
Buffo
Dunan Republic
Traveller



L:-   H:-   R:-

LV.8 Exp 645
6624 Potch
เข้าร่วม: 12 Jun 2007

ตอบตอบเมื่อ: Mon Nov 12, 2007 2:29 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

อ่านจบแล้ว ฮัมฟรีพูดเยอะจนน่าตกใจ

นึกว่าจะเป็น "........." ซะส่วนใหญ่ซะอีก Laughing

ขอบคุณที่เอามาให้อ่านนะครับ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
scarletmoon
L'Renouille
Queen of Highland



L:-   H:-   R:-

LV.62 Exp 504
103058 Potch
เข้าร่วม: 14 Mar 2007

ตอบตอบเมื่อ: Mon Nov 12, 2007 10:38 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

กว่าจะมีเวลามาอ่านจนจบ ดองไว้หลายวันเลยเรา^^"

อ่านแล้วร้องไห้เลยค่ะ สงสารสเตอร์ลิงกับแอดดี้ T^T

แปลได้ดีมากๆเลยค่ะลุงชิริว

ปล.ฮัมฟรีพูดได้!!!
_________________

http://unluckangel.exteen.com/
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
sasarai de ViVa
Obel
Obel King



L:-   H:-   R:-

LV.62 Exp 603
34253 Potch
เข้าร่วม: 11 Mar 2007

ตอบตอบเมื่อ: Tue Nov 13, 2007 9:45 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

Shiryu พิมพ์ว่า:
sasarai de ViVa พิมพ์ว่า:
ว่าแต่เปลี่ยนลายเซ็นต์ได้เข้ากับวัยดีจังเลยนะครับ monkey083

อายุสูเจ้าก็คือกันนั่นแล Mad

อย่าเอ็ดไปสิครับ หุหุ

อ่านจบแล้วละครับ เศร้า ซึ้ง ประทับใจมากเลยครับ monkey009
_________________
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
afternoon_silent
Dunan Republic
Traveller



L:-   H:-   R:-

LV.3 Exp 304
2328 Potch
เข้าร่วม: 19 Jun 2007

ตอบตอบเมื่อ: Wed Nov 14, 2007 3:00 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ขอบคุณมากค่ะที่แปลมาให้อ่าน
ฮัมฟรี่ย์ ดูมีมิติขึ้นเยอะเลย
_________________
LoVe Jowy Atreides >><<
By my body, and by my soul, as successor of the Blight family lineage, I take you........ Jowy Blight as my husband.
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ตำแหน่ง AIM MSN Messenger
arksouls
Sol-Falena
Queen Knight Captain



L:-   H:-   R:-

LV.63 Exp 752
98212 Potch
เข้าร่วม: 11 Mar 2007

ตอบตอบเมื่อ: Fri Nov 16, 2007 10:57 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

เพิ่งอ่านจบครับ ประทับใจกับตอนจบมากๆ จะว่าไปมังกรนี่อ่อนแอขนาดแค่โดนธนูยิงแล้วตายได้ง่ายๆ สมแล้วที่ตอนรบภาคแรกเรียกมังกรมาเจอธนูนี่ร่วงเป็นสายนํ้าเชียว

มีมิเลียด้วย ตอนเด็กดูนิสัยน่ารักดีจังเลย ^ ^

ขอบคุณลุงมากครับที่มาแปลให้อ่าน
_________________
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    SuikoFriend : Thai Suikoden Fansite (Beta Test) -> =o= SuikoFriend General Talk =o= ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
หน้า 1 จาก 2

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group